“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
จื่อเว่ยวิ่งตาลีตาเหลือกตามมารู้ดีว่าองค์ชายกับท่านอ๋องไม่ชอบให้คนนอกเข้ามายุ่มย่ามในสถานที่แห่งนี้โดยปกติแล้ว เขาคือคนรับหน้าที่แจ้งข่าวต่าง ๆ นานาจากบุคคลภายนอกแต่วันนี้เขาคลาดสายตาไปเพียงเสี้ยววินาทีเ้าขันทีหน้าเซ่อก็ทะเล่อทะล่าเข้ามาเสียได้
“เ้าไปเถอะข้าเองก็จะไปหาท่านอาจารย์”
ทั้งสองสบตากันแวบหนึ่งเซียวซีเป็ฝ่ายเดินออกไปก่อน โดยมีจื่อเว่ยเดินตามตัวลีบแผลที่ขาเกิดเจ็บขึ้นมาพอให้เขารู้สึกรำคาญใจแต่ถ้าเืยังไม่ซึมออกมาก็เป็อันใช้ได้ ไม่อย่างนั้นมารดาคงจะห่วงกังวลน่าดู
ตำหนักใหญ่โตโอ่โถงเงียบสงบขัดกับความหรูหราฟู่ฟ่าดอกไม้บานสะพรั่งหน้าทางเข้าตำหนักเตือนให้เขานึกถึงดอกไม้ป่าที่ตั้งใจจะเก็บมาฝากมารดาแต่กลับวางมันทิ้งไว้และลืมไปเสียสนิทเขาจึงหยุดเด็ดดอกสีชมพูบอบบางขึ้นมาดอกหนึ่งแทนดอกเดิมที่หายไป
“ได้ยินว่าเ้าไปเข้าเฝ้าฝ่าามา”ฝู่ซินเอ่ยั้แ่ลูกชายยังไม่ได้เข้ามาในห้องดี นางพยักพเยิดให้ปิดประตูมองสำรวจราวกับเขาเป็เด็กน้อยที่ไปเล่นซนแล้วเพิ่งกลับเข้าบ้านก่อนสายตาจะหยุดอยู่ที่ขาของเขา “เ้าได้รับาเ็รึ”
“ลื่นล้มน่ะขอรับ”คำพูดคำจาไร้พิธีรีตองแสนเรียบง่าย เขาเลือกเบี่ยงเบนความสนใจของมารดาด้วยดอกไม้แล้วเลื่อนตัวนั่งฝั่งตรงข้าม แล้วรินชาให้ตัวเอง เซียวซีชอบอยู่กับมารดาเพียงสองคนเสมือนสองแม่ลูกที่อยากเก็บตัวเงียบในวังหลวงแต่ก็มักจะมีคนนำเื่ราวชวนปวดเศียรเวียนเกล้าเข้ามาในที่แห่งนี้เสมอ
“เสด็จพ่อของเ้าตรัสว่าอย่างไรบ้าง”
“ตรัสเื่ไท่จื่อขอรับและเตือนให้ข้าระวังตัวให้ดี”
“แล้วเื่ชายแดนแคว้นหยวนเล่า”
“ชายแดนหรือ”เขาเลิกคิ้วสูง วางถ้วยชาด้วยความสงสัย “ท่านแม่รู้เื่นั้นด้วยหรือขอรับ”
ท่าทางของนางดูกระวนกระวายใจแต่แล้วก็เปลี่ยนเป็สงบลงเมื่อเห็นว่าเซียวซีจ้องมอง “แม่ก็พอจะได้ยินมาบ้าง”
“เื่นี้ค่อนข้างจะเป็เื่ลับเฉพาะทีเดียว”
“แม่ถามจากอาจารย์ของเ้า”นางกล่าวเนิบ ๆ และเสริมอีกเล็กน้อย“เพราะแม่กังวลว่าเ้าจะต้องกลับเข้ากองทัพเร็ว ๆ นี้ ทั้งที่เพิ่งกลับมา”
“ข้าคิดว่าท่านจะกังวลน้อยกว่าหากข้าอยู่ไกลจากเมืองหลวง”
“ไม่มีแม่คนใดอยากเห็นลูกเดินเข้าสนามรบหรอกนะเซียวซี”นางเอื้อมมือมาแตะใบหน้าบุตรชายด้วยความทะนุถนอมลูกคนนี้คือสิ่งเดียวที่นางเหลืออยู่ในชีวิตอันผกผันแสนจะขมขื่นแต่โชคชะตาก็ยังเล่นตลกไม่เลิกเลือกที่จะปูทางให้นางและลูกชายไปในทางที่ไม่ได้ง่ายดายกว่าเดิมเลยแม้แต่น้อย
“ข้าไม่มีทางปล่อยให้ท่านแม่อยู่คนเดียวแน่ทุกครั้งที่ไปรบ ข้าจะกลับมา และข้าก็ทำตามที่ลั่นวาจาไว้เสมอท่านเองก็ประจักษ์ด้วยสายตาตัวเองแล้ว”
“ดีแล้วลูกเอ๋ย”นางยิ้ม แต่กลับดูโรยราซีดเซียว ความวิตกกังวลขโมยความอ่อนเยาว์ไปจนหมดสิ้นในหัวใจของนางยังมีเื่น่าหนักอึ้งปกปิดเอาไว้นางตระหนักดีว่านางคงจะปกปิดได้ไม่นานนัก แต่ก่อนที่มันจะปะทุนางจะต้องเตรียมทุกอย่างเอาไว้ให้พร้อมเพื่อความอยู่รอด ตัวของนางเองไม่เท่าใดนักนางอยู่มานานเกินพอ แต่กับแก้วตาดวงใจเพียงหนึ่งเดียวนางต้องทำให้แน่ใจว่าเขาจะอยู่อย่างมั่นคง
“ท่านแม่มีเื่กังวลใจอยู่หรือ”
“ก็กังวลเื่ชายแดนตามประสาแม่นั่นแหละเ้าอย่าใส่ใจเลย” นางโบกไม้โบกมือ “ท่านอ๋องสบายดีหรือ”
“สบายดีขอรับบึ้งตึงและเข้มงวดเฉกเช่นที่เป็มา”
“ไม่ได้พบกันนานแล้ว”
เซียวซีเข้าใจความหมายแฝงในข้อความจึงเอ่ยตอบ“ข้าจะบอกเขาให้นะขอรับว่าท่านเอ่ยถึง”
“มาเถอะแม่อยากเดินเล่นสักหน่อย”
เขารีบเข้าไปประคองร่างกายผอมบางให้ยืนขึ้นจับแขนนางวางบนท่อนแขนของเขา แล้วพาเดินออกจากห้องช้า ๆ มารดาของเขาอายุไม่มากนักความงามของนางยังปรากฏอยู่ในดวงหน้าและทุกท่วงท่าที่ขยับเคลื่อนไหวหากไม่รู้มาก่อนว่าฮ่องเต้เจอนางนอกวังหลวง เขาจะคิดว่ามารดาเติบโตอยู่ภายใต้รั้วแห่งนี้เพียงแต่นางถูกบดบังด้วยเมฆหมอกที่มองไม่เห็นดวงตาสีหม่นปกปิดประกายแห่งความอ่อนหวาน มุมปากสองข้างเม้มสนิทแน่นเครียดเขม็งแม้แต่ตอนเดินไปด้วยกัน นางก็ยังล่องลอยและติดกับความคิดของตัวเอง
เซียวซีรู้ดีว่ามารดาไม่ได้เป็กังวลเื่ที่เขาอาจจะต้องออกไปรบวันนี้พรุ่งนี้มันเป็ความหนักอกหนักใจเื่อื่นที่เขาจะไม่มีวันล่วงรู้
“ฝ่าาดีกับเราสองแม่ลูกมากพระองค์เมตตาและรักเ้าอย่างจริงใจ ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นแม่ขอให้เ้าจงเลือกพระองค์” นางโพล่งขึ้นหลังจากเงียบไปนาน
“เสด็จแม่คนที่ท่านกล่าวถึงคือพระบิดาของลูกนะพ่ะย่ะค่ะ ลูกย่อมรักและเคารพรวมทั้งถวายชีวิตให้พระองค์อยู่แล้ว”
ฝู่ซินตบหลังมือบุตรชายแ่เบา“ดี ดีแล้ว”
นางพูดซ้ำไปซ้ำมา