เธอที่สามารถแสดงตัวตนอย่างมนุษย์ยุคปัจจุบันจึงปรากฏกายขึ้นในชุดไทยประยุกต์ผ้าไหมสีฟ้าครามดูไปคล้ายคนที่มาร่วมงานเลี้ยง
“อะไรกัน!?...ความรู้สึกนี้...” เจ้านางไม้หอมอุทานกับตัวเอง
ขณะที่เทวินเดินไปในพื้นที่ไม่มีคนบริเวณข้างหลังเรือนหลังเล็กเพื่อล่อสิ่งที่กำลังเฝ้ามองดูตนเองไปยังที่ห่างผู้คนจู่ ๆ ก็ได้กลิ่นหอมชื่นใจเป็นกลิ่นที่หอมมากยากจะบรรยายได้ “อ๊ะ!...หอมจัง”เขาอุทานออกมา แม้กำลังจะหาทางล่อสิ่งที่ซ้อนเร้นกายแฝงตัวมองดูตนเองให้ออกมา แต่เมื่อได้กลิ่นที่หอมมากนี้
แล้วกลับหยุดเคลื่อนไหวโดยไม่รู้ตัว
กลิ่นหอมจากเจ้านางไม้หอมกลับเกิดขึ้นและยังส่งกลิ่นหอมมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้สิ่งมีชีวิตบริเวณนั้นเข้าสู่อาการเคลิบเคลิ้ม
ไม่สามารถเคลื่อนไหวไปที่ใดได้
คืออาร์ลู คนของมังค์งิงและมังค์จานั่นเอง อาร์ลูที่มาพร้อมกับจรัสได้ใช้คาถาพรางกายและพยายามเฝ้ามองดูเทวิน ไม่คาดเขากลับรู้ตัวและล่ออาร์ลูมาที่เรือนหลังเล็กที่อยู่ติดริมธาร ขณะกำลังจะหาวิธีจัดการกับเทวินด้วยคาถาอาคม แต่พอได้กลิ่นที่หอมมากนี้แล้วพลันหยุดการเคลื่อนไหว ราวกับว่าต้องมนต์สะกด คาถาพรางตัวก็สลายไปทำให้ต้องปรากฏตัวในที่สุด
ตอนนี้ทั้งสามคนมองเห็นซึ่งกันและกันแม้เป็นเช่นนั้นก็ไม่อาจเคลื่อนไหวโดยเฉพาะผู้เฒ่าอาร์ลูที่กลายเป็นไม่ได้สติเท่าอีกสองคน
เจ้านางไม้หอมพอได้เห็นเทวินจิตวิญญาณของเธอกลับไม่สงบรู้สึกราวกับว่าได้เคยใกล้ชิดกันมาก่อนด้วยความรักเสน่หา เธอไม่อาจที่จะฝืนตัวเองได้ ทำให้กลิ่นที่หอมมากฟุ้งออกมาจากกายทิพย์ของเธอ “คุณ...คุณ..เทวิน!”เธอเรียกชื่อของเขาโดยที่ไม่รู้จักกันมาก่อน นี่จึงเป็นสิ่งที่ออกมาเองจากห้วงลึกของจิตวิญญาณ เทวินที่ได้กลิ่นหอมกระทั่งไม่อาจขยับเขยื้อนกายตอนนี้พยายามฝืนตัวเองอย่างยากลำบาก ทันใดนั้นเองดวงตาของเขากลับเปล่งแสงเป็นประกายสีเขียวออกมา เลือดในร่างกายกลายเป็นกระแสอุ่นๆ ไหลเวียนไปทั่วร่างกายในที่สุดก็ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวตัวเองได้แล้ว ส่วนผู้เฒ่าอาร์ลูยังคงไม่อาจจะขยับเขยื้อนจิตใจได้ลอยล่องไปพร้อมกับความหอม ลืมไปสิ้นที่จะทำลายผู้อื่น ‘ช่างหอมเหลือเกิน’
ตอนนี้ผู้เฒ่าอาร์ลูก็ยังไม่ได้สติ
ทางด้านเทวินตวงตาเริ่มส่องแสงสว่างสีเขียวมากขึ้นเขามองไปที่เจ้านางไม้หอมด้วยประกายแสงสีเขียว ด้วยพลังงานที่มาจากเลือดมรกตภายในร่างกายและมันได้ผล
เจ้านางไม้หอมต้องแสงสว่างสีเขียวจากดวงตาของเทวินเธอก็ได้ดึงสติกลับมา “คุณ..เทวิน!” เธอได้เรียกชื่อของเขาอีกครั้งก่อนจะหลับตาผายมือสองข้างกลิ่นที่หอมมากนั้นค่อยๆ จางลง เพียงแต่ยังส่งกลิ่นหอมอ่อนๆเพราะเธอไม่ต้องการให้ผู้เฒ่าอาร์ลูกลับมามีสติในตอนนี้
“คุณเป็นใคร!? และทำไมรู้จักชื่อของผม?” เขาถามเธอพร้อมกับประกายแสงสีเขียวจากดวงตาก็ค่อยๆ อ่อนแสงลงเช่นกัน
“ฉันไม่ได้รู้จักคุณมาก่อนแต่ไม่รู้ทำไมถึงเรียกชื่อของคุณ คุณ...เทวิน” เธอเองก็ไม่รู้ว่าจะบอกกับเขาเช่นไร
“เอ๊ะ!!...” เขาเองรู้สึกตกใจกับคำตอบของเธอ
“แล้วคุณคือใครครับ?”
“เออ...ฉันไม่ใช่มนุษย์ที่มีชีวิตเหล่าจิตวิญญาณที่อีกโลกหนึ่งต่างเรียกฉันว่า เจ้านางไม้หอม” เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็เลือกที่จะบอกความจริงกับเขา
“เจ้านางไม้หอม!”เขาทวนคำกล่าวเรียกเธอ
“ใช่ค่ะแต่คุณสามารถเรียกฉันว่า อมรา...” เธอบอกเขา
“อมรา...คุณอมรา”เขาทวนชื่อเรียกของเธอ
“ค่ะ”เธอเอ่ยรับและยังคงมองดูเขาด้วยแววตาที่ลึกซึ้งเธอไม่มีความทรงจำในอดีตภพแต่กลับพอจะรู้สึกได้ว่าเธอรักเขามาก
และต้องการที่จะอยู่ร่วมเป็นคู่ครองกับเขาเป็นที่สุด‘เพียงแต่ว่าเราเองไม่ใช่มนุษย์’ เธอได้แต่คิดในใจ
เทวินตอนนี้ดวงตากลับมาเป็นปกติและคิดว่า‘เรื่องราวของเธอคงยังต้องพูดคุยถามไถ่กันไปอีก ตอนนี้จัดการเรื่องคนเร้นกาย
ที่เฝ้ามองดูนั่นก่อนดีกว่า’
“ค่ะ ได้ค่ะ แต่คนๆนั้นใช้คาถาอาคมที่ไม่ควรมีบนโลกและยังคล้ายกับมีเจตนาไม่ดีต่อคุณด้วย” เธอกล่าว
“ไม่เป็นไรครับผมคิดว่าสามารถจัดการเขาได้”
“ก็ได้ค่ะ” เจ้านางไม้หอมเธอรู้ว่าเทวินมีบางสิ่งที่แตกต่างจากมนุษย์ทั่วไปจากแสงสีเขียวเมื่อสักครู่ เชื่อว่าเขาคงจะจัดการ
คนเร้นกายนั้นได้จึงได้ค่อยรวบรวมสมาธิกำหนดให้กลิ่นหอมจากกายทิพย์ของเธอค่อยจางหายไป