[ห้องนอนของเซเลส]
ท่ามกลางความเงียบงัน ซาร่า และพี่ชายทั้ง 3 คนกำลังเฝ้าไข้อยู่ในห้อง ส่วน มีอา ก็คอยวิ่งวุ่นเพื่อเช็ดตัวให้กับคุณหนูอยู่ตลอดเวลา
เซเลสที่นอนสลบไสลอยู่บนเตียง ทันใดนั้นนางก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับหอบหายใจรัวเร็ว แววตาเต็มไปด้วยความสับสนและลนลาน
เซเลส ะโเรียก “ท่านปู่!”
ซาร่า คาร์ล ฟิวส์ และมีอา ที่เฝ้าไข้อยู่ต่างพากันใและรีบเข้าไปดูอาการนางทันที ซาร่ารีบเข้าไปประคองร่างลูกสาวที่พยายามจะลุกพรวดพราดขึ้นมา
ซาร่า รีบประคอง “ลูกแม่! เ้าฟื้นแล้วหรือลูก... ใจเย็นๆ ก่อนนะ อย่าเพิ่งขยับตัวรีบร้อนลุกขึ้นแบบนี้สิลูก เดี๋ยวจะหน้ามืดเอาได้นะจ๊ะ”
เซเลส ไม่ฟังคำทัดทาน ถามด้วยความกังวลหนัก “ท่านแม่เ้าค่ะ... ท่านปู่ล่ะเ้าคะ? ท่านปู่อยู่ที่ไหน?”
ซาร่าทำหน้าซึมลงทันที นางยังไม่อยากบอกความจริงเื่อาการาเ็ของท่านพ่อให้ลูกสาวรู้ในตอนนี้
ซาร่า เสียงแ่ “ตอนนี้ท่านปู่พักอยู่ที่ห้องจ้ะ...”
เซเลส “ข้าอยากไปหาท่านปู่... ท่านแม่ ข้าไปหาท่านปู่ตอนนี้ได้ไหมเ้าคะ?”
ซาร่า พยายามรั้งไว้ “แต่ร่างกายของเ้ายังไม่หายดีเลยนะลูก...”
เซเลส “ท่านแม่... ให้ข้าไปเถอะนะเ้าคะ ข้าอยากเจอท่านปู่”
ซาร่ามองดูแววตาเว้าวอนของลูกสาวก็ใจอ่อน จึงยอมตามใจและช่วยกันพยุงเซเลสเดินตรงไปยังห้องนอนของท่านปู่แวน โดยมีมีอาคอยเดินขนาบข้างด้วยความห่วงใย
[ห้องนอนของท่านปู่แวน]
เสียงคุยกันที่หน้าประตูเงียบลงทันทีเมื่อบานประตูถูกเปิดออก เซเลสเดินนำทุกคนเข้าไปในห้องด้วยหัวใจที่เต้นรัว นางมุ่งตรงไปที่เตียงของท่านปู่แวนที่นอนนิ่งอยู่ โดยมีอีริคยืนอยู่ใกล้ที่สุดที่ปลายเตียง เซเลสมองใบหน้าที่ซีดเซียวของปู่แล้วความกังวลก็พุ่งพล่านขึ้นมาทันที
เซเลส หันไปถามอีริคด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ท่านพ่อคะ... ท่านปู่เป็อะไรไปคะ? ทำไมสีหน้าท่านถึงดูซีดเซียวขนาดนี้ เกิดอะไรขึ้นกับท่านปู่ ตามตัวของท่านทำไมดูมีาแ...”
อีริคนิ่งเงียบและไม่กล้าสบตาลูกสาว เขาทำได้เพียงเบือนหน้าหนี เพราะก่อนหน้านี้ท่านปู่ได้กำชับไว้หนักแน่นว่าไม่อยากให้หลานสาวต้องมารับรู้เื่นี้ เมื่อเห็นว่าท่านพ่อเงียบไป เซเลสยิ่งใจเสีย นางค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งข้างเตียง กุมมือท่านปู่ไว้แน่น น้ำตาเริ่มคลอเบ้าเพราะในหัวนึกย้อนไปถึงภาพในความฝันที่น่ากลัวตลอดสองคืนที่ผ่านมา ภาพที่ปู่เดินหายไปแล้วนางหาไม่เจอ ยิ่งเห็นสภาพปู่ในตอนนี้ ความกลัวในใจยิ่งทวีคูณ
มีอา เดินตามเข้าไปประกบข้างหลังเซเลส “คุณหนูเ้าคะ... ท่านยังไม่หายดี ท่านกลับไปพักผ่อนก่อนไหมเ้าคะ?”
คาร์ล เสริมด้วยความเป็ห่วง “เซเลสเ้าไปพักก่อนเถอะเ้า เดี๋ยวพี่จะอยู่เฝ้าท่านปู่ให้เอง”
เซเลสส่ายหน้าเบาๆ ไม่ตอบคำถามของใครทั้งนั้น นางนั่งเฝ้ามองใบหน้าที่หลับสนิทของปู่จนกระทั่งเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง มือที่นางกุมไว้เริ่มขยับเล็กน้อย ท่านปู่แวนเริ่มรู้สึกตัวและค่อยๆ ปรือตาขึ้นช้าๆ เมื่อเห็นหน้าหลานสาวที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างกายพร้อมน้ำตาที่คลอเบ้า ท่านก็ระบายยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนที่สุด
ปู่แวน เสียงแ่พร่า “หลานปู่... เ้าหญิงตัวน้อยของปู่... เ้าร้องไห้ทำไมกัน...”
ท่านปู่พยายามยกมือที่สั่นเทาขึ้นไปเช็ดน้ำตาที่คลออยู่ตรงใต้ตาของหลานสาวอย่างแ่เบาเพื่อให้นางคลายความกังวล
เซเลส พยายามฝืนยิ้มทั้งน้ำตา “ท่านปู่... ข้าไม่ได้เป็อะไรเ้าค่ะ ข้าแค่... ข้าแค่คิดถึงท่านมากไปหน่อยเท่านั้นเอง... แล้วเหตุใดตัวท่านปู่ เนื้อตัวถึงมีาแได้ มันเกิดอะไรขึ้นใน่ที่ข้าหลับไป?”
ปู่แวน หัวเราะในลำคอเบาๆ ด้วยความเอ็นดู “เ้านี่ก็นะ... ห่างกันแค่ไม่กี่วันเอง ทำเป็เด็กน้อยไปได้...” ท่านปู่พยายามดึงชายแขนเสื้อลงช้าๆ เพื่อปกปิดรอยเืที่ซึมผ้าออกมา แต่กลับลืมไปว่ารอยถลอกยาวที่ข้างแก้มและรอยช้ำที่ลำคอนั้นเด่นชัดขัดกับใบหน้าที่ซีดเผือดลงกว่าปกติ “ปู่ไม่ได้เป็อะไรหรอก... เื่แค่นี้เอง เ้าอย่ากังวลไปเลย ปู่แค่ไล่พวกแมลงที่หลงเข้ามานิดหน่อย เ้าเองยังไม่หายดีกลับไปพักก่อนเถอะนะ...”
เซเลส ตอบกลับทันควันด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น "ไม่เ้าค่ะ ข้าจะอยู่กับท่านปู่"
ปู่แวน ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าและถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างยอมจำนน "เฮ้อ... เ้านี่นะ นิสัยดื้อรั้นเหมือนพ่อเ้าไม่มีผิดจริงๆ"
เซเลสนิ่งงันไปเมื่อได้ยินชื่อท่านพ่อ มือเล็กๆ เลื่อนขึ้นไปกุมสร้อยคออัญมณีที่บิดาให้ไว้แน่น นางไม่ยอมถอยออกไปตามคำไล่ แต่กลับจ้องมองร่างกายที่ดูอ่อนล้าของปู่ด้วยความห่วงใย ก่อนจะเอียงคอเล็กน้อยแล้วคลี่ยิ้มกว้างให้ท่านปู่ดูเหมือนเป็ปกติที่สุด
เซเลส "ข้าคงจะดื้อรั้นเหมือนท่านพ่อจริงๆ ด้วยสินะเ้าคะ..."
ในเสี้ยววินาทีที่นางก้มหน้าลง สายตาของเด็กสาวกลับวูบไหวด้วยความกังวลอย่างหนัก นางคิดวนเวียนอยู่ในใจเพียงลำพัง โดยไม่ยอมให้เล็ดลอดออกมาเป็เสียงให้ปู่ได้ยิน
เซเลส (คิดในใจ) '...แต่ภาพในฝันที่ท่านปู่เดินหายไปแบบไม่หันกลับมามองข้าเลย... มันเหมือนเป็ลางบอกเหตุอะไรบางอย่างจริงๆ ทำไมมันถึงได้ดูสมจริงขนาดนี้กันนะ ถ้าข้าปล่อยมือจากท่านปู่ตอนนี้... ท่านจะหายไปเหมือนในฝันหรือเปล่า'
[ค่ำคืนวันเดียวกัน ณ ห้องพักของปู่แวน]
แสงจันทร์สลัวฉายผ่านหน้าต่างเข้ามาภายในห้องที่เงียบสงัด เซเลสฟุบหลับอยู่ข้างเตียงปู่ด้วยความอ่อนเพลีย และในห้วงนิทรานั้น... ภาพในฝันเดิมๆ ก็ย้อนกลับมาอีกครั้ง
[ภายในความฝัน]
รอบกายของเซเลสมีแต่หมอกสีดำจางๆ นางก้มลงมองมือตัวเองที่กำลังถือกล่องกำมะหยี่สีแดงฉาดใบหนึ่งไว้แน่น มันเป็กล่องที่ดูเรียบง่ายแต่กลับแฝงไปด้วยแรงกดดันประหลาด เซเลสพยายามพลิกกล่องนั้นไปมาเพื่อหาวิธีเปิด แต่นางกลับพบว่ามันไม่มีรอยให้เปิดได้แต่อย่างใด หรือต้องเปิดด้วยกลไกมานาที่นางยังไม่เข้าใจ
นางพยายามจะออกแรงดึง แต่มันกลับนิ่งสนิท ราวกับว่ากล่องใบนี้กำลังรอคอย "เวลา" หรือ "กุญแจ" บางอย่างที่นางยังไม่มี
“แคก... แคกๆๆ!”
เสียงไอโขลกที่รุนแรงและแหบพร่าดังทะลุผ่านม่านหมอกในฝันเข้ามา เซเลสสะดุ้งเฮือกพลางลืมตาโพลงขึ้นมาในความมืดทันที
เซเลส (หายใจหอบถี่ หัวใจเต้นรัว) “ท่านปู่...!”
เสียงนั้นไม่ได้มาจากความฝัน แต่มันดังมาจากร่างที่นอนอยู่บนเตียงตรงหน้า ปู่แวนกำลังไออย่างหนักจนตัวโยน มือของท่านกุมหน้าอกไว้ด้วยความทรมาน แสงจันทร์ที่ตกกระทบใบหน้าของปู่เผยให้เห็นรอยเืสีคล้ำที่ทะลักออกมาตามง่ามนิ้วและไหลเปรอะเปื้อนผ้าห่มขาวสะอาด
เซเลสถลาเข้าไปหาท่านปู่ทันที ความรู้สึกเย็นเยียบจากความฝันเมื่อครู่ยังคงติดอยู่ที่ปลายนิ้ว แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความตระหนกเมื่อเห็นเืที่นองอยู่ตรงหน้า
เซเลส “ท่านปู่! ท่านปู่เ้าคะ! เป็อะไรไป... ทำไม... ทำไมเืถึงออกมาเยอะขนาดนี้!”
ในขณะนั้นเอง อีริคที่ตั้งใจจะมาเปลี่ยนเวรเฝ้าไข้แทนซาร่า เดินมาถึงหน้าห้องพอดี เขาชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินเสียงลูกสาวดังลอดออกมา อีริคไม่รอช้า เขาผลักประตูพรวดเข้าไปทันทีด้วยความตระหนก
อีริค ผลักประตูพรวดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “เซเลส! เกิดอะไรขึ้น—”
คำพูดของเขาชะงักค้างไปในทันที เมื่อสายตาปะทะกับร่างของพ่อตนเองที่นอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง โดยมีลูกสาวตัวน้อยนั่งอยู่ข้างๆ ท่ามกลางรอยเืสีเข้มที่เปรอะเปื้อนผ้าห่ม
เซเลสนิ่งเงียบ ดวงตาคู่โตคลอเบ้าด้วยความใแต่ยังพยายามกลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้ไหลออกมา มือเล็กๆ ของนางสั่นเทาขณะที่พยายามใช้ผ้าขาวผืนบางซับเืที่มุมปากให้ท่านปู่อย่างสุดความสามารถ แม้ขนาดตัวของนางจะเล็กเกินกว่าจะประคองร่างของชายชราไว้ได้ก็ตาม
เซเลส (น้ำเสียงสั่นพร่าแต่ยังฟังชัดเจน) “ท่านพ่อ... เกิดอะไรขึ้นกับท่านปู่เ้าคะ? ทำไมอยู่ๆ ท่านปู่ถึงกระอักเืออกมามากมายขนาดนี้...”
ความกลัวลึกๆ เริ่มคืบคลานเข้ามาในใจนาง กลัวว่าสิ่งที่เห็นในฝันอาจจะกำลังกลายเป็ความจริง แต่นางก็สะบัดความคิดนั้นทิ้งไปเพื่อโฟกัสกับคนตรงหน้า
อีริคได้สติจากคำถามของลูกสาว เขาถลาเข้าไปคุกเข่าข้างเตียงทันที มือหนึ่งประคองร่างปู่แวนไว้ ส่วนอีกมือรีบตรวจชีพจรด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก่อนจะะโสั่งออกไปนอกประตู
อีริค (ะโสั่งออกไปนอกประตูด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด) “ใครอยู่ข้างนอกบ้าง! รีบไปตามหมอเลียมมาเดี๋ยวนี้! บอกว่านายท่าน...”
ปู่แวนเอื้อมมือที่สั่นเทาไปแตะแขนอีริคไว้เบาๆ พลางส่งเสียงแหบพร่าแทรกขึ้นมา “อึก... หยุดก่อน... อีริค...”
อีริคชะงักขวับ หันกลับมามองพ่อทันทีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังระคนตื่นตระหนก “ท่านพ่อ! ท่านพ่อใจเย็นๆ นะครับ หมอเลียมกำลังจะมาแล้ว”
อีริคชะงักคำพูดไป เมื่อปู่แวนค่อยๆ ส่ายหน้าช้าๆ ั์ตาที่เคยดุดันบัดนี้มีเพียงความสงบนิ่งและเด็ดเดี่ยว ท่านใช้สายตาคู่นั้นจ้องมองอีริคแทนคำบอกลา สายตาที่บอกว่า ‘พอกันที อย่ารบกวนข้าในวาระสุดท้ายเลย’
อีริคดวงตาสั่นไหว เขาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็เส้นตรง ทั้งที่หมอบอกไว้แล้วว่าข้างในร่างกายของท่านพังย่อยยับจนไม่มีทางรักษา แต่เขาก็ยังทำใจยอมรับไม่ได้ว่าปาฏิหาริย์ที่ช่วยยื้อชีวิตปู่มาได้เกือบทั้งวันนี้ มันกำลังจะหมดลงแล้ว
ปู่แวน (กระซิบแ่เบา) “ออกไปก่อน... ข้าขออยู่กับ... เซเลส...”
อีริคจำใจพยักหน้าช้าๆ เขาไม่กล้าขัดคำสั่งสุดท้ายนี้ได้เลย อีริคหันหลังเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้
[หน้าห้องพัก]
ปัง...
อีริคปิดประตูลงเบาๆ ก่อนจะทรุดร่างพิงแผ่นประตูนั้นไว้ ราวกับเรี่ยวแรงทั้งหมดหายไปในพริบตา เขาเงยหน้าขึ้นพยายามกลั้นน้ำตาที่คลอเบ้าจนแดงก่ำไม่ให้ไหลออกมา ภาพผู้นำตระกูลที่เคยเข้มแข็งบัดนี้เหลือเพียงชายที่กำลังจะใจสลายอยู่ลำพังหน้าห้อง
[ภายในห้องนอน]
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง เหลือเพียงเซเลสที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเล็กๆ ของนางยังคงกอดผ้าซับเืไว้แน่น ดวงตาคู่โตมองปู่ด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ทั้งกลัว ทั้งสับสน และอาลัย
ปู่แวน (กระซิบด้วยน้ำเสียงที่แทบจะเลือนหายไปในอากาศ) “เซเลส... หลานรักของปู่... ฟังนะ... เ้าจะต้อง... อยู่ให้ได้... ในวันที่ไม่มีปู่...”
เซเลสในที่สุดทำนบน้ำตาก็พังทลายลง นางก้มหน้าลงกุมมือของปู่ไว้แน่น น้ำตาอุ่นๆ หยดลงบนหลังมือที่หยาบกร้านของชายชรา “ฮึก... ท่านปู่... ท่านปู่พูดอะไรเ้าคะ! ท่านปู่ต้องไม่เป็อะไร... ท่านปู่เ้าคะ!”
นางไม่ได้นึกถึงภาพฝันหรือปริศนาใดๆ ในหัวตอนนี้มีเพียงความหวาดกลัวที่จะสูญเสีย นางเอาแต่เรียกชื่อปู่วนไปมาด้วยเสียงที่สะอื้นไห้จนตัวโยน
[ภายนอกห้อง]
เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากสุดระเบียง ซาร่าวิ่งนำมาพร้อมกับลูกๆ ทั้งสามคน และมีอาที่หน้าตาตื่น ทุกคนหยุดกึกเมื่อเห็นอีริคยืนพิงประตูห้องด้วยสภาพที่ตาแดงก่ำ
ซาร่า (เสียงสั่น พยายามจะก้าวเข้าไป) “ท่านพี่... ท่านพ่อ... ท่านพ่อเป็อย่างไรบ้างคะ?”
อีริคไม่ได้ตอบเป็คำพูด เขาเพียงแต่หลับตาลงแล้วส่ายหน้าช้าๆ พร้อมกับยกมือขึ้นขวางประตูไว้เป็เชิงบอกว่า ‘ห้ามใครเข้าไป’ ซาร่าชะงักฝีเท้า นางเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเื เพราะนางเองก็อยู่ในเหตุการณ์และรู้ดีว่าพลังที่ท่านพ่อใช้ไปนั้นมันคือการเผาผลาญอายุขัยจนหมดสิ้นเพื่อปกป้องครอบครัว พี่ๆ ทั้งสามคนของเซเลสที่ยืนอยู่ข้างหลัง ต่างก็ก้มหน้าก้มตาเงียบกริบ ความโศกเศร้าเข้าปกคลุมทุกคนในครอบครัว เพราะพวกเขารู้ความจริงข้อนี้ดี มีเพียงเซเลสคนเดียวที่ยังถูกกันให้อยู่ในความไม่รู้
อีริค (สูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น แล้วเดินเข้าไปโอบไหล่ซาร่าและลูกๆ) “ไปรอที่ห้องข้างๆ เถอะ... ให้เวลาพวกเขา... ให้เขาได้คุยกัน...”
ทุกคนต่างเดินคอตกตามอีริคไปนั่งรออย่างสิ้นหวังที่ห้องพักรับรองใกล้ๆ ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดหน้าประตูห้องนอน ที่แว่วเสียงสะอื้นไห้เบาๆ ของน้องสาวคนเล็กดังออกมาเป็ระยะ
[ภายในห้อง]
ปู่แวนพยายามยิ้มให้หลานสาวทั้งที่เืไหลซึมออกมามุมปาก ท่านรวบรวมแรงที่เหลือทั้งหมดคว้าสร้อยคอของท่านมาวางใส่มือเล็กๆ ของเซเลส
ปู่แวน (เสียงแ่เบาจนแทบเป็เสียงกระซิบ) “หลานรัก... ชีวิตของเ้า... คือสิ่งเดียวที่ปู่ห่วง... จงเข้มแข็ง... และปกป้องตัวเอง... แม้ในวันที่โลกทั้งใบอาจจะหันหลังให้เ้า...”
ปู่หายใจติดขัด ท่านกระอักเืออกมาอีกครั้งเป็ครั้งสุดท้าย ร่างกายที่สั่นเทาค่อยๆ นิ่งสนิทลงอย่างช้าๆ มือที่เคยลูบหัวหลานค่อยๆ ตกลงข้างเตียง ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความอาลัยปิดสนิทลงตลอดกาล
เซเลสนิ่งอึ้ง ดวงตาเบิกกว้าง นางเขย่าร่างปู่เบาๆ พลางเรียกชื่อท่าน “ท่านปู่... ท่านปู่เ้าคะ? อย่าแกล้งข้าสิ... ท่านปู่... ไหนท่านบอกว่าท่านจะไม่จากข้าไปไหนไงเ้าคะ!”
ไม่มีเสียงตอบรับ ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน เซเลสไม่ได้กรีดร้องฟูมฟาย แต่นางปล่อยน้ำตาให้ไหลอาบแก้มจนเปียกโชก ไหล่เล็กๆ สั่นไหวด้วยความสะอื้นที่กลั้นไม่อยู่ นางก้มหน้าลงซบที่อกปู่ พยายามฟังเสียงหัวใจที่หยุดเต้นไปแล้วนั้นด้วยความหวังที่ริบหรี่
[ที่ด้านนอกหน้าต่างห้องในเวลาไม่นานนัก]
ซ่า!... เสียงฝนที่ตกลงมาอย่างหนักช่วยพรางเสียงฝีเท้าเร่งรีบของบ่าวรับใช้สองคนที่เดินหอบของสวนกันและหยุดหลบฝนอยู่ใกล้บานหน้าต่างที่แง้มไว้พอดี
บ่าวรับใช้ 1 "ชู่ว...! เบา... เบาเสียงหน่อยเ้าซื่อ! จะเดินเสียงดังทำไมเดี๋ยวคนด้านในก็ได้ยินกันหมดหรอก... แล้วนี่ เ้าเห็น สภาพ... สภาพนายท่านใหญ่หรือยัง?"
บ่าวรับใช้ 2 (ทำเสียงตะกุกตะกัก น้ำเสียงหวาดวิตกสุดขีด) "ขะ... ข้าเห็นแล้ว ที่เนื้อตัวเปื้อนเืขนาดนั้นน่ะเหรอ... น่ากลัวมาก จู่ๆ เมื่อคืนในสวนก็ะเิตูมตาม ข้าแอบส่องดูเห็นนายท่านใหญ่สู้... สู้ขาดใจกับอะไรบางอย่างที่น่ากลัวมากๆ สภาพสวนพังยับเยินไปหมดเลยเ้า แถมทุกคนในบ้านยังสั่งกำชับเด็ดขาด ห้ามให้คุณหนูเซเลสรู้เื่ที่เกิดขึ้นคืนนี้..."
บ่าวรับใช้ 1 (จู่ๆ ก็ชะงักขวับ หันมองรอบตัวแล้วเบิกตาโพลงด้วยความใกลัว) "เฮ้ย! ดะ... เดี๋ยวซื่อ! เ้าหยุดพูดก่อน! เ้ายืนคุยตรงไหนเนี่ย... นี่มันหน้าต่างห้องนอนนายท่านใหญ่นี่หว่า! ตายแล้ว... ตายๆ"
บ่าวรับใช้ 2 (หน้าถอดสี ลุกลี้ลุกลนจนของในมือแทบหล่น) "อุ๊ย! ข้า... ข้าไม่ได้ตั้งใจ! ไปเร็วเ้า! รีบไปเถอะ เดี๋ยวใครมาได้ยินเข้าหัวหลุดแน่!"
แต่หารู้ไม่...ทุกคำพูดนั้นลอยเข้ามาถึงหูของเซเลสที่นั่งอยู่ใกล้หน้าต่างพอดี ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ
เซเลสเบิกตากว้าง น้ำตาที่กำลังไหลกลับหยุดชะงักไปชั่วขณะ นางเงยหน้าขึ้นมองร่างของปู่ที่ไร้ลมหายใจอีกครั้ง ััถึงความร้อนผ่าวที่ไหลวนอยู่ในอก ความโศกเศร้าที่เคยมี เริ่มถูกแทนที่ด้วยความเย็นะเืในใจ ปู่ของนางตายเพราะปกป้องครอบครัว ตายเพราะ 'ใช้พลังต้องห้าม' และคนในบ้านก็ปิดบังนางมาตลอด...
[ภายในห้อง]
ความโศกเศร้าที่เคยมีเริ่มถูกแทนที่ด้วยความเย็นะเืในใจ ทุกคำพูดของบ่าวรับใช้ยังคงก้องอยู่ในหัวของเซเลส นางนั่งนิ่งค้างประมวลผลสิ่งที่ได้ยินอย่างช้าๆ
ซ่า...! เสียงฝนยังคงตกหนักสลับกับเสียงฟ้าร้องครวญครางอยู่ไกลๆ ภายในห้องมืดสลัวลงเรื่อยๆ กล้องค่อยๆ ซูมจากมุมห้องเข้าไปที่เตียงของปู่แวนอย่างช้าๆ เผยให้เห็นภาพของเด็กสาวตัวเล็กๆ ที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือข้างหนึ่งของนางยังคงกุมมือที่เย็นชืดของปู่ไว้แน่น ราวกับจะเหนี่ยวรั้งลมหายใจที่ไม่มีวันกลับมา
เมื่อภาพซูมเข้าไปจนเห็นใบหน้าด้านข้างของเซเลส คราบบนแก้มใสยังมีร่องรอยของน้ำตาที่เปียกชุ่มอยู่อย่างชัดเจน แต่นางไม่ได้ร้องไห้ออกมาอีกแล้ว แววตาของนางดูว่างเปล่าและลึกซึ้งเกินกว่าจะคาดเดาความรู้สึกได้ นางกำลังจมอยู่กับความคิดที่ว่า ทุกคนในบ้านเห็นนางเป็เพียงเด็กที่ไม่ควรรู้เื่สำคัญ แม้กระทั่งเื่ความเป็ความตายของปู่ที่นางรักที่สุด
เปรี้ยง!!!
ทันใดนั้น สายฟ้าฟาดลงมาอย่างรุนแรงจนแสงสว่างวาบสะท้อนเข้ามาในห้องทุกทิศทาง ในเสี้ยววินาทีนั้นเองที่ใบหน้าของเซเลสถูกแสงสีขาวนวลอาบจนสว่างชัด กล้องจับภาพนิ่งไปที่ซีกหน้าของนาง แววตาที่เคยเป็สีดำเทาสวยงามตามปกติ บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็ประกายแสงสีน้ำเงินใสราวกับคริสตัลที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นท่ามกลางความมืดมิด
สีน้ำเงินที่เยือกเย็นและทรงพลัง... มันไม่ใช่ดวงตาของเด็กน้อยคนเดิมอีกต่อไป แต่มันคือแววตาที่เต็มไปด้วยอารมณ์ที่ถูกกดทับจนแปรเปลี่ยนเป็พลังบางอย่างที่กำลังตื่นขึ้น!
????????????????????
"อ่านจบแล้วอย่าเพิ่งปาหมอนใส่โซนะทุกคนนน ???? ฉากนี้บีบหัวใจสุดๆ แต่งเองยังแอบซึมเลย ความสูญเสียครั้งนี้มันหนักหนาจริงๆ แต่อยากให้อยู่รอดูก้าวต่อไปของตัวเอกด้วยกันนะ เดินทางมา 8 ตอนแล้ว ขอบคุณทุกยอดวิวมากๆ เลยค่ะ ใครอ่านถึงตรงนี้แล้วรู้สึกยังไง แวะมาคอมเมนต์ระบายหรือคุยกันได้นะ โซรออ่านอยู่นะคะ!"