เช้าตรู่เวลาประมาณเกือบ 6 โมงเช้าวันนี้เป็วันแรกเลยที่กินโทกิตื่นเช้าโดยที่ไม่ได้มีงาน ไม่เข้าใจถึงเหตุผลเหมือนกัน ตื่นเต้นมั้ยก็เปล่า นอนไม่หลับก็ไม่ เมื่อคืนนอนหลับสนิทดี
มือหนายกเกาหัวอย่างสับสน ช่างเถอะ ตื่นแล้วก็ตื่น เดี๋ยวนอนเล่นรอเวลาเอาล่ะกัน
ที่ห้องพักฟื้นอีกห้องหนึ่งเสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือดังจนทำให้คนบนเตียงต้องขยับตัวตื่น
ซายะค่อยๆ ลืมตาพยายามปรับแสงให้ชินพลางเอื้อมมือไปกดปิดนาฬิกาปลุก เหลือบมองเวลาที่อยู่บนขวาของมุมจอตอนนี้ 7 โมงเช้าแล้ว
ยันแขนเพื่อลุกออกจากเตียงเป็จังหวะเดียวกันที่คุณหมอเข้ามาตรวจอาการพอดี
“ตื่นแต่เช้าเลยนะเนี่ย”
“ฮี่ คือวันนี้กะว่าพอออกจากโรงพยาบาลแล้วจะไปเที่ยวเลยน่ะค่ะ”
“ไปเที้ยวกับคุณกินหรอ ที่ไหนล่ะ” คุณหมอถามพลางหยิบหูฟังขึ้นมาใส่ “หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่ามันชื่ออะไร แต่รู้ว่าที่นั่นมีต้นซากุระสวยๆ อยู่เยอะเลยค่ะ”
“อ๋อ น่าไปนะเนี่ย พูดแล้วก็อยากไปบ้างจัง เอ้า สูดหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ นะ” คุณหมอแนบปลายหูฟังบริเวณอกเพื่อเช็คอวัยวะภายใน
“ปกติดีนะ ดูเหมือนจะหายดีแล้ว” พอได้ยินแบบนั้นซายะก็ยิ้มแป้นออกมาด้วยความดีใจ
“ส่วนแผลอื่นๆ พอกลับไปแล้วต้องคอยไปล้างแผลทุกอาทิตย์จนหายนะ เดี๋ยวหมอจะเขียนใบรับรองแพทย์ไว้ให้”
“โอเคค่ะ”
หลังจากตรวจร่างกายรับเอกสารเรียบร้อยซายะก็รีบจัดการตัวเองเพื่อจะได้ไปเที่ยวสมใจอยาก แต่ด้วยแผลอื่นๆ ภายนอกที่มันยังไม่หายดีทำให้ค่อนข้างใช้เวลาในการอาบน้ำพอสมควร
เมื่อจัดการตัวเองเสร็จก็รีบตรงดิ่งไปยังห้องพักฟื้นของกินโทกิแต่พอเปิดประตูเข้ามาก็พบว่าอีกคนเปลี่ยนชุดเสร็จเรียบร้อยแล้วเพียงแต่ตอนนี้กำลังนอนงีบอยู่บนเตียง
“นี่ๆ ตื่นได้แล้ว” สะกิดแก้มคนหัวเงินเบาๆ ให้เขาตื่น “อือ…เสร็จแล้วหรอ”
“อือหึ”
กินโทกิยันตัวลุกจากเตียงพลางไล่สายตามองสำรวจหญิงสาวั้แ่หัวจรดเท้า วันนี้ซายะใส่ชุดที่ดูแตกต่างจากที่เคยเห็น เสื้อเชิ้ตครอปสีครีมกระโปรงสีดำสั้นเหนือเข่ารองเท้าบูทสีดำแล้วก็ทรงผมมัดหางม้าสูงส่วนใบหน้าก็มีแค่ปากออกชมพูดนิดๆ อย่างเดียว
สวยแฮะ แล้วก็…ใหญ่ด้วย
ผลั๊วะ!!
“โอ๊ย ตีหัวฉันทำไมเนี่ย แผลฉันยังไม่หายดีนะเหวย”
“มองนมฉันทำไม”
“ก็มันเผลอ ขอโทษได้มั้ยล่ะ”
“นิสัย ไปกันได้ยัง”
“ไปสิ”
พากันเดินมายังลานจอดรถชั้นล่าง เมื่อวานกินโทกิบอกให้ชินปาจิกับคางุระเอารถมาทิ้งไว้ตอนเช้าเพื่อที่วันนี้จะได้ขับไปสวนซากุระ ถ้าให้เดินกันไปพรุ่งนี้คงถึง
กินโทกิจัดการใส่หมวกกันน็อคไม่ลืมที่จะส่งหมวกกันน็อคอีกใบให้อีกคนใส่ พอก้าวขึ้นรถก็ต้องหันไปขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าคนอายุน้อยมองรถพลางปั้นหน้าคิ้วขมวด
“เป็ไร ทำไมไม่ขึ้น”
“ลืมไปว่าใส่กระโปรง มันนั่งไม่ได้” ซายะพองแก้มเบะปากพลางจิ้มๆ ที่กระโปรงของตัวเองเหมือนเด็กน้อย
“แล้วมีกางเกงมั้ยล่ะ” ซายะส่ายหัวเป็คำตอบ กินโทกิได้แต่ถอนหายใจก่อนจะตั้งขาตั้งลงจากรถ
“ช่วยไม่ได้แฮะ” มือหนาปลดเข็มขัดออกก่อนจะถอดเสื้อยูกาตะตัวนอก “กางแขน”
ซายะทำตาปริบๆ แต่ก็ยอมทำตามคำสั่งอย่างโดยดี กินโทกิเอื้อมมืออ้อมตัวคนตัวเล็กจัดการผูกเสื้อเข้ากับเอวคอด
พอมองใกล้ๆ ก็พึ่งสังเกต กินโทกิมีใบหน้าที่ดูดีไม่น้อย สันกรามคมชัดจมูกโด่งเป็สันจนอดไม่ได้ที่จะเอื้อมไปจับใบหน้าเล่น
“ทำไรน่ะ แต๊ะอั๋งกันรึไง” ซายะยกยิ้มก่อนจะเล่นแก้มของอีกคนอีกนิดหน่อย
“คุณกินนี่หล่อเนาะ” คนโดนชมเลิกคิ้วพลางแอ๊คท่าเล็กน้อย “งั้นหรอ ฉันก็หล่อมาั้แ่เกิดนะ”
ประโยคของคนตรงหน้าทำเอาซายะถึงกับหุบยิ้มมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ “อะไร ทำไมมองงั้นล่ะ”
“ไม่น่าชมเลย” พูดจบก็ก้าวขึ้นรถเขยิบตัวไปนั่งตรงที่นั่งคนซ้อนก่อนกินโทกิจะขึ้นตามพลางก่นบ่น
“อะไรของเธอเนี่ย ฉันพูดความจริงผิดตรงไหนเนี่ย”
“เลิกบ่นแล้วไปได้แล้ว” พอนั่งได้ที่กินโทกิก็จัดการสตาร์ทรถ “จับดีๆ นะเดี๋ยวตก”
“ให้จับตรงไหนล่ะ” เหลือบมองยัยตัวแสบที่กำลังยกยิ้มจนแก้มปริออก “ก็แล้วแต่เธอสิ”
แรงััลงมาที่ไหล่ทั้งสองข้างทำให้กินโทกิขมวดคิ้วพลางหันไปมองคนด้านหลัง
“ทำไมไม่กอดเอวล่ะ”
“อ่าว ก็ให้เลือกเองนี่”
“จับแบบนั้นมันไม่อยู่หรอก ตกง่ายจะตาย กอดเอวดีกว่ามา” พูดไปพลางจับมือของซายะมากอดเอวของตัวเอง
“แล้วจะให้เลือกเองทำไมั้แ่แรกอ่ะ”
“ก็ไม่คิดว่าเธอจะบื้อขนาดนี้นี่”
“เอาล่ะ ออกตัวแล้วนะ”
“อื้อ ไปสักที พูดมาก”
“เดี๋ยวเถอะยัยนี่นี่”
บิดแฮนด์มอเตอร์ไซค์ให้ออกตัวแต่ออกตัวแรงไปหน่อยจนคนด้านหลังเกือบหงายหลังจนซายะต้องยกมือฟาดหลังไปหนึ่งที
อีกด้านหนึ่งของตรงซอกตึกโรงพยาบาล มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังแอบซุ่มมองพวกเขาั้แ่ที่ทั้งคู่เดินลงมา
“นี่ๆ ไปกันเถอะน่อ”
“เอาจริงหรอเนี่ย”
“พูดมากน่อ ถ้าลื้อไม่ไปอั๊วไปกับอาเจ๊ใหญ่ก็ได้”
“เรารีบตามไปกันเถอะ เดี๋ยวจะคลาดกัน”
“โฮ่ง!!”
“เฮ้อ~ เอาก็เอา”
เส้นทางไปสวนซากุระค่อนข้างจะยาวไกล เพราะสวนที่ว่านั่นมันอยู่ห่างจากเอโดะไปกว่า 80 กิโลเมตร เรียกได้ว่าข้ามจังหวัดเลยทีเดียว
เลี้ยวรถจอดแวะปั๊มเติมน้ำมัน พอลงจากรถซายะก็บิดตัวเพื่อให้คลายความเมื่อยทันที
“เมื่อยวุ้ย”
“ก็แหงล่ะ นี่ยังเหลืออีกสี่สิบกว่าโลนะเนี่ย”
“คุณกินไม่เมื่ยมั่งหรอ”
“เมื่อยสิถึงได้แวะพักเนี่ย”
ซายะหันมองคนหัวเงินที่กำลังง่วนอยู่กับการเติมน้ำมันจนอีกคนรู้ตัวก่อนจะเลิกคิ้วเป็เชิงถาม “มีอะไร”
“ขอโทษนะที่ร้องให้พามาไกลเกิน” เอื้อมมือไปยีผมคนตัวเล็กกว่าเบาๆ “อย่าทำหน้ามุ่ยแบบนั้นสิ ฉันเป็คนสัญญากับพี่เธอเองนี่ ถ้าฉันไม่มาแล้วใครจะมา”
ซายะยังคงทำปากยู่จนเขาหมั่นเขี้ยวอดที่จะเอื้อมไปบีบเล่นไม่ได้ “เลิกทำหน้างอได้แล้ว ฉันอยากมาเองด้วย แค่ขับมอไซค์ข้ามจังหวัดแค่นี้มันจิ๊บๆ น่า”
“งือ”
“ไปๆ ช้ามากเดี๋ยวคนจะเยอะ”
มอเตอร์ไซค์สกู้ตเตอร์สีเงินขับไปตามถนนเส้นรองลัดเลาะเพื่อเข้าทางลัดเพื่อที่จะไปยังจุดหมายด้วยเวลาที่เร็วและระยะเวลาที่สั้นกว่า
ส่วนอีกสามคนและอีกหนึ่งตัวที่แอบตามมาด้วยที่ซาดาฮารุต้องวิ่งเองทำให้หมดแรงไปกลางทางเสียก่อนทำให้ตามไม่ทัน ตอนนี้ก็คงนั่งพักไม่ก็เถียงกันที่ไหนสักแห่งอยู่แน่
ขับจนมาถึงเขตจังหวัดยามานาชิขับในเส้นทางลัดที่ไม่คุ้นตา เส้นทางที่โอบอ้อมไปด้วยทะเลสีฟ้าทั้งสองฝั่งให้ซายะต้องหยิบมือถือขึ้นมาถ่าย
“สวยจัง”
“ใช่มั้ย”
“เห็นแล้วอยากย้ายมาเลย”
“ก็ย้ายสิ จะได้มาเที่ยวบ่อยๆ” ซายะเหลือบมองคนด้านหน้าพลางหรี่ตามองอย่างจับผิดก่อนจะฟาดหลังไปที
“ฟาดทำไมเนี่ย”
“พามาทางนี้แผนป่ะเนี่ย”
“แผนอะไรมั่วแล้ว ที่พามาเพราะระยะทางมันสั้นกว่าก็เท่านั้นเอง”
ซายะไม่เชื่อก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาเข้าแอปพลิเคชั่นแมพ “สวนที่เราไปชื่ออะไร”
“อะไร ถามทำไม”
“ตอบมาเดี๋ยวนี้”
“อะไรเล่า เธอเป็คนบอกฉันเองแท้ๆ ลืมแล้วรึไง”
“ลืมแล้ว บอกมาน้า” เขย่าตัวไม่พอยังเขย่าคนด้านหน้าอีกให้มอเตอร์ไซค์ที่ขับอยู่ส่ายเบาๆ “ซายะ! เล่นอะไรเนี่ยมันสั่นเห็นมั้ย เดี๋ยวก็ล้มหรอก!!”
ซายะหุบมือไปนั่งนิ่งดังเดิมพร้อมกับทำปากเบะ “ไม่เล่นแล้วก็ได้”
ขับมาจนครึ่งทางก็จอดแวะพักอีกรอบ ซายะนั่งลงกับพื้นต่างระดับหน้าซุปเปอร์มาร์เก็ตรอคนหัวเงินที่เข้าไปซื้อของที่ด้านใน
“นี่หนูน่ะ เป็แฟนของคุณกินหรอ” หันมองคนต้นเสียงพบว่าเป็คุณลุงคนหนึ่งที่คาดว่าน่าจะเป็คนแถวนี้
“อ๋อ เปล่าค่ะ เป็คนรู้จักน่ะค่ะ”
“หือ? งั้นหรอ ว่าแต่มาทำอะไรแถวนี้ล่ะ มาทำธุระหรอ”
“มาเที่ยวสวนซากุระน่ะค่ะ”
“งั้นก็มาเดตกันน่ะสิ”
“อ่า…คือ…” เจอลุงถามแบบนี้ซายะก็ไปแทบไม่ถูกเลย จะว่ามาเดตก็มาเดตแหละแต่จะให้บอกตรงๆ ไปเธอก็กลัวกินโทกิจะเสียหาย
“อ่าวลุง ไม่ได้เจอกันนานเลย” เป็จังหวะเดีววกันที่กินโทกิออกมาพอดี
“โอ้ สวัสดีคุณกิน สบายดีรึเปล่า”
“ก็สบายดีแหละ”
“จะไปเดตกับแฟนหรอ” ถึงกับหันขวับไปมองลุง ก็บอกว่าไม่ใช่ไง!
“อ่าไปเดตแหละแต่ตอนนี้ยังไม่ใช่แฟน” หันขวับอีกทีไปมองคนหัวเงิน
“อ่าว ยังไม่ใช่แฟนหรอกหรอ งั้นแสดงว่าตอนนี้เป็คนคุยสินะ”
“ก็…จะเรียกงั้นก็ได้”
ยิ่งฟังยิ่งขมวดคิ้ว เธอไปเป็คนคุยเขาั้แ่เมื่อไหร่เนี่ย ว่าแต่…ไอ้คนคุยที่ว่ามันคืออะไรอ่ะ
“งั้นผมไปก่อนนะลุง”
“โชคดีนะคุณกิน”
พอขึ้นรถซายะยังคงสงสัยกับประโยคเมื่อกี้ขอกินโทกิกับคุณลุงคนนั้น กินโทกิที่เห็นสีหน้าสงสัยของเธอผ่านกระจกมองหลังจึงหันมาเอ่ยถาม
“ทำหน้าสงสัยอะไรขนาดนั้นฮะ มันมีอะไรคาใจรึยังไง”
“คนคุยนี่มันคืออะไรอะคุณกิน”
ประโยคคำถามของซายะทำเอากินโทกิถึงกับต้องเบรครถกระทันหันจิดมองคนด้านหลังด้วยสีหน้าที่คิ้วขมวดสุดๆ
“นี่เธอไม่รู้จักจริงดิ” คนตัวเล็กส่ายหน้าเป็คำตอบให้คนหัวเงินถึงกับตบหน้าผากดังฉาด
“โทรศัพท์มีอินเตอร์เน็ตใช่มั้ย ลองพิมพ์หาเอา” พูดจบก็บิดคันเร่งออกตัวเดินเพื่อเดินทางต่อ
นิ้วเรียวกดพิมพ์ช่องค้นหาในโทรศัพท์ด้วยความลำบาก ไม่นานผลลัพธ์ก็ขึ้นแสดงเลือกกดสักอันนึงก่อนจะไล่อ่านทีละตัว
‘คนคุยคือสถานะที่เอาไว้เรียกคนที่กำลังอยู่ในสถานะดูใจก่อนที่จะคบเป็แฟน…’
เดี๋ยวนะ…
สมองประมวลผลคิดตามตามที่อินเตอร์เน็ตบอก งั้นหมายความว่าไอ้ที่บอกว่าเธอเป็คนคุยคือหมายความว่าเขากับเธอกำลังดูใจกันอยู่น่ะสิ!
พอคิดได้แบบนั้นก็ทำท่าจะง้างหัวโขกกับแผ่นหลังกว้างแต่พอมาคิดอีกทีไม่เอาดีกว่า เดี๋ยวโดนดุอีก
ในที่สุดก็มาถึงที่หมายถึงจะช้าหน่อยแต่ก็อยู่ในกรอบระยะเวลาที่วางแผนเอาไว้ ทันทีที่เท้าแตะถึงพื้นก็บิดซ้ายบิดขวาเพื่อคลายความเมื่อยทันที ต่างกับคนตัวเล็กที่พอขาถึงพื้นปุ๊บก็วิ่งพุ่งเข้าสวนซากุระโดยไม่รอเขาเลยสักนิด
“จะรีบไปไหนน่ะฮะ ต้นซากุระมันไม่หนีไปไหนหรอก” กินโทกิเอ่ยพลางใส้เสื้อยูกาตะที่ซายะถอดคืน
“สวยอ่ะ คุณกินดูสิ”
“เออๆ รู้แล้วน่า”
เดินตามหญิงสาวจนมาหยุดที่ลานกว้างพลางกวาดสายตาเพื่อสำรวจ ดูเหมือนว่าวันนี้คนจะไม่เยอะมากคงจะเป็เพราะวันนี้เป็วันธรรมดาด้วย แต่ก็ดีแล้วล่ะ เขาไม่อยากไปเบียดเสียดกับผู้คนมากสักเท่าไหร่
เดินมาขนาบข้างซายะที่กำลังยืนมองลำธารที่สองฝั่งเต็มไปด้วยต้นซากุระตรงสะพาน “ว้าว~”
ซายะดูจะตื่นเต้นเอามากๆ เพราะั้แ่ลงจากรถมาเธอก็เอาแต่ถ่ายรูปไม่ก็อัดวิดีโอไม่หยุด ดูท่าที่นู่นคงไม่มีต้นซากุระให้ดูแบบนี้สิท่า
“จะเอาแต่ถ่ายซากุระอย่างเดียวเลยไง ไม่ถ่ายตัวเองบ้างล่ะ”
“ได้หรอ”
“ได้สิ เอาไง จะถ่ายมั้ย” ซายะยืนคิดอยู่ครู่ก่อนจะพยักหน้าตอบตกลง
“ยิ้มกว้างๆ หน่อยสิ ยืนทื่อเป็หุ่นยนต์เลย ไม่ใช่ยิ้มแบบนั้น นั่นมันเกร็งเกินไปแล้ว”
กินโทกิเอ่ยกับคนตัวเล็กที่ตอนนี้ยืนยกยิ้มแบบเกร็งๆ ก็เข้าใจว่าไม่เคยถ่ายรุปเล่นหรือถ่ายเซลฟี่แต่ก็ไม่คิดว่าจะถ่ายไม่เป็ขนาดนี้
ซายะเริ่มยู่ปากมือไม้ไม่อยู่นิ่ง กินโทกิที่เห็นดังนั้นก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะเดินไปหาคนตัวเล็กกว่าแล้ววิสาสะกอดคอเธอจนแนบชิด
“ทำไรอ่ะ”
“เซลฟี่ไง แบบนี้น่าจะดีกว่า” กดเปลี่ยนเป็กล้องเซลฟี่แต่ในรูปซายะยังคงยิ้มเกร็งอยู่ทำให้กินโทกิต้องดึงแก้มขาวจนซายะยู่ปากก่อนจะถ่ายในตอนที่เธอไม่ทันรู้ตัว
“ยังไม่ทันแอ็คเลย”
“แอ็คทำไมล่ะ เล่นเกร็งซะขนาดนี้วันนี้คงจะได้ถ่ายหรอก”
กดดูรูปเพื่อเช็คพอดูแล้วภาพนี้มันดูดีมาก เป็ธรรมชาติแล้วซายะก็ดูไม่เกร็งด้วย สายตาเหลือบไปมองไอคอนสามจุดที่มุมขวาล่างของจอ ด้วยความสงสัยจึงกดเขาไปดูมันคือเครื่องมือแก้ไขรูปและปรับแต่งรูปภาพนี่เอง
แรงสะกิดจากด้านหลังให้กินโทกิหันไปมองพบว่าเป็ซายะที่กำลังกินไอติมโคนอยู่ “กินมั้ย”
มองไอติมโคนที่มืออีกข้างที่ตอนนี้เหมือนเริ่มจะละลาย “มันละลายแล้วนี่”
“อ่าว” ซายะเลิ่กลั่กไม่รู้จะทำยังไงดี ที่กินอยู่ก็เหมือนจะละลายแล้วด้วย
“เอามานี่” ดึงมือเล็กหยิบไอติมมาถือก่อนจะจัดการเลียไอติมที่กำลังละลายไหลลงตามมือจนเกลี้ยง “คุณกินทำไรเนี่ย!”
“อะไร กินไอติมไง” พลางเลียไอติมในมือแต่ท่าทางของเขามันดูชวนให้เธอคิดไปไกลเสียเหลือเกิน กินโทกิเป็คนที่มี sex appeal ค่อนข้างสูง แต่ส่วนใหญ่เขาจะชอบทำตัวซกมกจนทำให้คนอื่นมองไม่เห็นด้านแบบนี้
“กินแบบปกติก็ได้หนิ” คนตัวเล็กเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาหวิวพลางมองมือที่ถูกคนหัวเงินเลีย ก้อนเนื้อในอกเต้นระส่ำจนแทบจะหลุดออกมากจากอก บอกตามตรงว่านี่เป้นครั้งแรกในชีวิตที่เขินกับคนเป็มนุษย์ด้วยกัน
“เป็ไร หน้าแดงทำไม” จู่ๆ กินโทกิก็ก้มหน้ามาจนเกือบชิดทำให้ซายะใสะดุ้งเฮือกจนมือลั่นเผลอจิ้มไอติมในมือใส่หน้าไปเต็มๆ
ชิบล่ะ
มือหนาจับมือเล็กดึงออกช้าๆ ก่อนจะยกมืออีกข้างขึ้นมาปาดไอติมที่อยู่บนหน้าออก
“เอ่อ…ขอโทษ”
สูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดอารมณ์ก่อนจะกัดฟันเอ่ยกับคนตัวเล็กด้วยความหงุดหงิดขั้นสุด “ซายะ วันนี้หลายรอบแล้วนะ ั้แ่เขย่าฉันบนรถจนเกือบรถล้มแล้ว แล้วตอนนี้ยังจะมาเอาไอติมจิ้มหน้าฉันอีก โกรธอะไรกันไหนบอกมาสิ”
“ก็คุณกินโผล่หน้ามาทำไมเล่า มันในะ”
“ยังจะมาเถียงอีก!” ไม่พูดเปล่าเขกกะโหลกไปสักหนึ่งที “แบบนี้โดนทำโทษสักทีดีมั้ยห๊ะ”
“ม่ายยยยยย” ซายะดิ้นสุดฤทธิ์พยายามจะดึงตัวเองให้ออกจากการจับกุมแต่ไม่ว่าจะดึงยังไงก็สู้แรงอีกคนไม่ได้ กลายเป็ว่าตอนนี้เป็ภาพที่ทั้งสองคนกำลังยื้อยุดฉุดกระฉากกันอยู่
“มานี่เลยยัยตัวแสบ”
“ปล่อยนะไอ้แก่!!”
“แก่เตี่ยเธอสิ!! ดื้อไม่พอยังจะปากเสียอีก!!! แบบนี้จูบปิดปากซะเลยดีมั้ย!!”
ประโยคของกินโทกิทำเอาซายะยกมือปิดปากแน่นทันทีก่อนจะยกมือฟาดแขนที่มีแต่กล้ามแน่น “ทะลึ่ง!”
“ถ้าไม่อยากให้ทะลึ่งก็ทำตัวดีๆ ไม่งั้นป๋าจะทำโทษอีหนูด้วยการจับตีก้นจนลายเลยคอยดู”
“ไอ้แก่โรคจิต!!! อ๊ากกกกก!!!!” ยื้อตัวเองไม่ให้อีกคนดึงพลางโยกหัวอย่างกับชาวร็อค
“หนวกหู!!!!”
แม้ว่าตอนนี้จะเลิกตีกันกว่า 20 นาทีแต่ก็ยังไม่มีบทสนทนาที่ออกมาจากปากของซายะเลยแม้แต่น้อย
“นี่ จะอมอะไรนักหนา ฉันไม่ทำอะไรหรอก” ซายะส่ายหัวอย่างไม่ยอมเป็คำตอบ เธอระแวงจริงๆ นะ ที่กินโทกิบอกว่าถ้าดื้อมากแล้วจะจูบปิดปากน่ะ
คนหัวเงินได้แต่ถอนหายใจรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ก่อนจะดึงแขนซายะให้ลุกจากการนั่งยองกับพื้น
“ไปไหน” เอ่ยถามพลางเอามือป้องปากเอาไว้กันอีกคนทำมิดีมิร้าย “ตามมาเถอะน่า”
เดินไปตามทางเดินที่มีซุ้มหลังคาที่ทำจากต้นไม้พอมาถึงที่หมายซายะที่เอามือป้องปากอยู่ก็ถึงกับเอาลงเพราะความอึ้งทันที
“สวยมะ”
“มาก”
ซั้มอุโมงค์ขนาดใหญ่ที่ทำจากดอกไม้นานาพันธุ์หลากสีตามพื้นทางเดินข้างๆ ถูกตกแต่งด้วยหินหลายขนาดและน้ำตกเล็กๆ เป็หย่อม
“เห็นเธอชอบต้นไม้ก็เลยคิดว่าถ้าพามาตรงนี้เธอน่าจะชอบ”
“ขอบคุณนะคุณกิน ฉันชอบมากๆ เลยล่ะ”
หย่อนตัวลงที่เก้าอี้ม้านั่งที่เขาจัดเอาไว้เป็หย่อยมๆ พลางสูดหายใจลึกเพื่อสูดกลิ่นของดอกไม้
ซายะชอบมากๆ ทุกครั้งที่สูดดมกลิ่นของดอกไม้ก็จะได้ความสดชื่นเข้าปอดมาด้วยเสมอและพอรับทั้งสองอย่างมาพร้อมกันก็จะทำให้ความเครียดและความเศร้าของเธอทุเลาลง
“ว่าแต่นะ” กินโทกิเอ่ยถามขระที่กำลังยืนมองคนตัวเล็ก “ไม่เอามือปิดปากแล้วหรอ”
“อุ๊บ” ทันทีที่เขาเอ่ยทักซายะก็รีบยกมือปิดปากทันที ลืมไปว่ากำลังระแวงอยู่
มุมปากยกยิ้มพลางหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้และเอื้อมไปดึงมือที่กำลังปิดปากแน่น
“กลัวขนาดนั้นเลยรึไง” พยักหน้าหงึกๆ เป็คำตอบ
“ขนาดนั้นเชียว ฉันไม่ทำอะไรหรอกน่า เมื่อกี้ก็แค่พูดเล่นเฉยๆ”
“จริงนะ”
“จริงสิ” พูดพลางหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ ที่ว่างนั่นยิ่งทำให้ซายะเบนตัวออกห่างกว่าเดิมด้วยความระแวงจนกินโทกิต้องดึงตัวเธอกลับทำให้ทั้งคู่ใกล้ชิดยิ่งกว่าเดิม
สีหน้านิ่งปนจริงจังไม่รู้ว่าหน้าเขาเป็แบบนี้อยู่แล้วหรือมันคือสีหน้าที่ดูจริงใจแต่มันก็ทำให้ซายะยอมลดมือลง
“หึ โดนหลอกแล้วยัยเด็กแสบ”
“ห๊ะ-อุ๊บ!”
ทันทีที่ปลอดการป้องกันกินโทกิก็ทำการคว้าคอทาบริมฝีปากทับทันที มือเล็กทั้งทึ้งเสื้อทั้งทุบอกแกร่งแต่ยิ่งเขากลับยิ่งใช้ลิ้นล้วงลึกเข้ามามากขึ้นกว่าเดิม
“อื้อ!!! แฮ่ก!!”
พอผละออกซายะก็รีบสูดหายใจเข้าเพื่อเอาอากาศเข้าปอด ใบหน้าสวยมีสีแดงก่ำก้อนเนื้อในอกเต้นระส่ำอย่างกับกลองแซมบ้าที่ตีด้วยแรงขั้นสุด
“ทำอะไรเนี่ย!” ฟาดแขนแกร่งไปทีไม่พอยังใช้ขาเรียวเตะขาอีกคนด้วยความหมั่นไส้
“อะไรล่ะ ลงโทษไง”
“ไหนบอกว่าพูดเล่นไงเล่า”
“หรอ ไอ้ประโยคเมื่อกี้ต่างหากที่พูดเล่น”
ประโยคเมื่อกี้…ฉันไม่ทำอะไรหรอกน่า เมื่อกี้ก็แค่พูดเล่นเฉยๆ
อ๋อ ไอ้ประโยคนี้น่ะหรอที่พูดเล่น
“ไอ้แก่!!!!!!” ยกมือฟาดเข้ากลางศรีษะคนหัวเงินอย่างแรง “ยัยบ้า!! ฟาดมาทำไมมันเจ็บนะเว้ย!!!”
“ไอ้ลามก! ไอ้หื่น!! นิสัยเสีย!!” ไม่พอยังจับหัวอีกคนโยกไปมาและแถมยังกัดเข้าที่คออีกคนจนกินโทกิถึงกับต้องร้องโอ๊ย
“มันเจ็บนะยัยบ้านี่!! เป็หมารึไงห๊ะ!!”
จัดการรวบมือทั้งสองข้างและทำการล็อคคอให้คนตัวเล็กอยู่นิ่งๆ แต่เหมือนอีกคนจะไม่ยอมแถมยังกัดเข้าที่แขนเขาอีก
“โอ๊ย!”
ขณะที่ซายะกำลังดิ้นขลุกอยู่ในอ้อมกอดของคนหัวเงินจู่ๆ ก็มีเสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นให้เธอต้องหยิบขึ้นมาดู
rachel : อีก 2 ชั่วโมงจะไปรับ
ข้อความจากราเชลทำให้ซายะหยุดการกระทำทุกอย่างจากที่ดิ้นอยู่ก็นั่งนิ่งทันที
“พี่จะเธอจะมารับแล้วหรอ” ซายะเงยหน้ามองคนด้านหลังพลางทำปากเบะ
เธอยังไม่อยากกลับเลย ยังอยากอยู่ต่อ อยากอยู่เที่ยวกับคุณกินอยากอยู่เล่นกับเด้กๆ ต่อ
“ไม่เอาน่า อย่าทำหน้าหงอยแบบนั้นสิ” มือหนาลูบศรีษะของอีกคนอย่างเบามือก่อนซายะจะหันมาพุ่งเข้ากอด “ไม่อยากกลับ”
“รู้น่า แต่ที่นั่นคือบ้านของเธอยังไงสุดท้ายเธอก็ต้องกลับไปอยู่ดี” ซายะไม่ตอบอะไรเอาแต่ซุกหน้ากับอกแกร่งอยู่เงียบๆ “เอางี้มั้ย ยังเหลือเวลาอีกตั้งสองชั่วโมงเราก็ไปเที่ยวให้หนำใจกันดีกว่า”
“เอางั้นหรอ” ซายะเงยหน้าแอบเห็นว่ามีน้ำตารื้นอยู่น้อยๆ “ว่าไง เอามั้ย”
“ก็ได้”
ในเวลา 2 ชั่วโมงทั้งสองคงยังคงเที่ยวต่อแค่เปลี่ยนจากสวนซากุระเป็ทะเลที่เคยขับผ่าน แต่ระหว่างทางตลอดทั้ง 2 ชั่วโมงซายะเธอไม่ยิ้มเลยแถมยังไม่ยอมปล่อยมือกินโทกิด้วย
“โอเคมั้ยเนี่ย” กินโทกิหย่อนตัวลงนั่งที่ว่างข้างๆ ตอนนี้พวกเขามานั่งที่ท่าเรือเพื่อรอราเชลมารับ ซายะหันมาส่ายหัวเนือยๆ เป็คำตอบ
“ทำไมถึงไม่อยากกลับล่ะ ไม่อยากอยู่กับพี่รึไง”
“อยากอยู่ แต่อยากอยู่กับพวกคุณกินด้วย”
“งั้นย้ายบ้านสิ จะได้มาอยู่ด้วยกัน”
“อือ ย้าย”
หือ ว่าไงนะ…
“เดี๋ยวนะ เมื่อกี้ว่าไงนะ” ซายะหันมองด้วยสีหน้าเนือยๆ “ย้ายไง”
“เดี๋ยว…จริงป่ะเนี่ย เธอพูดจริงป่ะเนี่ย” ซายะพยักหน้าเป็คำตอบก่อนกินโทกิหัวเราะออกมา ซายะก้มหน้ามองคนที่เอาแต่ยกมือปิดหน้าก้มหน้าก้มตาหัวเราะ
“หัวเราะทำไมอ่ะ”
“หัวเราะเพราะดีใจน่ะสิ”
“ดีใจเื่?”
“ครางนี้ฉันจะได้ขยายสาขาร้านสารพัดรับจ้างสักที ร้านสารพัดรับจ้างสาขาที่สองจะต้องหรู ติดแอร์แล้วก็ตกแต่งโทนๆ ค่าเฟ่สไตล์ยุโรปด้วย อะไรมองด้วยสายตาแบบนั้นทำไม”
ซายะมองอีกคนด้วยสีหน้านิ่งก่อนจะหัวเราะออกมาเล็กน้อย “สรุปที่ดีใจเมื่อกี้เพราะเื่นี้เองสินะ เปลี่ยนใจแล้วไม่ย้ายล่ะ”
“เอ้า ได้ไงเล่า นี่ฉันให้เธอเป็ผู้จัดการใหญ่สาขาสองเลยนะ แถมจะให้เป็คนดูแลเื่การตลาดกับดูแลบัญชีด้วย”
“แล้วเงินเดือนล่ะ ให้เท่าไหร่”
“อืม…ให้เมื่อเดือนนั้นมีงาน” เฮ้อ..
“บึนปากแบบนั้นทำไมห๊ะ ร้านสารพัดรับจ้างไม่ได้เงินขนาดนั้นสักหน่อยนี่”
“แล้วจะเอาเงินไหนมาสร้างร้านสาขาสองห๊ะ คิดจะปอกลอกกันรึไง” พูดพลางเขย่าคอคนหัวเงินด้วยความหมั่นไส้ “เธอก็ช่วยหางานสิ แค่นี้ก็ได้เงินมาจ่ายค่าจ้างแล้ว”
ด้วยความหมั่นไส้ก็ฟาดแขนอีกคนไปที แต่ถึงอย่างงั้น…เธอก็ยังอยากอยู่ที่นี่อยู่ดี
ลมพัดแรงมหาศาลบวกกับเสียงของยานเรือเหาะลำใหญ่ที่ค่อยๆ ลงจอดบนพื้นทะเล สัญลักษณ์ของตำรวจเวทย์แห่งดีทรอยต์เด่นหรา คงถึงเวลาของเธอที่จะต้องกลับแล้วสินะ
“ซายะ กลับกันได้แล้ว” ซายะแหงนมองราเชลที่อยู่บนดาดฟ้าของยายสลับมองกับคนหัวเงินที่ยืนอยู่ข้างๆ
“ไปส่งคุณกินก่อนได้มั้ย จากนี่ไปเอโดะมันไกลไม่อยากให้เขากลับคนเดียว”
ราเชลปั้นคิ้วขมวดเหลือบมองคนหัวเงินที่ยืนทำหน้าตายข้างๆ น้องสาวก่อนจะถอนหายใจออกมา
“งั้นก็รีบขึ้นมา”
เดินตามราเชลขึ้ยมาบนยานพลางกวาดสายตามสำรวจรอบๆ ภายในยานเรือเหาะค่อนข้างกว้างขวาง มีลูกเรือจำนวนมากคงคาดว่าน่าจะมาเพื่อพาตัวพวกอีลิธกลับ
“นั่งรอตรงนี้ไปก่อนล่ะกัน พอดีมีประชุม”
“อือ”
“แล้วก็…คุณน่ะ” พลันหันไปหาคนหัวเงินที่กำลังเลิกคิ้วเป็เชิงถาม “ถ้าทำอะไรน้องฉันแม้แต่นิดเดียวฉันจะกลับมาเชือดหัวคุณทิ้งแน่”
พูดจบราเชลก็เดินแยกออกไปให้ทั้งสองคนได้แต่ยืนมอง “นี่พี่เธอจงเกลียดจงชังอะไรฉันนักหนาเนี่ยห๊ะ”
“คุณกินไปทำอะไรมาล่ะ”
“จะไปรู้มั้ยล่ะ ฉันก็อยู่ดีๆ ของฉันมั้ย”
ตลอดการเดินทางกลับเอโดะซายะกับกินโทกินั่งคุยเล่นกันไปตลอดทางโดยมีพวกคนในหน่วยมายืนแอบดูบ้างแต่ก็ไม่กล้าเข้าไปแทรกหรือไปทักซักเท่าไหร่เพราะไม่อยากขัดมูทสวีทของทั้งสองคน อีกอย่าง ทั้งคู่จะต้องแยกจากกันแล้วให้พวกเขาได้บอกลากันสักหน่อยดีกว่าไม่ด้พูดกันเลย
“นี่คุณกิน เห็นเด็กๆ บอกว่าคุณกินไม่มีมือถือใช้ใช่มั้ย”
“นี่เธอพูดอย่างกับว่าฉันจนมากถึงขั้นไม่มีตังค์ซื้อมือถืออย่างงั้นเลยนะ”
“ก็ถามเฉยๆ”
“เออ ไม่มี ถามทำไม” ซายะเรียกมือถือเครื่องหนึ่งออกมาก่อนจะยื่นให้เขา “เอาไปใช้ จะได้คุยกันตอนที่ฉันกลับบ้านแล้ว”
“ให้ฉันหรอเนี่ย มันแพงนะ”
“อือ” กินโทกิรับมือถือมาพลางพลิกดู ถ้าจำไม่ผิดเหมือนรุ่นนี้จะแพงหูฉี่เอามากๆ เพราะสเปคซีพียูและฟังก์ชั่นต่างๆ ต่อให้เขาทำงานแทบตายคงอีกหลายปีกว่าจะเก็บตังค์ซื้อได้
“ฉันแอดคอนแทคไว้ให้แล้วนะ ลองใช้ดูสิ” เปิดจอมือถือตามที่ซายะบอกกดเข้าแชทปรากฏว่ามีคอนแทคของซายะจริงๆ นอกจากนี้ยังมีคอนแทคของพี่ๆ ของเธอ ชินปาจิ คางุระและพวกชินเซ็นกุมิด้วย
“นี่เธอแอดของคนอื่นไว้ให้ด้วยหรอเนี่ย”
“อือ คุณกินจะได้ไม่ต้องไปเสียเวลาแอดใหม่เองไง” ยัยนี่ใจดีเหมือนกันแฮะ
“อ่อ แล้วก็นี่ด้วย” มือเล็กเอื้อมมาดึงมือเขาไปวางบนตักก่อนจะทำอะไรบางอย่างกับข้อมือของเขา “นี่ ใส่ไว้นะ เพราะอาจจะต้องจ้างคุณกินทำงานในอนาคต”
มันคือสร้อยข้อมือที่ซายะเคยให้ไว้ในตอนแรก สร้อยข้อมือสำหรับยืมพลังเธอ “ห้ามหายนะ ถ้าหายปรับสิบล้าน”
“ถ้างั้นเอาคืนไปเถอะ ไม่เอาแล้ว”
“ถอดไม่ได้ ใส่แล้วใส่เลย”
“อ่าว อย่างงี้เธอก็มัดมือฉันสิ ถ้าฉันทำหายหรือทำพังขึ้นมาก็ต้องจ่ายว่างั้น”
“ไม่รู้ไม่ชี้” คนตัวเล็กทำหน้าดื้อไม่รู้ไม่ชี้จนเขาอดหมั่นเขี้ยวไม่ไหวก่อนจะทำการล็อคคอแล้วขยี้ผมจนกระเซิง “ยัยเด็กแสบ เธอนี่มันเ้าเล่ห์ซะเหลือเกินนะ”
“ผมยุ่งหมดแล้ว” สุดท้ายผมที่มัดหาางม้าเอาไว้ก็หลุดกระเซิงหมดจนซายะต้องแกะผมออกมา “หมดสวยเลยเนี่ย”
“หมดสวยอะไร เธอก็ยังสวยอยู่นี่ ทำมาเป็บ่น”
“ขอโทษนะครับ ตอนนี้เราถึงเอโดะกันแล้วครับ” หนึ่งในกองเวทย์เดินมาบอกทั้งคู่ทำให้ซายะที่กำลังสนุกอยู่ก็ถึงกับหุบยิ้มทันที
“เฮ้อ ถึงแล้วหรอเนี่ย ฉันไปก่อนนะ”
“เดี๋ยวไปส่ง”
“แล้วแต่สิ”
เดินลงจากยานตามคนหัวเงินอย่างเงียบๆ มองแผ่นหลังกว้างพลางนึกย้อนถึงเหตุการณ์เมื่อ 7 วันที่ผ่านมา จู่ๆ ดวงตาก็เกิดอุ่นก่อนจะเริ่มมีน้ำใสๆ เอ่อออก กินโทกิที่เข็นรถถึงพื้นดินก็หันมามอง
“อย่าร้องสิ จากกันวันนี้กลับไปก็ทักแชทมาคุยกันได้นี่” พลางเอื้อมมือไปจับหัวโยกเบาๆ กลับยิ่งทำให้ซายะยิ่งร้องไห้ปล่อยโฮมากกว่าเดิม
“ยัยเด็กขี้แยเอ้ย” อดไม่ได้ที่จะเข้าสวมกอดพลางลูบหลังปลอบก่อนจะจุมพิตลงที่ศรีษะเบาๆ
ไม่ใช่แค่ซายะหรอกที่รู้สึกเศร้า เขาก็ด้วย ปกติเคยเป็ซะที่ไหนเวลาจากกันมันก็เป็แค่เื่ธรรมดาแต่กลับไม่ใช่ มันรู้สึกโหวงๆ หน่วงๆ อยากจะรั้งเอาไว้มากแค่ไหนก็ทำไม่ได้
ผละตัวออกจากอ้อมกอดพลางใช้นิ้วเช็ดน้ำตาให้แต่แถมด้วยน้ำมูกที่อีกคนดันปล่อยออกมา “ร้องไห้ทำไมขี้มูกไหลด้วยเนี่ย หมดกันความสวย”
“ฟืด!!! ก็มันเศร้านี่”
“เฮ้อ ไปได้แล้ว เดี๋ยวพี่เธอลงมาเชือดหัวฉันอีก” ซายะเบะปากทำท่าไม่อยากไป “ไม่ได้ซายะ เอาไว้ย้ายบ้านมาเมื่อไหร่เดี๋ยวจะพาเที่ยวสักหนึ่งเดือนเลย โอเคมั้ย”
“สัญญาแล้วนะ”
“เออ”
ซายะสวมกอดอีกครั้งก่อนจะคว้าต้นคอของคนหัวเงินลงมาทาบริมฝีปาก “ไปก่อนนะ”
“อือ” มือสวยยกเช็ดคราวน้ำตาโบกมือลาาเป็ครั้งสุดท้าย “ฝากลาเด็กๆ ด้วยนะ”
กินโทกิไม่ได้ตอบอะไรนอกจากโบกมือลากลับให้อีกคน ยืนมองยานเรือเหาะค่อยๆ บินขึ้นสูงก่อนจะบินออกไปจนลับสายตา
อีกคนกลับไปแล้ว…ความรู้สึกด้านในยิ่งชัดเจนมากกว่า
ปวดหนุบๆ ในอกอยากจะร้องไห้ก็ร้องไม่ได้ ที่บอกว่าอยากให้ซายะย้ายมาอยู่ที่นี่คือเื่จริงนะ ที่ว่าจะเอาบ้านเธอเปิดเป็ร้านสารพัดรับจ้างสาขาใหม่ก็แค่ข้ออ้าง พูดตามตรงว่าความรู้สึกด้านในมันเริ่มชัดเจนเรื่อยๆ ถ้าบอกว่าไม่ชอบก็จะหาว่าโกหก
ใช่ เขาชอบซายะ แต่แค่ไม่บอกตรงๆ เฉยๆ
เพราะความรู้สึกของซายะมันยังดูไม่ใช่ชัดเจน และเขาก็ยังไม่มั่นใจว่ามันจะใช่ความชอบขนาดเรียกได้ว่าอยากจะเป็แฟนหรือไม่
“คุณกิน กลับมาแล้วหรอครับ”
“เออ เอ๊ะ? ทำไมสภาพพวกนายเป็งี้ล่ะ ไปทำอะไรมา” คิ้วขมวดปมเมื่อเห็นชินปาจิ คางุระ โอทาเอะและซาดาฮารุยืนหอบแฮกราวกับว่าไปวิ่งเล่นรอบเมืองกันมา
“ออกกำลังกันมาน่อ เนาะอาเจ๊ใหญ่”
“ใช่ๆ”
“หรอ” ดูยังไงก็ไม่น่าเชื่อเลยสักนิด
“อาซายะไปแล้วหรอน่อ พวกอั๊วยังไม่ได้บอกลาอาซายะเลย”
“ทักข้อความไปสิ มีคอนแทคเขาแล้วนี่”
“คุณซายะไปแบบนี้คุณกินคงจะเหงาน่าดูเลยนะคะเนี่ย” โอทาเสะเสริมพลางยกยิ้มเหลือบมองเขา “คิดถึงมากก็แค่ทักหามันจะไปยากอะไร”
พูดพลางยกมือถือเครื่องใหม่ที่ซายะให้มาแน่นอนว่าทุกคนต่างก็ใโดยเฉพาะคางุระ “อาซายะให้มาหรอ ทำไมอั๊วไม่ได้มั่งอ่ะ”
“อะไรเล่า อยากได้ก็ซื้อสิ”
“โอ้โห รุ่นแพงเลยนะครับนั่น”
“อั๊วอยากได้อ่ะอากินจัง ซื้อให้หน่อย” คางุระกระทืบเท้าพลางะโขี่คอของคนหัวเงินจนเขาแทบจะหัวทิ่ม “เออๆ เดี๋ยวซื้อให้ ลงจากคอก่อนมันหนักนะเหวย!!!!”
“เย้!!”
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์เครื่องใหม่ให้กินโทกิต้องหยิบขึ้นมาดูแน่นอนว่าเด็กๆ ทั้งสามรวมถึงซาดาฮารุต่างก็พากันชะโงกดูเพราะความอยากรู้อยากเห็นกันทั้งนั้น
“อะไรของพวกนายเนี่ย นี่มันธุระของผู้ใหญ่นะเว้ย”
“ธุระของอากินจังก็คือธุระของพวกเราหมือนกันน่อ”
“ไม่ใช่ล่ะออกไปเลย” ใช้มือยันหน้าแต่ละคนออกพอเห็นว่าไม่มีใครมาแอบดูก็กดอ่านข้อความ
saya : ส่งรูปภาพ
saya : ตั้งเป็วอลเปเปอร์แล้วนะ
gintoki : ส่งรูปมาให้มั่งสิ
saya : ส่งรูปภาพ
กดเซฟรูปภาพก่อนจะทำการตั้งเป็วอเปเปอร์แล้วทำการแคปรูปเพื่อส่งไปให้อีกคน ว่าแต่ มันแคปรูปยังเนี่ย
“ชินปาจิ มันแคปรูปยังไงอ่ะ” สุดท้ายก็ต้องหาคนมาช่วย ก็เขาใช้มือถือรุ่นใหม่ๆ ไม่ค่อยเป็นี่ มันไฮเทคเกิน
“โถ่คุณกิน ก็แค่กดปุ่มลดเสียงกับปุ่มปิดหน้าจอพร้อมกันก็ได้แล้วครับ”
“ขอบใจ”
ทำตามที่ชินปาจิบอกโดยไม่สนคำโวยวายของคางุระที่อยากรู้อยากเห็นก่อนจะกดส่งเข้าแชทให้อีกคนดู
gintoki : ส่งรูปภาพ
gintoki : คิดว่าตั้งได้คนเดียวรึไง
saya : ส่งอิโมจิ
มุมปากยกยิ้มอย่างพอใจมองดูรูปวอลเปเปอร์ที่ถ่ายกันที่สวนซากุระ แค่นี้ก็เป็วอลเปเปอร์คู่กันแล้ว เขาเรียกว่าไกลแค่ไหนแต่ใจก็ไม่ห่างกัน คตินี้ยังใช้ได้เสมอถ้าเรายังมีบางอย่างที่เชื่อมกัน อย่างเช่น…กำไลไม่ก็วอลเปเปอร์
end…