[นิยายแปล] กว่าจะเป็นรักในฝันของผมกับคุณเพลย์บอย

    ตอนที่ 4 (3)

    ตอนที่ 4 (3)

            “ฉันคีบได้ ให้นาย” ถังเฮ่อพูดอย่างเฉื่อยชา

            ตู้เจี้ยนโยวตะลึงงัน “พี่คีบได้เหรอ” หน้าถึงกับหมองไปครึ่งซีก

            “...” ถังเฮ่อหยิบตุ๊กตากระต่ายตัวเล็กๆ สองตัวออกจากกระเป๋าเสื้อมายื่นให้ตู้เจี้ยนโยว

            “แถมตั้งสองตัวเลยเหรอ พี่เล่นกี่ครั้ง”

            “สองครั้ง”

            “...” ตู้เจี้ยนโยวหน้าหมองไปหมด

            ถังเฮ่อเห็นอีกคนหน้าบูดจึงรีบอธิบาย “ฉันก็ไม่ได้คีบได้ในครั้งแรก แต่ครั้งที่สองดันคีบไปโดนที่ห้อยตุ๊กตาพอดี กระต่ายเลยร่วงลงมาสองตัว”

            “มือใหม่โชคดี” โกรธจนไม่อยากพูดอะไรทั้งนั้น

            “ใช่ๆๆ ฉันโชคดี แล้วนายอยากได้กระต่ายของฉันรึเปล่าล่ะ ทู่ทู่...”

            “...” นี่ไม่จบสินะ “ไม่อยากได้”

            “ไม่อยากได้ งั้นฉันเก็บไว้เอง” ถังเฮ่อยัดตุ๊กตากระต่ายกลับเข้ากระเป๋าเสื้อทันที

            “เฮ้ย…” ทำไมเป็๲แบบนี้ล่ะ พี่อ้อนวอนกันสักหน่อยผมก็อยากได้แล้วไหมเล่า

            ตู้เจี้ยนโยวอัดอั้นสุดขีด ก้มหน้าเดินไป ถังเฮ่อที่ตามหลังแอบหัวเราะ

            เดินไปๆ ก็เจอเครื่องเล่นอยู่ตรงหน้าอีก ความคึกคักของตู้เจี้ยนโยวกลับมาอีกครั้ง นี่แหละจุดแข็งของเขา ตู้เกมตีกลอง เขาพุ่งพรวดไปหา คว้าไม้กลองขึ้นมาก่อนค่อยเริ่มตั้งใจศึกษา

            “ทำไมตื่นเต้นขนาดนี้” ถังเฮ่อไม่เข้าใจว่าตู้เจี้ยนโยวกำลังแย่งชิงอะไรอยู่

            “พี่ไม่รู้หรอก ตู้ตีกลองนี่มีแต่คนแย่งกัน ตอนนี้ไม่มีคนพอดี ถ้ามือเท้าไม่ไวหน่อยเดี๋ยวจะโดนตัดหน้า”

            “นายตีกลองเป็๞เหรอ”

            “ไม่เป็๲ แต่ผมเล่นตู้เกมนี่เป็๲” ตู้เจี้ยนโยวจริงใจมาก

            “เล่นเก่งพอๆ กับคีบตุ๊กตาเหรอ”

            “พูดไม่เข้าหูเลย” ตู้เจี้ยนโยวแหวใส่พร้อมขึงตาดุ นี่ถ้าไม่แสดงความสามารถสักหน่อยคงได้มองกันเป็๲แมวดำไร้ค่าจริงๆ สินะ

            เมื่อตู้เจี้ยนโยวยืนยันการตั้งค่าของเครื่องแล้วก็หยอดเหรียญทันที กดเลือกระดับความยากขั้นสูงสุด เขากำไม้กลองในมืออย่างผ่อนคลาย เผื่อพื้นที่บางส่วนไว้ใช้ตอนหมุนไม้ จากนั้นผ่อนเข่าและย่อลงเหมือนท่าขี่ม้า โน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อยเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเคลื่อนไหว

            เสียงดนตรีตึงๆ ดังขึ้น ไม้กลองของตู้เจี้ยนโยวก็เคาะตามจังหวะนั้น เห็นเพียงร่างกายของตู้เจี้ยนโยวโยกไหวไปตามเสียงเพลง เดี๋ยวนั่งยอง เดี๋ยว๠๱ะโ๪๪ เดี๋ยวบิดตัว เดี๋ยวสะบัดไหล่ ไม้กลองในมือเคาะลงอย่างแม่นยำในทุกจังหวะ การตีจังหวะต่อเนื่องของโน้ตสามพยางค์กับโน้ตห้าพยางค์นั้นรวดเร็ว ทรงพลัง ไม่พรวดพราด ไม่จู่โจม ไม่ยืดยาด เสียงกลองเข้ากับเสียงดนตรี บริเวณหน้าและขอบกลองที่ควรตีโดนล้วนไม่มีพลาด ผสานกับการเคลื่อนไหวของแขนขา เขายกไม้กลองขึ้นสูงและหมุนตัวพร้อมกันในคราวเดียว งัดลูกเล่นต่างๆ ออกมาใช้จนเกลี้ยง ตีกลองรัวเป็๲ชุดเหมือนขึ้นแสดงบนเวที เปี่ยมด้วยชีวิตชีวาเหนือชั้น ถังเฮ่อไม่เข้าใจค่าต่างๆ บนหน้าจอ เพียงดูการแสดงของตู้เจี้ยนโยวอย่างตั้งอกตั้งใจ ขณะนี้คนคนนี้มีสีหน้าร้อนแรงด้วยความมั่นใจและจดจ่อ ดวงตาคู่นั้นจ้องจอตู้เกมตีกลองเขม็ง มือทั้งสองข้างรวมไปถึงแขนขาสอดประสานกันโดยไร้ที่ติ

            ทุกๆ ครั้งที่ตู้เจี้ยนโยวยกแขนขึ้นสูง ชายเสื้อจะเลิกขึ้น เผยให้เห็นเอวที่ไร้ไขมันแวบๆ ขอบกางเกงในที่คอดกิ่วเผยให้เห็นเอวเว้ารางๆ ตามการเคลื่อนไหวของร่างกาย ความรู้สึกกระสับกระส่ายผุดขึ้นในใจของถังเฮ่อราวกับมีเปลวไฟเล็กๆ ลุกพรึ่บ เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังขึ้น เส้นประสาทพลันเครียดขึง

            ถังเฮ่อรู้สึกหงุดหงิดหน่อยๆ เขาไม่อยากให้คนอื่นมาเห็นภาพนี้ด้วย

            เสียงตีกลองครั้งสุดท้ายหลังจากจังหวะรัวเร็วต่อเนื่องหยุดกึกพร้อมกับเสียงดนตรี ตู้เจี้ยนโยวยังคงชูไม้กลองด้วยมือข้างหนึ่งในท่ากึ่งยืนกึ่งนั่งโดยที่เท้าข้างหนึ่งก้าวย่อไปด้านหน้า ส่วนอีกข้างเหยียดไปด้านหลัง รอบด้านเงียบกริบ สองวินาทีต่อมาเสียงปรบมือไชโยโห่ร้องพลันปะทุ ทั้งคู่ถึงรู้สึกตัวและพบว่าเสียงเชียร์เมื่อครู่นั้นมันสุดยอดมากจริงๆ ข้างหลังถูกล้อมรอบด้วยผู้ชมกลุ่มใหญ่ ขณะนี้ตู้เกมตีกลองก็กำลังเล่นเพลงแห่งผู้ชนะเสียงดังเพื่อเป็๞การสรรเสริญ โชว์คะแนนของเขาว่าเป็๞อันดับสูงสุดของเครื่องนี้ ณ ปัจจุบัน ตู้เจี้ยนโยวทำลายสถิติทั้งหมดในอดีตและขึ้นครองบัลลังก์แชมป์

            ถังเฮ่อยกนิ้วโป้งให้ตู้เจี้ยนโยว เขาเห็นว่าคนกลุ่มหนึ่งล้อมกันอยู่จึงหน้าแดงด้วยความเคอะเขิน จัดการทิ้งไม้กลอง ดึงถังเฮ่อให้รีบพุ่งออกจากฝูงชน วิ่งไปที่ปากซอยอีกด้านหนึ่งที่คนน้อย

            “หนีอะไร ๹า๰ากลองหล่อขนาดนี้ยังกลัวคนมองอีกเหรอ” ถังเฮ่อที่เมื่อครู่ถูกลากให้วิ่ง ขณะนี้ยืนอยู่ที่มุมกำแพง หอบหายใจไปพลาง ล้อขำๆ ไปพลาง

            “ดูดีไหม ผมเก่งรึเปล่า สุดยอดรึเปล่า” ตู้เจี้ยนโยวแหงนหน้าฉีกยิ้มร่าเริงเหมือนเด็กๆ เหงื่อเม็ดเล็กประพรมหน้าผากและปลายจมูกทอประกายระยิบระยับ มองถังเฮ่อตาโตรอฟังคำชม

            “ดูดี จริงๆ นะ ท่าตีกลองของนายเมื่อกี้หล่อมาก เก่งมากเลย” เขาเน้นประโยค “นายสุดยอดมาก” ด้วยความจริงจัง ถังเฮ่อยิ้มอย่างมีความสุข รู้สึกภูมิใจแทนอีกฝ่าย

            เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดเหงื่อให้ตู้เจี้ยนโยว เช็ดหน้าผากและปลายจมูก ทั้งคู่อยู่ใกล้กันมากจนได้กลิ่นเหงื่อจางๆ ที่ผสมกับกลิ่นสบู่ซิตรัสหรือบุหรี่กลิ่นมินต์บนตัวของฝ่ายตรงข้ามได้ รอบด้านเงียบสงัด เงียบเสียจนได้ยินแต่เสียงกลองตึ้งๆ ที่หลงเหลืออยู่ในแก้วหู หัวใจเต้นประหนึ่งรัวกลอง

            “เสี่ยวโยวเหรอ” เสียง๻ะโ๷๞ที่ไม่ถูกกาลเทศะเรียกสองคนนี้กลับสู่ความเป็๞จริง

            เมื่อตู้เจี้ยนโยวได้ยินเสียง ร่างกายพลันแข็งทื่อ ปฏิกิริยาสะท้อนออกมาด้วยการถอยไปด้านหลังหนึ่งก้าวพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าที่ค่อยๆ จางหายไป

            มือของถังเฮ่อที่ช่วยเช็ดเหงื่อให้ชะงักกลางอากาศ หลังจากตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เขารีบเก็บมือลงก่อนหันไปดูว่าเพื่อนบ้านคนไหนมาทักทายอีก

            “ใช่ใช่ไหม” อีกฝ่ายก้าวมาหา “ใช่จริงๆ ด้วย ทำไมกลับบ้านมาไม่บอกกันก่อนล่ะ วันนี้ที่บ้านไม่ได้ทำกับข้าวนะ! ทำยังไงดี กินข้าวรึยัง หรือลุงไปซื้อเพิ่มมาอีกสักอย่างสองอย่างดีไหม” อีกฝ่ายทักทายด้วยความดีใจ

            “ไม่ต้องหรอกครับ ลุงเคอ” ตู้เจี้ยนโยวทักทายด้วยรอยยิ้มอึดอัด “ผมกินอิ่มแล้วครับ แค่มาเดินเล่นตลาดกลางคืน วันนี้คงไม่กลับไปรบกวนแล้วครับ” ตู้เจี้ยนโยวไม่คิดกลับบ้าน

            “นี่ กลับบ้านตัวเองจะพูดว่าเป็๲การรบกวนได้ยังไง” ลุงเคอตำหนิตู้เจี้ยนโยวอย่างไม่พอใจ สายตามองไปที่ถังเฮ่อพร้อมถามด้วยน้ำเสียงลังเลว่า “เขาคือ”

            “เพื่อนครับ”

            ตู้เจี้ยนโยวไม่คิดกลับบ้าน และไม่คิดแนะนำถังเฮ่อเช่นกัน บรรยากาศเย็นเยียบชั่วขณะ

            “เป็๞...” ลุงเคอเหลือบมองถังเฮ่อเงียบๆ ลังเลที่จะถาม

            “ไม่ใช่ครับ” ตู้เจี้ยนโยวน้ำเสียงหนักแน่น

            เป็๲อะไร ไม่ใช่อะไร ถังเฮ่อไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่าสองคนนี้กำลังเล่นปริศนาทายคำอะไรอยู่