ตอนที่สิบสอง มิซ้ำรอยติ้วอ๋องแลอองมัง
“เมื่อยื่นดาบปะาต้องทำด้วยใจเปี่ยมคุณธรรมสามารถสบตาอีกฝ่ายที่เราปะาได้อย่างไม่มีความละอายใจหากเราละอายใจในเวลาปะาใครแสดงว่าบางทีเราไม่ควรจะปะาเขาผู้นั้นแล้ว”
ตั๋งฮวงชูมือขึ้นอย่างช้าๆแบบเดียวกับนักแสดงพิธีกรรายการโชว์
“ข้าตั๋งฮวงประกาศต่อฟ้าตราบใดที่ข้าคุมอำนาจการตัดสินปะาคน ข้าจะยอมปล่อยคนผิดแต่ไม่ยอมปะาคนดีอย่างเด็ดขาดหาไม่ขอให้ฟ้าดินลงทัณฑ์ข้าตั๋งฮวงผู้นี้ด้วย”
เสียงของตั๋งฮวงดังกึกก้องไปทั่วลานพระราชวังราวกับประกาศต่อ์ให้์รู้ ลกเอี๋ยงรู้ ผู้คนรู้
ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของผู้คนในยุคนี้ที่ยังเชื่อในถ้อยคำสาบานกันอยู่มาก
ทำให้แม้แต่อ้องอุ้นก็ถึงกับหน้าชาไปพักหนึ่งกับการกล่าวอย่างหนักแน่นของตั๋งฮวงที่สาบานด้วยถ้อยคำสาหัส
แน่นอน เมื่อรู้ว่าิญญาและการย้อนอดีตมีจริง
ตั๋งฮวงก็ไม่คิดจะผิดคำสาบานที่ตนเองให้ไว้เช่นกัน
เพราะอย่างน้อยหากทำให้กระบวนการยุติธรรมมันมีขื่อมีแปรขึ้นมาบ้างสังคมโดยรวมก็คงดีกว่านี้
หากสังคมโดยรวมมีความคิดที่จะสร้างความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน
ไม่มัวแต่คิดกดขี่ข่มเห่งด้วยศักดินาล้าหลังหรือกอบโกยไร้ที่สิ้นสุดแบบพวกที่ตกอยู่ในอุบายของทุนนิยม
สังคมของเราก็จะคงดีกว่านี้
แิของท่านเหมาไท่จู่นั้นดีงามทั้งอยู่เหนือกาลเวลาแล้ว
ที่เขาต้องทำก็แค่ทำตามที่หนังสือปกแดงวางแนวทางไว้ให้เป็จริงเท่านั้นเอง
“การปะาคนตามอำเภอใจหรือด้วยวิธีการที่ดหดร้ายนั้นจะทำให้พวกเราย่ำรอยเท้าของติ้วอ๋องแลอองมังเมื่อประวัติศาสตร์เป็คันฉ่องส่องความรุ่งเรืองเสื่อมโทรมของชาติรัฐแล้ว พวกเราพึงหลีกเลี่ยงหนทางทรราชย์และกังฉินของติ้วอ๋องแลอองมังนี้เถิด”