หนูน้อยผู้สะสมบุญข้ามภพ มาเกิดใหม่พร้อมระบบร้านค้าบุญกุศล

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 57 เส้นทางเสบียงกลางหุบเขาขาดสะบั้น

            ณ ชายแดนเหนือ เพลิงสงครามระหว่างต้าเหยียนและแคว้นเป่ยเหลียงปะทุขึ้นอย่างดุเดือด

            กองทัพเป่ยเหลียงยาตราทัพมาด้วยความฮึกเหิม พวกมันย่ามใจว่าต้าเหยียนเพิ่งผ่านพ้นการผลัดแผ่นดินใหม่ ราชสำนักย่อมระส่ำระสายและอ่อนแอ ทว่าเป้ยจิ้งหาน และซ่งติ้งหย่วนกลับเลือกใช้กลยุทธ์ตั้งรับอย่างเหนียวแน่น หลีกเลี่ยงการปะทะโดยตรง เพื่อรอคอยแผนการอันแยบยลจากเหยาเหยา

            ครั้นสารลับจากเหยาเหยาส่งตรงถึงมือ เป้ยจิ้งหานก็คลี่กระดาษออกอ่านอย่างรวดเร็ว พลันแววตาที่เคยเคร่งขรึมของเขาก็ทอประกายสว่างวาบขึ้นมา

            "เหยาเหยาเสนอให้เราลงมือตัดเส้นทางลำเลียงเสบียงของเป่ยเหลียง" ชายหนุ่มเอ่ยกับซ่งติ้งหย่วนด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "นางวิเคราะห์ว่า กองทัพเป่ยเหลียงพึ่งพาเส้นทางเสบียงสายหลักเพียงสายเดียว ซึ่งต้องผ่านหุบเขาเหอหลง หากเราส่งกองกำลังฝีมือดีไปดักโจมตีและตัดเส้นทางนี้เสีย ทัพหน้าของเป่ยเหลียงที่บุกเข้ามาก็จะขาดแคลนเสบียง และอ่อนกำลังลงโดยไม่ต้องเปลืองแรงรบ"

            ซ่งติ้งหย่วนได้ฟังก็ตบเข่าฉาดด้วยความเลื่อมใส "น้องสาวข้าผู้นี้ช่างปราดเปรื่องแท้! เป่ยเหลียงยกทัพใหญ่มานับแสน เสบียงย่อมเป็นหัวใจสำคัญและเป็นจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุด หากเราตัดท่อน้ำเลี้ยงนี้ได้ ก็เท่ากับเด็ดปีกเด็ดหางพวกมันไปกว่าครึ่ง!"

            ——————

            แผนการรบถูกวางไว้อย่างรัดกุมและไร้ร่องรอย ซ่งติ้งหย่วนรับหน้าที่นำกองกำลังทหารม้าเคลื่อนที่เร็วลอบเร้นผ่านเส้นทางลัด มุ่งตรงไปยังหุบเขาเหอหลงเพื่อดักซุ่มโจมตีขบวนขนส่งเสบียงของศัตรู ขณะเดียวกันเป้ยจิ้งหานก็นำทัพใหญ่ตรึงกำลังไว้ที่แนวหน้า คอยต้านทานและดึงความสนใจของกองทัพเป่ยเหลียงเอาไว้ เพื่อไม่ให้พวกมันระแคะระคายว่าเส้นเลือดใหญ่ด้านหลังกำลังจะถูกตัดขาด

            ผลลัพธ์เป็นไปตามคาด

            ซ่งติ้งหย่วนลงมือได้อย่างเฉียบขาด นำกำลังบุกเผาทำลายคลังเสบียงและตัดเส้นทางลำเลียงของเป่ยเหลียงจนย่อยยับ เปลวไฟลุกโชนท่วมหุบเขา ส่งผลให้กองทัพเป่ยเหลียงที่อยู่แนวหน้าเริ่มระส่ำระสายเพราะขาดแคลนอาหาร เสบียงที่ร่อยหรอทำให้ขวัญกำลังใจของทหารลดลงอย่างรวดเร็ว

            “บัดซบ!”

            แม่ทัพใหญ่ของเป่ยเหลียงโกรธเกรี้ยวจนแทบกระอักเลือด แต่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้ เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสั่งบุกโจมตี หวังจะเผด็จศึกให้เร็วที่สุดก่อนที่เสบียงจะหมดเกลี้ยง

            ทว่า... นั่นคือสิ่งที่เป้ยจิ้งหานเฝ้ารอคอยอยู่แล้ว เพราะกองทัพที่ร้อนรนและไร้สติ ย่อมเผยช่องโหว่อันใหญ่หลวงออกมาเสมอ

            “เตรียมตั้งรับ!” เป้ยจิ้งหานบัญชาการรบด้วยความสุขุมลุ่มลึก

            เขาใช้ค่ายกลตั้งรับอย่างเหนียวแน่นดั่งปราการเหล็ก ล่อหลอกให้กองทัพเป่ยเหลียงที่กำลังลนลานบุกเข้ามาในจุดรบที่ฝ่ายต้าเหยียนได้เปรียบ จากนั้นจึงส่งกองกำลังเข้าตีโต้ระลอกแล้วระลอกเล่า ทหารเป่ยเหลียงที่ทั้งหิวโหยและเสียขบวนรบถูกตีแตกพ่าย สูญเสียกำลังพลไปมหาศาล ในขณะที่ฝ่ายต้าเหยียนแทบจะไม่สูญเสียทหารเลยแม้แต่น้อย

            ทุกกระบวนท่าและทุกคำสั่งของเป้ยจิ้งหาน ล้วนอิงจากแผนที่ยุทธศาสตร์และข้อมูลรายละเอียดที่เหยาเหยาส่งมาให้ล่วงหน้า การเดินทัพและจัดค่ายกลจึงเป็นไปอย่างมีระบบระเบียบราวกับเทพเซียนจับวาง เหล่าขุนศึกและทหารหาญต่างพากันเลื่อมใสในความปรีชาสามารถอันเฉียบคมของเป่ยกุยอ๋องเป็น โดยหารู้ไม่ว่า เบื้องหลังชัยชนะอันยิ่งใหญ่นี้ แท้จริงแล้วคือสติปัญญาอันล้ำเลิศของชายาอ๋องผู้พำนักอยู่ไกลถึงเมืองเซิ่งจิง

            ——————

            ณ จวนเป่ยกุยอ๋องในเมืองหลวง เหยาเหยาเฝ้ารอฟังข่าวคราวจากชายแดนด้วยใจที่จดจ่อลุ้นระทึก

            ‘แผนตัดขาดเสบียงสำเร็จแล้ว! เยี่ยมมาก!’ หญิงสาวคิดในใจด้วยความยินดีเมื่อได้รับรายงานว่าซ่งติ้งหย่วนสามารถเผาทำลายคลังเสบียงของเป่ยเหลียงได้สำเร็จ

            ‘ยามนี้เป่ยเหลียงตกเป็นรองแล้ว... แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังประมาทไม่ได้เด็ดขาด ฉีจิ้งจงยังคงกบดานอยู่ และคนผู้นั้นไม่มีวันยอมจำนนง่ายๆ แน่’

            แววตาของเหยาเหยาฉายแววเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงฉีจิ้งจง ‘คนเจ้าเล่ห์และทะเยอทะยานอย่างเขา เมื่อเห็นว่าสถานการณ์การรบเริ่มเสียเปรียบ ย่อมต้องดิ้นรนหาทางเอาตัวรอดและโต้กลับอย่างบ้าคลั่ง... และเป้าหมายสูงสุดของเขาก็ไม่ใช่เพียงแค่ชัยชนะในสงคราม แต่คือตัวของเป้ยเฉินอัน!’

            ‘ข้าต้องระวังตัวให้ดี ฉีจิ้งจงอาจจะไม่ยอมปะทะซึ่งหน้า แต่เลือกที่จะส่งคนลอบเข้ามาลักพาตัวเป้ยเฉินอันในเซิ่งจิง ระหว่างที่ทุกคนกำลังมุ่งความสนใจไปที่ศึกใหญ่ตรงชายแดน...’ ความคิดนี้ทำให้นางรู้สึกเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง ‘นี่อาจเป็นแผนเบี่ยงเบนความสนใจล่อเสือออกจากถ้ำ! ดึงความสนใจทั้งหมดไปที่ชายแดน แล้วลอบตลบหลังชิงตัวเป้ยเฉินอันไป!’

            เมื่อคิดได้ดังนั้น เหยาเหยาจึงไม่รอช้า รีบสั่งการให้เพิ่มกำลังองครักษ์คอยคุ้มกันเป้ยเฉินอันที่จวนแน่นหนาขึ้นเป็นสองเท่า พร้อมทั้งวางมาตรการเตรียมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินทุกรูปแบบอย่างรัดกุม

            ——————

            ลางสังหรณ์ของเหยาเหยาแม่นยำราวกับตาเห็น!

            ในค่ำคืนหนึ่งอันเงียบสงัด ขณะที่สายตาทุกคู่ในใต้หล้าต่างจับจ้องไปยังศึกสงครามที่ชายแดนเหนือ ยอดฝีมือกลุ่มหนึ่งของฉีจิ้งจงก็ลอบเร้นเข้าสู่เมืองหลวงเซิ่งจิงอย่างไร้สุ้มเสียง พวกมันมุ่งตรงมายังจวนเป่ยกุยอ๋องเพื่อลงมือชิงตัวเป้ยเฉินอันทันที

            ทว่าเหยาเหยาได้เตรียมการรับมือไว้ล่วงหน้าแล้ว ยันต์เตือนภัยที่นางให้เป้ยเฉินอันพกติดตัวไว้ก็แผ่ความร้อนผ่าวขึ้นมา องครักษ์ฝีมือดีที่ซุ่มซ่อนอยู่ตามจุดต่างๆ จึงสามารถเคลื่อนไหวรับมือได้อย่างทันท่วงที

            ‘มากันจริงๆ ด้วย!’ เหยาเหยาตาเป็นประกายกร้าว นางรีบคว้าตัวเป้ยเฉินอันเข้ามากอดแนบอกอย่างปกป้อง ก่อนจะเปล่งเสียงสั่งการองครักษ์ด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "คุ้มกันคุณชายน้อยให้ดี! และจับเป็นพวกมันกลับมาให้ได้!"

            ครั้งนี้นางไม่ได้ตั้งใจจะตั้งรับอย่างเดียวเท่านั้น เหยาเหยาได้วางค่ายกลและกับดักล่อเสือเข้าถ้ำไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงสั่งให้เปิดช่องโหว่ล่อให้กลุ่มนักฆ่าของฉีจิ้งจงบุกเข้ามาด้านใน ก่อนจะปิดประตูล้อมตีจับกุมพวกมันทั้งหมดไว้ได้ในคราวเดียวโดยไม่ยอมให้เล็ดลอดไปได้แม้แต่คนเดียว จากนั้นจึงเริ่มกระบวนการเค้นสอบปากคำอย่างโหดเหี้ยมเพื่อรีดเค้นข้อมูลที่ตั้งของฉีจิ้งจง

            หลังจากการเค้นสอบอย่างหนักหน่วง ในที่สุดพวกมันก็ยอมคายความจริงออกมาว่า ยามนี้ฉีจิ้งจงซ่อนตัวอยู่ในค่ายลับแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กับแนวรบของเป่ยเหลียง เพื่อคอยบัญชาการลอบโจมตีและเฝ้ารอโอกาสเหมาะที่จะชิงตัวเป้ยเฉินอัน

            ‘ฉีจิ้งจงผู้นี้สมเป็นเขี้ยวลากดินจริงๆ’ เหยาเหยาคิดในใจด้วยความโกรธแค้น ‘ด้านหนึ่งหนุนหลังเป่ยเหลียงให้ก่อศึกใหญ่ที่ชายแดน อีกด้านกลับลอบส่งคนมาชิงตัวเป้ยเฉินอันที่เซิ่งจิง... เขาคงคิดว่าข้าจะพะวักพะวนจนรับมือไม่ทันทั้งสองทาง ทว่าเขาคิดผิดถนัด!’

            ‘โชคดีที่ข้าเตรียมการป้องกันเป้ยเฉินอันไว้อย่างแน่นหนา และวางกับดักซ้อนกลจับกุมคนของเขาไว้ได้’ หญิงสาวเหยียดยิ้มบางอย่างพึงพอใจ ‘ยามนี้ข้ารู้ที่ซ่อนของมันแล้ว สถานการณ์พลิกผันจากฝ่ายตั้งรับกลายเป็นฝ่ายรุกอย่างเต็มตัว!’

            เหยาเหยาไม่รอช้า รีบเขียนจดหมายส่งข่าวและข้อมูลที่ตั้งค่ายลับนี้ไปยังเป้ยจิ้งหานทันที พร้อมทั้งแนบแผนการศึกอันแยบยลที่นางคิดค้นขึ้น นั่นคือการให้เป้ยจิ้งหานอาศัยจังหวะที่กองทัพเป่ยเหลียงกำลังพ่ายแพ้ นำกำลังบุกจู่โจมทำลายค่ายลับของฉีจิ้งจงแบบสายฟ้าแลบ ก่อนที่อีกฝ่ายจะทันรู้ตัวว่าที่ซ่อนของตนเองถูกเปิดเผยแล้ว

            ดวงตาของหญิงสาวเปล่งประกายคมปลาบดุจกระบี่ ‘คราวนี้แหละ พี่หานจะได้ถอนรากถอนโคนมันเสียที... ฉีจิ้งจง เจ้าบังอาจหมายตาจะพรากลูกชายไปจากอกข้าครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งนี้ถึงคราวที่เจ้าต้องชดใช้ด้วยชีวิต!’

            ——————

            ในคืนนั้น หลังจากจัดการความวุ่นวายและกวาดล้างกลุ่มคนร้ายที่บุกรุกจวนจนหมดสิ้น เหยาเหยาก็เอนกายลงนอนพลางโอบกอดเป้ยเฉินอันที่ตื่นตระหนกตกใจจนเพิ่งจะม่อยหลับไปด้วยความอ่อนล้า

            ‘ลูกรักของแม่ไม่ต้องหวาดกลัวอีกแล้ว...’ หญิงสาวคิดในใจ มือบางลูบเรือนผมอ่อนนุ่มของลูกชายเบาๆ ด้วยความรักและปวดร้าวใจเปี่ยมล้น ‘แม่ขอโทษนะเป้ยเฉินอัน... ที่ทำให้เจ้าต้องมาพบเจอเรื่องราวอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ แต่แม่ขอสัญญา อีกไม่นานฉีจิ้งจงจะถูกกำจัดอย่างสิ้นซาก และเจ้าจะได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยและสงบสุขอย่างแท้จริง’

            เด็กน้อยที่อยู่ในห้วงนิทราขมวดคิ้วมุ่นน้อยๆ ก่อนจะละเมอเสียงแผ่วออกมาจากริมฝีปากป้อม “ท่านพ่อ... ท่านแม่...” สุ้มเสียงอันไร้เดียงสาในห้วงฝันนั้นแว่วเข้าหูเหยาเหยาอย่างชัดเจน

            หัวใจของเหยาเหยาพลันอ่อนยวบด้วยความสงสาร นางกระชับอ้อมกอดรั้งร่างเล็กเข้ามาแนบกายแน่นขึ้น ก่อนจะกระซิบบอกอย่างอ่อนโยน "เป้ยเฉินอัน ไม่ต้องกลัวนะลูก... แม่อยู่ตรงนี้แล้ว ท่านพ่อของเจ้าก็กำลังเดินทางไปปราบคนชั่วช้าพวกนั้น อีกประเดี๋ยวท่านพ่อก็จะกลับมาหาเราแล้ว"

            ‘ช่างดีเหลือเกินที่ข้าได้อยู่เคียงข้างและเฝ้าดูแลเป้ยเฉินอันอย่างใกล้ชิด’ เหยาเหยาคิดพลางระบายลมหายใจแผ่วเบา ‘เพียงมองสีหน้ายามหลับ ฟังเสียงละเมอ และสังเกตแววตาของเขา ข้าก็พอจะรู้ว่าเขากำลังหวาดกลัวหรือกังวลเรื่องใด และจะได้ปลอบโยนเขาได้ทันท่วงที... นี่คงเป็นเพราะหัวใจของคนเป็นแม่ที่ผูกพันกับลูก จนเข้าใจกันได้โดยไม่ต้องเอ่ยคำ’

            นอกหน้าต่าง ลมเหมันต์พัดกระโชกหนาวเหน็บ ทว่าภายในใจของเหยาเหยากลับคุกรุ่นไปด้วยเปลวไฟแห่งความมุ่งมั่นอันแรงกล้า ศึกสงครามที่ชายแดนใกล้จะถึงจุดตัดสินเต็มที และการไล่ล่าสะสางบัญชีแค้นกับฉีจิ้งจงก็ใกล้จะถึงบทสรุปสุดท้ายแล้วเช่นกัน

            ‘อดทนอีกนิดนะลูกรัก’ นางคิดพลางก้มลงมองใบหน้ายามหลับใหลของอันอันด้วยแววตาอ่อนโยนแต่เด็ดเดี่ยว ‘อีกไม่นาน ทุกอย่างจะจบลง... และครอบครัวของเราสามคนจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอย่างสงบสุขเสียที’

    คล้ายกับเรื่องหนูน้อยผู้สะสมบุญข้ามภพ มาเกิดใหม่พร้อมระบบร้านค้าบุญกุศล ที่คุณอ่าน