บทที่10. หาเงินมาตุนไว้หน่อยจะได้อุ่นใจ
ซีอินเดินมาได้สักพักจนเกือบถึงที่หมายแต่แล้วจู่ๆก็นึกขึ้นมาได้ว่าเธอไม่ได้ใส่พวกยาต่างๆ ไปให้สามีด้วยเลยเสียเวลามานั่งหามุมที่ลับตาคนตรงตรอกซอยข้างๆเพื่อเอายาเม็ดพวกแก้ปวดยาแก้ไข้และยาแก้อักเสบพร้อมทั้งยาทาภายนอกอย่างยาคลายกล้ามเนื้อออกมาทั้งยังเขียนบอกวิธีใช้โดยละเอียดใส่ลงไปให้ด้วยใส่กระเป๋าผ้าที่มีหูรูดใบเล็กๆก่อนจะจับยัดใส่ลังไปอีกที
“คราวนี้น่าจะไม่ลืมอะไรแล้วนะของกิน ของใช้ จดหมายแล้วก็ยา” ทวนของอีกรอบก่อนจะยกลังไปที่ว่าการไปรษณีย์ไม่รู้ที่เธอสามารถแบกลังนี้ไหวได้เป็เพราะเธอตัวใหญ่เลยแรงเยอะหรือเพราะออกกำลังกายเลยแข็งแรงขึ้นกันแน่
ซีอินส่งของเรียบร้อยค่าส่งแพงเอาเื่อยู่ตั้ง2หยวนเลยทีเดียวแต่ก็ถือว่าคุ้มเพราะส่งไปกล่องใหญ่เลยทีเดียวเมื่อจัดการส่งของที่ว่าการไปรษณีย์เสร็จแล้วเธอก็คิดว่าต้องหาเงินมาตุนไว้หน่อยจะได้อุ่นใจ ตอนนี้พึ่งจะ11.00น.เท่านั้นไปตลาดมืดสักชั่วโมงสองชั่วโมงคงพอ
ซีอินหลบมุมอีกครั้งหาหมวกไหมพรมสีตุ่นๆเก่าๆ หน่อยออกมาใส่พร้อมพันผ้าพันคอหลายๆทบปิดถึง่ปากและจมูกไว้ก่อนจะเอาตะกร้าสานที่ทำจากหวายออกมาคล้องแขนโดยวันนี้เธอจะเอาสบู่ก้อนไปขายเพราะเธอลองดูของในมิติแล้วห้างซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ได้รับมาแล้วนอกจากของกินของสดยังมีของใช้ที่เป็แบบยกโหลแบบแพ็กสำหรับขายส่งอยู่ด้วยเธอเห็นมีสบู่ที่ถูกแพ็กด้วยแร็ปพลาสติกใสๆโดยไม่ได้บรรจุในกล่องกระดาษอยู่มากมายหลากหลายกลิ่น
ไม่รู้ว่าท่านเทพที่ให้ห้างซุปเปอร์มาร์เก็ตที่เธอเขย่าเซียมซีได้มารู้ล่วงหน้าอยู่ก่อนแล้วหรือเปล่าว่าเธอจะเอาของออกมาขายถึงได้มีของที่เหมือนเตรียมพร้อมให้เธอเพื่อเอามาขายแบบนี้ส่วนเนื้อสดๆ นั้นเธอก็จะขายด้วยเหมือนกัน
เมื่อมาถึงหน้าทางเข้าตลาดมืดซีอินก็เดินเข้าไปหน้าประตูทางเข้าแล้วเอ่ยบอกรหัสผ่านกับคนเฝ้าประตูทันที
“มืดแล้วอย่างไรถึงมืดแต่ถ้ายังมีพระจันทร์ก็เพียงพอแล้ว”
ซีอินเอ่ยบอกรหัสผ่านไปในใจก็คิดว่าคนที่คิดรหัสผ่านแบบนี้ช่างเป็คนมีอารมณ์สุนทรีย์ซะจริงๆ
เธอเดินสำรวจรอบหนึ่งและสังเกตคนที่มาเดินซื้อของส่วนใหญ่จะเป็ผู้หญิงดูแล้วน่าจะเป็เหล่าแม่บ้านมีทั้งที่แต่งตัวธรรมดาและแต่งตัวดีๆ มา ของที่คนเอามาขายก็ราคาสูงกว่าข้างนอกพอสมควรซีอินมองเห็นผู้หญิงแต่งตัวท่าทางดูดีคนหนึ่งดูเหมือนกำลังถามหาสบู่กับคนขายที่ตั้งแผงอยู่ด้านข้างที่เธอยืนพอดีแต่เมื่อไม่มีของที่เธอ้าจึงเดินไปอีกด้านด้วยสีหน้าผิดหวังซีอินจึงดินเข้าไปทักอีกฝ่ายเบาๆ ทันที
“ขอโทษนะคะไม่ทราบว่าคุณกำลังหาอะไรอยู่หรือเปล่าคะเผื่อว่าที่ฉันจะมีของที่คุณอยากได้” ซีอินเอ่ยถามอีกฝ่ายขึ้นมาเบาๆ
“เอ่อพอดีฉันอยากได้สบู่น่ะค่ะ คุณมีหรือเปล่า” เมื่อจู่ๆก็มีคนเข้ามาทักจึงใอยู่บ้างแต่เมื่อคิดว่าคงเป็คนที่เอาของมาขายในตลาดมืดนี่เธอจึงลองบอกของที่อยากได้ออกไป
“สบู่หรือคะที่ฉันมีค่ะรอสักครู่ฉันจะเอาของให้คุณดูก่อนนะคะ”จากนั้นซีอินก็ทำทีเป็หยิบสบู่ออกมาจากตะกร้าที่มีผ้าคลุมอยู่ก่อนจะมีสบู่ก้อนสีขาวราวน้ำนมออกมาส่งให้ว่าที่ลูกค้าตรงหน้าได้ดู
“นี้เป็สบู่น้ำนมข้าวค่ะส่วนก้อนนี้สีชมพูเป็สบู่กลิ่นกุหลาบคุณลองดมดูก่อนว่าชอบรึเปล่า”
“โอ้ว!!หอมมากเลยค่ะ” หรูเหมยตาโตทันทีเธอไม่เคยใช้สบู่ที่มีกลิ่นหอมขนาดนี้มาก่อนเลยขนาดทางใต้ที่มีสินค้ามากมายเธอก็ยังไม่เคยเห็นเช่นกัน
“นี้เป็สบู่แบบใหม่ที่มีกลิ่นหอมมากเลยนะคะใช้ดีด้วยค่ะฉันลองแล้วกลิ่นติดผิวกายทั้งยังช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและเป็ของยากด้วยว่ายังไงคะคุณสนใจรึเปล่า”
“ฉันสนใจค่ะคุณขายราคาเท่าไหร่”
“สบู่นี่มีกลิ่นหอมมากทั้งยังหายากด้วยฉันขายก้อนละ2หยวน ราคานี้อย่าเห็นว่าแพงเกินไปเลยค่ะ” ปกติสบู่ที่ขายในสหกรณ์ราคา1หยวน5เหมาและยังต้องมีคูปองอุตสาหกรรมที่ทางการแจกให้เพียงคนละ5ใบต่อปีเท่านั้นอีกด้วยทั้งสบู่พวกนั้นก็ยังไม่มีกลิ่นหอมแบบนี้อีกต่างหาก ซีอินขายราคา2หยวนนับว่าไม่แพงแล้วอีกทั้งเธอยังไม่ได้ลงทุนอะไรกำไรจึงได้เต็มๆ
“ไม่แพงเกินไปค่ะหากเทียบกันคุณภาพของสบู่ของคุณ จ่าย2หยวนโดยไม่ต้องใช้คูปองฉันคิดว่าไม่แพงเกินไปงั้นฉันเอาทั้งสองกลิ่นอย่างละ5ก้อนค่ะ”
“ได้เลยค่ะ”ซีอินส่งสบู่แล้วรับเงินมาเก็บไว้ก่อนแยกย้ายกันลูกค้าคนนี้ยังสอบถามไว้อีกว่าเธอจะมาขายของเมื่อไหร่บ้างซีอินบอกไว้ว่าเธอจะมาเพียงอาทิตย์ละครั้งก่อนจะเอ่ยแนะนำตัวกันเอาไว้ด้วย
จากนั้นซีอินก็เริ่มทำธุรกิจขายสบู่ของเธออย่างเมามันมันขายดีมากโดยเธอจะเลือกพุ่งไปหาผู้หญิงเหล่าแม่บ้านที่ดูรักสวยรักงามส่วนคนที่ดูเหมือนเน้นซื้ออาหารหรือของกินมากกว่าเธอก็จะเข้าไปเสนอเนื้อหมูและไก่เป็ตัวที่ทำความสะอาดมาเรียบร้อยแล้วให้ยังมีพวกชาจีนและกาแฟซองที่ขายดีและขายได้ในราคาแพง
“นี่สหายพอดีฉันเห็นว่าคุณมีพวกชากาแฟมีแต่ของดีๆ ทั้งนั้นเลยแล้วพอจะมีนั้นมั้ย... พวกอาหารกระป๋องน่ะ”เสียงกระซิบถามจากหญิงวัยกลางคนตรงหน้าที่ดูมีเงินอยู่สักหน่อย
“ก็พอมีอยู่ค่ะแต่มีไม่มากเป็ของจากทางใต้ราคาจึงสูงค่ะฉันเลยไม่กล้าเอามาเยอะมาก”ที่เธอตัดสินใจว่าจะเอาอาหารกระป๋องออกมาขายเพราะเธอดูแล้วก็ดูอีกเธอพบว่าสลากภาษาบนกระป๋องและบนสินค้าต่างๆในห้างมิติที่ได้รับมันเปลี่ยนไปเป็ภาษาจีนของโลกนี้ทั้งหมดน่าเสียดายที่เธอพึ่งมาเห็นตอนอยู่ในตลาดมืดนี้เองเลยไม่ได้ส่งให้คุณสามีเลยคงต้องเอาไว้รอบหน้าก่อนแล้วกันค่อยส่งไปให้เยอะๆหน่อย
“ไม่เป็ไรๆขอแค่มีของก็พอแล้ว”เอ่ยตอบไปอย่างยินดีเพราะตอนนี้ลูกชายเธอกำลังจะได้เลื่อนตำแหน่งในโรงงานเธอจึงต้องหาของให้ลูกชายเอาไปเป็ของขวัญให้แก่ผู้จัดการที่โรงงานเหล็กวันนี้เธอจึงมาเดินหาซื้อของที่ตลาดมืดนี่
“ถ้าอย่างนั้นรอสักครู่นะคะฉันของไปหยิบของมาให้คุณดูก่อน”ซีอินบอกก่อนจะเดินหายไปทางซอกซอยเพียงครู่เดียวเธอก็กลับมา
“นี่คะ”ซีอินเอาผลไม้กระป๋องและปลากระป๋องออกมาจากตะกร้าอย่างละ2กระป๋องเท่านั้นหากเอาออกมากก็จะดูเป็ของที่หาซื้อได้ง่ายจนเกินไป
“ของดีมากเลยขายราคาเท่าไหร่บ้างล่ะ” เสียงตื่นเต้นดีใจทั้งตาโตขึ้นทันทีเมื่อเห็นของในตะกร้า
“ปลากระป๋องนี่กระป๋องละ8หยวน ส่วนผลไม้กระป๋องก็กระป๋องละ10หยวนค่ะของนี่ถ้ายังไม่เปิดก็สามารถเก็บไว้ได้นานเป็ปีเลยนะคะ”
“ฉันรู้แล้วๆฉันเอาทั้งหมดนะคิดเงินเลยรวมค่าชากับกาแฟนั้นด้วยเลย”
“ได้ค่ะ”ซีอินขายของให้ลูกค้าผู้หญิงคนนี้ไปได้เงินมา65หยวนเลยทีเดียวไม่คิดว่าลูกค้าคนนี้จะซื้อง่ายขนาดนี้คงเพราะ้าของจริงๆสินะ
ร่างอวบๆคร่าวๆอินยังคงวนเวียนขายของเป็เวลา 2ชั่วโมง เมื่อเห็นว่ามาในเมืองอำเภอนานแล้วเธอจึงเดินออกจากตลาดมืดเมื่อออกมาถนนด้านนอกแล้วจึงเอาหมวกและผ้าพันคอยัดใส่ตะกร้าที่คล้องแขนไว้แต่ความจริงแล้วเธอเอาเก็บใส่มิติต่างหาก
จากที่คำนวณในใจคร่าวๆวันนี้เธอน่าจะขายของได้เงินมาเป็หลักพันหยวน เดี๋ยวกลับบ้านไปค่อยนับอีกทีตอนนี้เธอจะเข้าไปสหกรณ์เพื่อไปดูว่าจะมีของอะไรซื้อไปฝากลูกๆ ของเธอได้บ้าง
ซีอินวนดูของในสหกรณ์จนทั่วของไม่ได้มีอะไรมากนักนอกจากแป้งสาลีแป้งข้าวโพด ไข่ไก่เครื่องปรุงต่างๆมีเสื้อผ้าสีเรียบๆอีกนิดหน่อยซึ่งเธอมีของอยู่มากมายในมิติ เธอจึงเลือกซื้อลูกอมตรากระต่ายขาวไป3ห่อ น้ำตาลทรายแดงถุงละ2ชั่งทั้งหมด2ถุงและแป้งสาลีอีก2ถุง เธอจะซื้อไปให้ที่บ้านหลินบ้านเดิมของเธอและบ้านพ่อแม่สามีด้วยส่วนของบ้านเธอมีของในมิติอยู่แล้วไม่ต้องซื้อไปอีก
เมื่อได้ของที่้าแล้วก็มาจ่ายเงินคนที่คิดเงินให้เธอเป็ผู้หญิงที่เธอถามทางไปที่ว่าการไปรษณีย์นั้นเอง
“สหายนั้นเองเจอที่ว่าการไปรษณีย์แล้วใช้มั้ยคะ”เธอเอ่ยถามอย่างเป็มิตรเพราะจำได้ว่าเป็ผู้หญิงที่มาถามทางเธอ
“เจอแล้วค่ะขอบคุณสหายมากนะคะไม่งั้นฉันคงต้องเดินหาอีกนานเลย” ซีอินตอบพร้อมยิ้มให้
“ไม่เป็ไรค่ะ”
“จริงสิอย่างว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะคะสหายนี่เป็ของตอบแทนน้ำใจที่ช่วยบอกทางให้ฉันนะคะ”เมื่อเห็นว่าตรงที่คิดเงินนั้นไม่มีใครอื่นนอกจากเธอและพนักงานหญิงคนนี้ซีอินเลื่อนสบู่ก้อนเล็กๆ เป็ขนาดทดลองไปให้ หากจะให้ก้อนใหญ่ขนาดปกติไปเพื่อเป็ของตอบแทนน้ำใจก็ดูจะมากเกินไป
“ก้อนเล็กๆนี้คืออะไรหรอคะ”ตานผิงรับของมาแล้วเอ่ยถาม เธอได้กลิ่นหอมอ่อนๆโชยออกมาด้วย มันหอมมาก
“สบู่น่ะค่ะ”
“โอ้!ขอบคุณมากเลยคะแต่ว่าของแพงแบบนี้ให้ฉันจะดีหรอคะ”ตานผิงใมากเธอไม่เคยเห็นสบู่อะไรจะหอมขนาดนี้เลย
“ดีสิคะคุณรับไว้เถอะ”
“งั้นฉันไม่เกรงใจนะคะขอบคุณมากเลยค่ะ” ตานผิงเห็นว่าก้อนมันเล็กมากจึงรับเอาไว้หากเป็ก้อนใหญ่กว่านี้เธอคงไม่กล้ารับของที่แพงขนาดนี้จริงๆพูดคุยแนะนำตัวกันเพียงครู่ ซีอินก็เดินออกจากสหกรณ์ของรัฐเพื่อเดินทางกลับหมู่บ้าน...