วันต่อมา
ซูฮวาลุกขึ้นมาเตรียมหุงหาอาหารแต่เช้าวันนี้ฟางจิ่งบอกว่าจะเข้าป่าไปล่าสัตว์นางจึงขอตามไปด้วยเหมือนเช่นเคย ตั้งใจว่าจะเข้าไปหาต้นพันธุ์ผักที่สามารถนำออกมาปลูกได้ เมื่อเตรียมอาหารจัดแจงห่อข้าวและน้ำเตรียมใส่ตะกร้าเหมือนเช่นเคยนางไม่ลืมหยิบหมวกใบเดิมออกมาด้วยทุกครั้ง
"ฟางจิ่ง ท่านตื่นได้แล้ว" นางส่งเสียงเรียกสามีมาแต่ไกลเมื่อเข้ามาถึงภายในห้องกลับมีเพียงว่างเปล่า เมื่อเช้าก่อนที่นางลุกออกไปเขาก็ยังนอนอยู่เลย
"เ้ามีอันใดเรียกหาข้าแต่เช้า" ฟางจิ่งที่ได้ยินเสียงเรียกของภรรยาก็เดินตามเข้ามาในห้องทันที
"ท่านไปไหนมา ข้าเรียกหาตั้งนานก็ไม่ขานรับเสียที"
"ข้าก็เดินมาหาเ้าอยู่นี่ไง ข้าออกไปล้างหน้าล้างตามาเ้าคิดถึงข้าอย่างนั้นหรือ" ฟางจิ่งส่งยิ้มให้ก่อนแกล้งเอ่ยแซวขึ้น
"คือ...ข้าแค่จะมาบอกว่าข้าเตรียมอาหารเช้าเสร็จแล้ว" รอยยิ้มที่ฟางจิ่งส่งมาทำให้หัวใจเธอเต้นไม่เป็จังหวะ
"เช่นนั้นจะรอช้าอยู่ทำไม กินข้าวเสร็จแล้วจะได้เข้าป่าไปล่าสัตว์" พูดจบทั้งสองจึงได้ออกมานั่งกินข้าวที่โต๊ะหน้าบ้าน วันนี้อากาศกำลังดีซูฮวาจึงนึกอยากออกมานั่งรับแสงแดดในยามเช้าบ้างอุดอู้อยู่แต่ในบ้านก็น่าเบื่อพาจะทำให้ร่างกายป่วยง่าย
"เหตุใดวันนี้ถึงอยากออกมานั่งข้างนอกได้" ฟางจิ่งถามขึ้นขณะกำลังกินข้าว
"ข้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศกินข้าวนอกบ้านบ้างไม่ได้หรือไร"ฟางจิ่งได้แต่อมยิ้มให้กับท่าทางของนาง นับวันยิ่งแปลกประหลาดขึ้นทุกวันสำหรับตัวเขาเองเริ่มชินกับนางเสียแล้ว เมื่อทั้งสองกินข้าวเสร็จจึงได้เตรียมตัวออกเดินทางวันนี้ฟางจิ่งจะพานางเข้าไปในป่าลึกอีกสักหน่อยเผื่อจะได้อะไรติดมือกลับออกมาบ้าง
เวลาผ่านไปครึ่งชั่วยามทั้งสองก็ได้เดินมาถึงบริเวณชายป่ารอบนอกฟางจิ่งปล่อยให้นางได้เดินหาผักตามที่นาง้าแต่กลับไม่มีจึงได้เดินลึกเข้าไปอีก ก่อนจะมาหยุดพักใต้ต้นไม้ใหญ่เพื่อดื่มน้ำหลังจากที่เดินมาไกล
"ข้าว่าเรานั่งพักกันตรงนี้ก่อนเถอะ นี่เราก็เดินมาไกลมากแล้วนะ" ฟางจิ่งบอกซูฮวาที่เดินตามมา
"ก็ดีเหมือนกัน" นางมองสำรวจไปรอบๆ บริเวณนี้ป่าค่อนข้างทึบแสงแดดที่ส่องผ่านลงมายังพื้นเบื้องล่างได้น้อย แสดงว่าเดินเข้าป่าลึกพอสมควร
"เช่นนั้นเ้านั่งพักอยู่ตรงนี้ก่อน ข้าจะไปดูทางด้านโน้นสักหน่อยเผื่อมีสัตว์ป่าให้ข้าได้จับ" เขาวางตะกร้าลงก่อนจะหยิบเอาแค่หน้าไม้ติดมือไปด้วยเท่านั้น
"ท่านไปเถอะ ข้าจะนั่งอยู่ตรงนี้แหละ" ซูฮวาบอกก่อนจะหย่อนก้นนั่งลงได้ครู่เดียวก็ลุกขึ้นเดินสำรวจดูบริเวณพื้นที่โดยรอบหากมีพืชผักชนิดใดที่เธอพอจะเอากลับไปปลูกได้บ้าง เดินมาไม่ไกลก็พบเข้ากับผักชนิดหนึ่ง นางจึงเก็บเอาเฉพาะยอดผักใส่ตะกร้าแล้วจึงใช้มีดที่พกติดตัวมาตัดลำต้นที่แก่จัดเพื่อเอากลับไปปลูก จากนั้นจึงออกเดินไปอีกสักระยะก่อนจะพบกับพืชผักอีกหลากหลายชนิดที่นางจะเอากลับไปปลูกป่าที่นี่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์มาก เมื่อเห็นว่าเดินออกมาไกลแล้วจึงรีบเดินกลับมายังที่เดิมก็พบว่าฟางจิ่งนั่งรออยู่ก่อนแล้วด้วยสีหน้าเป็กังวล
"นี่เ้าเดินไปไหนมาข้าคิดว่าเ้าหลงป่าเสียแลัว" ฟางจิ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงห่วงใยเขาคลายความกังวลได้เปลาะหนึ่งเมื่อเห็นนางกลับมาอย่างปลอดภัย
"ข้าเดินไปดูผักทางนั้นมาพอดีเห็นผักที่พอจะเก็บกลับไปปลูกได้เยอะอยู่ นี่ไงข้าเก็บผักหนามมาด้วย เย็นนี้ข้าจะตำน้ำพริกแล้วก็ผัดผัก" เสี่ยวฮวาชูผักที่เพิ่งเก็บมาได้ให้ฟางจิ่งดูก่อนจะใส่ลงในตะกร้า
"ข้าเป็ห่วงเ้ามากรู้ไหมหากเกิดอันตรายขึ้นกับเ้าข้าจะทำอย่างไร" หากเกิดอันตรายจริงเขามิอาจช่วยได้ทันท่วงที ครั้งนี้ฟางจิ่งพานางเดินเข้ามาลึกกว่าครั้งที่แล้ว ยิ่งเข้าไปลึกก็จะยิ่งมีอันตรายมาก หากพบเจอกับสัตว์ใหญ่จะทำเช่นไร
"ข้าขอโทษที่เดินออกไปไกล" เสี่ยวฮวาสำนึกผิดที่เดินออกไปไกล
"เ้าปลอดภัยก็ดีแล้วเรากลับกันเถอะ"
"อือ.." ซูฮวาเดินเข้ามาจับมือฟางจิ่งให้ลุกขึ้นก่อนที่ทั้งสองจะออกเดินพร้อมกัน
"วันนี้เ้าได้อะไรกลับเรือนบ้างหรือไม่" เพราะทุกครั้งที่เข้าป่าเขาจะต้องมีสัตว์ป่าติดมือกลับเรือนตลอด
"วันนี้ข้าได้ไก่ป่าสองตัวกับกระรอก เ้าคิดจะทำอะไรให้ข้ากินอีก"
"ข้ายังไม่รู้ ขอข้าคิดก่อนนะ" เมื่อเดินมาได้ครู่ใหญ่ซูฮวาก็ได้เอ่ยชวนฟางจิ่งแวะไปดูแปลงดินสักหน่อย
"ข้าว่าพรุ่งนี้จะเอาเมล็ดผักมาหว่านลงแปลงดิน" นางยืนมองแปลงดินด้วยสายตาที่มุ่งมั่น
"เช่นนั้นก็ดีเลย" ฟางจิ่งเริ่มตื่นเต้นกับการปลูกผักของนางขึ้นมาเสียแล้ว
"เช่นนั้นข้าจะไปตักน้ำมารดแปลงดินเอาไว้ก่อนพรุ่งนี้เช้าเราก็เอาเมล็ดมาหว่านลงดินได้เลย" พูดจบนางก็ยกตะกร้าลงจากหลังวางไว้แล้วจึงคว้าถังไม้เดินลงลำธารตักน้ำขึ้นมารดแปลงดินที่เตรียมเอาไว้จนชุ่มทั้งสองช่วยกันรดน้ำแปลงดินจนเสร็จแล้วจึงเดินทางกลับเรือนในยามโหย่ว เมื่อถึงเรือนนางก็จัดการกับไก่ป่าและกระรอกที่ฟางจิ่งหามาได้ก่อนจะกินข้าวอาบน้ำแล้วจึงรีบเข้านอน
"เมื่อไหร่เ้าจะให้ข้าขึ้นไปนอนบนเตียงกับเ้าสักที" ฟางจิ่งพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเขาทนนอนปวดหลังมาเกือบเดือนแล้วั้แ่นางหายป่วย
"คือ...ข้า... " เธอไม่รู้จะตอบสามีอย่างไร
"เ้าจะให้ข้านอนบนพื้นอย่างนี้ตลอดไปเลยหรือ" ฟางจิ่งก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่านางคิดอะไรอยู่เป็สามีภรรยาควรจะนอนร่วมเตียงกันสิถึงจะถูก
"คือ...ข้า....." เธอก็สงสารเขาเหมือนแต่จะให้ทำยังไงเธอไม่เคยนอนร่วมเตียงกับชายใดมาก่อน พูดตรงๆ เธอยังไม่เคยมีสามีแต่จะให้มาตามน้ำไปก็ยังไม่ค่อยชิน
"ข้าขอขึ้นไปนอนบนเตียงกับเ้าได้ไหม ข้าปวดหลังมากเลยวันนี้" พูดจบฟางจิ่งก็ขึ้นไปนอนบนเตียงอย่างรวดเร็วโดยที่นางยังไม่ได้เอ่ยอนุญาตเธอมาอาศัยอยู่จะไปห้ามเขาได้อย่างไรนางจำต้องยอมขึ้นไปนอนบนเตียงด้วยกันกับเขา หากนานวันเข้าเดี๋ยวก็คงชินไปเองยังไงเสียเธอกับเขาก็ต้องใช้ชีวิตร่วมกันฉันสามีภรรยาอยู่แล้ว