ในที่สุดคืนแรกก็มาถึง คืนที่เดชจะต้องเข้าทำงานใน่เวลา 23.00-06.00 น. เดชดูอารมณ์กว่าทุกวัน เพราะวันนี้เขาได้ทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากับเมียและลูก
“พี่ยอด????”เดชกล่าวทักทายยอดด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส
“ยิ้มไปเถอะมึงอะ”
“ฮ่าๆ อะไรของพี่”
“เออกูกลับก่อนนะ โชคดีหล่ะ”ยอดพูดจบก็โบกมือลาเดช
หลังจากที่เดชได้คุยกับพี่ยอดเขาก็เริ่มขึ้นไปตรวจชั้น 2 อย่างที่ทำทุกวันแต่ที่ไม่เหมือนกับทุกวันนั้นก็คือ เวลาต่างกันออกไปมาก เดชเริ่มที่จะสำรวจของต่างๆที่อยู่บนชั้น 2มันดูปกติทุกอย่างเหมือนกับตอนที่เขาทำงานกะ 6 โมงเย็น ถึง เที่ยงคืน
“เห้ออ เหมือนเดิมไม่เห็นมีไรเลย”เดชพูดขึ้นก่อนที่จะลงไปข้างล่างเพื่อที่จะนอนอย่างที่เขาทำทุกวัน แต่ไม่ทันไร เสียงฝนกระทบหลังคามันดังขึ้นอย่างหนัก จนทำให้โซฟาที่เดชนอนอยู่ทุกวันมันเปียก เดชเลยตัดสินใจที่จะนอนโซฟาตัวสุดท้ายที่อยู่ห่างจากบันไดขึ้นไปยังชั้น 2 ไม่มาก
“นอนตรงนี้ก็ได้ว่ะ”เดชล้มตัวนอน เขานอนหันหน้าไปทางบันได ไม่นานเขาก็หลับตาลง
เดช
ผมลืมตามาก็เห็นตัวเองนอนในสภาพเดิม โซฟาตัวเดิมและหันหน้าไปทางบันไดเช่นเดิม อยู่ๆสายตาของผมมันก็สั่งให้จ้องมองไปยังชั้น 2 ผมไม่สามารถหันไปมองทางอื่นได้เลยสักนิด
เอี๊ยดด...เอี๊ยดด....ผมได้ยินเสียงเหมือนกับคนเดินลากเท้าเบาๆจากชั้น 2ผมเลยพยายามจะพาตัวเองลุกขึ้นเพื่อที่จะไปดู แต่มันกลับขยับตัวไม่ได้เลยสักนิด
“ให้กูหลอกมันก่อน!!!”ผมพยายามจ้องมองไปที่ชั้น 2 แต่ก็ไม่เห็นใครแต่สิ่งที่ผมได้ยินคือเสียงผู้หญิงพูดขึ้นมาอย่างเบาๆ สิ้นสุดเสียงของเธอไม่นาน ผมเห็นผู้หญิงผมยาวใส่สไบและจงกระเบนเดินออกมาในมุมมืด ใบหน้าของเธอสะสวยแต่พูดไม่ได้ว่าเธอส่งยิ้มให้ผมอย่างน่าสยดสยองจริงๆ มุมปากของเธอกว้างจนเกือบจะถึงใบหู และเดินลากเท้าข้างซ้ายมาอย่างช้าๆ ครืด....ครืด.....เสียงลากเท้ามันดังขึ้นมาไม่หยุด
“????”แต่สิ่งที่ทำให้ผมใ จากที่เธอลากเท้าเธอก่อนที่จะวิ่งและพุ่งตัว เอาหัวโขกกำแพงอย่างแรง ปัง! ปัง! ปังปังปัง เสียงหัวของเธอกระทบกับผนังของบ้าน ก่อนที่เธอจะหันมาแสยะยิ้มกับผม สายตาของผมมองเธอไม่กระพริบ เอาจริงๆ ผมไม่กลัวเพราะผมคิดว่านี้คือความฝันของผม
“ฮ่าๆ มึงไม่กลัวกูใช่ไหม”เธอพูดออกมาก่อนที่จะหันมามองผมและเดินลงบันไดมาช้าๆ เธอไม่มองบันไดเลยด้วยซ่ำ เธอเอาแต่มองผมไม่หยุด
“ตึก ตึก ตึก”อยู่ๆเสียงหัวใจผมดังออกมา มันแทบที่จะทะลุออกมาด้วยซ่ำ เธอเดินมาหาผมก่อนที่จะก้มตัวลงแล้วพูดว่า
“กลัวเหรอ....????”เธอพูดจบเธอใช้มือทั้ง 2 ข้างบีบคอผมทันที
“อะ!!!!! อะ!! โอ้ยยย...”ผมพยามจะสะบัดเธอออกแต่ก็ไม่ได้จริงๆ แรงของเธอเยอะมาก
“ฮ่าๆๆๆ”เธอหัวเราะใส่ผมด้วยความสะใจ ในขณะเดียวกันหัวของเธอก็มีเืไหลออกมาไม่หยุด
“อะ...ปะปล่อย....”
“ฮ่าๆ....”
“อะอูซุบิกะลิมาติลลาฮิตตามมาติ มินชัรริมาเคาะลัก(ฉันขอความคุ้มครองด้วยพจนารถอันสมบูรณ์ของอัลลอฮฺ ให้พ้นจากความเลวร้ายของทุกสิ่งทุกอย่างที่พระองค์ทรงสร้างไว้)”ผมทนไม่ไหวเลยต้องท่องดุอาของอิสลามที่ผมได้เรียนมา ผมท่องไปสักพักจนผู้หญิงคนนั้นอยู่ๆก็หายไป...
ฟึ่บบบบ!!!!~~~~
“เห้อ....ๆๆ”ผมรู้สึกหายใจทั่วท้องสักที!!!
เดชตื่นขึ้นมาพร้อมกับเหงื่อท่วมตัวของเขา ในใจของเขาคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็แค่เื่ที่เขาฝันเท่านั้น แม้กระทั้งเื่ที่เขาขยับตัวไม่ได้ที่หลายๆคนพูดกันว่าผีอ่ำ แต่เขากลับคิดว่ามันคือเส้นเอ็นของเขาอาจตึง
“ห้ะ นี่เรานอนไปแค่15นาทีเองเหรอ”เดชหันไปมองนาฬกาก่อนที่จะรู้ว่าตัวเองหลับไปแค่15นาทีเท่านั้น แต่ความรู้สึกของเดชมันไม่ใช่15นาทีมันเหมือนเป็ชั่วโมง
“เห้อออ....นอนต่อดีกว่า”เขาไม่สนใจและก้มลงนอนต่อที่เดิมจนถึงเขาเลิกงาน
6.00 น.
แคร่กๆ...เขาตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงไขประตูห้องทำงาน เดชตื่นขึ้นทันที
“อ้าวปกป้องมาแล้วเหรอ”เดชเอ่ยถามด้วยความสะลึมสะลือ
“????”แต่เขาก็ใเพราะสิ่งที่อยู่ในห้องกลับไม่มีใครเลยที่อยู่กับเขา ส่วนประตูก็ยังล็อคอยู่เหมือนเดิม มันทำให้เขาเริ่มคิดถึงเื่ที่แดงเคยเล่าให้เขาฟัง
“เห้ออ...คิดมากเกินไปแล้ว”เขาได้แต่สะบัดหน้าเพื่อเรียกสติของตัวเองอีกครั้ง
“อ้าวพี่เดชเป็ไงบ้าง”ปกป้องพนักงานออฟฟิศเอ่ยถามเขาขณะที่กำลังไขประตูห้องทำงาน
“มานานเหรอยัง”เดชเอ่ยถามปกป้อง
“พึ่งมาครับ ทำไมพี่เจอเขาเข้าแล้วเหรอ”
“ใคร? ปกป้องหมายถึงใคร”
“ก็ผีที่ชอบไขประตูไง”
“????”เดชเบิกตาขึ้นทันที
“เจอเข้าแล้วสิ”
“ไม่ พี่แค่ถามเอ็งเฉยๆ ผีไขประตูบ้าบออะไรเอ็งไปฟังไอ่แดงมากเกินหล่ะสิ”
“ฮ่าๆ ใช่ครับๆ พี่แดงเขาเป็คนเล่าให้ผมฟังเองแหละ”
“เห็นม่ะ ไม่มีจริงหรอก เออ...พี่กลับก่อนดีกว่า เดียวพี่ต้องไปส่งอิ่งไปโรงเรียนอีก”
“ครับพี่”
เดชคุยกับปกป้องเสร็จเขาก็รีบกลับบ้านทันที เพราะเขาต้องรีบไปส่งลูกสาวของเขาอีก
“ตั้งใจเรียนนะลูก”เดชพูดพลางลูบหัวอิ่ง
“ค่ะ เออ...พ่อค่ะพ่อโดนอะไรมาค่ะ”
“อะไรเหรอ”
“ตรงนี้ไง”อิ่งชี้ไปที่คอของเดช มันมีรอยแดงขึ้นจริงๆอย่างที่อิ่งพูดกับเขา
“อ่อ....ไม่มีอะไรหนะ พ่อไปก่อนนะ”
“ค่ะ????”
เดชขับรถสักพักเขาก็หยุดเพื่อมองกระจกอีกครั้ง เขาอยากรอยแดงแบบชัดๆอีกครั้ง แต่ผลประกฎว่ารอบแดงที่อิ่งกับเขาเห็นกลับหายไป เขาพยายามมองเพ่งดูอีกรอบแต่ก็ไม่มีรอยแดงที่เขาเห็นแล้วจริงๆ มันเลยทำให้เขาคิดว่าเขาคงตาฝาดจริงๆ
“อ้าว พี่เดชวันนี้ไม่ขับรถเหรอ”วาเอ่ยถามขึ้นเพราะทุกครั้งที่เดชไปส่งลูกเดชก็จะขับวินมอเตอร์ไซค์ต่อทุกครั้ง
“ไม่อ่ะ พี่ง่วงวันนี้ขอนอนก่อนก็แล้วกัน”วาไม่ถามต่อเพราะเธอคิดว่าอาจเป็เพราะเดชเปลี่ยนเวลาทำงานเลยไม่มีเวลานอน
3 ชั่วโมงผ่านไป
“อย่าๆๆ อย่า!!!!!!”เสียงร้องของเดชดังจนทำให้วาต้องรีบเข้ามาดู
“พี่เดช พี่ๆๆ เป็”วาพยายามที่จะปลุกเดชเพื่อให้ได้สติกลับมา
“????”
“พี่...เป็อะไรป่าวเนี่ยย”
“คืออ...พี่...”
“เล่ามาเถอะ”
“คือพี่ฝันว่า...”
เดช
ผมฝันว่าอยู่ในบ้านโบราณแห่งหนึ่งซึ่งหลังนั้นคล้ายๆกับที่ทำงานของผม นั้นก็คือบ้าน 8 เหลี่ยม ในบ้านหลังนั้นมีทาสมากมาย ถ้าผมเดาไม่ผิด บ้านหลังนี้น่าจะเป็บ้านของเ้าเมืองไม่ก็ข้าราชการชั้นสูง ผมเลยเดินขึ้นไปสำรวจข้างบนบ้านแล้วมองลงมา มันมีโซฟาที่คนด้านบ้านสามารถมองเห็นได้และคนด้านล่างก็มองเห็นได้เช่นกัน ที่สำคัญเป็มุมเดียวกันกับที่ผมนอนเลยนะ
“รอยอะไรหนะ”ในความฝันของผม ผมกำลังจะเดินลงมา แต่ต้องชะงัก ผมสังเกตข้างๆกำแพงก่อนที่จะถึงบันไดมันมีรอยเืติดอยู่ มันทำให้ผมนึกถึงเื่เมื่อคืนไม่มีผิด
“มานี่!!!”สักพักมีหญิงสาวแต่งตัวดีเธอลากทาสคนนึงมา ทาสคนนั้นมีหน้าตาสะสวยและที่สำคัญเธอคือ ผู้หญิงคนที่ผทฝันถึงเมื่อคืน
“มานี่อีลำดวน วันนี้กูจะเอาเืหัวมึงออก!!!”คนที่ลากเธอพูดขึ้นก่อนที่จะ ปังปังปังๆๆๆ เธอกระชากหัวผู้หญิงคนนั้นก่อนที่จะกระแทกเธอข้างฝาผนัง
“อย่าๆๆ อย่า!!!!!!”ผมพยายามจะเข้าไปห้ามเธอแต่มันเหมือนกับเธอไม่ได้ยินผมและไม่เห็นผม จนทำให้ผมได้ยินเสียงเรียกของวา มันทำให้ผมสะดุ้งขึ้นมา
“แต่คงไม่มีอะไรหรอก วาไม่ต้องเป็ห่วงนะ พี่แค่ฝันไป”
“แต่พี่รู้ไหมบ้านหลังนั้นหนะั้แ่สมัยราชการที่ 5 และที่สำคัญทุกคนพูดเป็เสียงเดียวกันว่ามันยังคงเป็เค้าโครงเดิมเอาไว้ไม่มีผิด”วาพูดขึ้นเพราะเธอคิดว่าเื่ที่เดชเล่าเป็เื่จริงไม่ได้ฝัน อีกอย่างเธอเกิดและโตที่นี้ ส่วนเดชเป็คนต่างอำเภออาจจะไม่เคยได้ยินบ้าน8เหลี่ยมเหมือนเธอ
“เป็ไปไม่ได้หรอก มันผ่านมากี่ปีแล้ว พี่ว่านะพี่ฟังพี่ยอดแกพูดเื่ผีใส่สมองมากจนเก็บไปฝันมากกว่า”
“พี่แต่....”
“ช่างเถอะๆ พี่ไปขับรถก่อนนะ????”