หลังจากนับเงินในกระเป๋าอันแห้งเหี่ยวแล้ว ผมตัดสินใจชวนคัทย่ามานั่งร้านกาแฟลุงหมาน (Man Uncle Cafe) แถวบ้าน ร้านแกเปิดมานานั้แ่รุ่นปู่ทวดขายโอยัวะ (กาแฟดำโบราณ) พอตกมาถึงรุ่นลุงหมาน ต้องปรับเปลี่ยนเป็ขายกาแฟเย็นแบบสมัยใหม่ ไม่งั้นเจ๊ง
ร้านลุงหมานแต่งสไตล์คลาสสิก แทบไม่เปลี่ยนไปจากสมัยก่อน เก้าอี้บางตัวสีลอกเป็แผ่นจนบาดก้น จุดเด่นคือแกตั้งใจชงกาแฟทุกแก้ว แต่ละแก้วรสชาติแทบไม่ซ้ำกัน แบบว่าแล้วแต่อารมณ์ ที่ดีที่สุดคือกาแฟเย็น แกคิดแก้วละสี่สิบบาทขาดตัว กินแล้วกระเป๋าไม่ฉีก
“ฉันไม่เคยมาร้านแบบนี้เลยเทวิน classic style มาก ๆ”
อ้าว ชอบซะอีกแฮะ
“คุณคัทย่าดื่มอะไร มื้อนี้ผมขอจ่ายนะครับ”
“อะไรอร่อยละคะ”
“กาแฟเย็นครับ”
หลังจากดื่มกาแฟหวาน ๆ ไปครึ่งแก้ว คัทย่าก็เข้าเื่ทันที
“ตกลงคุณจะบอกฉันได้หรือยังเทวิน ว่าคุณใช้เครื่องมืออะไรในการติดต่อกับเทพเ้า”
“ทำไมต้องใช้เครื่องมือละครับ”
“หมายความว่าไง คุณสามารถพูดคุยกับเทพได้โดยตรงเหรอ impossible”
คราวหน้าสงสัยผมต้องพกดิกชันนารีมาคุยกับเธอ
“แล้วของคุณคัทย่าใช้เครื่องมืออะไรหรือครับ”
“คุณหลอกถามฉันอีกแล้ว ฉันจะบอกเท่าที่บอกได้ละกัน เพราะยังไงศัตรูของเราก็ไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็พวกสัตว์ประหลาด ประเทศของฉันมีเครื่องมือพิเศษที่สามารถส่งคลื่นข้ามมิติไปยังเทพเ้าได้ และบางครั้งพวกเทพอาจจะติดต่อกลับมา”
“ฟังดูทันสมัยแบบแปลก ๆ นะครับ”
“ใช่ แต่เราต้องใช้เครื่องกำเนิดพลังงานมหาศาลจึงจะสามารถส่งสัญญาณข้ามมิติได้”
“ประเทศคุณน่าจะมีนะครับ”
“เรามี แต่การคงพลังงานในระดับสูงให้เสถียรในเวลาที่เหมาะสมเป็เื่ยากมาก บาง่ต้องใช้พลังงานถึง 1,000 PJ (หนึ่งพันเพตะจูล)”
ผมทำหน้าหมาสงสัย
“สามเท่าของะเินิวเคลียร์ที่ญี่ปุ่น”
“หา”
“ขอโทษสามพันเท่า”
“ห้า”
“พลังงานขนาดนั้น แล้วผมเข้าทรงเทพได้ยังไงกัน พลังในตัวผมน่าจะประมาณถ่านไฟฉายละมั้ง”
“อย่างที่เคยบอก เครื่องวัดของเราตรวจจับพลังงานที่นิวยอร์กและบ้านคุณได้ในเวลาติดต่อกันอย่างกระชั้นชิด แต่ตอนที่ฉันไปบ้านคุณไม่เห็นว่ามีเครื่องมืออะไร จะว่าคุณซ่อนไว้ก็ไม่น่าใช่ เพราะมันต้องมีขนาดใหญ่มาก”
เอายังไงดี ฟังจากพ่อปู่แล้วผมว่าเธอน่าจะเป็มิตรกับเรา และพ่อปู่บอกว่าห้ามพูดเื่องค์การอูโปะเท่านั้น
“เอ่อคุณคัทย่ารู้จักการเข้าทรงไหมครับ”
จากสีหน้าของเธอพอเดาได้เลยครับว่าไม่รู้จักแน่ ๆ
ผมลองเปิด google translate ในมือถือ
“เอ่อ ภาษาอังกฤษว่า fit in นะครับ”
“คุณหมายความว่าอะไรเทวิน ฉันไม่เข้าใจ”
เอาไงดีวะเนี่ย ภาษาอังกฤษผมก็ดีมากเสียด้วย คือส่วนใหญ่ได้เกรด ดี ส่วนเกรด เอ บี ซี นี่ ไม่ค่อยมีเลย
“ถ้าจะพูดง่าย ๆ คือ เทพเ้าสามารถใช้ร่างกายของผมได้นะครับ”
ฟังดูสยิวยังไงไม่รู้
“เป็ไปได้เหรอเทวิน คุณกำลังล้อเล่นหรือเปล่า”
“ไม่นะครับ ผมกลัวคุณคัทย่าโกรธจะตาย”
“ร่างกายของคนธรรมดาไม่น่าจะรองรับพลังงานระดับนี้ไหว คุณน่าจะะเิเป็ผุยผงไปแล้ว”
ฟังแล้วใจชื้นขึ้นมาเลย
“นั่นนะสิครับ”
“คุณจะให้ฉันเชื่อจริง ๆ หรือ”
"ผมพูดความจริงนะครับคุณคัทย่า”
“คุณพิสูจน์ให้ฉันเห็นได้ไหม”
เอาแล้วสิ ผมจะพิสูจน์ยังไง ถ้าจะทำต้องใช้บัตร เดี๋ยวผิดกฎขององค์การอีกหรือเปล่า อีกอย่างอยู่ ๆ ผมจะเข้าทรงเองเลยก็ไม่รู้จะทำได้ไหม”
คัทย่าคงสังเกตอาการหนักใจของผมออก
“อย่าเครียดสิเทวิน ถ้าคุณไม่อยากบอกอะไรฉัน ไม่ต้องแต่งเื่ก็ได้”
แหมพูดเพราะเชียว แต่เหมือนรู้สึกด่าว่าตอแหลยังไงก็ไม่รู้
“โธ่ คัทย่า ผมขอรอคุยกับทางองค์การก่อนได้ไหมครับ ผมเองเพิ่งรู้เื่นี้ก่อนคุณไม่นานเลย”
คัทย่าทำท่าโมโหผมนิด ๆ แต่ไม่ได้ว่าอะไรต่อ
ผมพยายามชวนเธอคุยเื่อื่นเรื่อยเปื่อย แต่ดูเหมือนเธอสนใจคุยแต่เื่เทพกับพลังงานอะไรนั่นมากกว่า
“เอาละเทวินถ้าวันไหนคุณพร้อมจริง ๆ ค่อยบอกฉันละกัน วันนี้ฉันกลับละ”
แห้วสิเรา แต่จะทำไงได้ครับ ลูกผู้ชายหน้าที่ต้องมาก่อน
“ผมขอโทษจริง ๆ ที่บอกคุณได้แค่นี้คัทย่า”
เธอมองผมด้วยตาสีฟ้าเขียวดุ ๆ แต่น่ารักสุด ๆ
พอแยกทางกับคัทย่า สายของอูโปะเข้ามาทันที
“สวัสดีค่ะคุณเทวิน ทำได้ดีมากเลยนะคะ”
“ดีตรงไหนหรือครับ”
“ตรงที่ยังไม่บอกเื่องค์การอูโปะเราให้คุณคัทย่าทราบนะสิคะ”
ขนาดบอกความจริงไป ยังไม่รู้ว่าเธอจะเชื่อหรือเปล่าเลย
“แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ เราประสานงานกับทางสหรัฐอเมริกาแล้ว คุณคัทย่าเป็คนของทางนั้นจริง ๆ แต่การมาของเธอมีปัญหานิดหน่อย”
“ปัญหายังไงเหรอครับ”
“เอาไว้ให้ได้ข้อมูลแน่ชัดแล้วค่อยแจ้งแล้วกันนะคะ แต่ตอนนี้ฝากคุณเทวินดูแลเธอด้วย”
“ขนาดตัวผมเองยังดูแลไม่ค่อยได้ แล้วจะดูแลคนอื่นยังไงครับ”
“แหม คุณเทวินไม่ต้องถ่อมตัวไป เอาเป็ว่าค่าใช้จ่ายในการดูแลคุณคัทย่า ทางองค์การจะเป็ผู้ออกให้แล้วกันค่ะ”
“ฟังดูดีทีเดียว แล้วผมจะไปรับค่าใช้จ่ายยังไงครับ”
“รูปด้วยบัตรได้เลยค่ะ”
ครับโอเคเลยครับ ถ้าบัตรสมาชิกของผมจะรูดร้านอาหารในมหาวิทยาลัยหรือร้านกาแฟลุงหมานได้ ปัดโทะ
ว่าแต่คุณคัทย่ามีปัญหาอะไรกันนะ
วันต่อมาคัทย่ามาเรียน แต่ไม่คุยกับผมเลย
“ไงวะวิน โดนเทแล้วเหรอ ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่”
คราวหน้าเข้าทรงได้จะสาบให้มรึงเป็เป็ดเลยไอ้โต้ง
“ใครว่าโดนเท เขาเรียกถอยมาตั้งหลักเว้ย”
แต่จนแล้วจนรอดอีกสองสามวันคัทย่าก็ยังไม่คุยกับผม
จนในที่สุดก็เช้าวันเสาร์
“วิน หนูคัทย่าไม่มาบ้านเราอีกเหรอลูก”
แม่ผมถามมาจากในครัว
“สงสัยมันจะโดนทิ้งแล้วละแม่”
พ่อผมถามมาจากหลังหนังสือพิมพ์
“เร็วไปหรือเปล่าพ่อ”
“ไม่หรอกคิดไว้แล้วแหละแม่”
เข้ากันเป็ปี่เป็กลองจริง ๆ พ่อแม่ผม
แต่จะปล่อยให้งอนต่อไปอย่างนี้ไม่ดีแน่ ทางองค์การฝากให้ดูแลเธออยู่ด้วย
หลังกินข้าวเช้า ผมเลยตัดสินใจลองโทรหาเธอดู
“สวัสดีครับ คุณคัทย่า”
“สวัสดีคุณเทวิน ไม่ทราบมีธุระอะไร”
หือ ห่างเหินอะไรปานนั้น แม่คู้น
“เอ่อคุณคัทย่าว่างไหมครับ”
“ไม่ค่อยว่างค่ะ”
ชัดเจน งอนแน่ ๆ
“แหมเสียดายนะครับ”
"เสียดายอะไร”
“ผมว่ามีอะไรจะบอกคุณซะหน่อย”
“ถ้าไม่ใช่เื่จริงก็ไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ”
“ถ้าคุณคัทย่าไม่อยากฟังก็ไม่เป็ไรครับ”
“อยาก แต่ฉันจะแน่ใจอย่างไรว่าคุณจะพูดจริง”
“ก็เหมือนกับที่คุณคัทย่ามีปัญหาแหละครับ”
“คุณรู้อะไรมา”
เสียงแหวเชียว
“เอาเป็ว่าเราเจอกันที่ร้านกาแฟเดิม ตอนสิบโมงนะครับ”
ผมเลือกเสื้อตัวที่คิดว่าหล่อที่สุด จัดการทรงผมให้เนี๊ยบ แล้วตรงไปร้านกาแฟลุงหมาน พบคัทย่านั่งรออยู่ หน้าตาดุกว่าวันก่อนอีก
“ไฮ คัทย่า” ผมเลือกทักด้วยประโยคที่คิดว่าเป็กันเองที่สุด
“สวัสดีเทวิน ตกลงคุณรู้อะไรมา”
ท่าจะไม่ดีแล้วเรา
“ผมไม่รู้อะไรมากหรอกครับ รู้แต่ว่าคุณคัทย่าเองก็บอกผมไม่หมด แต่จะให้ผมบอกความลับฝ่ายเดียวเลย”
ได้ผล ประโยคนี้เล่นเอาหล่อนอึ้งไป เห็นฝีมือหนุ่มไทยไหมละ
“ตกลงฉันจะบอกคุณ ฉันมาประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต”
“อ้าวแล้วคุณทำอย่างนี้ทำไมละครับ”
“ฉันไม่อยากพูดถึงรายละเอียด เอาเป็ว่า boy friend ของฉันวิ่งหนีทิ้งฉันตอนที่สัตว์ประหลาดั์บุกนิวยอร์กคราวก่อน”
“ทำไมเป็อย่างนั้นละครับ ถ้าเป็ผมไม่ทำอย่างนั้นแน่”
คัทย่ามองหน้าผมตาเขม็ง
“ขอโทษครับ ผมหมายความว่าจะไม่ทิ้งเพื่อนเวลามีภัย”
“นั่นก็เป็เหตุผลข้อหนึ่ง แต่ฉันมาตามหาพลังงานที่เครื่องมือตรวจพบด้วย”
“แล้วเอ่อบอยเฟรนดของคุณคัทย่าคนนั้นหละครับ”
“ทางหน่วยงาน้าให้ฉันทำงานร่วมโปรเจ็คกันต่อ ฉันไม่แฮปปี้ จึงมาที่นี่คนเดียว”
ผมเริ่มเข้าใจคัทย่ามากขึ้นละ
“ไม่แน่นะ ถ้าฉันถูกไล่ออกจากหน่วยงาน อาจจะเรียนต่อที่นี่เสียเลย”
ดีจริง ๆ ผมแอบคิด
“แต่ทางนั้นคงไม่ใจร้ายขนาดนั้นมั้งครับ”
“เื่กฎระเบียบฉันคงต้องยอมรับ ที่ผ่านมาความพยายามติดต่อกับเทพเ้าก็ไม่ได้ผลอะไรมากนัก ไม่เหมือนของคุณที่เทพมิคาเอลมาปรากฏตัวอย่างชัดเจน”
“ตกลงคุณคัทย่าเชื่อที่ผมบอกคราวก่อนหรือเปล่าครับ”
“ฉันไปค้นข้อมูลมาบ้าง ยอมรับว่าประเทศของคุณมีเื่แบบนี้ แต่ขอโทษนะที่ฉันจะบอกว่ามันเหมือนงมงายไปหน่อย”
แหมเล่นเอาหน้าชาไปเลย ดีที่ความด้านของผมก็ใช่ย่อย
“เอาเถอะครับ เดี๋ยวคุณก็รู้ว่าผมพูดจริงหรือเปล่า แต่ยังไงผมขอโทษนะครับถ้าทำอะไรให้คุณไม่พอใจ”
ประโยคนี้เรียกรอยยิ้มจากคัทย่าได้ทันที ฮะ ๆ
“ขอบคุณนะเทวิน ฉันเองใช้อารมณ์ไปหน่อย เอาเป็ว่าเรามาร่วมมือกันดีกว่า ถ้าเกิดมีสัตว์ประหลาดบุกมาอีกจะทำยังไง”
“อืม ยังไงดี ผมไม่อยากจะปิดบังคุณนะครับ ความจริงแล้วหลังจากสัตว์ประหลาดั์ที่นิวยอร์ก มีอีกตัวหนึ่งโจมตีโลกมนุษย์เหมือนกันครับ”
“หาที่ไหนกันเทวิน คุณอย่าบอกนะว่า”
“โตเกียวครับ”
คัทย่าเอื้อมมือมาจับแขนผมอย่างแรง เล่นเอาผมเคลิ้มไปนิดนึง
“จริงสิ ว่าแล้ว ฉันเคยวิเคราะห์การระบาดของโรคประหลาดนั่น ยังคิดอยู่ว่ามันแปลกกว่าเชื้อโรคธรรมดา แล้วยังไงเกิดอะไรขึ้นกับมัน”
“ท่านทูต์ราฟาเอล ลงมาจัดการมันครับ”
“My God เสียดายที่ฉันไม่มีเครื่องมือวัดค่าพลังงานมาด้วย ไม่เช่นนั้นอาจจับพลังของท่านราฟาเอลได้”
“ไม่แน่นะครับ ผมคิดว่าท่านราฟาเอลไม่ค่อยชอบโชว์ออฟเท่าไหร่ ว่าแต่คุณคัทย่าครับ ถ้าคุณมาโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำไมคุณถึงเข้ามาเรียนได้”
“ฉันโทรไปโวยวายกับทางบอสนะสิ ว่าสตาฟคนโปรดของเขาวิ่งหนีทิ้งฉันไว้กับเครื่องมือ เขาเลยไม่กล้าเอาเื่และตกลงกันให้ฉันมาประสานงานกับหน่วยงาน UPO.ของคุณ”
“เรียกอูโปะก็ได้ครับ น่ารักดี”
“อูโปะเหรอ แปลกจัง คุณเทวิน ถ้าที่คุณบอกเป็ความจริง เท่ากับว่าประเทศของคุณประสบความสำเร็จในการติดต่อกับเทพระดับสูงถึงสองคน ฉันอยากรู้ว่าคุณทำได้อย่างไร”
“ใช้คำว่าสององค์ดีกว่าครับคุณคัทย่า”
“สององค์ โอเค มหัศจรรย์มากเลยเทวิน หวังว่าคุณคงไม่หลอกฉันนะ”
“สาบานได้เลยครับคัทย่า”
ขณะที่สถานการณ์กำลังไปได้สวย โทรศัพท์ก็ดังขึ้น ไม่ใช่ใคร องค์การ กขค. เอ้ย UPO. ของผมนั่นเอง
“สวัสดีคะคุณเทวิน กำลังไปได้สวยเลยนะคะ”
“นี่ผมกำลังถูกติดตามอยู่แน่เลย”
“ไม่ขนาดนั้นหรอกคะ คุณเป็คนสำคัญของเรา องค์การต้องคอยดูแลเป็ธรรมดา”
“แล้วคราวนี้โทรมามีอะไรเหรอครับ” ผมพยายามตัดบท แหมกำลังทำคะแนนจากคัทย่าอยู่เชียว
“คือทางเราได้ข้อมูลว่ามีพลังงานประหลาด กำลังเคลื่อนไหวอยู่ค่ะ”
“พลังงานประหลาด เป็ยังไงครับ อยู่ที่ไหน”
“นี่แหละคะปัญหา ขออนุญาตโอนสายให้พ่อปู่นะคะ”
"เกิดอะไรขึ้นเหรอเทวิน” คัทย่ารีบถามแทรกมา
“เอ่อ น่าจะมีเื่นะครับ แป้บนะครับคุณคัทย่า”
“สวัสดีขอรับคุณเทวิน ขออภัยที่รบกวนเวลาเดทนะครับ”
แหมนี่ถ้าคัทย่าไม่อยู่ด้วยละก็ จะขอหอมพ่อปู่สักฟอด
“ไม่เป็ไรครับพ่อปู่ ว่าแต่เกิดเื่อะไรขึ้นหรือครับ”
“คือทางเราพบพลังงานประหลาดบางอย่าง กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในทวีปเอเชียกับยุโรป แต่มีปัญหาอยู่นิดเดียว”
“ตรงไหนครับ”
“เรามองไม่เห็นมันนะครับ”
“ก็ไม่แปลกนี่ครับ ปีศาจตัวขนาดไวรัสยังมีมาแล้ว เ้าตัวนี้อาจตัวเล็กกว่านั้น”
“เอ่อ ไวรัสนั่นโดยทฤษฎียังถือว่ามองเห็นได้ครับ แต่เ้านี่เราตรวจพบร่องรอยของความเสียหายที่เกิดจากพลังงานมหาศาล แต่เราไม่ทราบว่ามันคืออะไร”
“ผมยังไม่เข้าใจเท่าไหร่ครับ”
“พูดง่าย ๆ คือเรารู้ว่ามันมีตัวตน แต่มองไม่เห็นมันครับ”
พูดนะง่ายจริงครับ แต่ฟังยาก
“แล้วเราจะทำยังไงดีครับ”
“ผมเลยโทรมาหาคุณนี่แหละครับ”
“อ้าว”
“คุณเทวินพอเอะใจอะไรบ้างไหมครับ หรือมีการติดต่อจากเทพองค์ไหนบ้างหรือเปล่า”
“ไม่มีนะครับ”
“ถ้าอย่างนั้นแย่หน่อย รบกวนถ้าเกิดคุณเทวินพบหรือรู้สึกอะไรแปลก ๆ รีบโทรหาผมนะครับ”
“ครับพ่อปู่”
“เกิดอะไรขึ้นหรือเทวิน” คัทย่าท่าทางทนรอไม่ไหวแล้ว
“องค์การอูโปะตรวจพบพลังงานแปลก ๆ แต่มองไม่เห็น อยู่แถวเอเชียกับยุโรปครับ”
“อะไรนะ เป็ไปได้ยังไง” ว่าแล้วคัทย่าก็ยกโทรศัพท์ขึ้นพูดภาษาอังกฤษเร็วปรื้อ จนผมฟังไม่ทัน
“ทางหน่วยงานของฉันยืนยันการตรวจพบพลังงานประหลาดเหมือนกัน แต่กองทัพสหรัฐคิดว่าอาจเป็ UFO ตอนนี้เหมือนข่าวจะออกแล้วด้วย”
ผมลองหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูทวิตเตอร์ มีแฮชแท็ก สัตว์ประหลาด และ ไฟดับ เริ่มติดเทรนด์ขึ้นมา
“ไฟดับในหลายพื้นที่ของยุโรปอย่างไม่ทราบสาเหตุ เอ๊ะ ประเทศจีนด้วย ตามข่าวเหมือนพลังงานไฟฟ้าหายไปดื้อ ๆ”
จากนั้นข่าวไฟดับหรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพังก็กระจายไปในพื้นที่ต่าง ๆ รุกลามไปถึงเมืองใหญ่ ๆ ในโลก ทั่วทวีปอเมริกา ออสเตรเลีย หรือแม้แต่บางส่วนของอาฟริกา
“เทวิน คราวนี้เหตุเกิดไล่เลี่ยกันทั่วโลก เป็ไปได้อย่างไร หรือมีปีศาจมากกว่าหนึ่งตัว”
“ผมไม่รู้เหมือนกันคัทย่า”
คราวนี้ข่าวกรุงเทพฯ ไฟดับตามมาติด ๆ สร้างความโกลาหลไปทั่ว สถานที่หลายแห่งต้องใช้พลังงานไฟฟ้าสำรอง
ผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง คัทย่าโทรศัพท์อีก
“ตอนนี้เครื่องตรวจจับของเราระบุว่า ความเสียหายส่วนใหญ่เกิดขึ้นใน จีน อเมริกาและยุโรป แปลกมากที่เหตุเกิดแทบจะพร้อม ๆ กัน”
“แค่ไฟดับไม่น่าจะมีอะไรมากใช่ไหมครับ”
“ไม่อย่างนั้นนะสิเทวิน สถานที่บางแห่งต้องใช้พลังงานไฟฟ้าตลอดเวลา เช่นโรงพยาบาล โรงงานอุตสาหกรรม หรือแม้แต่มหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนต่าง ๆ”
ถ้าอย่างนั้นโรงเรียนบ้านนอกของไทย คงไม่เดือดร้อนเท่าไหร่ ผมแอบคิด
ทันใดนั้น ผมเห็นแสงสีเขียวเรือง ๆ ตอนแรกนึกว่าตาฝาด แต่เมื่อมองดูอีกทีก็เห็นว่าเป็แสงสีเขียวลอยอยู่นอกร้าน เหมือนคนอื่น ๆ จะมองไม่เห็นแสงนั้น
“เทวินคุณเห็นอะไร” คัทย่าถามเสียงแปลกใจเมื่อเห็นท่าทางอึ้ง ๆ ของผม