ลมยามรุ่งสางพัดผ่านสันเขานอกนครเทียนหลิง
หมอกบางลอยอ้อยอิ่งปกคลุมผืนป่าราวกับม่านบางที่ซ่อนโลกอีกใบเอาไว้
เสี่ยวชวนยืนอยู่บนโขดหินสูง
สายตาจับจ้องไปยังหุบเขาเบื้องล่าง
เงียบ
ไม่มีเสียงผู้คน
ไม่มีเสียงเหล็กกระทบกัน
มีเพียงเสียงลม…และเสียงหัวใจของเขาเอง
ั้แ่ก้าวออกจากตระกูลหลิง
เขาไม่ได้หันกลับไปอีก
ไม่ใช่เพราะไม่อยาก
แต่เพราะเขารู้ว่า…
เส้นทางต่อจากนี้ จะไม่ใช่เส้นทางที่ควรมีใครเดินเคียงข้าง
“ที่นี่แหละ…”
เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัว
แหบ แห้ง และเย็นเยียบ
เซวียนซา
ิญญาเฒ่ากระดูกทมิฬ
“เงียบพอ…มืดพอ…เหมาะกับการฆ่า”
เสี่ยวชวนหลับตาลงช้า ๆ
“ข้ามาที่นี่…เพื่อฝึก ไม่ใช่ฆ่า”
“หึ…”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังสะท้อนในจิต
“การฝึก…ที่แท้จริง มันเริ่มจากการฆ่าเสมอ”
เสี่ยวชวนไม่ตอบ
เขาค่อย ๆ นั่งลง ขัดสมาธิบนหินเย็น
ลมปราณฟ้าครามไหลเวียนช้า ๆ ในเส้นชีพจร
นิ่ง
สงบ
แต่—
ลึกลงไปข้างใน
มีบางอย่าง…ดิ้นรน
“เริ่มเถอะ”
ิญญาเฒ่ากระดูกทมิฬกระซิบ
“ข้าจะให้เ้าเห็น…ว่าพลังของ ‘ความตาย’ มันเป็อย่างไร”
ทันใดนั้น—
ความมืดแผ่ขยาย
โลกภายนอกเลือนหาย
เสี่ยวชวนถูกดึงเข้าสู่ “จิตสภาวะ”
สถานที่ที่ไม่มีแสง
ไม่มีท้องฟ้า
มีเพียงพื้นดินที่เต็มไปด้วยกระดูก
กรอบ…กรอบ…กรอบ…
เสียงกระดูกขยับดังขึ้นรอบตัว
เสี่ยวชวนลืมตา
และเห็น—
“กรงเล็บกระดูกทมิฬ”
มันไม่ใช่วิชา
แต่มันคือ “ภาพ”
กระดูกมือั์สีดำสนิท
ปลายนิ้วแหลมคมราวกับสามารถฉีกอากาศได้
มันเคลื่อนไหวช้า ๆ
แต่ทุกการขยับ…
ทำให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยว
“ดูให้ดี…”
ิญญาเฒ่ากระดูกทมิฬพูดช้า ๆ
“นี่ไม่ใช่พลัง”
“แต่มันคือ ‘เจตนา’”
ทันใดนั้น—
กรงเล็บพุ่งลงมา
ฉีกพื้นกระดูกออกเป็เสี่ยง
เสียงดัง แคร๊ก—!!
แรงสั่นะเืแล่นผ่านร่างเสี่ยวชวน
แม้เป็เพียงภาพ
แต่เขากลับรู้สึกได้ถึงแรงทะลวง
ถึง “ความคม”
ที่สามารถฉีกแม้กระทั่งลมปราณ
“อยากได้ไหม?”
“อยาก…”
“งั้นก็ ‘ทำ’”
ภาพหายไป
เสี่ยวชวนกลับสู่ร่าง
เหงื่อไหลลงข้างแก้ม
มือสั่นเล็กน้อย
แต่สายตา—
นิ่งขึ้น
คมขึ้น
เขายืนขึ้น
ยกมือขึ้นช้า ๆ
นิ้วทั้งห้ากางออก
ลมปราณฟ้าครามไหลรวมที่ปลายนิ้ว
“ไม่พอ…”
ิญญาเฒ่ากระดูกทมิฬกระซิบ
“มันยัง ‘อ่อน’ เกินไป”
เสี่ยวชวนขมวดคิ้ว
“แล้วต้องทำยังไง?”
“ฉีกมันออกมา”
“…”
“ไม่ใช่แค่ควบคุมลมปราณ”
“แต่ต้อง ‘บังคับ’ ให้มันกลายเป็คม”
เสี่ยวชวนสูดลมหายใจลึก
จากนั้น—
เขาฟาดมือออกไป
ฟึ่บ—!
อากาศสั่น
แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“อ่อนหัด”
“…เงียบไป”
“เ้าคิดว่านี่คือการฟันดาบหรือ?”
“นี่คือการ ‘ฉีก’”
“ไม่ใช่การ ‘ฟัน’”
เสี่ยวชวนกำมือแน่น
ลองใหม่
ครั้งนี้—
เขาไม่ใช้แรง
แต่ใช้ “เจตนา”
บังคับลมปราณให้ไหลรวม…กดอัด…บิด…
จนมันเริ่มแหลมขึ้น
“ดี…”
“อีกนิด…”
เขาฟาดอีกครั้ง
ฉึก—!
เสียงบางอย่างขาด
ต้นไม้ด้านหน้าถูกเฉือน
ไม่ใช่ฟัน
แต่เหมือน “ถูกฉีก”
เสี่ยวชวนหยุด
มองมือของตัวเอง
นิ้วทั้งห้าสั่นเล็กน้อย
“นี่แค่เริ่มต้น”
ิญญาเฒ่ากระดูกทมิฬหัวเราะ
“ถ้าอยากให้มันฆ่าได้…”
“เ้าต้องเร็วกว่าเดิม”
“แรงกว่าเดิม”
“คมกว่านี้”
จากนั้น—
วันแรกของการฝึก…เริ่มต้นขึ้น
…
วันแล้ววันเล่า
เสี่ยวชวนฝึกซ้ำ
ฉีก
ฉีก
ฉีก
เสียงเนื้อสัตว์อสูรถูกฉีก
เสียงกระดูกแตก
เสียงลมหายใจหนักหน่วง
มือของเขาเต็มไปด้วยาแ
ปลายนิ้วแตก
เืไหล
แต่เขาไม่หยุด
“ช้าไป!”
“เบาไป!”
“มันยังไม่ตาย!”
เสียงของิญญาเฒ่ากระดูกทมิฬดังไม่หยุด
เสี่ยวชวนกัดฟัน
เพิ่มความเร็ว
เพิ่มแรง
ร่างกายเคลื่อนไหวเร็วขึ้น
เร็วขึ้น
จนเงาของเขาเริ่มพร่า
กรงเล็บฟาดออก
ฉัวะ—!
อสูรตัวหนึ่งถูกฉีกเป็สองส่วน
เืสาด
กลิ่นคาวคละคลุ้ง
เสี่ยวชวนหอบ
มือสั่น
แต่—
เขายิ้ม
“เริ่มได้แล้ว…”
ิญญาเฒ่ากระดูกทมิฬกระซิบ
“ตอนนี้…ลองฉีก ‘ลมปราณ’ ดู”
เสี่ยวชวนหันไป
ด้านหน้า—
อสูรอีกตัว
ระดับสูงกว่า
มันคำราม
ลมปราณห่อหุ้มร่าง
เหมือนเกราะ
“เข้าไป”
เสี่ยวชวนพุ่ง
เร็ว
นิ่ง
คม
กรงเล็บพุ่งเข้าใส่
ปะทะ—
แกร๊ง—!!
แรงสะท้อนทำให้เขาถอย
แขนชา
“เห็นไหม”
“นี่คือ ‘เกราะลมปราณ’”
“ถ้าเ้าเจาะไม่ได้…”
“เ้าก็ตาย”
เสี่ยวชวนหรี่ตา
มอง
วิเคราะห์
เขาไม่บุกทันที
แต่รอ
สังเกต
จังหวะการไหลของลมปราณ
“ตรงนั้น…”
เขาพึมพำ
พริบตานั้น—
เขาหายไป
ฟึ่บ—!
โผล่อีกทีด้านข้าง
กรงเล็บพุ่งเข้า
ฉีก—
ฉึก—!!
เกราะลมปราณแตก
ร่างอสูรถูกเจาะทะลุ
เืพุ่ง
มันล้ม
เงียบ
เสี่ยวชวนยืนนิ่ง
ลมหายใจหนัก
แต่สายตา…
เย็น
นิ่ง
และคมเหมือนใบมีด
“ดี…”
ิญญาเฒ่ากระดูกทมิฬหัวเราะ
“ตอนนี้เ้าเริ่ม ‘ฆ่า’ ได้แล้ว”
ลมพัดผ่าน
กลิ่นเืลอยคลุ้ง
แสงแดดยามเย็นสาดลงบนร่างเขา
เงาทอดยาว
เหมือนปีศาจที่กำลังก่อตัว
เสี่ยวชวนมองมือของตัวเอง
นิ้วทั้งห้า
บัดนี้…
ไม่ใช่มือธรรมดาอีกต่อไป
แต่มันคือ
“กรงเล็บ”
ที่สามารถฉีกได้ทั้งเนื้อ
กระดูก
และลมปราณ
เขาหลับตาลง
สูดลมหายใจลึก
การฝึกเพิ่งเริ่มต้น
และหนทางข้างหน้า
จะโหดร้ายยิ่งกว่านี้หลายเท่า
แต่เขา…
จะไม่หยุด
ลมยามค่ำคืนเริ่มเปลี่ยนทิศ
จากที่เคยพัดเอื่อย…กลับกลายเป็เย็นเฉียบ
เหมือนบางสิ่งกำลังเฝ้ามอง
เสี่ยวชวนยืนอยู่ท่ามกลางซากอสูร
เืยังอุ่น…ยังคงไหลหยดลงพื้นทีละหยด
ติ๋ง…ติ๋ง…ติ๋ง…
เสียงนั้นดังชัดเจนเกินไปในความเงียบ
“อย่าหยุด”
เสียงของิญญาเฒ่ากระดูกทมิฬดังขึ้นในจิต
“เ้าคิดว่านี่จบแล้วงั้นรึ?”
เสี่ยวชวนไม่ตอบ
เขารู้ดี—
การฝึกของ “เฒ่ากระดูกทมิฬ”
ไม่มีคำว่า “พอ”
ไม่มีคำว่า “พอแล้ว”
มีเพียงคำว่า
“ยังไม่ตาย…ก็ฝึกต่อ”
เขาค่อย ๆ ยกมือขึ้นอีกครั้ง
นิ้วทั้งห้าที่ยังเปื้อนเื
สั่นเล็กน้อย
แต่ไม่ใช่เพราะความกลัว
เป็เพราะ—
ร่างกายเริ่มถึงขีดจำกัด
“ดี”
ิญญาเฒ่ากระดูกทมิฬหัวเราะเบา ๆ
“เมื่อร่างกายเริ่มพัง…นั่นแหละถึงเวลาที่ ‘ของจริง’ จะเริ่ม”
เสี่ยวชวนขมวดคิ้ว
“ของจริง?”
“วิชาที่เ้าใช้มา…มันแค่ ‘กรงเล็บ’”
“แต่สิ่งที่ข้าจะให้เ้าฝึกต่อจากนี้…”
เสียงของมันช้าลง
หนักขึ้น
“คือ ‘โซ่’”
…
ทันใดนั้น
โลกเบื้องหน้าบิดเบี้ยว
ความมืดไหลเข้ามาเหมือนน้ำหมึก
พื้นดินหายไป
ท้องฟ้าหายไป
เหลือเพียง—
“สุสาน”
อีกครั้ง
กระดูกนับไม่ถ้วนกองพะเนิน
บางชิ้นยังมีเืติดอยู่
บางชิ้นแห้งกรัง
บางชิ้น…ยัง “ขยับ”
กรอบ…กรอบ…
เสี่ยวชวนยืนอยู่ตรงกลาง
และตรงหน้าเขา—
“มัน”
โซ่
สีดำสนิท
ยาว…ไม่มีที่สิ้นสุด
ปลายโซ่เป็ “กรงเล็บกระดูก”
งอ…แหลม…และคมกริบ
มันลอยอยู่ในอากาศ
ไม่ต้องมีมือจับ
ไม่ต้องมีแรงดึง
มันเคลื่อนไหว…เหมือนมีชีวิต
“โซ่กระดูกสะกดิญญา”
ิญญาเฒ่ากระดูกทมิฬพูดช้า ๆ
“ไม่ใช่วิชาที่ใช้ฆ่า”
“แต่มันคือวิชาที่ ‘ไม่ให้ศัตรูได้ตายง่าย ๆ’”
เสี่ยวชวนหรี่ตา
“แล้วมันต่างจากกรงเล็บยังไง?”
“กรงเล็บ เท่ากับ เ้าเข้าไปหาเหยื่อ”
“แต่โซ่…”
โซ่เบื้องหน้าพุ่งออกไปทันที
ฟึ่บ—!
มันแทงทะลุกระดูกกองหนึ่ง
แล้ว—
“กระชาก”
ครืน—!!
กระดูกทั้งกองถูกดึงลอยขึ้นกลางอากาศ
เหมือนถูกควบคุม
“โซ่ เท่ากับ ดึงเหยื่อเข้ามาหาเ้า”
เสียงของเฒ่ากระดูกทมิฬเย็นเฉียบ
“และตรึงมันไว้…จนมันหนีไม่ได้”
ทันใดนั้น—
กระดูกหลายสิบชิ้นลอยขึ้น
รวมตัวกัน
กลายเป็ “ร่างคน”
สิบ…ยี่สิบ…สามสิบร่าง
พวกมันไม่มีดวงตา
ไม่มีเสียง
แต่—
“มันจะฆ่าเ้า”
เสี่ยวชวนไม่ลังเล
เขาพุ่งเข้าไปทันที
กรงเล็บกระดูกทมิฬฟาดออก
ฉัวะ—!
ร่างหนึ่งขาด
แต่—
อีกสองพุ่งเข้ามา
อีกสามล้อมด้านหลัง
“ช้า”
ิญญาเฒ่ากระดูกทมิฬพูด
“เ้าคิดจะฆ่าทั้งหมดทีละตัวงั้นรึ?”
เสี่ยวชวนกัดฟัน
แล้ว—
เขาหยุด
ไม่ใช่หยุดเพราะกลัว
แต่หยุดเพื่อ “คิด”
“…”
สายตาเขากวาดมอง
ระยะ
จังหวะ
ทิศทาง
แล้ว—
เขายกมือขึ้น
ครั้งนี้…
เขาไม่ “ฉีก”
แต่เขา “ดึง”
ลมปราณฟ้าครามไหลออกจากฝ่ามือ
แต่ไม่พุ่งไปข้างหน้า
มัน “ยืด”
บิด
บังคับ
จนกลายเป็เส้นบาง ๆ
“ไม่พอ!”
ิญญาเฒ่ากระดูกทมิฬตะคอก
“มันยังไม่ใช่โซ่!”
“โซ่…ต้อง ‘จับ’ ได้!”
เสี่ยวชวนคำรามในลำคอ
แรงกดดันเพิ่มขึ้น
เขาบีบลมปราณ
บิดมัน
บังคับมัน
จน—
มันเริ่ม “แข็ง”
เริ่ม “คม”
เริ่ม “มีรูปทรง”
ฟึ่บ—!
เขาฟาดออกไป
ลมปราณพุ่งออก
แต่ยังไม่มั่นคง
มันแตกสลายกลางอากาศ
“ล้มเหลว”
ร่างกระดูกพุ่งเข้ามา
ฉึก—!
เขาโดนแทง
เืกระเซ็น
แต่—
เขาไม่ถอย
“อีกครั้ง…”
เขาพึมพำ
ยกมือขึ้น
ครั้งนี้—
เขาไม่ฝืน
แต่ “ปล่อยให้มันไหล”
แล้วค่อย “บังคับตอนปลาย”
ลมปราณยืดออก
ยาว
บิด
แน่นขึ้น
แล้ว—
มัน “ล็อก”
กลายเป็เส้นเดียว
คม
แข็ง
เหมือนโซ่
ฟึ่บ—!!
มันพุ่งออกไป
พันร่างกระดูกหนึ่ง
แล้ว—
กระชาก!
แคร๊ก—!!
ร่างนั้นแตกเป็ชิ้น
เสี่ยวชวนหอบ
แต่ดวงตา—
สว่างขึ้น
“นั่นแหละ…”
ิญญาเฒ่ากระดูกทมิฬหัวเราะ
“แต่ยังไม่พอ”
ทันใดนั้น—
ศัตรูเพิ่มเป็ “สองเท่า”
“จับพร้อมกัน”
“ไม่ได้ก็…ตาย”
เสี่ยวชวนเงียบ
เหงื่อไหลลงปลายคาง
ร่างกายสั่น
แต่—
เขายกมือทั้งสองข้างขึ้น
ลมหายใจลึก
นิ่ง
แล้ว—
ฟึ่บ—!!
โซ่สองเส้นพุ่งออก
หนึ่งไปซ้าย
หนึ่งไปขวา
พัน
ดึง
กระชาก—
แคร๊ก!! แคร๊ก!!
สองร่างแตกพร้อมกัน
แต่—
ทันทีที่เขาควบคุมสองเส้น
ลมปราณในร่างเขา “แกว่ง”
เกือบแตก
“นี่แหละ…”
เสียงของิญญาเฒ่ากระดูกทมิฬแ่เบา
“ราคาของการควบคุมหลายเป้าหมาย”
“ถ้าคุมไม่ได้…”
เสียงมันต่ำลง
“…เ้าจะะเิจากข้างในเอง”
เสี่ยวชวนกัดฟัน
เืไหลออกจากมุมปาก
แต่เขา—
ไม่ปล่อย
โซ่ยังคงอยู่
แม้จะสั่น
แม้จะบิด
แต่—
มัน “ไม่แตก”
“ดี…”
“เริ่มใช้ได้แล้ว”
…
ภาพทั้งหมดพังทลาย
เสี่ยวชวนกลับสู่โลกจริง
เขาทรุดลงกับพื้นทันที
หอบ
หนัก
ร่างกายแทบไม่เหลือแรง
มือทั้งสองยังคงสั่น
เหมือนยังจับ “โซ่” อยู่
ลมพัดผ่าน
กลิ่นเืยังลอยคลุ้ง
แต่ครั้งนี้—
มีบางอย่าง “ต่างออกไป”
เขามองมือของตัวเอง
ช้า ๆ
นิ้วทั้งห้า
ค่อย ๆ กำแน่น
“กรงเล็บ…สำหรับฆ่า”
เขาพึมพำ
“โซ่…สำหรับควบคุม”
ิญญาเฒ่ากระดูกทมิฬหัวเราะเบา ๆ ในจิต
“ตอนนี้…เ้าเริ่มเป็ ‘นักล่า’ แล้ว”
เสี่ยวชวนหลับตาลง
พักลมหายใจ
แต่ในใจเขารู้ดี—
นี่แค่เริ่มต้น
ของการฝึก
และสิ่งที่รออยู่ต่อไป
จะไม่ใช่แค่ความเ็ป
แต่เป็—
“การสูญเสียตัวตน…ทีละนิด”
ลมยามค่ำคืนพัดผ่านอีกครั้ง
คราวนี้—
มันไม่เย็นเหมือนเดิมแล้ว
แต่มัน “คม”
เหมือนใบมีด
ที่กำลังค่อย ๆ หลอมรวมเข้ากับเขา
อย่างช้า ๆ
โดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัวเลย…
ลมยามพลบค่ำพัดผ่านป่ารกทึบ
แสงสุดท้ายของวันสาดลอดกิ่งไม้ลงมาเป็ริ้ว ๆ
เสี่ยวชวนยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบ
ลมหายใจยังไม่ทันสม่ำเสมอจากการฝึกเมื่อครู่ เขาฝึกจนอารมณ์เย็นลง เริ่มไม่รู้สึกกับการฆ่า
แต่—
บางอย่างกำลัง “เข้าใกล้”
“มีคนมา”
เสียงของิญญาเฒ่ากระดูกทมิฬดังขึ้นในจิต
แหบแห้ง…และเย็น
“สามคน…ระดับไม่สูง แต่เจตนาฆ่าชัดเจน”
เสียงใบไม้ถูกเหยียบ
กรอบ…กรอบ…
ชายสามคนก้าวออกมาจากเงามืด
เสื้อคลุมสีหม่น ดวงตาเ็า
หนึ่งในนั้นยิ้มมุมปาก
“เ้าเองสินะ…เด็กที่สำนักอสูรโลหิตกำลังตามหา”
เสี่ยวชวนหรี่ตา
หัวใจเต้นช้าลงโดยอัตโนมัติ
“ข้าไม่รู้ว่าพวกเ้าพูดเื่อะไร?”
“ไม่จำเป็ต้องรู้”
อีกคนหัวเราะเบา ๆ
“แค่จับเ้าไป…ก็พอ”
ทันใดนั้น—
พวกมันพุ่งเข้ามาพร้อมกัน
เร็ว
ประสานกันอย่างชำนาญ
ไม่ใช่อสูร
ไม่ใช่ภาพลวง
แต่คือ “คนจริง”
เสี่ยวชวนถอยหนึ่งก้าว
มือยกขึ้นโดยสัญชาตญาณ
ลมปราณฟ้าครามไหลเวียน
แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น—
เสียงของิญญาเฒ่ากระดูกทมิฬดังขึ้น
“อย่าช้า”
“ใช้โซ่”
“ไม่—”
ช้าไปแล้ว
ร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาใกล้เกินระยะ
คมดาบสะท้อนแสงวาบ
พุ่งตรงลำคอเขา
“ตอนนี้!”
บางอย่างในตัวเสี่ยวชวน “ขาด”
เขายื่นมือออกไป
ฟึ่บ—!!
ลมปราณพุ่งออกจากฝ่ามือ
ไม่ใช่คลื่น
ไม่ใช่แรงผลัก
แต่มัน “ยืด”
บิด
แน่น
แข็ง
และ—
“ล็อก”
โซ่สีหม่นปรากฏขึ้นกลางอากาศ
พุ่งออกไปด้วยความเร็วที่แม้แต่เขาเองยังตามไม่ทัน
ฉึก—!!
มันทะลุไหล่ของชายคนนั้น
เืสาด
“อ๊าก—!!”
แต่—
มันยังไม่จบ
โซ่ “ขยับเอง”
มันพันรอบแขน
ลำตัว
คอ
แล้ว—
“กระชาก”
แคร๊ก—!!!
เสียงกระดูกแตกดังชัดเจน
ร่างนั้นถูกยกขึ้นกลางอากาศ
เหมือนตุ๊กตาที่ถูกดึงด้วยเชือก
“หยุด!!”
เสี่ยวชวนะโ
ดวงตาเบิกกว้าง
เขาไม่ได้ตั้งใจจะ—
“อย่าปล่อย”
เสียงิญญาเฒ่ากระดูกทมิฬเย็นเฉียบ
“นี่แหละของจริง”
“ข้าแค่จะหยุดเขา—!”
“ถ้าปล่อย…เ้าจะตาย”
อีกสองคนชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที
ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนเป็หวาดกลัว
“มันใช้วิชาอะไร—!?”
แต่เสี่ยวชวน…
ไม่ได้ยินแล้ว
ในสายตาของเขา
มีเพียง “โซ่”
มันสั่น
มันดึง
มัน “เรียกร้อง”
เหมือนมันอยาก—
“ฉีก”
“ไม่…พอ…”
เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัว
ไม่ใช่ิญญาเฒ่ากระดูกทมิฬ
ไม่ใช่เขา
แต่เป็บางสิ่งที่อยู่ “ระหว่างนั้น”
“ต้อง…แตก…”
มือของเสี่ยวชวนกำแน่นโดยไม่รู้ตัว
ลมปราณปะทุ
โซ่กระชับแน่นขึ้น
แคร๊ก…แคร๊ก…แคร๊ก—
“อ๊ากกกกก—!!!”
เสียงกรีดร้องดังลั่นป่า
เืไหลทะลัก
กระดูกบิดผิดรูป
ดวงตาของชายคนนั้นเบิกกว้าง
เต็มไปด้วยความกลัว
ไม่ใช่แค่ความเจ็บ—
แต่คือ “สิ้นหวัง”
“พอแล้ว!!”
เสี่ยวชวนคำราม
พยายามดึงมือกลับ
แต่—
โซ่ “ไม่ฟัง”
มันยังคงบิด
ดึง
บดขยี้
จนกระทั่ง—
ฉึก—!!
ร่างนั้น “ขาด”
ครึ่งบนหล่นลงพื้น
ครึ่งล่างยังค้างอยู่กับโซ่
เืสาดกระจายเต็มพื้นหญ้า
เงียบ
ลมพัดผ่าน
เอากลิ่นคาวเืลอยคลุ้ง
อีกสองคน…ถอยหลัง
สีหน้าซีดเผือด
“ปีศาจ…”
พวกมันไม่สู้
หันหลัง
วิ่งหนีทันที
เสี่ยวชวนยืนนิ่ง
มือยังค้างอยู่กลางอากาศ
โซ่ค่อย ๆ สลายไป
เหลือเพียง—
เื
ศพ
และมือของเขา
ที่สั่น
“…”
เขาก้มมองร่างที่ถูกฉีก
ดวงตาที่ยังไม่ปิด
ยังคงจ้องเขาอยู่
“ข้า…”
เสียงแหบแห้ง
แทบไม่ใช่ของเขาเอง
“ข้า…ไม่ได้ตั้งใจ…”
“หึ…”
ิญญาเฒ่ากระดูกทมิฬหัวเราะเบา ๆ
เ็า
ไร้ความรู้สึก
“แต่มันก็ตายแล้ว”
เสี่ยวชวนกำมือแน่น
เล็บจิกเข้าเนื้อ
เืซึม
ในอก—
บางอย่างหนักอึ้ง
ไม่ใช่ความกลัว
ไม่ใช่ความสะใจ
แต่เป็—
“ความจริง”
ว่าเขา…
“ฆ่าคน”
และที่น่ากลัวที่สุด—
ไม่ใช่เพราะเขาทำได้
แต่เป็เพราะ…
“ในวินาทีนั้น”
เขา “เกือบไม่อยากหยุด”
หลังสังหารเสี่ยวชวนก็ดูดกลืนิญญาทันทีเพื่อเพิ่มพลังให้ตน เขาััได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นมาอีกนิด
ลมยามค่ำคืนพัดผ่านอีกครั้ง
คราวนี้
มันไม่เย็น
แต่มัน…
“เงียบ”
เหมือนบางสิ่งในตัวเขา
ได้ตื่นขึ้นแล้ว