ตอนที่ 14 : ยามเช้าที่ไม่อยากให้แปรเปลี่ยน
หลังกลับถึงห้องจากการพูดคุยเมื่อวาน ชินเอาแต่ประมวลผลข้อมูลทั้งหมดจนแทบไม่ได้นอนตลอดทั้งคืน
ทั้งเื่ของศึกชิงบัลลังก์ปกครองโลก ตราราชันย์ การยึดครองดินแดน ข้อมูลทั้งหมดมีหลายส่วนให้ต้องเชื่อมโยงว่าเป็ความจริงมากแค่ไหน
แต่ที่สำคัญที่สุด คือเื่ที่ตัวตลกศัตรูคู่อาฆาตจะต้องเป็หนึ่งในผู้มีตราราชันย์อย่างแน่นอน นั่นเป็ข้อมูลเดียวที่ชินยืนยันได้ว่าจริง เพราะตอนนี้เขาเองก็กำลังถือครองตราดังกล่าวอยู่
ดังนั้น สิ่งที่ชินต้องทำจึงไม่ใช่การวิเคราะห์ว่าศึกนี้มีจริงไหมหรือข้อมูลที่อัลเฟรดป้อนเข้ามาเป็ความจริงมากแค่ไหน หากแต่เป็การกระโจนลงไปด้วยข้อมูลที่ทำให้ตัวเองได้เปรียบที่สุด
เพราะนี่เป็ครั้งแรกหลังใช้เวลาสืบมา 2 ปีกว่า เป็ครั้งแรกที่ได้เจอกับเบาะแสของเ้าตัวตลกจริง ๆ
...จึงชัดเจนอยู่แล้วว่านี่เป็ศึกที่ชินไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เลย
แม้ยามเช้ามาถึง ชินก็ยังทำกิจวัตรต่าง ๆ โดยไม่อาจเอาเื่พวกนี้ออกไปจากหัวได้เลย
เขาขึ้นรถไฟฟ้าเดินทางไปโรงเรียนเหมือนอย่างเคย แต่ความคิดไม่อาจปรับไปเป็ ‘ชินยะ นัวรอย’ ผู้เป็นักเรียนดีเด่นได้อย่างที่ควรจะเป็
ไอ้เื่เบาะแสต่าง ๆ ที่รู้มาเมื่อวานก็เื่นึง
แต่จุดที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุดเป็อันดับแรกก็คือเื่ของ ‘เพื่อนร่วมงาน’ นี่แหละ
เพราะเวลาจะทำงานอะไรกันเป็หมู่คณะ ทั้งความสามารถ จริยธรรมและทัศนคติของเพื่อนร่วมงานคือตัวแปรสำคัญที่จะทำให้ไปสู่เป้าหมาย
นอกจากนี้ยังไม่รู้ด้วยว่ากลุ่มของอัลเฟรดมีกันอยู่กี่คน
แล้วสมาชิกที่อัลเฟรดบอกว่ามีพลังในการตรวจสอบและเป็คนที่รู้ตัวจริงของเรา... คน ๆ นั้นอยู่ในกลุ่ม 5 คนเมื่อวานรึเปล่า? เื่นี้เองก็ต้องสืบให้รู้ให้ได้
แต่เื่ที่เรารู้แน่ ๆ ก็คือเื่สมาชิกที่มาเจอเราเมื่อวานทั้ง 5 คน
ชินใช้เวลา่ระหว่างเดินทางไปโรงเรียนไม่ให้เสียเปล่า ขณะยืนจับราวโหนบนรถไฟฟ้าก็ครุ่นคิดถึงเหล่าเพื่อนร่วมงานที่ได้เจอเมื่อวานไปด้วย
อัลเฟรด รัสเซิล... จากที่บอกเมื่อวาน แสดงว่าหมอนี่เป็ลูกชายของคุณมาเอลสินะ
ถ้าจำไม่ผิดคุณมาเอลก็เคยเล่าให้ฟังเหมือนกันว่ามีลูกชายอยู่คนนึง แถมยังบอกว่าเราเคยเจอกันมาแล้วครั้งนึงตอนเป็เด็ก
...แต่นึกยังไงก็นึกเื่ของอัลเฟรดคนนี้ไม่ออกเลยแฮะ
จะให้ถามไปตรง ๆ ก็จะเป็การเปิดเผยข้อมูลของทางนี้มากเกินไปแทน
แล้วบุคลิกของหมอนี่ก็ดูเป็คนควบคุมตัวเองได้ดีแถมเ้าเล่ห์อีกต่างหาก
จะให้ไว้ใจตอนนี้ยังถือว่าเร็วเกินไป
ต่อไปคือผู้หญิงที่ชื่อไดอา
เธอคนนี้ดูเป็คนที่ทุกคนในกลุ่มให้ความเคารพรักและไว้ใจ จะนิยามเธอว่าเป็พี่สาวของกลุ่มก็ไม่เกินเลย
แต่มีหลายจังหวะที่เธอคนนี้มีความสนิทสนมกับอัลเฟรดในทางพิเศษ
เื่นี้เองก็ต้องจำไว้
จากนั้นคือริว... หมอนี่เป็คนเดียวกับที่เราเจอครั้งแรก เป็ชายสวมหน้ากากหนุมานนี่เอง
บุคลิกหมอนี่ดูเป็คนก้าวร้าวแต่ซื่อตรงกว่าที่คิด ดูแล้วไม่น่าเป็อันตราย แต่ก็ต้องศึกษาความสามารถของหมอนี่ไว้ด้วย เพราะพลังการต่อสู้ของหมอนี่นับว่าสูงใช้ได้
อีกคนคือเด็กผู้หญิงที่ชื่อิเซียน... แค่ตัวเล็กเฉย ๆ หรือว่าเป็เด็กจริง ๆ อันนี้ต้องลองถามดู
ส่วนนิสัยส่วนตัวดูเป็คนไม่ค่อยพูด จิตสังหารเองก็ััไม่ได้เลย
รู้สึกเหมือนเธอคนนี้เป็แค่คนธรรมดายังไงอย่างงั้น
แต่ก็แน่นอน... ข้อมูลยังน้อยเกินไปที่จะไว้ใจ ต้องรอดูกันต่อไป
และสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด... ก็คือเกวน
ถึงเมื่อวานเธอจะแสดงท่าทีรู้สึกผิดตลอดการนัดพบก็เถอะ
แต่บอกตามตรง... เราเอาความคิดแย่ ๆ ออกจากหัวไม่ได้เลย
เธอเพิ่งจะรู้ตัวจริงของเราเมื่อวานนี้จริงเหรอ?
หรือที่เข้าหาเราด้วยความใจดีมาตลอดมันมีจุดประสงค์แอบแฝง?
เกวนเป็เพื่อนสนิทหนึ่งในสองคนที่เรามี... ถ้าเธอเข้ามาสนิทกับเราเพราะหวังจะให้เข้าเป็พวกั้แ่แรก
แล้วต่อจากนี้เราจะไว้ใจใครนอกจากโอลิเวียได้อีกล่ะ?
เื่นี้น่าจะเป็เื่สำคัญที่สุดที่เราอยากพิสูจน์———
‘———สถานีต่อไป โรงเรียนมัธยมปลายเซนต์ลอเรนซ์...’
เสียงประกาศถึงที่หมายช่วยดึงสติชิน จำต้องทิ้งความสงสัยแล้วรีบลงจากรถไฟฟ้าเสียก่อน
ทางเดินไปโรงเรียนนั้นเหมือนกับทุกที แต่ความรู้สึกที่มีอยู่ในใจนั้นไม่เหมือนเดิม
ทุกก้าวที่เข้าหาห้องเรียนมีความหนักอึ้งเพราะชินคิดมากมาตลอดทั้งคืน
จนกระทั่งตอนนี้ เขายังไม่รู้เลยว่าจะทำตัวยังไงเมื่อเจอหน้าเกวน
ชินเดินเข้าไปในห้องด้วยความกังวล แม้บรรยากาศภายนอกจะนิ่งสงบเหมือนทุกทีแต่ภายในใจยังคุกรุ่นไม่หาย
“...”
ยิ่งซ้ำเติมอารมณ์เข้าไปอีก เมื่อชินเข้าไปในห้องแล้วเจอกับเกวนนั่งอยู่ตรงที่เดิมประจำข้างที่นั่งของเขา
ซ้ำที่สอง พอชินก้าวเข้ามาในห้องเกวนก็เหลียวมองเขาในทันที พริบตาที่สบตากันไหล่ของเธอก็กระตุกด้วย
ท่าทางของเธอคล้ายกับเมื่อคืนไม่มีผิด ต่างแค่ไม่หนักเท่า
แต่จะให้เพื่อนร่วมชั้นผิดสังเกตก็ไม่ดีอีก ชินจึงเลือกเดินไปที่นั่งของตัวเองตามปกติข้าง ๆ เกวน
“อรุณสวัสดิ์นะเกวน”
“อะ อรุณสวัสดิ์จ่ะชิน... แหะ ๆ...”
เกวนยิ้มทักทายหัวเราะทิ้งท้ายแต่ก็เห็นชัดว่าเสียงเธอกำลังสั่น ท่าทางเธอออกพิรุธมากกว่าชินเสียอีก
แต่พอมานึกดู... เกวนเป็ผู้หญิงซื่อตรงแถมโกหกไม่เก่งมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ที่ชินรู้สึกเชื่อใจเกวนมากก็เพราะเธอมีความเสมอต้นเสมอปลายในเื่นั้น
และเพราะเธอเป็คนดีแบบนั้น จะให้ใจร้ายกับเธอก็เป็เื่ยากสำหรับชินเสียด้วย
“เธอทำการบ้านของเมื่อวานเสร็จรึยังเหรอเกวน?”
“...อ้อ อื้ม! เสร็จแล้วล่ะ!”
เกวนใช้เวลาครุ่นคิดแล้วก็ตามน้ำชินโดยง่าย น้ำเสียงเธอเริ่มกลับมาปกติ
“ยากเหมือนกันเนาะ ไม่ค่อยมั่นใจเลยแฮะรอบนี้” เกวนหยิบสมุดการบ้านออกมาจากกระเป๋า ท่าทางยังเกรง ๆ แต่ไม่ใช่เพราะเื่เมื่อวาน
“เอ่อ... อยากลองแลกกันดูไหม?” เธอยกสมุดขึ้นบังหน้าตัวเองครึ่งเดียว ทำสายตาออดอ้อนใส่ชินอย่างน่ารักน่าชัง เห็นแบบนี้มีหรือจะปฏิเสธได้
“ก็เอาสิ”
ชินยิ้มตอบทันที พอเห็นเกวนกลับมาเป็สาวน้อยผู้ร่าเริงและสุภาพเหมือนปกติแล้วเขาก็พลอยสบายใจตามไปด้วย
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเกวนเป็ตัวบ่งบอกเื่นั้น
“ฮุฮู้ว! จีบอะไรกันแต่เช้าเนี่ยทั้งสองคน!”
เคนเนธเข้ามาข้างหลังไม่ให้ซุ่มให้เสียง คว้าไหล่ทั้งชินและเกวนเข้ามาใกล้กันจนทั้งสองคนใ
ถึงทั้งสองจะรู้ตัวอยู่แล้วว่าเคนเนธเข้ามาข้างหลัง แต่นึกไม่ถึงว่าจะโดนดึงเข้ามาใกล้กับอีกฝ่ายจนหน้าแทบจะชนกันเลยเตรียมใจไม่ทัน
ชินค่อนไปทางลำบากใจ แต่ใบหน้าของเกวนนี่แดงเป็เนื้อแตงโมไปแล้ว
“ทะ ทำบ้าอะไรของนายเนี่ยเคนเนธ!”
เกวนดีดตัวขึ้นเหมือนเก้าอี้ติดสปริง ชี้นิ้วดุเคนเนธเสียยกใหญ่จนเ้าตัวเหงื่อตก เขาคงรู้ตัวแล้วว่าทำเกินไป
“จะ ใจเย็นสิ เมื่อกี้ไม่คิดว่าพวกเธอจะหัวชนกันขนาดนั้น” เคนเนธพยายามยกมือปราม ท่าทางเขารู้สึกผิดจริง ๆ
“...ปัญหามันไม่ใช่เื่นั้นซะหน่อย”
เกวนทำได้แค่พองลมใส่แก้ม พอเห็นว่าเคนเนธไม่ตั้งใจก็เลยโกรธไม่ลง ครั้นจะหันไปทางชินใบหน้าก็กลับมาแดงก่ำอีกรอบเพราะจังหวะใกล้ชิดเมื่อครู่
“อะ อาจารย์จะมาแล้ว ไปนั่งที่ได้แล้วมั้ง”
เกวนตัดบทเพราะไม่รู้จะทำอย่างไรแล้วนั่งลง แน่นอนว่าเป็การสั่งให้เคนเนธไปนั่งที่ตัวเองด้วย
เห็นแบบนั้นเคนเนธก็เริ่มหวาด ๆ เลยไปหลบหลังชิน
“กะ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย...” เคนเนธกระซิบข้างหูชิน แต่มีหรือที่เกวนจะไม่ได้ยิน ชินรู้สึกเหนื่อยใจแทน
“ก็ความผิดนายไง ยังจะมาถาม” ชินเลยตามน้ำไปตามเกวน
“อึก... กะ ก็ขอโทษได้ไหมเล่า ไม่ได้ตั้งใจนี่นา”
เคนเนธโดนตอกย้ำสองหนทำเอาน้ำตาซึม ต้องให้ชินตบหลังปลอบใจเขาถึงจะยอมกลับไปนั่งที่ตรงโต๊ะด้านหน้าของชิน
และเพื่อให้ทุกอย่างเรียบร้อย เขาหันกลับไปทางเกวนบ้าง
“เกวนเองก็ยกโทษให้เคนเนธเถอะนะ หมอนี่ไม่ได้ตั้งใจหรอก” ชินเผยรอยยิ้มแห้ง ๆ ความหมายของรอยยิ้มนั้นมีอย่างเดียวคือการขอร้อง
“...ก็ได้”
เกวนทำหน้ามุ่ยแต่ก็ยอมทำตามที่ชินบอกเหมือนอย่างเคย
พอเจอสายตาขอร้องของชินเข้าไป หญิงสาวที่ไหนก็ต้องยอม ...โดยเฉพาะกับเกวน
ส่วนเคนเนธที่ได้ยินเสียง์ เขาก็เริ่มหันมาหาเกวนด้วยดวงตาเป็ประกายทันที
“เกวนคร้าบ...”
“เพราะชินขอหรอกนะ อย่าทำแบบนั้นกับพวกเราอีกล่ะเข้าใจไหม นายก็น่าจะรู้นี่” เกวนยังไม่คลายท่าทีแง่งอน แต่เื่ที่ยกโทษให้แล้วนั้นไม่ผิดแน่นอน
“ฉันก็ลืมไปจริง ๆ นั่นแหละว่าเธอกับชิน———อะ เอาเป็ว่าขอโทษด้วยน้า!”
เคนเนธพนมมือหน้าระรื่น แถมพูดอะไรที่เข้าใจกับเกวนไปสองคนจนสะกิดต่อมให้เกวนเหมือนจะโกรธขึ้นมาอีก
แต่ยังไงก็ตาม... บรรยากาศของทั้งสองคนกลับมาเป็ปกติเหมือนอย่างเคยแล้ว ชินเองก็โล่งใจแล้วด้วย
...แต่ความรู้สึกคาใจยังไม่หายไปทั้งหมด
ทำไมกันนะ
ชินกุมหน้าอกตัวเอง
ข้อสงสัยบางอย่างในตัวเกวนยังไม่ถูกคลี่คลายลง
ทั้งเจตนาของเธอ และความรู้สึกจริง ๆ ที่เธอมีกับเขา ข้อสงสัยนั่นเป็สิ่งที่ทำให้เขาไว้ใจเกวนไม่ได้เต็มร้อยเหมือนกับที่ผ่านมา
ทั้งที่ตั้งแง่ไปเลยว่าเกวนไว้ใจไม่ได้มันคงจะสบายใจกว่า... แต่ที่กำลังรู้สึกทรมานแบบนี้ก็เป็เพราะลึก ๆ แล้วเขาอยากจะเชื่อในตัวของเกวน
และเพราะไม่สามารถเชื่อใจเกวนได้ทั้งที่อยากเชื่อ เขาถึงได้รู้สึกทรมานใจอย่างนี้
ทั้งหมดมันเป็เพราะเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน
ไม่สิ... สาเหตุมันนานกว่านั้น
เป็เพราะใช้ชีวิตด้วยการสวมหน้ากากยามราตรีมาตลอด ่เวลายามราตรีนั้นไม่มีผู้ใดเลยที่ชินเรียกได้ว่าเชื่อใจ
เกวนที่กลายเป็ส่วนหนึ่งของ่เวลานั้นไป ถึงทำให้ชินไม่อาจเชื่อใจเธอได้เหมือนเดิม
ไอ้ ‘ความเกลียดชัง’ เวรตะไลเอ้ย
ความรู้สึกในวันแรกที่เขาก้าวเข้ามาในเส้นทางนี้ มันได้ตามกลับมาหลอกหลอนเขาอีกครั้ง
แม้แต่ตอนนี้...
❖❖❖❖❖
เวลาเรียน่เช้าดำเนินไปตามปกติแต่ด้วยความคิดของชินที่ยังไม่กลับไปปกติ ถึงแบบนั้นก็ไม่มีใครอ่านอารมณ์ของเขาออกผ่านสีหน้าอันเรียบเฉย
อย่างไรก็ดี... ชินรู้อยู่ว่าจะปล่อยปัญหานี้ไปไม่ได้
เกวนเป็คนที่อยู่ใกล้ชิดเขารองจากโอลิเวีย หากตัดสินใจไม่ได้ว่าเกวนเป็มิตรหรือศัตรู ภารกิจต่อจากนี้ไปจะกลายเป็เื่ลำบากอย่างแน่นอน
แต่ถึงจะบอกว่าปล่อยไปไม่ได้ ชินเองก็ไม่รู้ว่าจะเค้นความจริงยังไงไม่ให้ความสัมพันธ์หลังจากนี้เปลี่ยนไป
เพราะถ้าใช้วิธีรุนแรงแต่พบทีหลังว่าเกวนไม่ได้มีเจตนาร้าย จากที่จะได้เพื่อนจะกลายเป็เพิ่มศัตรูแทน
นั่นเลยทำให้ชินคิดไม่ตกจนกระทั่งพักเที่ยง
“นี่... เคนเนธ”
“หืม? อะไยเหย๋อ?”
“อย่าพูดไปกินไปสิ”
ชินถอนหายใจให้เคนเนธ เพราะเ้าตัวกำลังเคี้ยวขนมปังเต็มปาก
ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังเดินกลับห้องจากการไปซื้อข้าวเที่ยงที่โรงอาหาร แต่เคนเนธทนหิวไม่ไหวก็เลยแกะไปกินไป
และอันที่จริง จะไปบอกว่าเคนเนธเสียมารยาทก็คงไม่ยุติธรรม เพราะชินไปถามเขาตอนที่กำลังกินข้าวเอง ส่วนเคนเนธก็แค่เป็ห่วงเพื่อนก็เลยรีบตอบ
และเคนเนธก็ช่างใจกว้าง เขารีบกลืนขนมปังที่เคี้ยวอยู่จะได้ฟังชินคล่อง ๆ
“แล้วเมื่อกี้จะถามอะไรนะเพื่อน?”
“อืม... สมมุตินะ... ถ้านายรู้จักใครคนนึงมานานมาก ๆ แล้วมารู้ทีหลังว่าเขาไม่ได้เป็คนแบบที่นายคิด เป็นายจะทำยังไง?”
ชินละรายละเอียดที่สำคัญไว้ และจงใจใช้คำว่า ‘เขา’ แทนคำว่า ‘เธอ’ เพื่อไม่ให้เคนเนธเชื่อมโยงว่าอีกฝ่ายคือเกวนที่เมื่อเช้ามีท่าทางแปลก ๆ
คำถามนั้นดูกำกวมแต่ไม่ได้เข้าใจยากขนาดนั้น เคนเนธกอดครุ่นคิด
“อืม... แล้วนายยังอยากจะสนิทกับหมอนั่นอยู่ไหมล่ะ? หรือพอได้ยินแบบนั้นแล้วก็อยากเลิกคบไปเลย?” เคนเนธใส่ใจชินถึงขั้นถามรายละเอียดเสริม
แต่ก็เป็คำถามที่สมเหตุผล เพราะการตัดสินใจของมนุษย์ย่อมมาจากอารมณ์เป็หลักอยู่แล้ว
“ยังอยากสนิทด้วยอยู่น่ะ”
“เลือกทางยากซะด้วย! แต่ก็สมควรแล้วล่ะนะที่คนฉลาดอย่างนายยังมาถามฉัน”
ถ้ามันง่ายชินก็คงตัดสินใจเองไปแล้ว แต่อันที่จริงสถานการณ์นี้ก็ไม่ได้เกินความสามารถของชินนักหรอก
เพียงแต่บางครั้งชินก็ใช้วิธีคิดแบบ ‘คนในโลกเื้ั’ มากไปหน่อย เขาเลยอยากได้วิธีแก้ปัญหาในมุมมองของคนทั่วไปบ้าง
ชินถึงเฝ้ารอคำตอบจากเคนเนธเอามาก ๆ
จังหวะก้าวเท้าทั้งสองคนเองก็ช้าลง เหมือนรู้สึกว่าเื่ที่กำลังพูดน่าจะจบไม่ทันก่อนถึงห้องเรียน
“รู้ป่ะ ในหนังที่ฉันดูหลาย ๆ เื่เนี่ย... โดยเฉพาะพวกหนังโรแมนติกน่ะนะ ปัญหาส่วนมากเนี่ยมันเกิดเพราะชอบคิดเองแล้วไม่ยอมคุยกันนี่แหละ ถ้าคุยกันแต่แรกก็ขึ้นเครดิตใน 5 นาทีไปละ” เคนเนธเอามือซ้อนหลังหัว ท่าทางเหมือนเหนื่อยใจกับตัวละครในหนัง
...ถึงชินจะไม่รู้ว่าเขาหมายถึงหนังเื่อะไรก็เถอะ
“ที่ฉันจะสื่อก็คือ... ถ้าอยากรู้อะไรก็ถามไปตรง ๆ นั่นแหละ ถ้ายังอยากสนิทกันยังไงมันก็ต้องจริงใจต่อกันอยู่แล้วจริงป่ะ? แล้วถ้าเราจริงใจกับอีกฝ่ายแต่อีกฝ่ายยังโกหกกลับมาอีก ตอนนั้นถึงเราอยากสนิทแต่อีกฝ่ายไม่อยากสนิทด้วย มันก็ไปกันไม่รอดหรอก”
“ก็จริงแหละนะ”
ชินปฏิเสธไม่ได้ เพราะความสัมพันธ์ของผู้คนต้องเป็แบบสองทางเสมอ
การจะเป็เพื่อนกับใคร นอกจากเราอยากเป็เพื่อนกับอีกฝ่ายแล้ว อีกฝ่ายก็ต้องอยากเป็เพื่อนกับเราด้วย ความสัมพันธ์ในรูปแบบอื่นเองก็เช่นเดียวกัน
แค่ความรู้สึกของคนเดียวมันไม่เพียงพอในการรักษาความสัมพันธ์ ความจริงนั้นชัดเจนยิ่งกว่าอะไร
ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำก็มีเพียงอย่างเดียว... นั่นคือพิสูจน์ใจจริงของเกวนว่าเธอรู้สึกยังไงกับเขากันแน่
“ขอบใจนะเคนเนธ”
“ด้วยความยินดี ฮิฮิ”
ทั้งสองเอาหมัดชนกันอย่างสนิทสนม อย่างน้อยก็มีโอลิเวียกับเคนเนธนี่แหละที่ชินไม่คิดสงสัยแคลงใจ
และถ้ามีโอกาส ชินก็อยากจะเพิ่มคนแบบนั้นเข้ามาในชีวิตให้มากกว่านี้
เกวนเองก็เคยเป็ และชินก็หวังว่าเธอจะยังเป็ได้อยู่
เขาคาดหวังแบบนั้นในตอนที่เหยียบเท้าเข้าห้องเรียน
“อ้าวชิน มาพอดีเลยนี่”
ชินโดนอาจารย์สาวประจำชั้นเรียกตัวทันทีที่เข้ามาในสายตา เขาช่างเป็ที่นิยมกับผู้หญิงไม่แม้แต่กับอาจารย์สาว
...ถึงในกรณีของเธอคนนี้น่าจะเป็เพราะ้าใช้งานชินมากกว่า เขาเดาจากกองเอกสารที่อยู่บนโต๊ะหน้าห้อง
“ตอนแรกว่าจะเอาชีทมาแจกแต่ดันหยิบผิดน่ะสิ ฝากเอาไปเก็บในห้องเก็บของหน่อยสิชิน พาเกวนไปด้วยก็ได้นะ”
อาจารย์พูดชื่อเกวนขึ้นมาเ้าตัวก็ไหล่กระตุกทันที พลอยทำให้เพื่อนสาวในกลุ่มของเธอใตาม แต่ก็เกิดเป็เสียงขบขันมากกว่าจะสงสัย
ส่วนเกวนเองค่อย ๆ หันมามองทางชินแล้วก็ยิ้มแหย ๆ ให้เหมือนเมื่อเช้า
ท่าทางเธอยังรู้สึกผิดไม่หาย ความกระอักกระอ่วนไม่ได้เกิดขึ้นกับชินแค่ฝ่ายเดียว
แต่ก็... จังหวะเหมาะเหม็งพอดีเลย
❖❖❖❖❖
หลังจากอาจารย์ประจำชั้นวานให้ชินกับเกวนช่วยกันนำชีทไปเก็บ ทั้งคู่ก็ไม่เสียเวลาแล้วทำตามที่ขอทันที
ห้องเก็บชีทนั้นปกติแล้วจะมีอยู่สองห้อง หนึ่งคือห้องที่อยู่ในห้องพักครูเป็ชีทที่ใช้กันประจำ กับอีกห้องนึงที่อยู่ห่างออกไปใกล้กับห้องเก็บของที่คนไม่ค่อยเข้าไปใช้
ส่วนชีทที่ต้องเอาไปเก็บนี้เป็ของเก่าที่อาจารย์หยิบผิดมาจึงต้องนำไปเก็บข้างห้องเก็บของ ซึ่งในความเป็จริงก็ไม่น่าหยิบผิดได้ แต่นักเรียนส่วนใหญ่เดากันได้ไม่ยากว่าอาจารย์น่าจะเมาค้างเลยไปผิดห้อง
สถานการณ์นั้นฟังดูน่าตลก แต่เป็สถานการณ์ที่ชินรอคอยพอดิบพอดี
ชินกับเกวนเข้ามาถึงในห้องเก็บของ วางชีทเข้าที่เข้าทางเรียบร้อยในเวลาไม่นาน
แต่แทนที่มือของชินจะเอื้อมไปเปิดประตู เขากลับเลือกจะจับกลอนประตูแล้วกดปิดมันลงแทน
แกร๊ก!
“เอ๊ะ? ...เมื่อกี้ เสียงกลอนประตูเหรอ?”
เสียงนั้นดังพอให้เกวนได้ยิน ขนาดห้องเองก็ไม่ได้กว้างแถมห้องก็ยังเงียบ จะได้เสียงชินลงกลอนล็อคประตูย่อมเป็เื่ธรรมดา
เกวนเองก็ใช่ว่าจะไม่เข้าใจสถานการณ์
ตอนนี้พวกเขาอยู่ภายในห้องเก็บของ ข้างนอกไม่ได้ยินข้างในและข้างในก็ไม่อาจได้ยินเสียงจากข้างนอก
ชินเกร็งร่างกายกังวล ไม่บ่อยนักที่จะรู้สึกเช่นนี้
ส่วนเกวนก็ได้แต่กลืนน้ำลาย เธอรู้ดีว่าไม่มีทางไหนเลยที่จะหนีไปจากเงื้อมมือของชินได้
ในสถานการณ์อย่างนี้... เกวนได้กลายเป็ลูกไก่ในกำมือของชินเรียบร้อยแล้ว
❖❖❖❖❖
