ภายใต้การนำภาวนาของหัวหน้านักผจญภัยและเหล่าสมาชิกชายฉกรรจ์ทั้งหลายต่างก็กราบไหว้ด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึมก่อนที่ออกล่าหาสมบัติและกลับออกมาอย่างปลอดภัย
ในเทือกเขามีภยันตรายมากมายหากออกจากโครงกระดูกัโบราณแล้วภายในหุบเขาจะเป็อีกโลกหนึ่งที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงข้างในนั้นเต็มไปด้วยเหล่าอสูรกายดุร้ายที่น่าสะพรึงกลัว
ด้วยเหตุนี้กลุ่มคนที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มนักผจญภัยเค้าเป็เอลฟ์ชื่ออนานิออน แบกคันธนูใหญ่และสะพายดาบสั้นแล้วออกเดินทางเมื่อเหยียบย่างเข้าสู่กลางหุบเขาธาครุกหรือหุบเขาแมงมุมมาร เลโอพูดกับวาลา ''คุณหัวหน้า ผมขอติดตามเข้าไปด้วยได้ไหน'' จริงๆแล้วเลโออยู่ในหุบเขามาแล้ว2ปีแต่ก็ยังไม่เคยเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของหุบเขา ต่อให้เค้ามีพลังมากเเค่ไหนเเต่เค้าก็เป็คนี้เีทำอะไรที่ยุ่งยากวาลาตอบเลโอไปว่า ''ไม่ได้มันอันตรายเ้าเป็ใครข้าก็ไม่รู้จักแถมข้างในนั่นอันตรายมากเ้าออกไปซะเถอะ'' พูดเสร็จแล้วพวกเข้าก็ออกเดินทางเข้าไปในหุบเขาแต่เลโอก็แอบตามเข้าไป
กลุ่มนักผจญภัยซึ่งเดินเข้าไปในหุบเขาหัวหน้านักผจญภัยวาลาก็เดินนำคนกลุ่มมายังส่วนทางเข้าหุบเขาหน้าถ่ำเค้านั่งลงแล้วกล่าวว่า “เอาล่ะ เ้าพวกบ้า พวกเ้าก็ควรจะตั้งใจ”
สมาชิกในกลุ่มทำหน้าเข้มขรึมขึ้นมาทันที แต่ละคนแววตาเบิกกล้าง ใจพร้อมที่จะตาย
“ท่านวาลา พวกอักขระโบราณเ่าั้สลับซับซ้อนเหมือนสัญลักษณ์ภูตมารทำไมพวกมันถึงอยู่ที่นี่” “นั่นสิ !”
ทุกคนมีสีหน้าวิตกกังวล ต่างก็เกิดความรู้สึกขัดแย้งภายในใจ
วาลาพูด “เ้าพวกนี้ช่างไม่รู้อะไรเอาเสียเลยอักขระกระดูกเป็สัญลักษณ์ที่ปรากฎโดยธรรมชาติบนกระดูกของอสูราเหี้ยมโหดแฝงไว้ซึ่งอำนาจและพลังลึกลับ”
“ท่านวาลาท่านอ่านอักขระกระดูกให้พวกเราได้ฟังหน่อยสิครับ” สมาชิกในกลุ่มกล่าว วาลาเห็นเงาดำคล้ายคน
''เ้า!!!! ตามมาได้ยังไงข้าบอกแล้วว่าให้ออกไปจากหุบเขา” วาลาเห็นเลโอแอบตามมา เลโอตอบ ''ข้าก็สนใจสมบัติภายในถ่ำ'' วาลาแอบสงสัย“เ้าอยู่ที่นี่นานแค่ไหนแล้ว?” เลโอตอบ ''ปี2ปีได้แล้วมั้ง'' วาลาใ วาลาเลยเรียกเลโอเข้ามาแล้วบอก
“เ้าอ่านอักขระกระดูก ได้รึเปล่า” เลโอตอบอ่านได้(เพราะมีพลังของาาอสูรภูติจึงอ่านคำอักขระได้) เลโอรับคำแล้วยื่นแขน ทั้งสองข้างออกไป เปิดปากอ่านอักขระ เกิดเสียงดังขึ้นบนฝ่ามือของเขามีแสงสว่างวาบขึ้นมา หลังจากที่เลโออ่านอักขระแล้ว ปรากฏอักขระประหลาดให้เห็นอักขระนั่นมีแสงมันแววและเสมือนจริงราวกับหล่อหลอมจากโลหะและมันก็ปรากฏบนมืออีกข้างหนึ่งอย่างรวดเร็ว เลโอก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อยแล้วยกหินสีน้ำเงินก้อนใหญ่ขึ้นมา“ช่างสวยจริงถ้าที่โลกจะขายได้กี่เหรียญน๊า!” สมาชิกกลุ่มหนึ่งร้องออกมาอย่างใ "เขาเป็เพียงคนจรเหตุใดจึงสามารถอ่านอักขระกระดูกนั้นได้?" วาลาคิดในใจ "คนๆนี่ไม่ธรรมดาแน่ๆมีเค้าไปด้วยอาจจะช่วยเราได้" พอคิดเสร็จวาลาจึงกล่าว"เ้าชื่ออะไร" เลโอตอบ "ข้าชื่อเลโอ" วาลา"เ้าจะไปหาสมบัติภายในถ่ำใช้ไหม" เลโอ "ใช้" วาลา"ถ้าอย่างงั้นเ้าก็ไปกับพวกข้าสิ ถ้าไม่กลัวตายอ่ะน่ะฮ่าๆๆๆๆ"
เลโอ พยักหน้า อนานิออนกล่าว“ท่านวาลา นี่คือพลังลึกลับของอักขระกระดูกงั้นหรือ?” แววตาของสมาชิก เป็ประกายท่าทีแตกต่างจากก่อนหน้านี้ที่ขาดความสนใจอย่างสิ้นเชิง “อย่าตื่นเต้นไปสิ่งเหล่านี้เป็เพียงแค่จุดเริ่มต้นหากเทียบกับอักขระกระดูกเงินที่ปรากฏภายในถ่ำแล้วยังห่างไกลยิ่งนัก”วาลากล่าว สมาชิกจึงพยักหน้าแล้วก็ส่ายหน้าไปมา “ท่านวาลาครับเล่าเื่โลกภายนอกให้ฟังหน่อยสิครับ” สมาชิก เผยสีหน้าคาดหวัง ทุกคนในหมู่บ้านบูชาัล้วนรู้ดีว่าหัวหน้าวาลาเคยเดินทางไปยังนอกอาณาจักร ผจญภัยร่วมกับผู้กล้าและคนแข็งแกร่งสิบกว่าคนของหมู่บ้านเมื่อสมัยอายุยังน้อย แต่เมื่อ 10 กว่าปีก่อนมีเพียงไม่กี่คนที่รอดชีวิตกลับมาในสภาพเืท่วมตัวหนึ่งในนั้นมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานก็จากไปเหลือเพียงวาลาและผู้กล้ากับคนไม่กี่คนที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ผู้กล้าของเผ่าบูชาัก็ได้จากไป หลายปีมานี้เค้าใช้เวลาศึกษาอักขระกระดูกอันลึกลับมาโดยตลอดเค้าทดสอบและเรียนรู้มันและฝึกฝนความแข็งแกร่งที่จะได้กลับไปนอกอาณาจักรตลอดเวลาคนเหล่านี้รู้ดีว่าทุกครั้งที่พวกเขารู้ซึ่งความแข็งแกร่งดุจัจะเกิดเสียงคำรามที่ออกมาจากกลางลานหินในหมู่บ้าน เสียงที่ทำให้อกสั่นขวัญแขวน ภายในใจ จึงเกิดความรู้สึกเคารพนับถือหัวหน้าของเค้ากระทั่งไม่กี่ปีมานี้การศึกษาวิจัยของหัวหน้าวาลาเพลาลงบ้างแล้ว ไม่ได้ทำให้รู้สึกหวาดกลัวมากนัก “โลกภายนอกหรือ... “ชายแก่คนนึงทำหน้าหวนคิดถึงอดีตหลังจากมีสีหน้าเหมือนต้องมนตร์และผิดหวังเขาก็พูดขึ้นว่า” โลกนี้กว้างใหญ่นักมันเวิ้งว้างไกลสุดลูกหูลูกตา การเดินทางจากดินแดนหนึ่งไปยังต่างแดนอย่างน้อยก็นับล้านๆไมล์ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วมันกว้างมากมายเพียงใด คนๆหนึ่งใช้เวลาเดินเท้าทั้งชีวิตก็ไม่สามารถเดินออกจากหนึ่งดินแดนรกร้างอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตนี้ได้การติดต่อสื่อสารของหมู่บ้านซึ่งอยู่ต่างดินแดนนั้นเป็เื่ยากเพราะอันตรายยิ่งนัก บนโลกนี้เต็มไปด้วยสรรพสัตว์ดุร้ายทั้งน่าสะพรึงกลัวและลึกลับแม้ว่าเป็อาณาจักรที่มีคนนับแสนคนหรือเมืองที่ยิ่งใหญ่ก็อาจพินาศได้ภายในค่ำคืนเดียวแน่นอนเผ่าพันธ์มากมาย พลังในการรบยอดเยี่ยมทัดเทียมกับสัตว์ประหลาด” ทั้งกลุ่มเกิดความเคารพยำเกรงในใจในขณะเดียวกันก็เกิดแรงปรารถนา ใคร่รู้ต่อโลกที่พวกเขาไม่เคยรู้จักมาก่อนมีคนเอ่ยถามว่า “ในโลกนี้มีอัญมณีใต้ผืนดินและยาวิเศษที่ทำให้แปลงร่างภายในหนึ่งคืนได้หรือไม่ครับผู้กล้าที่เก่งกาจที่สุดของมวลมนุษย์มีพลังมากเพียงใดขอรับ” ไปๆมาๆเื่ภายในถ่ำจึงกายเป็เื่โลกนี่ไปและแล้วเลโอตั้งใจฟังเพราะตังเองก็ไม่รู้เื่อะไรภายในโลกใหม่นี้เลย 2ปีอยุูแต่ตีนเขา ชายแก่หัวเราะแล้วพูดว่า “ถ้าเ้าอยากรู้ก็จงทำตนให้แข็งแกร่งเสียก่อน” “หากพวกข้ากุมพลังอำนาจลึกลับของอักขระกระดูกแล้วจะสามารถออกไปผจญยังดินแดนอื่นๆ ได้หรือไม่?” คนบางส่วนเผยใบหน้าที่เปี่ยมด้วยความปรารถนา วาลากล่าว “อย่าว่าแต่ต่างดินแดนเลยหากมีผู้วิเศษที่สามารถเดินทางข้ามผ่านเพียงครึ่งของดินแดนเราก็เป็เื่เหลือเชื่อแล้ว!” ทุกคนต่างก็ตะลึงงัน
“สิ่งที่ข้าทำได้มีเพียงนำทางพวกเ้าสู่หนทางที่ถูกต้องสุดท้ายพวกเ้าจะเดินไปถึงขั้นไหนนั่นก็ขึ้นอยู่กับพวกเ้าสิ่งที่ข้าบอกพวกเ้าไม่มีทางด้อยกว่าสิ่งที่พวกอื่นจะได้เรียนรู้ในโลกภายนอกนั่น” พอชายแก่พูดจบั์ตาฉายแววประหลาด พลางลูบคลำกระดูกสีขาว น่าพิศวงที่อยู่กลางหน้าอก เลโอตั้งใจฟัง โลกนี้มีชื่อว่าแบรนดอนมี9อาณาจักร
อาณาจักรคาเดนอาณาจักรไบรซ์ อาณาจักรเบซิล อาณาจักรเบอร์นาด อาณาจักรเดรค อาณาจักรออเบรย์
อาณาจักรเบอร์แทรม อาณาจักรดาเรียส อาณาจักรฟาริสและมีเผ่าพันธ์ต่างๆในแต่ละอาณาจักร และ4เผ่าพันธ์ที่ยิ่งใหญ่ในมัลติเวิร์สที่ไม่ค่อยได้เห็นกัน เลโอได้เรียนรู้แล้วว่าตอนนี้เค้าอยู่ที่ไหนเค้าอยู่ที่อาณาจักรเดรค อาณาจักัหรืุ์ครึ่งั คนในกลุ่มนั่งล้อมวงอยู่ข้างกายหัวหน้าและชายแก่ในที่สุดก็สามารถรวบรวมสมาธิและเริ่มต้นรับฟังคำเื่ราวอย่างตั้งใจพอฟังเเื่ราวเสร็จ เลโอใ “โลกนี้ช่างยิ่งใหญ่นัก” พอพูดจบ ทุกคนได้เดินทางเข้าไปในถ่ำ
เข้าได้สักพัก ก็มีเสียงคนเดินเข้ามา "ห๊ะ!!! โอเกอร์" อนานิออนะโ "ท่านวาลา ข้างบนพวกออร์ค" วาลาเลยะโบอกทุกคนว่า "ทุกคน!!!! ล้อมวงเข้ามา กลางเขตแดนป้องกัน" นักเวทย์ภายในกลุ่มได้กลางเขตแดนป้องกัน โอเกอร์และออร์คได้วิ่งเข้าโจมตีแต่ไม่เป็ผล อนานิออนได้ใช้ธนูยิงใส่พวกออร์คตายไปหลายตัว ส่วนวาลาใช้ดาบใหญ่ป้องกันพวก
โอเกอร์และฆ่าไปหลายตัว เค้าหัวเราะแล้วบอกว่า "ฮ่าๆๆ เข้ามาไอ้พวกมอนสเตอร์" เลโอได้แต่ยืนดูและหลบภัยภายในเขตป้องกัน สักพักก็มีเสียงกรีดร้องดังออกมาภายในถ่ำ โอเกอร์และออร์คใ ยืนนิ่ง มีเสียงเดินเหมือนแมลงนับล้านกำลังเดินเข้ามา โอเกอร์และออร์คพอได้ยินเสียงแมลงจึงวิ่งหนีกระจัดกระจายไป เงาขนาดใหญ่กำลังคืบคลานเข้ามา วาลา "ห๊ะ!!!!!! นี่มันตัวบ้าอะไรกัน" สิ่งที่ทุกคนเห็นคือ อัฐชาอสูรดึกดำบรรพ์ มีหน้าเหมือนมนุษย์ มีฟันแหลมคม มือ2ข้างเหมือนมือตั๊กแตน มีขา8ขา ตูดป่อง ตัวมีพิษ วาลาเห็นแล้วจึงบอกทุกคนว่า "หนีเร็ววววววว" ทุกคนได้ยินจึงพากันวิ่งหนี
อัฐชาเป็แมงมุมภูติมาร อัฐชากรีดร้องออกไป จึงทำให้ถ่ำถล่ม ทุกคนวิ่งออกไปได้เว้นแต่เลโอเค้าวิ่งช้าซะเหลือเกิน
เลโอไม่รู้จะทำยังไง 2ปีที่ผ่านมาเค้าได้แต่ฆ่าสัตร์ตัวเล็กๆตรงตีนหุบเขาแมงมุมมาร เค้าไม่เคยสู้กับภูติมารมาก่อน แต่เค้ามีความคิดดีๆขึ้นมา "ไอ้ตัวนี่ มันเหมือนแมลงนี่หว่า" เค้าจึงใช้พลังทรายดำ สร้างรูปทรงอาวุธขึ้น แต่!!!!! อาวุธที่เค้าสร้างขึ้นมากับเป็กระป๋องสเปรย์ "เอานี่ไปกินซะไอ้แมลงงงงง" แต่พอโจมตีใส่เข้าไป มันมีแต่ผงทรายดำ!!! เลโอใ!! "อะไรกัน!! นี่มันไม่มียาฆ่าแมลงนี่หว่าาาาาา" เลโอจึงวิ่งหนีสุดชีวิต แต่??? วิ่งไปวิ่งมาตกหลุมซะงั้น เลโอ "อ้าว นี่มันอะไรกันวะเนี่ยยย!!!!!!!!" อีกมุมนึง าาอสูรภูตฮาโรวีน ได้ดูเลโอผ่านทางลูกแก้ว "โถ่ววววไอ้โง่เอ้ย!!"
เลโอได้ตกลงไปในส่วนที่ลึกที่สุด เค้านึกถึงคำพูดของาาอสูรภูติ ตอนที่เค้ามาโลกนี่ าาอสูรภูติ " ร่ายเวทย์อัญเชิญ " มีแสงออกมาจากวงแหวงเวทย์ เกิดชายหนุ่มผมยาวผอมแห้งขึ้นมา " นี่เราอัญเชิญตัวอะไรมาวะเนี่ย !? " เลโอตื่นขึ้นมาถาม " ที่นี่ที่ไหน?? " าาอสูรภูติตอบ "ที่นี่คือโลกต่างมิติ ข้าอัญเชิญเ้ามาเพื่อเป็าาของโลกนี้" เลโอตื่น " ในนี่มันในถ่ำนี่หว่า แสงอะไร?? " เลโอเดิินเข้าไปไกลๆ ก็ได้เห็น เคียวอันใหญ่ มีแสงดำๆรอบๆ เคียวที่เห็นเป็เคียวของาามาร เลโอกำลังเดินไปที่เคียว แต่กับเจอ!!!!??????