4
Classyand Fabulous
“ไม่เห็นจะต้องทำให้ตัวเองเจ็บตัวเลย”
“ก็พวกมันทำคุณ...” คีย์หยุดพูดเหมือนนึกอะไรขึ้นได้“มันเริ่มชกผมก่อน” เค้ากล่าวต่อ
ผมแกะพลาสเตอร์แล้วปิดไปยังแผลตรงหางคิ้วของเค้าจริง ๆ มีตรงมุมปากกับใต้คางอีก แต่น้าเจินจัดการให้เรียบร้อยแล้ว
“ขอบคุณที่ช่วยดูแลคุณหนูของเรานะคะน้องคีย์จากเหตุการณ์ที่เล่าถ้าไม่ได้น้องคีย์ช่วยไว้ น้องไวน์แย่แน่” น้าเจินร้องแล้วมองเราสองคนสลับกันไปมา
หลังจากที่พระแม่ลักษมีมาโปรดท่านก็มาพร้อมด้วยพระศิวะ “มาดิ่วะ!” ไม่ใช่เสียงคีย์แต่เป็อีกฝ่ายที่ะโท้าขึ้นมาก่อน มีหรือ จะยอมถูกท้าทายอยู่อย่างนั้นพระศิวะของผมเปิดก่อนใครเพื่อน จะมาฟ้องว่าถูกพวกนั้นเริ่มก่อนก็ดูจะขี้อ้อนไปหน่อย
อย่างยอมรับ... คีย์โคตรเท่ตอนที่ซัดไอ้ซกมกสามตัวนั้นราบคาบ เค้าทั้งต่อย ทั้งเตะ ทั้งถีบแถมยังคอยเอาตัวบังไม่ให้ผมถูกพวกนั้นฉวยโอกาส ขายาว ๆของเค้าฟาดไปที่ก้านคอของไอ้คนที่ดูเหมือนจะเป็หัวโจกจนล้มลงแน่นิ่งไปที่เหลือจึงดูเหมือนจะกล้า ๆ กลัว ๆ เค้าทำท่าจะพุ่งเข้าไปอีกพวกนั้นเลยทั้งหามเพื่อนทั้งพาตัวเองหนีจนล้มลุกคลุกคลาน
ผมได้แต่ยืนมองเค้าอย่างตกตะลึงไม่คิดว่าหนุ่มหล่อร่างสูงโปร่งตรงหน้าจะเป็ผู้ชายที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้
วาสนาผู้ใดหนอ...
ร่างสูงนั้นหันกลับมามองผมเค้าหอบนิดหน่อย “คุณไม่เป็ไรใช่มั้ย?” เค้าถามน้ำเสียงเป็กังวลผมพยักหน้าตอบ “ผมเจ็บจัง...” เค้าร้องบอกพร้อมบิดหน้าเหยเก
อื้อหือ ถ้าเค้าร้องเจ็บ ไอ้พวกนั้นต้องแอดมิดซักเดือนล่ะมั้ง
จนผมต้องพากลับมาทำแผลที่บ้านก่อน ถึงได้เห็นว่าเค้ามีรอยผิวถลอกจนเืซิบเพียงไม่กี่จุด
ถูกสำออยใส่แล้วล่ะสิ
เราทั้งสามคนนั่งอยู่ที่ห้องรับแขกน้าเจินชงเครื่องดื่มอุ่น ๆ มาให้เราสองคนตอนนั้นแม่ก็เพิ่งเดินออกมาในชุดนอนกรุยกรายของนาง
“ตายแล้ว ลูกชายแม่!” คุณนายร้อง “ไปมีเื่กับหมาที่ไหน...” แม่หันมามองผม “กับใครมาจ๊ะ?”แล้วเปลี่ยนน้ำเสียงพร้อมลงนั่งที่โซฟาอีกตัวข้างกัน
“นิดหน่อยอะแม่ ไม่มีอะไรแล้วคีย์เค้าช่วยผมไว้ทัน” ผมตอบ
แม่มองผมสลับกับคีย์เค้ายกมือสวัสดีแม่ แม่รับไหว้แล้วเลื่อนไปมองน้าเจิน แล้วกลับมาที่คีย์สลับมาที่ผม แล้วไปที่น้าเจิน มาที่คีย์ แล้วกลับมาที่ผมอีกที
“แม่เป็ไรครับ” ผมร้องเริ่มเห็นสายตาแปลก ๆ ของแม่
“คนนั้นใช่มั้ยล่ะ?”คนแก่เ้าเล่ห์ว่าพลางทำหน้ามีเลศนัย “ที่หมอดูบอกอะ” เริ่มฉีกยิ้มกว้าง
“แม่!”ผมร้อง จนทุกคนใ คีย์เองก็สะดุ้ง
ผมว่า ถ้าแม่ยังอยู่ตรงนี้สถานการณ์ต้องเลยเถิดไปกันใหญ่ ผมหันไปมองคีย์แล้วส่ายหน้า จ้องตาเค้าเป็นัยว่าไม่ต้องไปฟังแม่เพ้อเจ้อ
“แม่ว่าแม่นอยู่นะ”เสียงคุณนายยังเจ๋อต่อ “ไม่สิ แม่นเลยล่ะ!”
ผมจะเครซี่นะ!
ทันใดนั้น ก็เหมือนพระนารายณ์มาโปรดผมรู้สึกว่าบ้านเรากลายเป็แหล่งรวมเทพฮินดูอะ พี่วินกลับมาบ้านพอดี เข้ามาพร้อมพี่ปัถย์มีน้อยกับจีน่า แม่บ้านชาวลาวและฟิลิปินส์ช่วยถือของพะรุงพะรังเข้ามา
“อยู่พร้อมหน้า...ทำอะไรกันอยู่เหรอ?” พี่วินร้องถาม พี่ปัถย์บอกให้แม่บ้านเอาของไปเก็บมีบางส่วนเอาวางบนโต๊ะตรงหน้าพวกเรา “พี่ซื้อขนมมาฝากไวน์ด้วย”พี่วินเลื่อนมาให้ผม เห็นกล่องก็รู้ว่าเป็บลูเบอรี่ชีสพายเ้าดังร้านโปรด
“น่าร้ากกกเกิน พี่ชายผมเนี่ย”ผมร้องบอก พลางะโเข้าไปคล้องแขนพี่ชายสุดที่รัก
ผมหันไปเห็นแม่คว่ำปากใส่ด้วยแล้วก็เปลี่ยนเป็ส่งสายตาไปที่คีย์แทน เตรียมขยับปากจะพูดอะไรสักอย่าง “อ้อพี่วินครับ!” ผมรีบร้องแทรกก่อนที่แม่จะพูดอะไรไม่เข้าเื่ออกไป “นี่พี่คีย์ รุ่นพี่ที่มหา’ลัยไวน์” ผมแนะนำ พร้อมชี้ไปยังคนที่มีพลาสเตอร์ยาติดเต็มหน้าคีย์ยกมือกล่าวทักทายอย่างประหม่า
“หน้ากับชื่อคุ้น ๆ แฮะ...”พี่ปัถย์เอ่ยขึ้น “ใช่คนที่พี่เลือกมาทำคอนเทนต์ให้คลินิกรึเปล่า?”
คีย์รีบพยักหน้า “ใช่ครับ ๆผมคีย์เองครับ”
พี่ปัถย์หันไปอธิบายสั้น ๆให้พี่วิน พี่วินก็เลยร้องอ๋อ “ตัวจริงดูดีกว่าในรูปอีกนะ” แล้วมองสำรวจ“ถ้าไม่นับแผลบนหน้า” พี่ชายผมหัวเราะเบา ๆ
“ก็เข้าไปช่วยเ้าตัวดีของเราไงล่ะ”แม่เสริม อุตส่าห์ไม่ใส่บทให้แล้วเชียวนะ
“มีเื่นิดหน่อยครับพี่วินคีย์เข้ามาช่วยไวน์ได้ทัน” ผมรีบอธิบายแทน
“ไม่มีอะไรรุนแรงใช่มั้ย น้องคีย์”พี่วินถามด้วยน้ำเสียงเป็กังวล “าเ็รุนแรงรึเปล่า ไปโรง’บาลมั้ย?”
“ผมไม่เป็ไรครับ” คนถูกถามตอบเกร็งๆ
สีหน้าพี่วินยังเหมือนไม่ค่อยเชื่อ “ยังไงก็ต้องขอบคุณมากที่ช่วยดูแลน้องชายพี่นะ” พี่วินกล่าว “ไวน์ไม่ค่อยคบใคร ฝากคีย์ด้วย” เสริมต่อแต่ว่า เสริมแบบนี้มันจะดีเหรอ
ตอนนั้นน้าเจินก็นำจานมาถ่ายขนมออกจากกล่องแล้วแจกจ่ายมาตรงหน้า มีของแม่ด้วย
“พี่ไม่กวนพวกเราแล้วอยู่กินขนมกับไวน์ก่อนนะคีย์” พี่วินบอกพร้อมลุกขึ้น ก่อนจะหันมาพูดกับคีย์ต่อ“ทำคลิปให้พี่ปัง ๆ เลยนะคีย์ ถ้าถูกใจ พี่จะได้ให้งานโปรดักต์ตัวอื่น ๆ อีกมีอีกเพียบเลย” ยิ้มบาง ๆ ให้คนที่คุยด้วยแล้วก็เดินจากไปแต่ก็วกกลับมาลากแม่ที่กำลังตักขนมเข้าปากด้วย “ไปกินในห้องวินก็ได้แม่”
แม่ร้องโวยวายนิดหน่อยแต่ก็ขัดไม่ได้ พี่ปัถย์แอบขำแล้วเดินตามไป พอเป็เื่นี้แม่กลายเป็ตัวป่วนไปเลย
“พี่ปัถย์เป็แฟนพี่วินน่ะ”ผมเกริ่น หลังน้าเจินเดินเข้าไปในครัว ผมขยับมานั่งข้างคีย์
“ดูน่ารักดีนะ”เค้าบอกน้ำเสียงชื่นชม อันนี้ผมเห็นด้วยมาก ๆ “แต่ก็น่าจะดุอยู่นะ”
“รู้สึกอย่างนั้นเหรอ?”
คีย์พยักหน้า เค้ายกจานขนมขึ้นมา“ดุ แต่ก็อบอุ่น” แล้วตัดเค้กเป็ชิ้นเล็ก ๆ เข้าปาก
“ดุมากกก เลยแหละ” ผมเฉลย“พี่วินเป็คนจริงจัง ในบ้านนี้ใครก็กลัวทั้งนั้นแหละ ขนาดแม่ยังพูดอะไรไม่ได้”
คีย์มองผมอย่างทึ่ง ๆ
“มีแค่ผมแหละ ที่พี่วินร๊ากกกที่สุด” ผมลากเสียงโชว์การเข้าข้างตัวเองอย่างเปิดเผย
“คุณก็ดูจะรักพี่ชายมาก”
“มากเกินกว่าที่คุณเข้าใจซะอีก”ผมว่า “พวกเราเสียพ่อไปตอนที่ผมยังไม่ถึงขวบคนในบ้านบ่นเสียดายที่พ่ออยู่ไม่ทันชื่นชมความสำเร็จของพี่วินผมจึงรักพี่วินเหมือนพ่อ เหมือนพี่ เหมือนทุก ๆ สิ่งผมแค่อยากให้พี่วินเป็คนที่มีความสุขที่สุดในโลกไปตลอดกาล...”
ผมคิดว่า ตอนนี้หน้าของผมคงบานไปด้วยความภาคภูมิใจในตัวพี่ชายของตัวเองจนคิดว่าคีย์เองก็น่ารับรู้ได้ว่ามันเป็ความรักที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหน
“วันนี้... ผมขอบคุณคุณมากเลยนะ”ผมกล่าว หันไปมองเค้าด้วยสีหน้าจริงจัง
“คิดว่าจะไม่ได้ยินคำนี้ซะแล้ว”คีย์ตอบกลับหน้ายียวน
“ต้องได้ยินสิ คุณสู้ยิบตาขนาดนั้น”
“ผมเท่มะ?”
ผมยกนิ้วโป้งขึ้นมาสองข้างแทนคำตอบ“ที่สุด!”
“ถ้าการที่คนเราดูดีเพื่อเป็ประตูก้าวไปสู่ความสำเร็จผมเลือกที่จะให้ ดีดิเย่ร์ คลินิก ดูแลครับ ศูนย์ความงามที่คีย์ไว้วางใจที่สุด”
พอจบไดอะล็อกนี้แล้วก็มีเสียงกรี๊ดดังตามมา แต่เชื่อไหม มันวนลูปอยู่อย่างนี้ มาสิบเอ็ดรอบแล้วดูกันอีกครั้ง ก็ครบโหลพอดี
“พี่คีย์นี่หล่อมากเลยเนอะ”ขนมผิงร้องบอกพลางใช้ศอกกระทุ้งสีข้างผมไปด้วย และแน่นอน มันกระทุ้งผมแบบนี้เท่ากับจำนวนที่มันวนดูคลิปของคีย์“โพสต์ไปแค่ชั่วโมงเดียว ยอดวิวแตะแสนแล้วอ้ะ ปังเกินคุณน้า”
“หายบ้าแล้วก็พาฉันไปเช็กกรวยไตด้วยนะ”ผมครวญแล้วยกข้อศอกนังขนมผิงหัวหยิกฟูออกจากข้างเอวของตัวเองด้วยความระบม
“เดี๋ยวนี้ดูสนิทกันนะ”ไตเติ้ลโพล่ง
“กับใคร” ผมแกล้งย้อนถาม“ขนมผิงนี่เหรอ?”
ไตเติ้ลส่ายหน้า แล้วยื่นหน้าจอโทรศัพท์มาให้ผมเป็รูปผมกับคีย์ตอนแจกไอศกรีมที่เพจคิวต์บอย “อุ๊ต๊ะคนกดไลก์เกือบสองแสนเลยเหรอเนี่ย” ผมแกล้งร้อง
แต่ก็นั่นแหละดูจะฮอตเกินไปรึเปล่านะ
“หูย เริ่ดว่ะ” ขนมผิงแทรกเบียดหน้าเข้ามาดูด้วย แล้วไตเติ้ลก็ยื่นมือมาแยกมันออกเพราะกลัวว่าหัวของเราสองคนจะพันติดกัน
“สร้างกระแสคู่จิ้นเหรอ”ไตเติ้ลรุกต่อ “จะมีซีรี่ส์วายอ่อวะ” มันเยี่ยมหน้าเข้ามาใกล้ผมม้าสีดำขลับของมันเด้งดึ๋ง
“น่ารักว่ะ”ผมว่าพลางยกมือขึ้นไปแตะไอ้ที่ดึ๋ง ๆ อย่างมันเขี้ยว มันรีบปัดมือผมออกแล้วลูบคลำให้ผมกลับมาเรียงเส้นตามเดิม แล้วดันกลับมาเป๊ะซะด้วย
“แล้วจะมีซีรี่ส์ด้วยกันจริงป้ะ?”ขนมผิงถามต่อ น้ำเสียงตื่นเต้น “กับค่ายไหนอ้ะ?”
ผมมองมันสองคนสลับกันนิ่ง ๆ“ค่ายกักกัน เข้าไปอยู่ด้วยกันทั้งสองคนเลย จะได้เลิกเพ้อเจ้อ” ผมว่าพร้อมกับหยิบป๊อกกี้เข้าปากแล้วยัดใส่ปากเพื่อนตัวดีอีกสองคนด้วย
“พวกแกนี่มันเพ้อเจ้อจริง ๆนั่นแหละ” เสียงหนึ่งโพล่งขึ้น แล้วก็ถลกกระโปรงจีบพลีชเข้ามานั่งร่วมวงกับพวกเรา
ส่วนพวกเราร่วมวงกันตรงไหนน่ะเหรอ ก็ที่พื้นน่ะสิจู่ ๆ ก็โดนรุ่นพี่ซ่อม เพราะไม่ได้ ‘สวัสดี’ ไอ้รุ่นพี่ตัวตึงที่ใส่แว่นสีดำกรอบเหลี่ยม ๆ ดูเชย ชอบทำเสียงดังมาแต่ไกลที่ว่าตัวตึงเพราะแกน่าจะเป็ออฟฟิศซินโดรม ไหล่ดูตั้ง ๆ แข็ง ๆ น่ะ หมอนั่นสั่งพวกเราวิ่งรอบตึกคณะสามรอบส่งเสียงดังแบบโชว์พาวสุด ๆ แต่ผมแอบเห็นสิวอักเสบอยู่บนหน้าเค้าสองเม็ด จึงตัด E-couponให้ไปกด-ฉีดสิวฟรีก็เลยลดจำนวนวิ่งเหลือแค่รอบเดียว เสียดายหาคูปองร้านนวดที่จะให้รักษาคอ บ่า ไหล่ ที่เป็พันธมิตรกันไม่เจอไม่งั้นพวกเราก็คงไม่ต้องวิ่งสักรอบ
อีกสองคนชอบใจใหญ่บอกว่าผมช่วยชีวิต เพราะขนาดวิ่งแค่รอบเดียวก็มานั่งหน้าซีดเป็หมาหอบแดดกันแล้ว
ส่วนคนที่จู่ ๆ ก็โพล่งเข้ามา เป็มายด์ที่ลงมานั่งร่วมวงกับพวกเราพร้อมวางกระเป๋าChanel รุ่น Woc ไว้บนตักแล้วมีอีกสองคนเตรียมถลกกระโปรงนั่งถัดไปข้างหลัง
“พวกฉันเพ้อเจ้ออะไรวะ?”ไตเติ้ลหันไปถาม
“ก็คู่จิ้นซีรี่ส์วายของพวกแกไง”คนถูกถามตอบเสียงแจ๋นนิด ๆ ที่จริงมายด์เป็เพื่อนของไตเติ้ลอีกที เราเจอกันนาน ๆครั้ง ไม่ค่อยได้มาร่วมวงเม้าธ์มอยสักเท่าไร แน่นอน อีกสองคนข้างหลังผมไม่รู้จัก
“รู้อะไรมาเหรอ?” ขนมผิงเอียงคอถามไม่รู้ว่ามันจะเอียงคอทำไม อาจจะหนักผมมั้ง
“รู้ว่าก็ได้เท่านั้นแหละแค่ได้รีวิวคลินิกเล็ก ๆ ไม่ทำให้ดังเปรี้ยงหรอกนะ” มายด์ว่า
แล้วใครไปคิดขนาดนั้นกันนะ...นี่พุ่งเป้ามาเลยดิ่
“ตึกห้าชั้น มีลานที่จอดรถได้สิบคันนี่มันเล็กเหรอวะ” ไตเติ้ลแทรก ทำหน้าพิจารณาพลางเปิดรูปคลินิกของเราจากหน้าเพจในเฟซบุ๊กให้อีกฝ่ายดู
“ใครจะไปสน” มายด์ตอบปัด“ได้ยินว่าพ่อฉันเพิ่งเซ็นสัญญากับบริษัทสตรีมมิ่งั์ใหญ่ของจีนเตรียมร่วมทุนทำซีรี่ส์สามสัญชาติ” แล้วก็วกมาพูดเื่ของตัวเองต่อ
“อย่าบอกนะว่า...”ขนมผิงอ้าปากค้างกับจินตนาการในหัวของตัวเอง
“ใช่ค่ะ พี่คีย์จะได้เป็หนึ่งในนักแสดงซี่รี่ส์ฟอร์มั์นี้ด้วย”เธอตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่ทำหน้าเหนือใส่อากาศผมมองตามอากาศที่โดนบลัฟอย่างน่าสงสาร
“ไม่ใช่ฉันคิดว่าจะมีซงคังนำแสดงด้วยต่างหาก” เ้าของผมหยิกฟูร้องขัดอย่างเสียดาย“ซงคังอ่า...” แล้วร้องเรียกดาราคนโปรดกลางอากาศไปอีกคน
มายด์มีท่าทีหงุดหงิดแต่แล้วก็เปลี่ยนเป็ยกแขนขึ้นโชว์อะไรบางอย่างที่ข้อมือ “นี่น่ะ... เกิร์ลกรุ๊ประดับโลกของเกาหลีเค้าใส่กัน”เธอว่า ขณะส่ายมันไปมาเบา ๆ เร้าให้สายตาอีกสองคู่มองตามความวาววับของมัน
“นาฬิกาสวยอ้ะ” ขนมผิงร้องทำตาลุกวาว
“ถ้าชาแนล ก็ต้องเป็แกสินะ”ไตเติ้ลเสริม คนถูกชม (รึเปล่านะ) หัวเราะคิก
“ของขวัญวันเกิดปีนี้อะ พ่อซื้อให้สองแสนกว่า ๆ เอง” มายด์อธิบายที่จริงน่าจะเรียกว่าขิงมากกว่า
ผมรับรู้มาตลอดว่ามายด์กำลังมีท่าทีประหลาด เพราะทุกครั้งที่พูดอะไรก็มักจะปรายตามาทางผมด้วย แล้วผมเกี่ยวอะไร นี่นั่งดูขิงดูข่าจนอยากจะเรอดัง ๆรู้สึกเืลมหมุนเวียนดีแปลก ๆ แฮะ
“แล้วไวน์ล่ะ?” นั่นไง เธอหันมาทางผม
“อะไรเหรอ?” ผมตอบกลับแบบไม่ใส่ใจนัก
“ก็ถ้าเป็ไวน์ จะนึกถึงลักชูรี่แบรนด์ไหนกันนะ” เธอจับกระเป๋าบนตักอีกข้างก็ส่ายข้อมือดุ๊กดิ๊ก พร้อมยิ้มมุมปากให้ผม
เป็บ้าอะไรของมัน
ผมสับสนนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ซ่อนกำไลตะปูคาร์เทียร์ที่ข้อมือเอาไว้แม้มันจะเป็คอลเลคชั่นเก่าก็ตาม
“ไวน์!” เสียงหนึ่งะโเรียกขึ้น ปลุกทุกคนให้ตื่นจากโซนแบรนด์เนมในไอคอนสยาม
แค่ฟังจากด้านหลังผมก็รู้ทันทีว่าเป็เสียงของคีย์
“พี่คีย์!” นั่นไง มีคนช่วยยืนยันมายด์ลุกขึ้นสะบัดกระโปรงสองสามทีแล้ววิ่งเบา ๆ ไปหาเค้า “มายด์ไลน์ไปแต่พี่คีย์ไม่เห็นอ่านเลย”
“มีอะไรรึเปล่า?” คนตัวสูงถามกลับยิ่งหันมองเค้าในขณะที่ผมยังนั่งอยู่ ทำให้แทบจะคอเคล็ด สงสัยต้องรีบหาคูปองร้านนวดจะได้ไปพร้อมกับไอ้รุ่นพี่ตัวตึงนั่นทีเดียว
“คุณพ่อได้ไวน์มาใหม่ ขวดละสี่แสนกว่า จะเชิญให้ไปชิมด้วยกัน”
เริ่มอยากรู้ว่ามายด์เป็ท้องอืดท้องเฟ้อรึเปล่าก่อนมานี่คงจะยัดขิงเข้าไปทั้งไร่ หรือว่าจริง ๆ แล้วมายด์คือขิง!
ผมแอบชำเลืองดูเหมือนจะมีแค่่ขาของนางนะ ที่ป้อม ๆ เหมือนขิง นี่ล่ะ ๆ มายด์คือปิศาจขิง ไม่เกินจริง
“ไม่ดีกว่า” คีย์ปฏิเสธ ผมไม่ได้เห็นสีหน้าเขาแต่ก็รับรู้จากน้ำเสียงว่าเค้าไม่ได้สนใจเท่าไร “ฝากขอบคุณคุณพ่อด้วยนะ” เค้าว่าแล้วจู่ ๆ ก็เข้ามาดึงแขนผม “ลุกขึ้นเร็ว!” เค้าร้องบอก
ผมลอยตามแรงกระชาก จนเหมือนเท้งเต้งเพราะโดนรถเครนยก
“พี่มีนัดกับไวน์แล้ว” เค้าหันไปตอบมายด์
แต่ว่า เรานัดกันตอนไหนนะ หรือผมลืม ผมเหลือบไปเห็นไตเติ้ลกับขนมผิงเริ่มซุบซิบกันแม้จะเอามือป้องปาก แต่ดวงตาทะเล้นมันโผล่มา จนผมอยากจะเอานิ้วจิ้ม
“แต่ว่า...” ราวกับปิศาจขิงพยายามหาคำพูดบางอย่าง แต่ก็ไม่เป็ผล
“ไปนะ” ร่างสูงยกมือโบกลา แล้วโอบไหล่ผมเดินจากมา
“เรานัดทำไรกันเหรอ?” ผมกระซิบถาม
คีย์โอบผมแน่นขึ้น แล้วตอบรอดไรฟัน “ช่างเถอะน่า”
“ใช่มะ เราไม่ได้นัดกันถูกมะ?”ผมถามย้ำ
“ไม่รำคาญเหรอ?” เค้าย้อนแล้วปล่อยผม หลังเดินทิ้งห่างจากบริเวณนั้นได้ระยะที่ปลอดภัยแล้ว
“รำคาญมายด์อะนะ?”
คีย์พยักหน้าแทนคำตอบ
“ก็เพลิน ๆ ดีนะ” ผมว่า “ดูตลกดีแบบพวกคนเพิ่งรวย”
“อืม... นั่นน่ะสิ”คนตัวสูงทำท่าครุ่นคิด พึมพำอะไรซักอย่าง “ช่างเถอะ ว่าแต่... เราไปไหนกันดีอยากกิน หรืออยากทำอะไรมั้ย?” เค้าถาม
ผมนึก แต่ก็ดันไม่มีที่ที่อยากไปตอนนี้อยากนอนโง่ ๆ มากกว่า ที่จริงก็โง่อยู่แล้ว เหลือแค่ได้นอนนี่ล่ะ
“จริงสิ” ผมร้อง พูดถึงเื่โง่แล้วก็นึกได้ว่าตัวเองก็มีเื่โง่จริง ๆ อยู่ “สอนภาษาอังกฤษให้ผมหน่อยสิมันมีบางไวยากรณ์ที่ฟังยังไงก็ไม่เข้าใจซะทีอะ”พอพูดเื่นี้แล้วผมดูกลายเป็คนสิ้นหวังทันที
คีย์มองหน้าผมอย่างไม่เชื่อหูตัวเองเท่าไรนัก“ได้ดิ่” แต่ก็ตอบรับง่าย ๆ
“น่าร๊ากกกที่ซู้ดดด”ผมะโสองทีด้วยความดีใจ เผลอทำปากจู๋ใส่เค้าด้วย
คีย์มองผมแล้วยิ้มสายตาเหมือนมองหมาเด็ก
ช่วยเอ็นดูผมหน่อยนะคร้าบ...