ณ ยามค่ำคืนอันเงียบสงบบนถนนสายหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ถนนในเวลานี้แทบจะปราศจากรถยนต์ แต่มีรถคันหนึ่งซึ่งขับโดยหญิงสาววัย 26 ปีกำลังแล่นผ่านมา และในขณะนั้นเอง…
ปัง!!!
เธอได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด แล้วจู่ๆ รถของเธอก็ลื่นไถลโดยที่เธอไม่สามารถควบคุมได้
“ว้ายยยย!!! อะไรกันเนี่ย?!”
เธอเหยียบเบรคจนสุดแต่ก็ไม่เป็ผล เมื่อถึงโค้งเลี้ยวซ้ายข้างหน้าเธอจึงหมุนพวงมาลัยเพื่อให้รถเลี้ยวซ้าย แต่รถกลับพุ่งตรงแหกโค้งที่ดูเหมือนว่าแผงกันชนข้างถนนได้หลุดหายไปแล้วก่อนหน้านี้
ทันใดนั้น ท่ามกลางแสงไฟหน้ารถเธอที่ฝ่าความมืดสลัวยามค่ำคืน เธอเห็นร่างชายผู้หนึ่งยืนอยู่ข้างรถยนต์ที่มีสภาพพังยับจอดสงบนิ่งอยู่นอกโค้งถนน ในมือชายผู้นี้ถืออะไรบางอย่างเล็งไปยังเบาะหลังของรถคันนั้น แต่เขาก็ต้องรีบหันมามองรถของเธอที่พุ่งเข้าใส่ด้วยความใ
โครม!!!
“ว้ายยยยยยย!!!”
เธอได้แต่ร้องอย่างหวาดกลัว และรถของเธอก็ค่อยๆ ชะลอลงจนหยุดนิ่ง เธอปลอดภัยดีแต่ยังคงหวาดกลัวกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นจึงได้แต่นั่งสงบสติอยู่พักใหญ่
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ฉันชนคนหรือเนี่ย?”
เมื่อตั้งสติได้เธอจึงรีบดับเครื่องและออกไปดูบริเวณรอบๆ เธอรู้สึกเหมือนมีเสียงบางอย่างดังมาจากในรถคันนั้น แต่เธอเหลือบไปเห็นร่างชายที่ถูกเธอชนกระเด็นแน่นิ่งอยู่ จึงรีบวิ่งไปดูก็พบว่าชายผู้นี้ไร้ลมหายใจซะแล้ว
“แย่แล้ว! ฉันชนคนตาย…เอ๊ะ!”
เธอถึงกับผวาเพราะพบว่ามีปืนกระบอกหนึ่งตกอยู่ข้างผู้ตาย ในหัวเธอพลันปรากฏภาพชายผู้นี้ถือปืนยิงเข้าไปในรถยนต์คันนั้น ก่อนที่เขาจะถูกรถของเธอชน
“หรือว่า…เค้าจะเป็คนร้าย?”
เสียงบางอย่างที่ยังคงดังมาจากในรถทำให้เธอตัดสินใจเดินไปดูที่รถ
“อุแว้ๆๆๆๆ”
เป็เสียงเด็กร้องนั่นเองซึ่งดังมาจากเบาะหลังรถที่เป็เป้าหมายในการเล็งปืนของชายผู้ตาย
“นี่เขาตั้งใจยิงเด็กหรือเนี่ย?”
รูะุบนกระจกข้างเบาะหลังเป็สิ่งยืนยันความคิดของเธอ และเธอคิดว่าเสียงปืนที่ได้ยินก่อนที่รถของเธอจะเสียการควบคุมคงมาจากะุนัดนี้นั่นเอง เธอตรวจดูชายหญิงที่นั่งเบาะหน้าซึ่งคงจะเป็พ่อแม่ของเด็กเผื่อจะมีหนทางช่วยเหลือได้ แต่ก็พบว่าพวกเขาทั้งสองได้เสียชีวิตแล้ว สาเหตุคงเกิดจากการชนต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ตรงหน้ารถคันนี้อย่างรุนแรง
“ดูเหมือนว่ามีใครพยายามจะกำจัดคนในครอบครัวนี้”
เธอตัดสินใจเปิดประตูที่นั่งหลังรถ จึงเห็นว่าเ้าของเสียงร้องเป็เด็กที่มีอายุยังไม่ถึงขวบ เมื่อปลดเข็มขัดนิรภัยและอุ้มเด็กขึ้นมาก็พบว่าบนเบาะที่เด็กนั่งก็มีรูะุอยู่ด้วย แต่เด็กกลับไม่มีาแถูกยิงหรือร่องรอยจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด เด็กน้อยหยุดร้องและยิ้มให้หญิงสาวด้วยหน้าตาน่าเอ็นดู
“เธอช่างโชคดีมากเลยนะที่รอดมาได้ แต่อาจจะมีใครตามมาทำร้ายเธออีก ฉันจะช่วยพาเธอหนีไปเอง”
หญิงสาวรีบอุ้มเด็กไปขึ้นรถของเธอโดยภาวนาให้รถของเธอไม่มีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นอีก เธอเริ่มสตาร์ทรถและค่อยๆ กลับรถขับออกสู่ถนน คราวนี้ทั้งเครื่องยนต์ เบรค และพวงมาลัยรถ ทำงานได้เป็ปกติดี เธอจึงพาเด็กกลับถึงบ้านของเธอได้อย่างปลอดภัย โดยไม่มีผู้ใดผ่านมาพบเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนี้เลย
วันรุ่งขึ้น ที่สถานีตำรวจแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่
“หมวดจรัญ เกี่ยวกับอุบัติเหตุรถยนต์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน และชาย-หญิงผู้ตายในรถ คุณได้ข้อมูลเพิ่มเติมอะไรมาบ้างหรือเปล่า?”
สารวัตรพิสุทธิ์ถามถึงความคืบหน้าของคดีเื่ที่เกิดขึ้นในคืนที่ผ่านมา
“ครับท่านสารวัตร สามี-ภรรยาคู่นี้เป็พนักงานของบริษัทแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองเชียงใหม่ มีลูกสาวอยู่หนึ่งคน อายุสิบเดือน ซึ่งดูเหมือนจะนั่งเบาะหลังรถไปกับพ่อแม่ในคืนเกิดเหตุด้วย แต่เด็กกลับหายตัวไป ส่วนสาเหตุที่รถเกิดอุบัติเหตุยังไม่แน่ชัดครับ”
หมวดจรัญรายงานสั้นๆ ให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
“เป็ไปได้มั๊ยผู้หมวด ที่เด็กจะกระเด็นออกจากรถในระหว่างเกิดเหตุ”
สารวัตรพิสุทธิ์ตั้งประเด็นความเป็ไปได้
“ไม่น่าใช่ครับท่านสารวัตร เพราะจากรูะุปืนบนกระจกและบนเบาะหลังรถน่าจะเป็การยิงโดยชายผู้ตายอีกคนในขณะที่ประตูรถยังปิดอยู่ และน่าจะเกิดขึ้นหลังจากที่รถได้เกิดอุบัติเหตุแล้ว ทั้งยังมีเข็มขัดนิรภัยตรงที่นั่งเด็กซึ่งยังอยู่ในสภาพดี เด็กจึงไม่น่าจะกระเด็นออกจากตัวรถได้ครับ”
“เพื่อความแน่ใจ ยังไงผู้หมวดก็ต้องระดมกำลังช่วยกันค้นหาทั่วบริเวณรอบๆ อย่างละเอียดด้วยนะ”
“ครับท่านสารวัตร ส่วนชายปริศนาที่ดูเหมือนจะถูกรถชนตายในที่เกิดเหตุ น่าจะเป็เ้าของปืนที่ตกอยู่ข้างตัวและเป็ผู้ที่ยิงรถคันที่เกิดอุบัติเหตุด้วย เรากำลังตรวจสอบอยู่ครับว่าเป็ใคร และใครเป็คนชนเขา”
“ดูตามรูปคดีแล้ว ผมว่าคงไม่ใช่อุบัติเหตุแล้วล่ะ คงมีผู้ที่อยู่เื้ัเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”
สารวัตรพิสุทธิ์ตั้งข้อสังเกต ทันใดนั้นเขาก็มีอาการชะงักเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้
“ผู้หมวดลองตรวจสอบทีซิว่าวันเกิดของเด็กที่หายไปเป็วันที่เท่าไหร่? คงไม่ใช่วันที่ 7 เมษายนอีกนะ?”
หมวดจรัญรีบตรวจดูเอกสารบนโต๊ะ แล้วถึงกับอ้าปากค้างก่อนจะตอบคำถามของสารวัตร
“เป็วันที่ 7 เมษายนจริงๆ ด้วยครับ”
“อีกแล้วหรือ? สัปดาห์นี้ได้มีเด็กอายุสิบเดือนที่เกิดวันที่ 7 เมษายนในเชียงใหม่เสียชีวิตในเวลาที่ไล่เลี่ยกันถึงหกรายแล้วนะ ด้วยสาเหตุมาจากอุบัติเหตุต่างๆ กัน ในสถานที่ที่ต่างกัน ก็เท่ากับว่ารายนี้เป็รายที่เจ็ดแล้วสิ แต่ครั้งนี้ต่างกันตรงที่ว่าเรายังหาตัวเด็กไม่พบ”
สารวัตรพิสุทธิ์พูดด้วยความประหลาดใจกับข้อเท็จจริงที่พวกเขาพบ
“ผู้หมวดรีบตรวจทะเบียนราษฎร์ของเชียงใหม่ให้ผมนะว่ายังมีเด็กคนไหนอีกบ้างที่เกิดวันเดียวกันกับทั้งเจ็ดรายนี้ และอย่าให้ข้อมูลใดๆ เพิ่มเติมกับนักข่าวเกี่ยวกับคดีนี้ เพราะอาจจะทำให้ประชาชนตื่นตระหนกได้”
“ครับท่านสารวัตร”
หมวดจรัญรับคำสั่งและดำเนินการทันที ท่ามกลางความกังวลของสารวัตรพิสุทธิ์ต่อเหตุการณ์ประหลาดที่กำลังเกิดขึ้น