"ในใจของเจ้า...ข้ามันไร้ความสามารถถึงเพียงนี้เชียวหรือ?" โม่อวี้เฉินเอ่ยถามด้วยความไม่พอใจเขาไม่คาดคิดว่ากู้ชิงเฉิงจะเลือกไปขอความช่วยเหลือจากรุ่ยอ๋องหรือเขาเป็นเพียงคนตายในสายตาของนาง? นี่มันเกินไปแล้วจริงๆ
"องค์รัชทายาท...ทรงเปี่ยมด้วยสติปัญญาและพระปรีชาเป็นเทพสงครามอันเกรียงไกร จะไร้ความสามารถได้อย่างไรเพคะข้าแค่ไม่อยากให้ท่านต้องลำบากเพราะเรื่องของข้าเท่านั้นเพคะ" กู้ชิงเฉิงครุ่นคิดไม่หยุดหย่อนนางรู้ว่าตอนนี้การเล่นลูกไม้ทำเป็นไม่สนใจนั้นไร้ประโยชน์แล้ว
แม้ว่านางจะใช้เล่ห์เหลี่ยมทว่ากลับตกอยู่ในกับดักของโม่อวี้เฉินในยามนี้นางจึงได้สัมผัสถึงความเจ้าเล่ห์เพทุบายและไร้ยางอายของโม่อวี้เฉินอย่างแท้จริงยิ่งกว่านั้น เขายังเป็นยอดฝีมือในการแสดงอีกด้วย
"เจ้า...ไม่อยากให้ข้ารู้เรื่องของเจ้ามากเกินไปสินะ" โม่อวี้เฉินหรี่ตาลง จ้องมองกู้ชิงเฉิงอย่างแน่วแน่ราวกับจะมองลึกเข้าไปในดวงตาของนาง กู้ชิงเฉิงผู้นี้แสดงบทบาทได้อย่างสมบูรณ์แบบทั้งการพูดจาอ้อมค้อม การปฏิเสธครึ่งๆ กลางๆ และการยั่วเย้าเรื่องนี้เขาเองก็รู้ดีแก่ใจ
"เจ้า...จะกลับมาแก้แค้น" โม่อวี้เฉินกล่าวต่อ"ข้านี่แหละคือคมดาบที่ดีที่สุดของเจ้า"
"ไม่... ไม่ใช่" กู้ชิงเฉิงส่ายหน้า"องค์รัชทายาททรงคิดมากไปแล้วเพคะข้าไม่ได้คิดจะหาเรื่องใส่ตัว" ที่นางยอมกลับมากับเขาก็เพราะกู้จิ่งเซวียนเท่านั้นส่วนเรื่องการแก้แค้น นางจัดการเองได้เพียงลำพัง
ด้วยความสามารถและพลังอำนาจที่นางมีในตอนนี้เพียงแค่ใช้เวลาดำเนินการอย่างรอบคอบ นางก็สามารถกำจัดกู้ตงหลิงได้แน่นอนเพื่อล้างมลทินให้แก่เจ้าของร่างเดิม
เมื่อได้ยินดังนั้นโม่อวี้เฉินก็ยิ้มพลางยกมือขึ้นกอบกุมบ่าของนางแน่นขึ้น"เช่นนั้นเจ้าอยากทำอะไรกันแน่?"
ระยะห่างของทั้งสองช่างใกล้ชิดกู้ชิงเฉิงหันหน้าเล็กน้อยด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วน นางจึงกระแอมเบาๆสองสามครั้ง "องค์รัชทายาทเป็นคนที่พาข้ากับลูกกลับมาที่นี่ไม่ใช่หรือเพคะ?แต่กลับมาถามไถ่ว่าข้าว่าอยากทำสิ่งใด...ช่างแปลกประหลาดยิ่งนักหรือว่าท่านเสียใจแล้วเพคะ? หรือจะกล่าวว่าท่านไม่ได้เต็มใจที่จะรับพวกข้ากลับมาตั้งแต่แรก"
โม่อวี้เฉินไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองกับการตั้งคำถามมากมายของกู้ชิงเฉิงนี่คือความฉลาดเฉลียวของนาง ที่ทำให้เขาไร้ถ้อยคำจะกล่าว เขาจึงทำได้เพียงพยักหน้า"ดี ดีมาก!"
แต่ในใจเขากลับรู้สึกอึดอัดอย่างยิ่งอึดอัดจนรู้สึกไม่สบายตัวไปทั้งร่าง
"อันที่จริง...การแสดงในคราแรกขององค์รัชทายาทก็ดีเยี่ยมอยู่แล้วหากท่านแสดงต่อไป ทุกคนก็จะอยู่อย่างสุขสบายยิ่งกว่า" กู้ชิงเฉิงยิ้มแล้วกล่าวว่า"ในใจของท่านไม่ได้รักหรือชอบพอข้า แต่เพราะเซวียนเอ๋อร์ท่านจึงจำต้องพาข้ากลับมาด้วยกัน ในใจของข้าก็ไม่มีท่าน เช่นนั้นเราต่างคนต่างอยู่ ไม่ก้าวก่ายกัน และต่างคนต่างไปตามหาคนที่ตนเองรักไม่ดีกว่าหรือเพคะ?"
"หุบปาก!" โม่อวี้เฉินอดไม่ได้ที่จะตะคอกเสียงต่ำ"ในใจของเจ้ายังมีข้าอยู่" เขามั่นใจอีกครั้งว่าสตรีผู้นี้ไม่ใช่พระชายาของเขาเพียงแต่สวมใบหน้าของพระชายามาเท่านั้นในใจของโม่อวี้เฉินจึงรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกอึดอัดจนรู้สึกไม่สบายตัวไปทั้งร่าง
"นั่นเพราะข้าในยามนั้นช่างโง่เขลานัก" กู้ชิงเฉิงเยาะเย้ย"คนโง่ย่อมไม่รู้อะไรเลย องค์รัชทายาทก็อย่าได้ถือสามากเลยเพคะข้าเคยบอกไว้แล้ว ขอเพียงองค์รัชทายาทเห็นแก่เรื่องราวในอดีตและคุ้มครองพวกเราสองแม่ลูกก็พอแล้ว" ในคราแรกนางก็เสนอเงื่อนไขเพียงเท่านี้ไม่มีอะไรอื่นอีก
"คนโง่ทำอะไรก็ต้องรับผิดชอบ" โม่อวี้เฉินไม่สนใจสิ่งใดมากนักน้ำเสียงแข็งกร้าวยิ่งขึ้น เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งต่อไปพูดให้ชัดเจนไปเลยก็ดี
กู้ชิงเฉิงขมวดคิ้วเมื่ออยู่ที่เมืองอี๋สุ่ย ทุกสิ่งยังคงอยู่ในกำมือของนางทว่าเมื่อกลับมายังเมืองหลวง ทุกสิ่งกลับดูเหมือนจะเบี่ยงเบนไปจากที่ควรจะเป็นทำให้นางรู้สึกสับสนเล็กน้อย
ในยามนี้นางพยายามควบคุมตนเองให้สงบ"ตำแหน่งพระชายา ข้าคืนให้ท่าน พอหรือไม่เพคะ"
"ไม่พอ!" โม่อวี้เฉินตอบโดยไม่คิด
"องค์รัชทายาทต้องการสิ่งใดกันแน่?" กู้ชิงเฉิงเริ่มร้อนใจในสถานการณ์เช่นนี้ หากนางขอให้เขาช่วยกู้จิ่งเซวียนนางไม่รู้ว่าเขาจะปฏิเสธหรือไม่ ดูเหมือนจะไม่ราบรื่นเช่นนั้น
โม่อวี้เฉินเป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับอำนาจและผลประโยชน์มาโดยตลอดหากไม่มีผลประโยชน์ที่มากพอ ย่อมไม่สามารถทำให้เขาไขว้เขวได้ ยิ่งกว่านั้นเขายังเป็นคนเจ้าเล่ห์ในการวางแผน นางกลัวว่าหากประมาทเพียงนิดอาจจะต้องประสบหายนะไปชั่วนิรันดร์
โม่อวี้เฉินโน้มกายไปข้างหน้าจ้องมองกู้ชิงเฉิงตรงๆ แล้วเอ่ยว่า “ทำหน้าที่พระชายาของเจ้าให้ดีและจงอยู่ข้างกายข้า” ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดที่เขาควบคุมไม่ได้และกู้ชิงเฉิงก็ไม่อาจเป็นข้อยกเว้น
ระยะห่างที่ใกล้เกินไปทำให้กู้ชิงเฉิงรู้สึกอึดอัด นางรู้ว่าเขากำลังสงสัยในตัวตนของนาง และสงสัยมาตลอดเพราะการเปลี่ยนแปลงก่อนหน้าและหลังจากนั้นต่างกันมากเหลือเกิน
ในคืนนั้นโม่อวี้เฉินอ้างเหตุผลบังหน้าเพื่อปกปิดสายตาผู้คนโดยการย้ายเข้ามาอยู่ในเรือนของกู้ชิงเฉิงอย่างไม่อาจปฏิเสธได้
“เสด็จพ่อเสด็จแม่ต่างจับจ้องตำหนักบูรพาอยู่หากพวกเขารู้ว่าความสัมพันธ์ของเราไม่ลงรอยเจ้ากับเซวียนเอ๋อร์ก็อย่าหวังว่าจะอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไป” โม่อวี้เฉินสั่งให้เฟิงเจ๋อย้ายข้าวของของตนเองเข้าไปในห้องของกู้ชิงเฉิงทีละชิ้นรวมถึงผ้าห่มด้วย อีกทั้งเขายังให้เหตุผลที่สมเหตุสมผลแก่กู้ชิงเฉิงและเหตุผลนั้นช่างบีบคั้นจุดอ่อนของนางเสียจริง
เมื่อเห็นโม่อวี้เฉินที่ช่างไร้เหตุผลกู้ชิงเฉิงก็รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก ทว่านางก็ไม่สามารถเผยอารมณ์ได้สุดท้ายนางจึงจำต้องอดทน
เมื่อการประนีประนอมไร้ผลเขาก็ใช้มาตรการแข็งกร้าว เขาอาศัยจังหวะที่กู้ชิงเฉิงยังต้องการกำลังของเขาช่างเป็นบุรุษที่น่าชังยิ่งนัก
“องค์รัชทายาท… ท่านต้องการดับความร้อนในร่างกายหรือไม่เพคะ?” กู้ชิงเฉิงไม่ได้แสดงท่าทีแข็งกร้าวเหมือนตอนกลางวันนางอาบน้ำชำระร่างกายแล้ว เดินเข้ามาโดยไม่สวมผ้าคลุมหน้าพร้อมกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
การอยู่บนเตียงเดียวกันก็นับว่าเป็นโอกาสดีสำหรับนางเพราะนางยังมีโอกาสได้เข้าใกล้เขา หากมองข้ามรอยแผลเป็นคล้ายแมลงบนใบหน้าใบหน้าของนางนั้นงดงามยิ่งนัก อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของใบหน้านางก็งดงามล่มเมือง
โม่อวี้เฉินกำลังอ่านฎีกาเมื่อเห็นกู้ชิงเฉิงที่อยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อม เขาก็พลันหัวเราะแล้วเอ่ยว่า“ต้องการสิ”
คำพูดนั้นทำเอากู้ชิงเฉิงแทบสำลักน้ำลายนางไม่รู้จะตอบอย่างไรดี นางเตะโดนเหล็กเข้าเสียแล้วทว่าใบหน้าเย้ยหยันของโม่อวี้เฉินนั้นชัดเจนเสียจนนางอยากจะกัดลิ้นตัวเองให้ขาดกลยุทธ์เช่นนี้กับโม่อวี้เฉิน ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อยช่างน่าหงุดหงิดใจยิ่งนัก
“ไปนอนก่อนเถอะ พรุ่งนี้ข้าจะไปตระกูลกู้เป็นเพื่อนเจ้าเอง” โม่อวี้เฉินยิ้ม พร้อมทั้งยกมือขึ้นนวดขมับ
กู้ชิงเฉิงไม่กล้าลองเชิงอีกต่อไปจึงจำต้องกลับไปนอนบนเตียงอย่างไม่เต็มใจ นางพยายามที่จะไม่หลับไปทว่าด้วยความเหนื่อยล้าที่มีมากเกินไป ทำให้นางไม่อาจรอโม่อวี้เฉินได้นางจึงเผลอหลับไปเสียก่อน
ยามดึกสงัดโม่อวี้เฉินอาศัยแสงจันทร์สำรวจท่านอนของกู้ชิงเฉิง ร่างกายของนางผอมเพรียวมากนางขดตัวอยู่บนเตียง ใบหน้าดูไร้พิษภัยราวกับลูกแมว ต่างจากตอนกลางวันลิบลับ
กู้ชิงเฉิงในตอนกลางวันเปรียบดั่งเม่นตัวน้อยไม่มีใครสามารถเข้าใกล้นางได้เลยรอยแผลเป็นบนใบหน้าดูน่ากลัวไม่ได้มีร่องรอยของการถูกไฟไหม้เลยแม้แต่น้อย
ทว่าเขามั่นใจว่ากู้ชิงเฉิงคือนางคนเดียวกับเมื่อครั้งนั้นที่วางแผนเล่นงานเขาและมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขา เพียงแต่แก่นแท้ของนางได้เปลี่ยนไปแล้ว
“เจ้าเป็น… ใครกันแน่?” โม่อวี้เฉินนอนอยู่ข้างๆพร้อมกล่าวเสียงเบา อีกทั้งเขายังถูกนางดึงดูดโดยไม่รู้ตัว ไม่เกี่ยวกับรูปลักษณ์ไม่เกี่ยวกับฐานะ หากแต่เป็นตัวตนของนางเอง
เมื่อตื่นขึ้นกู้ชิงเฉิงพบว่าไม่มีเงาของโม่อวี้เฉินอยู่ข้างกายนางจึงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก แต่ก็แฝงไว้ด้วยความผิดหวังเล็กน้อย
ช่วงนี้นางคงเคร่งเครียดเกินไปและใช้ชีวิตอยู่กับการวางแผนมาโดยตลอด เมื่อคืนกลับหลับได้สนิทเกินไป
เดิมทีนางคิดว่าโอกาสนี้หาได้ยากยิ่งนางจึงอยากถือโอกาสตอนที่โม่อวี้เฉินหลับใหลเก็บตัวอย่างเลือดไปวิเคราะห์สักเล็กน้อยทว่านางกลับพลาดโอกาสอันดีไปอีกครั้ง ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก คงต้องรอคืนนี้แล้ว
แม้นางจะวางแผนมาโดยตลอดแต่ยังไม่ได้ลงมือ ทว่าโม่อวี้เฉินกลับจัดเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างอย่างดีและส่งตัวเองเข้าไปในกับดักของนางเสียแล้ว
“ท่านแม่ ได้เวลาตื่นแล้วขอรับ ท่านพ่อบอกว่าจะพาพวกเราไปหาท่านตา” กู้จิ่งเซวียนตะโกนอยู่นอกประตู เขาแทบจะรอไม่ไหวที่จะไปตระกูลกู้แล้วเพราะที่นั่นจะมีเรื่องสนุกให้ดูมากมาย!