เธอไม่เคยรู้จักผู้ชายคนไหนที่มีอพาร์ตเม้นท์ส่วนตัวมาก่อนเลยสักคน เด็กหนุ่มทั้งหลายที่เธอเคยออกเดตด้วยล้วนแล้วแต่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นทั้งสิ้น ถ้าไม่อยู่กับพ่อแม่ก็อยู่กับเพื่อนร่วมหอ ห้องละสองสามคน
“หาอะไรดื่มตามสบายเลยนะครับ” นิคเอ่ยขึ้นเมื่อพาเธอเข้าไปในอพาร์ตเม้นท์ที่ได้รับการออกแบบตกแต่งไว้อย่างหรูหรา “บ้าน” ส่วนตัวของเขาหลังนี้อยู่ชั้นบนของอาคารขนาดสองชั้น “ผมขอตัวอาบน้ำก่อน”
เธอไม่สนใจกับเครื่องดื่มหลากชนิดที่รายเรียงอยู่บนเคาน์เตอร์ ได้แต่เดินไปทั่วห้องด้วยความตื่นเต้นเปรียบเทียบอยู่ในใจว่าบ้านของพ่อแม่นั้น เต็มไปด้วยบรรยากาศของครอบครัวที่อบอุ่น แต่อพาร์ตเม้นท์นี้ มันเป็อะไรบางอย่างที่แตกต่างกันอย่างมาก เหมือนภาพที่ปรากฏอยู่ในแม๊กกาซีนที่เธอชอบพลิกดูอยู่เสมอ
“ชอบมากไหม?”
เธอหันขวับไปเมื่อได้ยินเสียงพูดของนิค แล้วก็รู้สึกฝืดคอขึ้นมาอีกเมื่อเห็นเขาอยู่ในเสื้อคลุมอาบน้ำสีดำเพียงตัวเดียว
“เอ้อ... สวยมากค่ะ” น้ำเสียงของเธอในยามนี้เหมือนมีอะไรบางอย่างเข้าไปติดขัดอยู่ในลำคอ ได้แต่หลบตาลงมองพื้นพรมที่ปูลาดไว้ในห้อง แต่ดูเหมือนนิคจะไม่ได้ััความรู้สึกตะขิดตะขวงใจของเธอในยามนี้เลย เขากลับเดินเข้ามาหาวางมือลงบนไหล่พร้อมกับถามว่า
“คุณชอบอาหารอิตาเลี่ยนไหม?”
“เอ้อ... ค่ะ” สายตาของเธอไม่ได้เลื่อนสูงขึ้นจากรอยแยกของเสื้อคลุมตรงร่องอกของเขาเลย สังเกตเห็นแผงอกสีน้ำตาลและไรขนที่ขึ้นอยู่
“ดีมาก” เขาจูบเธอเบาๆ “ที่ถามเพราะผมจองที่นั่งในร้านอาหารอิตาเลี่ยนไว้สำหรับเราสองคนเรียบร้อยแล้ว”
“ดีค่ะ” เรียวปากของเธอสะท้านกับจูบนั้น มันมีอะไรเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้...ซึ่งก็จะต้องเป็คนนี้คนเดียวเสียด้วยที่สามารถสร้างความรู้สึกเช่นนี้ให้เกิดขึ้นกับเธอได้...?
“ผมก็หวังว่าจะเป็เช่นนั้น” เขาผงกศีรษะรับน้อยๆ “คุณช่วยหยิบเสื้อผ้าเตรียมไว้ให้ผมหน่อยได้ไหม ผมจะรีบไปอาบน้ำ?”
“อะไรนะคะ...?” เธอเบิกตาโพลง “จะให้ฉันจัดเสื้อผ้าเตรียมไว้ให้คุณงั้นหรือคะ?”
“ก็ใช่น่ะสิ ผมว่าสูทสีครีมกับเสื้อเชิ้ตสีดำน่าจะไปกันได้ดี... โอเคนะ?”
“ก็... โอเคค่ะ” เธอได้แต่พยักหน้ารับ เกิดมาในชีวิตไม่เคยต้องทำอะไรอย่างนี้ให้ผู้ชายคนไหนมาก่อนเลย
นิคเดินเข้าไปในห้องน้ำที่อยู่ในห้องเดียวกัน ขณะที่เธอเลือกหาเสื้อเชิ้ตสีดำกับสูทสีครีมจากตู้เสื้อผ้า กว่าจะหาพบก็พอดีกับที่เสียงน้ำในห้องน้ำหยุดลงพอดี
“เรียบร้อยไหม?” นิคเดินออกมาจากห้องน้ำ ใช้ผ้าเช็ดตัวเช็ดผมสีบลอนด์ไปพลาง ปิดบังท่อนล่างของลำตัวด้วยผ้าอีกผืนหนึ่ง เรือนกายท่อนบนเปลือยเปล่า
ราเชลได้แต่มองเขาตาค้างอยู่เช่นนั้น เรือนกายของนิคราวเทพบุตรกรีกที่หล่อจากทองสำริด แผงอกเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเช่นเดียวกับต้นขา เรือนผมที่ใกล้แห้งเริ่มเปลี่ยนเป็สีเดิมตามธรรมชาติของมันแล้ว
“ราเชล?” เสียงเรียกของเขาเหมือนปลุกให้เธอตื่นขึ้นจากภวังค์แห่งความฝัน เธอรีบส่งเสื้อผ้าชุดที่เลือกไว้แล้วก่อนจะรีบรุดเดินแกมวิ่งออกจากห้อง...
ราเชลััอาการสั่นสะท้านทั้งร่างกายและจิตใจ เมื่อออกมาถึงส่วนที่จัดเป็ห้องนั่งเล่น ได้แต่เดินกลับไปกลับมาอยู่อย่างนั้น เพื่อบังคับจิตใจให้สงบ นิคน่าจะเคยพาผู้หญิงบางคนเข้าไปในห้องนอนของเขา ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะต้องเคยใช้ผู้หญิงบางคนให้ช่วยหยิบเสื้อผ้าให้เขามาก่อนแล้ว แต่เขาก็จะต้องรู้ว่าเธอไม่เคยทำอะไรพรรค์นั้นมาก่อนเมื่อคิดๆ ดูแล้ว สิ่งที่เขาขอให้เธอช่วยมันก็เป็เื่ธรรมดามาก และดูเหมือนเขาไม่คิดอะไรด้วยซ้ำเมื่อปรากฏตัวต่อหน้าเธอด้วยเรือนร่างที่มีเพียงเสื้อคลุมตัวเดียว...!
แต่เธอกลับแสดงทีท่าราวสาวน้อยที่ไร้ประสบการณ์ถ้าจะว่าไปแล้ว เขาแทบไม่คิดอะไรเลยด้วยซ้ำกับความเปลือยเปล่าของร่างกายขนาดนั้น...!
ดูเหมือนเขาไม่ได้สังเกตเห็นความกระดากกระเดื่องที่กำลังเกิดกับเธออยู่เสียด้วยซ้ำ เมื่อเดินตามออกมาหลังจากนั้นไม่นานเท่าไร
“เราไปกันเถอะ...” เขาพูดด้วยน้ำเสียงรื่นเริง
เธอปล่อยให้เขาพาออกไปที่รถ รู้สึกว่ามีความปลอดภัยมากกว่าตอนที่อยู่ในบ้านเขาเป็ไหนๆ
เมื่อมาถึงร้านอาหารราเชลก็สามารถตั้งสติได้แล้ว และนึกชอบบรรยากาศของร้านอาหารแห่งนี้ในทันทีที่เหยียบย่างเข้าไป ไม่ว่าจะเป็แสงไฟที่ตามไว้เพียงสลัว โต๊ะที่ปูด้วยผ้าสีแดง ตั้งห่างๆ กันซึ่งช่วยให้ดูมีความเป็ส่วนตัวมากขึ้น
ลูกค้าที่นั่งอยู่ก่อนแล้วในร้านต่างหันมามองนิคเป็ตาเดียว แต่ดูเหมือนนิคจะมีภูมิคุ้มกันสำหรับสายตาที่บ่งบอกว่ารู้จักเขาเป็อย่างดี
“อย่าสนใจ...” เขาแนะนำเบาๆ เมื่อเห็นเธอเริ่มเกิดอาการประหม่า
มันเป็การง่ายสำหรับเขาที่จะพูดออกมาอย่างนั้น แต่สำหรับเธอผู้ไม่เคยคุ้นกับการที่ตกเป็เป้าแห่งความสนใจของใครโดยเฉพาะในระหว่างการรับประทานอาหารมันเป็เื่ที่ยากมาก อย่างไรก็ตาม ไวน์แดงที่นิคสั่งมาดื่มร่วมกับการรับประทานอาหารมื้อนี้ช่วยระงับสติอารมณ์เธอได้อย่างมากหลังจากเวลาผ่านไปไม่นานเธอก็สามารถปรับตัวเองให้คุ้นกับสายตาของผู้คนเ่าั้ได้
เมื่อการรับประทานอาหารเสร็จสิ้นและอ้อยอิ่งอยู่กับกาแฟนั้น นิคก็เอ่ยขึ้นว่า
“สำหรับคืนนี้ผมเห็นจะต้องส่งคุณกลับบ้านก่อน เพราะพรุ่งนี้ผมจะต้องลงสนามตอนบ่ายสองโมง...แซมคงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน ถ้าพรุ่งนี้ผมทำงานให้เขาไม่สำเร็จเพราะนอนดึก”
“ใครคือแซมคะ?” เธอถามอย่างสนใจ
“ชื่อเต็มของเขาคือ แซม ฟรีแมน เป็โค้ชของผมเอง”
“อ๋อ...” ราเชลพยักหน้ารับ “ฉันเคยได้ยินชื่อเขาค่ะ”
“ผมคงไม่ก้าวหน้ามาถึงขนาดนี้แน่ถ้าไม่มีเขา” นิคบอก
จากน้ำเสียงที่พูดบอกให้เธอรู้ ว่าเขามีความนับถือในตัวบุรุษผู้นั้นอย่างแท้จริง
“เขาไม่เคยลงเล่นด้วยตัวเองเลยหรือคะ?”
“เคย แต่นานมากแล้ว ถึงวันนี้เขาก็ไม่จำแล้วละว่ามันกี่ปี” เขายิ้มกว้างให้ “สมัยนั้นเขาชนะแทบทุกนัดเลยนะ”
“โอ้โฮ ถ้าอย่างนั้นเขาจะต้องเก่งมากทีเดียว”
“แน่นอน ว่าแต่คุณเถอะ อยากไปดูการแข่งขันพรุ่งนี้ไหมล่ะ?”
“คุณหมายความ... จะให้ฉันไปดูคุณแข่งหรือคะ?” เสียงที่ถามแทบไม่ต่างกว่าเสียงกระซิบ ซึ่งนิคก็พยักหน้า
“ก็ใช่น่ะสิ ผมจะถือว่าตัวเองถูกดูิ่อย่างแรงเชียวละถ้าคุณไปดูคนอื่นลงแข่ง” เขาทำเสียงยั่วเย้า “ผมจัดให้คุณนั่งกับแซมและซูซี่ได้”
ซึ่งนั่นหมายถึงว่าเธอจะได้เข้าไปนั่งในที่นั่งพิเศษที่จัดไว้สำหรับโค้ชและครอบครัวของเขาเท่านั้น แต่แน่นอนที่จะ ต้องตกเป็เป้าสายตาของสื่อมวลชนมากมายอย่างไม่ต้องสงสัยเลย...ไม่เอาดีกว่า... เธอรีบส่ายหน้าปฏิเสธ พยายามยิ้มเข้าไว้เพื่อไม่ให้การปฏิเสธของตนเองฟังดูเคร่งเครียดเกินไป
“ฉันคงไม่ไปหรอกค่ะ... ขอบคุณมาก”
สีหน้าของนิคเครียดขรึมขึ้นมาทันทีอย่างที่เธอคาดไว้ไม่ผิด เอื้อมมากุมมือเธอไว้
“ทำไมล่ะ?”
“พรุ่งนี้ฉันต้องเรียน...”
“คุณลาได้นี่ แค่วันเดียวเท่านั้น”
“ฉันไม่อยากลา... เพราะจะสอบปลายภาคอยู่อีกไม่กี่อาทิตย์แล้ว”
“แต่ผมอยากให้คุณไป” เขายิ้มอย่างจะให้กำลังใจ “ใครจะรู้ คุณอาจเป็ตัวนำโชคให้ผมก็ได้”
“ทำไม... คุณเป็คนเชื่อถือเื่โชคลางด้วยหรือคะ?”
“คุณหมายถึงว่า ขนาดต้องไว้เคราจนกว่าการแข่งขันชิงแชมเปี้ยนจะจบสิ้นลงอย่างบียอร์น บอร์กยังงั้นใช่ไหม?” เขาสั่นศีรษะ “มันก็ไม่เชิงหรอกนะ แต่ผมก็ยังถืออยู่ดี ถ้าขณะที่แข่งๆ อยู่แล้วแร็ตเก็ตเกิดแตกหรือหักขึ้นมา”
“ฉันอยากไปดูคุณแข่งค่ะ” เธอเอ่ยขึ้นช้าๆ “แต่ไม่คิดว่าตัวเองจะสามารถไปได้”
“มันก็แค่ครึ่งบ่ายเท่านั้นน่า ราเชล”
“ฉัน...เอ้อ...ก็ได้ค่ะ...” ในที่สุดเธอก็พยักหน้ารับ “แล้วฉันจะเข้าไปในสนามได้ยังไงล่ะคะ?”
“ผมจะสั่งแซมไว้” นิคเพิ่งจะยิ้มออก เนื่องจากเขาสามารถทำตามใจตัวเองได้อีกครั้ง
“แล้วซูซี่ล่ะคะ เป็ใคร?” เธอถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่อยากให้ตัวเองพลาดความรู้เกี่ยวกับผู้หญิงอีกคนหนึ่งซึ่งทำให้นิคหัวเราะออกมาเบาๆ กับคำถามอย่างเป็งานเป็การของเธอ
“เออ...ราเชล... คุณคิดว่าซูซี่ควรจะเป็ใครล่ะ?”
“ฉันไม่ทราบหรอกค่ะ” เธอรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้ามันคล้ายกับเธอบังเกิดความหึงหวงในตัวเขา ทั้งๆ ที่เธอเพิ่งรู้จักเขาได้แค่สองวันเท่านั้น ไม่อยากได้ยินเขาเอ่ยชื่อผู้หญิงคนอื่น
“ซูซี่เป็ลูกสาวของแซม ผมน่ะรู้จักั้แ่ยังใส่เหล็กดัดฟันอยู่เลย
น้ำเสียงที่เขาใช้ยามพูดถึงซูซี่นั้น แฝงแววรักใคร่เหมือนยามที่พี่ชายพูดถึงน้องสาว จึงทำให้ราเชลสามารถกำจัดความคิดในทางลบต่างๆ ออกไปจากสมองได้อย่างรวดเร็ว
“ถ้าเช่นนั้น ฉันคิดว่าเราควรกลับกันได้แล้วละค่ะ ถ้าคุณจะต้องเตรียมตัวสำหรับการลงสนามวันพรุ่งนี้” เธอเสนอแนะด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลง
“ถูกต้อง” เขาถอนหายใจ “บางครั้งผมก็สงสัยอยู่เหมือนกัน ว่ามันจะคุ้มกันหรือเปล่า” เขาส่งสัญญาณให้พนักงานเข้ามาเก็บเงิน
“แต่ฉันคิดว่า พอคุณชนะ...”
“อา... เมื่อคุณชนะ...” เขาผงกศีรษะอย่างเห็นด้วย “แต่ถ้าเมื่อคุณแพ้ล่ะ... บางครั้งนะ พอผมออกไปยืนอยู่ในคอร์ทผมก็รู้ได้ทันทีเลยว่า มันไม่ใช่เื่ง่ายๆ เลยที่จะทำให้ตัวเองชนะ เพราะคู่ต่อสู้เขาก็จะต้องคิดอย่างเดียวกับผม ฝีมือเขาจะต้องเหนือผมมาก ผมยังจะต้องเล่นอีกถึงสองเซท กว่าที่การแข่งขันจะจบสิ้นลง”
“ฟังดูแล้ว รู้สึกว่าเป็งานที่หนักมากนะคะ” เธอพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“แน่นอนที่สุด” เขายิ้มเศร้า “ยิ่งสำหรับพรุ่งนี้ด้วยแล้วผมว่าพอลจะต้องมั่นใจเลยละว่า เขาจะต้องล่อให้ผมวิ่งไม่รู้ที่ไมล์ต่อกี่ไมล์เลยทีเดียว”
“คุณหมายถึงพอล เชพลีย์น่ะหรือคะ?” ราเชลรู้สึกว่ามันเป็เื่แปลกมาก เวลาที่เขาเอ่ยถึงบุคคลที่เธอเคยเห็นก็แต่ในจอโทรทัศน์ด้วยชื่อต้น แม้เธอจะมีความรู้จากที่เคยอ่านพบ ว่านักเทนนิสที่เป็คู่ต่อสู้กันอย่างเอาเป็เอาตายในสนามนั้น เมื่อจบการแข่งขันลงแล้ว ล้วนแต่เป็เพื่อนที่ดีต่อกันมากๆ ก็ตาม
“ถูกต้อง...” เขาพูดพร้อมลุกขึ้นยืน “ที่แน่ๆ ก็คือ เราทั้งสองคนคือผมกับพอลต่างเ้าอารมณ์ด้วยกันทั้งคู่เพราะฉะนั้น มันจะต้องเป็นัดที่รุนแรงมากด้วย”
ก่อนหน้าที่พอล เชพลี่ย์จะปรากฏตัวขึ้นในคอร์ท...นิคได้ชื่อว่าเป็นักเทนนิสเ้าปัญหาที่สุดคนหนึ่ง ราเชลเคยเห็นบุรุษทั้งสองะเิอารมณ์ใส่กรรมการมาแล้ว เมื่อคิดว่าเขาตัดสินหรือให้คะแนนผิด แต่ในระหว่างสองคนนี้ เธอคิดว่านิคสามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้ดีกว่า อาจจะเป็เพราะวัยกระมังที่ทำให้เขาลดความเ้าอารมณ์ลงได้