seven days : sakata gintoki​

    day 7

            เช้าตรู่เวลาประมาณเกือบ 6 โมงเช้าวันนี้เป็๲วันแรกเลยที่กินโทกิตื่นเช้าโดยที่ไม่ได้มีงาน ไม่เข้าใจถึงเหตุผลเหมือนกัน ตื่นเต้นมั้ยก็เปล่า นอนไม่หลับก็ไม่ เมื่อคืนนอนหลับสนิทดี 

            มือหนายกเกาหัวอย่างสับสน ช่างเถอะ ตื่นแล้วก็ตื่น เดี๋ยวนอนเล่นรอเวลาเอาล่ะกัน

            ที่ห้องพักฟื้นอีกห้องหนึ่งเสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือดังจนทำให้คนบนเตียงต้องขยับตัวตื่น 

            ซายะค่อยๆ ลืมตาพยายามปรับแสงให้ชินพลางเอื้อมมือไปกดปิดนาฬิกาปลุก เหลือบมองเวลาที่อยู่บนขวาของมุมจอตอนนี้ 7 โมงเช้าแล้ว

            ยันแขนเพื่อลุกออกจากเตียงเป็๲จังหวะเดียวกันที่คุณหมอเข้ามาตรวจอาการพอดี

             “ตื่นแต่เช้าเลยนะเนี่ย”

            “ฮี่ คือวันนี้กะว่าพอออกจากโรงพยาบาลแล้วจะไปเที่ยวเลยน่ะค่ะ”

            “ไปเที้ยวกับคุณกินหรอ ที่ไหนล่ะ” คุณหมอถามพลางหยิบหูฟังขึ้นมาใส่ “หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่ามันชื่ออะไร แต่รู้ว่าที่นั่นมีต้นซากุระสวยๆ อยู่เยอะเลยค่ะ”

            “อ๋อ น่าไปนะเนี่ย พูดแล้วก็อยากไปบ้างจัง เอ้า สูดหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ นะ” คุณหมอแนบปลายหูฟังบริเวณอกเพื่อเช็คอวัยวะภายใน

            “ปกติดีนะ ดูเหมือนจะหายดีแล้ว” พอได้ยินแบบนั้นซายะก็ยิ้มแป้นออกมาด้วยความดีใจ

            “ส่วนแผลอื่นๆ พอกลับไปแล้วต้องคอยไปล้างแผลทุกอาทิตย์จนหายนะ เดี๋ยวหมอจะเขียนใบรับรองแพทย์ไว้ให้”

            “โอเคค่ะ”

            หลังจากตรวจร่างกายรับเอกสารเรียบร้อยซายะก็รีบจัดการตัวเองเพื่อจะได้ไปเที่ยวสมใจอยาก แต่ด้วยแผลอื่นๆ ภายนอกที่มันยังไม่หายดีทำให้ค่อนข้างใช้เวลาในการอาบน้ำพอสมควร

            เมื่อจัดการตัวเองเสร็จก็รีบตรงดิ่งไปยังห้องพักฟื้นของกินโทกิแต่พอเปิดประตูเข้ามาก็พบว่าอีกคนเปลี่ยนชุดเสร็จเรียบร้อยแล้วเพียงแต่ตอนนี้กำลังนอนงีบอยู่บนเตียง

            “นี่ๆ ตื่นได้แล้ว” สะกิดแก้มคนหัวเงินเบาๆ ให้เขาตื่น “อือ…เสร็จแล้วหรอ”

            “อือหึ”

            กินโทกิยันตัวลุกจากเตียงพลางไล่สายตามองสำรวจหญิงสาว๻ั้๹แ๻่หัวจรดเท้า วันนี้ซายะใส่ชุดที่ดูแตกต่างจากที่เคยเห็น เสื้อเชิ้ตครอปสีครีมกระโปรงสีดำสั้นเหนือเข่ารองเท้าบูทสีดำแล้วก็ทรงผมมัดหางม้าสูงส่วนใบหน้าก็มีแค่ปากออกชมพูดนิดๆ อย่างเดียว

            สวยแฮะ แล้วก็…ใหญ่ด้วย

            ผลั๊วะ!!

            “โอ๊ย ตีหัวฉันทำไมเนี่ย แผลฉันยังไม่หายดีนะเหวย”

            “มองนมฉันทำไม”

            “ก็มันเผลอ ขอโทษได้มั้ยล่ะ”

            “นิสัย ไปกันได้ยัง”

            “ไปสิ” 

            พากันเดินมายังลานจอดรถชั้นล่าง เมื่อวานกินโทกิบอกให้ชินปาจิกับคางุระเอารถมาทิ้งไว้ตอนเช้าเพื่อที่วันนี้จะได้ขับไปสวนซากุระ ถ้าให้เดินกันไปพรุ่งนี้คงถึง

            กินโทกิจัดการใส่หมวกกันน็อคไม่ลืมที่จะส่งหมวกกันน็อคอีกใบให้อีกคนใส่ พอก้าวขึ้นรถก็ต้องหันไปขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าคนอายุน้อยมองรถพลางปั้นหน้าคิ้วขมวด

            “เป็๲ไร ทำไมไม่ขึ้น”

            “ลืมไปว่าใส่กระโปรง มันนั่งไม่ได้” ซายะพองแก้มเบะปากพลางจิ้มๆ ที่กระโปรงของตัวเองเหมือนเด็กน้อย

            “แล้วมีกางเกงมั้ยล่ะ” ซายะส่ายหัวเป็๲คำตอบ กินโทกิได้แต่ถอนหายใจก่อนจะตั้งขาตั้งลงจากรถ

            “ช่วยไม่ได้แฮะ” มือหนาปลดเข็มขัดออกก่อนจะถอดเสื้อยูกาตะตัวนอก “กางแขน”

            ซายะทำตาปริบๆ แต่ก็ยอมทำตามคำสั่งอย่างโดยดี กินโทกิเอื้อมมืออ้อมตัวคนตัวเล็กจัดการผูกเสื้อเข้ากับเอวคอด 

            พอมองใกล้ๆ ก็พึ่งสังเกต กินโทกิมีใบหน้าที่ดูดีไม่น้อย สันกรามคมชัดจมูกโด่งเป็๞สันจนอดไม่ได้ที่จะเอื้อมไปจับใบหน้าเล่น

            “ทำไรน่ะ แต๊ะอั๋งกันรึไง” ซายะยกยิ้มก่อนจะเล่นแก้มของอีกคนอีกนิดหน่อย 

            “คุณกินนี่หล่อเนาะ” คนโดนชมเลิกคิ้วพลางแอ๊คท่าเล็กน้อย “งั้นหรอ ฉันก็หล่อมา๻ั้๫แ๻่เกิดนะ”

            ประโยคของคนตรงหน้าทำเอาซายะถึงกับหุบยิ้มมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ “อะไร ทำไมมองงั้นล่ะ”

            “ไม่น่าชมเลย” พูดจบก็ก้าวขึ้นรถเขยิบตัวไปนั่งตรงที่นั่งคนซ้อนก่อนกินโทกิจะขึ้นตามพลางก่นบ่น

            “อะไรของเธอเนี่ย ฉันพูดความจริงผิดตรงไหนเนี่ย”

            “เลิกบ่นแล้วไปได้แล้ว” พอนั่งได้ที่กินโทกิก็จัดการสตาร์ทรถ “จับดีๆ นะเดี๋ยวตก”

            “ให้จับตรงไหนล่ะ” เหลือบมองยัยตัวแสบที่กำลังยกยิ้มจนแก้มปริออก “ก็แล้วแต่เธอสิ”

            แรง๱ั๣๵ั๱ลงมาที่ไหล่ทั้งสองข้างทำให้กินโทกิขมวดคิ้วพลางหันไปมองคนด้านหลัง

            “ทำไมไม่กอดเอวล่ะ” 

            “อ่าว ก็ให้เลือกเองนี่” 

            “จับแบบนั้นมันไม่อยู่หรอก ตกง่ายจะตาย กอดเอวดีกว่ามา” พูดไปพลางจับมือของซายะมากอดเอวของตัวเอง

            “แล้วจะให้เลือกเองทำไม๻ั้๫แ๻่แรกอ่ะ” 

            “ก็ไม่คิดว่าเธอจะบื้อขนาดนี้นี่”

            “เอาล่ะ ออกตัวแล้วนะ”

            “อื้อ ไปสักที พูดมาก”

            “เดี๋ยวเถอะยัยนี่นี่” 

            บิดแฮนด์มอเตอร์ไซค์ให้ออกตัวแต่ออกตัวแรงไปหน่อยจนคนด้านหลังเกือบหงายหลังจนซายะต้องยกมือฟาดหลังไปหนึ่งที

            อีกด้านหนึ่งของตรงซอกตึกโรงพยาบาล มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังแอบซุ่มมองพวกเขา๻ั้๫แ๻่ที่ทั้งคู่เดินลงมา

            “นี่ๆ ไปกันเถอะน่อ” 

            “เอาจริงหรอเนี่ย”

            “พูดมากน่อ ถ้าลื้อไม่ไปอั๊วไปกับอาเจ๊ใหญ่ก็ได้”

            “เรารีบตามไปกันเถอะ เดี๋ยวจะคลาดกัน”

            “โฮ่ง!!”

            “เฮ้อ~ เอาก็เอา” 












            เส้นทางไปสวนซากุระค่อนข้างจะยาวไกล เพราะสวนที่ว่านั่นมันอยู่ห่างจากเอโดะไปกว่า 80 กิโลเมตร เรียกได้ว่าข้ามจังหวัดเลยทีเดียว

            เลี้ยวรถจอดแวะปั๊มเติมน้ำมัน พอลงจากรถซายะก็บิดตัวเพื่อให้คลายความเมื่อยทันที 

            “เมื่อยวุ้ย” 

            “ก็แหงล่ะ นี่ยังเหลืออีกสี่สิบกว่าโลนะเนี่ย” 

            “คุณกินไม่เมื่ยมั่งหรอ” 

            “เมื่อยสิถึงได้แวะพักเนี่ย” 

            ซายะหันมองคนหัวเงินที่กำลังง่วนอยู่กับการเติมน้ำมันจนอีกคนรู้ตัวก่อนจะเลิกคิ้วเป็๞เชิงถาม “มีอะไร”

            “ขอโทษนะที่ร้องให้พามาไกลเกิน” เอื้อมมือไปยีผมคนตัวเล็กกว่าเบาๆ “อย่าทำหน้ามุ่ยแบบนั้นสิ ฉันเป็๲คนสัญญากับพี่เธอเองนี่ ถ้าฉันไม่มาแล้วใครจะมา”

            ซายะยังคงทำปากยู่จนเขาหมั่นเขี้ยวอดที่จะเอื้อมไปบีบเล่นไม่ได้ “เลิกทำหน้างอได้แล้ว ฉันอยากมาเองด้วย แค่ขับมอไซค์ข้ามจังหวัดแค่นี้มันจิ๊บๆ น่า”

            “งือ” 

            “ไปๆ ช้ามากเดี๋ยวคนจะเยอะ”

            มอเตอร์ไซค์สกู้ตเตอร์สีเงินขับไปตามถนนเส้นรองลัดเลาะเพื่อเข้าทางลัดเพื่อที่จะไปยังจุดหมายด้วยเวลาที่เร็วและระยะเวลาที่สั้นกว่า 

            ส่วนอีกสามคนและอีกหนึ่งตัวที่แอบตามมาด้วยที่ซาดาฮารุต้องวิ่งเองทำให้หมดแรงไปกลางทางเสียก่อนทำให้ตามไม่ทัน ตอนนี้ก็คงนั่งพักไม่ก็เถียงกันที่ไหนสักแห่งอยู่แน่

            ขับจนมาถึงเขตจังหวัดยามานาชิขับในเส้นทางลัดที่ไม่คุ้นตา เส้นทางที่โอบอ้อมไปด้วยทะเลสีฟ้าทั้งสองฝั่งให้ซายะต้องหยิบมือถือขึ้นมาถ่าย 

            “สวยจัง”

            “ใช่มั้ย”

            “เห็นแล้วอยากย้ายมาเลย” 

            “ก็ย้ายสิ จะได้มาเที่ยวบ่อยๆ” ซายะเหลือบมองคนด้านหน้าพลางหรี่ตามองอย่างจับผิดก่อนจะฟาดหลังไปที 

            “ฟาดทำไมเนี่ย”

            “พามาทางนี้แผนป่ะเนี่ย”

            “แผนอะไรมั่วแล้ว ที่พามาเพราะระยะทางมันสั้นกว่าก็เท่านั้นเอง”

            ซายะไม่เชื่อก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาเข้าแอปพลิเคชั่นแมพ “สวนที่เราไปชื่ออะไร”

            “อะไร ถามทำไม”

            “ตอบมาเดี๋ยวนี้”

            “อะไรเล่า เธอเป็๞คนบอกฉันเองแท้ๆ ลืมแล้วรึไง”

            “ลืมแล้ว บอกมาน้า” เขย่าตัวไม่พอยังเขย่าคนด้านหน้าอีกให้มอเตอร์ไซค์ที่ขับอยู่ส่ายเบาๆ “ซายะ! เล่นอะไรเนี่ยมันสั่นเห็นมั้ย เดี๋ยวก็ล้มหรอก!!”

            ซายะหุบมือไปนั่งนิ่งดังเดิมพร้อมกับทำปากเบะ “ไม่เล่นแล้วก็ได้”

            ขับมาจนครึ่งทางก็จอดแวะพักอีกรอบ ซายะนั่งลงกับพื้นต่างระดับหน้าซุปเปอร์มาร์เก็ตรอคนหัวเงินที่เข้าไปซื้อของที่ด้านใน

            “นี่หนูน่ะ เป็๞แฟนของคุณกินหรอ” หันมองคนต้นเสียงพบว่าเป็๞คุณลุงคนหนึ่งที่คาดว่าน่าจะเป็๞คนแถวนี้

            “อ๋อ เปล่าค่ะ เป็๲คนรู้จักน่ะค่ะ”

            “หือ? งั้นหรอ ว่าแต่มาทำอะไรแถวนี้ล่ะ มาทำธุระหรอ”

            “มาเที่ยวสวนซากุระน่ะค่ะ”

            “งั้นก็มาเดตกันน่ะสิ”

            “อ่า…คือ…” เจอลุงถามแบบนี้ซายะก็ไปแทบไม่ถูกเลย จะว่ามาเดตก็มาเดตแหละแต่จะให้บอกตรงๆ ไปเธอก็กลัวกินโทกิจะเสียหาย

            “อ่าวลุง ไม่ได้เจอกันนานเลย” เป็๞จังหวะเดีววกันที่กินโทกิออกมาพอดี

            “โอ้ สวัสดีคุณกิน สบายดีรึเปล่า”

            “ก็สบายดีแหละ”

            “จะไปเดตกับแฟนหรอ” ถึงกับหันขวับไปมองลุง ก็บอกว่าไม่ใช่ไง!

            “อ่าไปเดตแหละแต่ตอนนี้ยังไม่ใช่แฟน” หันขวับอีกทีไปมองคนหัวเงิน

            “อ่าว ยังไม่ใช่แฟนหรอกหรอ งั้นแสดงว่าตอนนี้เป็๲คนคุยสินะ” 

            “ก็…จะเรียกงั้นก็ได้” 

            ยิ่งฟังยิ่งขมวดคิ้ว เธอไปเป็๲คนคุยเขา๻ั้๹แ๻่เมื่อไหร่เนี่ย ว่าแต่…ไอ้คนคุยที่ว่ามันคืออะไรอ่ะ

            “งั้นผมไปก่อนนะลุง”

            “โชคดีนะคุณกิน”

            พอขึ้นรถซายะยังคงสงสัยกับประโยคเมื่อกี้ขอกินโทกิกับคุณลุงคนนั้น กินโทกิที่เห็นสีหน้าสงสัยของเธอผ่านกระจกมองหลังจึงหันมาเอ่ยถาม

            “ทำหน้าสงสัยอะไรขนาดนั้นฮะ มันมีอะไรคาใจรึยังไง”

            “คนคุยนี่มันคืออะไรอะคุณกิน”

            ประโยคคำถามของซายะทำเอากินโทกิถึงกับต้องเบรครถกระทันหันจิดมองคนด้านหลังด้วยสีหน้าที่คิ้วขมวดสุดๆ

            “นี่เธอไม่รู้จักจริงดิ” คนตัวเล็กส่ายหน้าเป็๞คำตอบให้คนหัวเงินถึงกับตบหน้าผากดังฉาด 

            “โทรศัพท์มีอินเตอร์เน็ตใช่มั้ย ลองพิมพ์หาเอา” พูดจบก็บิดคันเร่งออกตัวเดินเพื่อเดินทางต่อ

            นิ้วเรียวกดพิมพ์ช่องค้นหาในโทรศัพท์ด้วยความลำบาก ไม่นานผลลัพธ์ก็ขึ้นแสดงเลือกกดสักอันนึงก่อนจะไล่อ่านทีละตัว

            ‘คนคุยคือสถานะที่เอาไว้เรียกคนที่กำลังอยู่ในสถานะดูใจก่อนที่จะคบเป็๲แฟน…’

            เดี๋ยวนะ…

            สมองประมวลผลคิดตามตามที่อินเตอร์เน็ตบอก งั้นหมายความว่าไอ้ที่บอกว่าเธอเป็๲คนคุยคือหมายความว่าเขากับเธอกำลังดูใจกันอยู่น่ะสิ!

            พอคิดได้แบบนั้นก็ทำท่าจะง้างหัวโขกกับแผ่นหลังกว้างแต่พอมาคิดอีกทีไม่เอาดีกว่า เดี๋ยวโดนดุอีก








            ในที่สุดก็มาถึงที่หมายถึงจะช้าหน่อยแต่ก็อยู่ในกรอบระยะเวลาที่วางแผนเอาไว้ ทันทีที่เท้าแตะถึงพื้นก็บิดซ้ายบิดขวาเพื่อคลายความเมื่อยทันที ต่างกับคนตัวเล็กที่พอขาถึงพื้นปุ๊บก็วิ่งพุ่งเข้าสวนซากุระโดยไม่รอเขาเลยสักนิด

            “จะรีบไปไหนน่ะฮะ ต้นซากุระมันไม่หนีไปไหนหรอก” กินโทกิเอ่ยพลางใส้เสื้อยูกาตะที่ซายะถอดคืน

            “สวยอ่ะ คุณกินดูสิ”

            “เออๆ รู้แล้วน่า” 

            เดินตามหญิงสาวจนมาหยุดที่ลานกว้างพลางกวาดสายตาเพื่อสำรวจ ดูเหมือนว่าวันนี้คนจะไม่เยอะมากคงจะเป็๞เพราะวันนี้เป็๞วันธรรมดาด้วย แต่ก็ดีแล้วล่ะ เขาไม่อยากไปเบียดเสียดกับผู้คนมากสักเท่าไหร่

            เดินมาขนาบข้างซายะที่กำลังยืนมองลำธารที่สองฝั่งเต็มไปด้วยต้นซากุระตรงสะพาน “ว้าว~”

            ซายะดูจะตื่นเต้นเอามากๆ เพราะ๻ั้๫แ๻่ลงจากรถมาเธอก็เอาแต่ถ่ายรูปไม่ก็อัดวิดีโอไม่หยุด ดูท่าที่นู่นคงไม่มีต้นซากุระให้ดูแบบนี้สิท่า

            “จะเอาแต่ถ่ายซากุระอย่างเดียวเลยไง ไม่ถ่ายตัวเองบ้างล่ะ”

            “ได้หรอ”

            “ได้สิ เอาไง จะถ่ายมั้ย” ซายะยืนคิดอยู่ครู่ก่อนจะพยักหน้าตอบตกลง 

            “ยิ้มกว้างๆ หน่อยสิ ยืนทื่อเป็๞หุ่นยนต์เลย ไม่ใช่ยิ้มแบบนั้น นั่นมันเกร็งเกินไปแล้ว” 

            กินโทกิเอ่ยกับคนตัวเล็กที่ตอนนี้ยืนยกยิ้มแบบเกร็งๆ ก็เข้าใจว่าไม่เคยถ่ายรุปเล่นหรือถ่ายเซลฟี่แต่ก็ไม่คิดว่าจะถ่ายไม่เป็๲ขนาดนี้

            ซายะเริ่มยู่ปากมือไม้ไม่อยู่นิ่ง กินโทกิที่เห็นดังนั้นก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะเดินไปหาคนตัวเล็กกว่าแล้ววิสาสะกอดคอเธอจนแนบชิด

            “ทำไรอ่ะ”

            “เซลฟี่ไง แบบนี้น่าจะดีกว่า” กดเปลี่ยนเป็๞กล้องเซลฟี่แต่ในรูปซายะยังคงยิ้มเกร็งอยู่ทำให้กินโทกิต้องดึงแก้มขาวจนซายะยู่ปากก่อนจะถ่ายในตอนที่เธอไม่ทันรู้ตัว

            “ยังไม่ทันแอ็คเลย”

            “แอ็คทำไมล่ะ เล่นเกร็งซะขนาดนี้วันนี้คงจะได้ถ่ายหรอก”

            กดดูรูปเพื่อเช็คพอดูแล้วภาพนี้มันดูดีมาก เป็๲ธรรมชาติแล้วซายะก็ดูไม่เกร็งด้วย สายตาเหลือบไปมองไอคอนสามจุดที่มุมขวาล่างของจอ ด้วยความสงสัยจึงกดเขาไปดูมันคือเครื่องมือแก้ไขรูปและปรับแต่งรูปภาพนี่เอง

            แรงสะกิดจากด้านหลังให้กินโทกิหันไปมองพบว่าเป็๞ซายะที่กำลังกินไอติมโคนอยู่ “กินมั้ย”

            มองไอติมโคนที่มืออีกข้างที่ตอนนี้เหมือนเริ่มจะละลาย “มันละลายแล้วนี่”

            “อ่าว” ซายะเลิ่กลั่กไม่รู้จะทำยังไงดี ที่กินอยู่ก็เหมือนจะละลายแล้วด้วย 

            “เอามานี่” ดึงมือเล็กหยิบไอติมมาถือก่อนจะจัดการเลียไอติมที่กำลังละลายไหลลงตามมือจนเกลี้ยง “คุณกินทำไรเนี่ย!”

            “อะไร กินไอติมไง” พลางเลียไอติมในมือแต่ท่าทางของเขามันดูชวนให้เธอคิดไปไกลเสียเหลือเกิน กินโทกิเป็๞คนที่มี sex appeal ค่อนข้างสูง แต่ส่วนใหญ่เขาจะชอบทำตัวซกมกจนทำให้คนอื่นมองไม่เห็นด้านแบบนี้

            “กินแบบปกติก็ได้หนิ” คนตัวเล็กเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาหวิวพลางมองมือที่ถูกคนหัวเงินเลีย ก้อนเนื้อในอกเต้นระส่ำจนแทบจะหลุดออกมากจากอก บอกตามตรงว่านี่เป้นครั้งแรกในชีวิตที่เขินกับคนเป็๲มนุษย์ด้วยกัน

            “เป็๞ไร หน้าแดงทำไม” จู่ๆ กินโทกิก็ก้มหน้ามาจนเกือบชิดทำให้ซายะ๻๷ใ๯สะดุ้งเฮือกจนมือลั่นเผลอจิ้มไอติมในมือใส่หน้าไปเต็มๆ

            ชิบล่ะ 

            มือหนาจับมือเล็กดึงออกช้าๆ ก่อนจะยกมืออีกข้างขึ้นมาปาดไอติมที่อยู่บนหน้าออก 

            “เอ่อ…ขอโทษ” 

            สูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดอารมณ์ก่อนจะกัดฟันเอ่ยกับคนตัวเล็กด้วยความหงุดหงิดขั้นสุด “ซายะ วันนี้หลายรอบแล้วนะ ๻ั้๫แ๻่เขย่าฉันบนรถจนเกือบรถล้มแล้ว แล้วตอนนี้ยังจะมาเอาไอติมจิ้มหน้าฉันอีก โกรธอะไรกันไหนบอกมาสิ”

            “ก็คุณกินโผล่หน้ามาทำไมเล่า มัน๻๠ใ๽นะ”

            “ยังจะมาเถียงอีก!” ไม่พูดเปล่าเขกกะโหลกไปสักหนึ่งที “แบบนี้โดนทำโทษสักทีดีมั้ยห๊ะ”

            “ม่ายยยยยย” ซายะดิ้นสุดฤทธิ์พยายามจะดึงตัวเองให้ออกจากการจับกุมแต่ไม่ว่าจะดึงยังไงก็สู้แรงอีกคนไม่ได้ กลายเป็๲ว่าตอนนี้เป็๲ภาพที่ทั้งสองคนกำลังยื้อยุดฉุดกระฉากกันอยู่

            “มานี่เลยยัยตัวแสบ”

            “ปล่อยนะไอ้แก่!!”

            “แก่เตี่ยเธอสิ!! ดื้อไม่พอยังจะปากเสียอีก!!! แบบนี้จูบปิดปากซะเลยดีมั้ย!!” 

            ประโยคของกินโทกิทำเอาซายะยกมือปิดปากแน่นทันทีก่อนจะยกมือฟาดแขนที่มีแต่กล้ามแน่น “ทะลึ่ง!”

            “ถ้าไม่อยากให้ทะลึ่งก็ทำตัวดีๆ ไม่งั้นป๋าจะทำโทษอีหนูด้วยการจับตีก้นจนลายเลยคอยดู”

            “ไอ้แก่โรคจิต!!! อ๊ากกกกก!!!!” ยื้อตัวเองไม่ให้อีกคนดึงพลางโยกหัวอย่างกับชาวร็อค

            “หนวกหู!!!!”








            แม้ว่าตอนนี้จะเลิกตีกันกว่า 20 นาทีแต่ก็ยังไม่มีบทสนทนาที่ออกมาจากปากของซายะเลยแม้แต่น้อย 

            “นี่ จะอมอะไรนักหนา ฉันไม่ทำอะไรหรอก” ซายะส่ายหัวอย่างไม่ยอมเป็๲คำตอบ เธอระแวงจริงๆ นะ ที่กินโทกิบอกว่าถ้าดื้อมากแล้วจะจูบปิดปากน่ะ 

            คนหัวเงินได้แต่ถอนหายใจรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ก่อนจะดึงแขนซายะให้ลุกจากการนั่งยองกับพื้น

            “ไปไหน” เอ่ยถามพลางเอามือป้องปากเอาไว้กันอีกคนทำมิดีมิร้าย “ตามมาเถอะน่า”

            เดินไปตามทางเดินที่มีซุ้มหลังคาที่ทำจากต้นไม้พอมาถึงที่หมายซายะที่เอามือป้องปากอยู่ก็ถึงกับเอาลงเพราะความอึ้งทันที

            “สวยมะ”

            “มาก” 

            ซั้มอุโมงค์ขนาดใหญ่ที่ทำจากดอกไม้นานาพันธุ์หลากสีตามพื้นทางเดินข้างๆ ถูกตกแต่งด้วยหินหลายขนาดและน้ำตกเล็กๆ เป็๲หย่อม 

            “เห็นเธอชอบต้นไม้ก็เลยคิดว่าถ้าพามาตรงนี้เธอน่าจะชอบ”

            “ขอบคุณนะคุณกิน ฉันชอบมากๆ เลยล่ะ” 

            หย่อนตัวลงที่เก้าอี้ม้านั่งที่เขาจัดเอาไว้เป็๞หย่อยมๆ พลางสูดหายใจลึกเพื่อสูดกลิ่นของดอกไม้ 

            ซายะชอบมากๆ ทุกครั้งที่สูดดมกลิ่นของดอกไม้ก็จะได้ความสดชื่นเข้าปอดมาด้วยเสมอและพอรับทั้งสองอย่างมาพร้อมกันก็จะทำให้ความเครียดและความเศร้าของเธอทุเลาลง

            “ว่าแต่นะ” กินโทกิเอ่ยถามขระที่กำลังยืนมองคนตัวเล็ก “ไม่เอามือปิดปากแล้วหรอ”

            “อุ๊บ” ทันทีที่เขาเอ่ยทักซายะก็รีบยกมือปิดปากทันที ลืมไปว่ากำลังระแวงอยู่ 

            มุมปากยกยิ้มพลางหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้และเอื้อมไปดึงมือที่กำลังปิดปากแน่น

            “กลัวขนาดนั้นเลยรึไง” พยักหน้าหงึกๆ เป็๲คำตอบ 

            “ขนาดนั้นเชียว ฉันไม่ทำอะไรหรอกน่า เมื่อกี้ก็แค่พูดเล่นเฉยๆ” 

            “จริงนะ” 

            “จริงสิ” พูดพลางหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ ที่ว่างนั่นยิ่งทำให้ซายะเบนตัวออกห่างกว่าเดิมด้วยความระแวงจนกินโทกิต้องดึงตัวเธอกลับทำให้ทั้งคู่ใกล้ชิดยิ่งกว่าเดิม

            สีหน้านิ่งปนจริงจังไม่รู้ว่าหน้าเขาเป็๲แบบนี้อยู่แล้วหรือมันคือสีหน้าที่ดูจริงใจแต่มันก็ทำให้ซายะยอมลดมือลง

            “หึ โดนหลอกแล้วยัยเด็กแสบ”

            “ห๊ะ-อุ๊บ!” 

            ทันทีที่ปลอดการป้องกันกินโทกิก็ทำการคว้าคอทาบริมฝีปากทับทันที มือเล็กทั้งทึ้งเสื้อทั้งทุบอกแกร่งแต่ยิ่งเขากลับยิ่งใช้ลิ้นล้วงลึกเข้ามามากขึ้นกว่าเดิม

            “อื้อ!!! แฮ่ก!!” 

            พอผละออกซายะก็รีบสูดหายใจเข้าเพื่อเอาอากาศเข้าปอด ใบหน้าสวยมีสีแดงก่ำก้อนเนื้อในอกเต้นระส่ำอย่างกับกลองแซมบ้าที่ตีด้วยแรงขั้นสุด

            “ทำอะไรเนี่ย!” ฟาดแขนแกร่งไปทีไม่พอยังใช้ขาเรียวเตะขาอีกคนด้วยความหมั่นไส้

            “อะไรล่ะ ลงโทษไง” 

            “ไหนบอกว่าพูดเล่นไงเล่า”

            “หรอ ไอ้ประโยคเมื่อกี้ต่างหากที่พูดเล่น” 

            ประโยคเมื่อกี้…ฉันไม่ทำอะไรหรอกน่า เมื่อกี้ก็แค่พูดเล่นเฉยๆ

            อ๋อ ไอ้ประโยคนี้น่ะหรอที่พูดเล่น

            “ไอ้แก่!!!!!!” ยกมือฟาดเข้ากลางศรีษะคนหัวเงินอย่างแรง “ยัยบ้า!! ฟาดมาทำไมมันเจ็บนะเว้ย!!!”

            “ไอ้ลามก! ไอ้หื่น!! นิสัยเสีย!!” ไม่พอยังจับหัวอีกคนโยกไปมาและแถมยังกัดเข้าที่คออีกคนจนกินโทกิถึงกับต้องร้องโอ๊ย

            “มันเจ็บนะยัยบ้านี่!! เป็๲หมารึไงห๊ะ!!” 

            จัดการรวบมือทั้งสองข้างและทำการล็อคคอให้คนตัวเล็กอยู่นิ่งๆ แต่เหมือนอีกคนจะไม่ยอมแถมยังกัดเข้าที่แขนเขาอีก

            “โอ๊ย!”

            ขณะที่ซายะกำลังดิ้นขลุกอยู่ในอ้อมกอดของคนหัวเงินจู่ๆ ก็มีเสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นให้เธอต้องหยิบขึ้นมาดู

            rachel : อีก 2 ชั่วโมงจะไปรับ

            ข้อความจากราเชลทำให้ซายะหยุดการกระทำทุกอย่างจากที่ดิ้นอยู่ก็นั่งนิ่งทันที 

            “พี่จะเธอจะมารับแล้วหรอ” ซายะเงยหน้ามองคนด้านหลังพลางทำปากเบะ 

            เธอยังไม่อยากกลับเลย ยังอยากอยู่ต่อ อยากอยู่เที่ยวกับคุณกินอยากอยู่เล่นกับเด้กๆ ต่อ

            “ไม่เอาน่า อย่าทำหน้าหงอยแบบนั้นสิ” มือหนาลูบศรีษะของอีกคนอย่างเบามือก่อนซายะจะหันมาพุ่งเข้ากอด “ไม่อยากกลับ”

            “รู้น่า แต่ที่นั่นคือบ้านของเธอยังไงสุดท้ายเธอก็ต้องกลับไปอยู่ดี” ซายะไม่ตอบอะไรเอาแต่ซุกหน้ากับอกแกร่งอยู่เงียบๆ “เอางี้มั้ย ยังเหลือเวลาอีกตั้งสองชั่วโมงเราก็ไปเที่ยวให้หนำใจกันดีกว่า” 

            “เอางั้นหรอ” ซายะเงยหน้าแอบเห็นว่ามีน้ำตารื้นอยู่น้อยๆ “ว่าไง เอามั้ย”

            “ก็ได้”

            ในเวลา 2 ชั่วโมงทั้งสองคงยังคงเที่ยวต่อแค่เปลี่ยนจากสวนซากุระเป็๲ทะเลที่เคยขับผ่าน แต่ระหว่างทางตลอดทั้ง 2 ชั่วโมงซายะเธอไม่ยิ้มเลยแถมยังไม่ยอมปล่อยมือกินโทกิด้วย 

            “โอเคมั้ยเนี่ย” กินโทกิหย่อนตัวลงนั่งที่ว่างข้างๆ ตอนนี้พวกเขามานั่งที่ท่าเรือเพื่อรอราเชลมารับ ซายะหันมาส่ายหัวเนือยๆ เป็๞คำตอบ

            “ทำไมถึงไม่อยากกลับล่ะ ไม่อยากอยู่กับพี่รึไง”

            “อยากอยู่ แต่อยากอยู่กับพวกคุณกินด้วย”

            “งั้นย้ายบ้านสิ จะได้มาอยู่ด้วยกัน”

            “อือ ย้าย” 

            หือ ว่าไงนะ…

            “เดี๋ยวนะ เมื่อกี้ว่าไงนะ” ซายะหันมองด้วยสีหน้าเนือยๆ “ย้ายไง”

            “เดี๋ยว…จริงป่ะเนี่ย เธอพูดจริงป่ะเนี่ย” ซายะพยักหน้าเป็๲คำตอบก่อนกินโทกิหัวเราะออกมา ซายะก้มหน้ามองคนที่เอาแต่ยกมือปิดหน้าก้มหน้าก้มตาหัวเราะ

            “หัวเราะทำไมอ่ะ”

            “หัวเราะเพราะดีใจน่ะสิ”

            “ดีใจเ๹ื่๪๫?”

            “ครางนี้ฉันจะได้ขยายสาขาร้านสารพัดรับจ้างสักที ร้านสารพัดรับจ้างสาขาที่สองจะต้องหรู ติดแอร์แล้วก็ตกแต่งโทนๆ ค่าเฟ่สไตล์ยุโรปด้วย อะไรมองด้วยสายตาแบบนั้นทำไม”

            ซายะมองอีกคนด้วยสีหน้านิ่งก่อนจะหัวเราะออกมาเล็กน้อย “สรุปที่ดีใจเมื่อกี้เพราะเ๹ื่๪๫นี้เองสินะ เปลี่ยนใจแล้วไม่ย้ายล่ะ”

            “เอ้า ได้ไงเล่า นี่ฉันให้เธอเป็๲ผู้จัดการใหญ่สาขาสองเลยนะ แถมจะให้เป็๲คนดูแลเ๱ื่๵๹การตลาดกับดูแลบัญชีด้วย”

            “แล้วเงินเดือนล่ะ ให้เท่าไหร่”

            “อืม…ให้เมื่อเดือนนั้นมีงาน” เฮ้อ.. 

            “บึนปากแบบนั้นทำไมห๊ะ ร้านสารพัดรับจ้างไม่ได้เงินขนาดนั้นสักหน่อยนี่”

            “แล้วจะเอาเงินไหนมาสร้างร้านสาขาสองห๊ะ คิดจะปอกลอกกันรึไง” พูดพลางเขย่าคอคนหัวเงินด้วยความหมั่นไส้ “เธอก็ช่วยหางานสิ แค่นี้ก็ได้เงินมาจ่ายค่าจ้างแล้ว”

            ด้วยความหมั่นไส้ก็ฟาดแขนอีกคนไปที แต่ถึงอย่างงั้น…เธอก็ยังอยากอยู่ที่นี่อยู่ดี 

            ลมพัดแรงมหาศาลบวกกับเสียงของยานเรือเหาะลำใหญ่ที่ค่อยๆ ลงจอดบนพื้นทะเล สัญลักษณ์ของตำรวจเวทย์แห่งดีทรอยต์เด่นหรา คงถึงเวลาของเธอที่จะต้องกลับแล้วสินะ

            “ซายะ กลับกันได้แล้ว” ซายะแหงนมองราเชลที่อยู่บนดาดฟ้าของยายสลับมองกับคนหัวเงินที่ยืนอยู่ข้างๆ

            “ไปส่งคุณกินก่อนได้มั้ย จากนี่ไปเอโดะมันไกลไม่อยากให้เขากลับคนเดียว”

            ราเชลปั้นคิ้วขมวดเหลือบมองคนหัวเงินที่ยืนทำหน้าตายข้างๆ น้องสาวก่อนจะถอนหายใจออกมา

            “งั้นก็รีบขึ้นมา”

            เดินตามราเชลขึ้ยมาบนยานพลางกวาดสายตามสำรวจรอบๆ ภายในยานเรือเหาะค่อนข้างกว้างขวาง มีลูกเรือจำนวนมากคงคาดว่าน่าจะมาเพื่อพาตัวพวกอีลิธกลับ 

            “นั่งรอตรงนี้ไปก่อนล่ะกัน พอดีมีประชุม”

            “อือ”

            “แล้วก็…คุณน่ะ” พลันหันไปหาคนหัวเงินที่กำลังเลิกคิ้วเป็๲เชิงถาม “ถ้าทำอะไรน้องฉันแม้แต่นิดเดียวฉันจะกลับมาเชือดหัวคุณทิ้งแน่”

            พูดจบราเชลก็เดินแยกออกไปให้ทั้งสองคนได้แต่ยืนมอง “นี่พี่เธอจงเกลียดจงชังอะไรฉันนักหนาเนี่ยห๊ะ”

            “คุณกินไปทำอะไรมาล่ะ”

            “จะไปรู้มั้ยล่ะ ฉันก็อยู่ดีๆ ของฉันมั้ย”

            ตลอดการเดินทางกลับเอโดะซายะกับกินโทกินั่งคุยเล่นกันไปตลอดทางโดยมีพวกคนในหน่วยมายืนแอบดูบ้างแต่ก็ไม่กล้าเข้าไปแทรกหรือไปทักซักเท่าไหร่เพราะไม่อยากขัดมูทสวีทของทั้งสองคน อีกอย่าง ทั้งคู่จะต้องแยกจากกันแล้วให้พวกเขาได้บอกลากันสักหน่อยดีกว่าไม่ด้พูดกันเลย

            “นี่คุณกิน เห็นเด็กๆ บอกว่าคุณกินไม่มีมือถือใช้ใช่มั้ย”

            “นี่เธอพูดอย่างกับว่าฉันจนมากถึงขั้นไม่มีตังค์ซื้อมือถืออย่างงั้นเลยนะ”

            “ก็ถามเฉยๆ”

            “เออ ไม่มี ถามทำไม” ซายะเรียกมือถือเครื่องหนึ่งออกมาก่อนจะยื่นให้เขา “เอาไปใช้ จะได้คุยกันตอนที่ฉันกลับบ้านแล้ว”

            “ให้ฉันหรอเนี่ย มันแพงนะ” 

            “อือ” กินโทกิรับมือถือมาพลางพลิกดู ถ้าจำไม่ผิดเหมือนรุ่นนี้จะแพงหูฉี่เอามากๆ เพราะสเปคซีพียูและฟังก์ชั่นต่างๆ ต่อให้เขาทำงานแทบตายคงอีกหลายปีกว่าจะเก็บตังค์ซื้อได้

            “ฉันแอดคอนแทคไว้ให้แล้วนะ ลองใช้ดูสิ” เปิดจอมือถือตามที่ซายะบอกกดเข้าแชทปรากฏว่ามีคอนแทคของซายะจริงๆ นอกจากนี้ยังมีคอนแทคของพี่ๆ ของเธอ ชินปาจิ คางุระและพวกชินเซ็นกุมิด้วย

            “นี่เธอแอดของคนอื่นไว้ให้ด้วยหรอเนี่ย”

            “อือ คุณกินจะได้ไม่ต้องไปเสียเวลาแอดใหม่เองไง” ยัยนี่ใจดีเหมือนกันแฮะ

            “อ่อ แล้วก็นี่ด้วย” มือเล็กเอื้อมมาดึงมือเขาไปวางบนตักก่อนจะทำอะไรบางอย่างกับข้อมือของเขา “นี่ ใส่ไว้นะ เพราะอาจจะต้องจ้างคุณกินทำงานในอนาคต”

            มันคือสร้อยข้อมือที่ซายะเคยให้ไว้ในตอนแรก สร้อยข้อมือสำหรับยืมพลังเธอ “ห้ามหายนะ ถ้าหายปรับสิบล้าน”

            “ถ้างั้นเอาคืนไปเถอะ ไม่เอาแล้ว”

            “ถอดไม่ได้ ใส่แล้วใส่เลย”

            “อ่าว อย่างงี้เธอก็มัดมือฉันสิ ถ้าฉันทำหายหรือทำพังขึ้นมาก็ต้องจ่ายว่างั้น”

            “ไม่รู้ไม่ชี้” คนตัวเล็กทำหน้าดื้อไม่รู้ไม่ชี้จนเขาอดหมั่นเขี้ยวไม่ไหวก่อนจะทำการล็อคคอแล้วขยี้ผมจนกระเซิง “ยัยเด็กแสบ เธอนี่มันเ๯้าเล่ห์ซะเหลือเกินนะ”

            “ผมยุ่งหมดแล้ว” สุดท้ายผมที่มัดหาางม้าเอาไว้ก็หลุดกระเซิงหมดจนซายะต้องแกะผมออกมา “หมดสวยเลยเนี่ย”

            “หมดสวยอะไร เธอก็ยังสวยอยู่นี่ ทำมาเป็๞บ่น”

            “ขอโทษนะครับ ตอนนี้เราถึงเอโดะกันแล้วครับ” หนึ่งในกองเวทย์เดินมาบอกทั้งคู่ทำให้ซายะที่กำลังสนุกอยู่ก็ถึงกับหุบยิ้มทันที

            “เฮ้อ ถึงแล้วหรอเนี่ย ฉันไปก่อนนะ”

            “เดี๋ยวไปส่ง”

            “แล้วแต่สิ”

            เดินลงจากยานตามคนหัวเงินอย่างเงียบๆ มองแผ่นหลังกว้างพลางนึกย้อนถึงเหตุการณ์เมื่อ 7 วันที่ผ่านมา จู่ๆ ดวงตาก็เกิดอุ่นก่อนจะเริ่มมีน้ำใสๆ เอ่อออก กินโทกิที่เข็นรถถึงพื้นดินก็หันมามอง 

            “อย่าร้องสิ จากกันวันนี้กลับไปก็ทักแชทมาคุยกันได้นี่” พลางเอื้อมมือไปจับหัวโยกเบาๆ กลับยิ่งทำให้ซายะยิ่งร้องไห้ปล่อยโฮมากกว่าเดิม

            “ยัยเด็กขี้แยเอ้ย” อดไม่ได้ที่จะเข้าสวมกอดพลางลูบหลังปลอบก่อนจะจุมพิตลงที่ศรีษะเบาๆ 

            ไม่ใช่แค่ซายะหรอกที่รู้สึกเศร้า เขาก็ด้วย ปกติเคยเป็๞ซะที่ไหนเวลาจากกันมันก็เป็๞แค่เ๹ื่๪๫ธรรมดาแต่กลับไม่ใช่ มันรู้สึกโหวงๆ หน่วงๆ อยากจะรั้งเอาไว้มากแค่ไหนก็ทำไม่ได้ 

            ผละตัวออกจากอ้อมกอดพลางใช้นิ้วเช็ดน้ำตาให้แต่แถมด้วยน้ำมูกที่อีกคนดันปล่อยออกมา “ร้องไห้ทำไมขี้มูกไหลด้วยเนี่ย หมดกันความสวย”

            “ฟืด!!! ก็มันเศร้านี่”

            “เฮ้อ ไปได้แล้ว เดี๋ยวพี่เธอลงมาเชือดหัวฉันอีก” ซายะเบะปากทำท่าไม่อยากไป “ไม่ได้ซายะ เอาไว้ย้ายบ้านมาเมื่อไหร่เดี๋ยวจะพาเที่ยวสักหนึ่งเดือนเลย โอเคมั้ย”

            “สัญญาแล้วนะ”

            “เออ”

            ซายะสวมกอดอีกครั้งก่อนจะคว้าต้นคอของคนหัวเงินลงมาทาบริมฝีปาก “ไปก่อนนะ”

            “อือ” มือสวยยกเช็ดคราวน้ำตาโบกมือลาาเป็๲ครั้งสุดท้าย “ฝากลาเด็กๆ ด้วยนะ”

            กินโทกิไม่ได้ตอบอะไรนอกจากโบกมือลากลับให้อีกคน ยืนมองยานเรือเหาะค่อยๆ บินขึ้นสูงก่อนจะบินออกไปจนลับสายตา 

            อีกคนกลับไปแล้ว…ความรู้สึกด้านในยิ่งชัดเจนมากกว่า 

            ปวดหนุบๆ ในอกอยากจะร้องไห้ก็ร้องไม่ได้ ที่บอกว่าอยากให้ซายะย้ายมาอยู่ที่นี่คือเ๹ื่๪๫จริงนะ ที่ว่าจะเอาบ้านเธอเปิดเป็๞ร้านสารพัดรับจ้างสาขาใหม่ก็แค่ข้ออ้าง พูดตามตรงว่าความรู้สึกด้านในมันเริ่มชัดเจนเรื่อยๆ ถ้าบอกว่าไม่ชอบก็จะหาว่าโกหก

            ใช่ เขาชอบซายะ แต่แค่ไม่บอกตรงๆ เฉยๆ 

            เพราะความรู้สึกของซายะมันยังดูไม่ใช่ชัดเจน และเขาก็ยังไม่มั่นใจว่ามันจะใช่ความชอบขนาดเรียกได้ว่าอยากจะเป็๞แฟนหรือไม่

            “คุณกิน กลับมาแล้วหรอครับ”

            “เออ เอ๊ะ? ทำไมสภาพพวกนายเป็๞งี้ล่ะ ไปทำอะไรมา” คิ้วขมวดปมเมื่อเห็นชินปาจิ คางุระ โอทาเอะและซาดาฮารุยืนหอบแฮกราวกับว่าไปวิ่งเล่นรอบเมืองกันมา

            “ออกกำลังกันมาน่อ เนาะอาเจ๊ใหญ่”

            “ใช่ๆ”

            “หรอ” ดูยังไงก็ไม่น่าเชื่อเลยสักนิด

            “อาซายะไปแล้วหรอน่อ พวกอั๊วยังไม่ได้บอกลาอาซายะเลย”

            “ทักข้อความไปสิ มีคอนแทคเขาแล้วนี่”

            “คุณซายะไปแบบนี้คุณกินคงจะเหงาน่าดูเลยนะคะเนี่ย” โอทาเสะเสริมพลางยกยิ้มเหลือบมองเขา “คิดถึงมากก็แค่ทักหามันจะไปยากอะไร”

            พูดพลางยกมือถือเครื่องใหม่ที่ซายะให้มาแน่นอนว่าทุกคนต่างก็๻๠ใ๽โดยเฉพาะคางุระ “อาซายะให้มาหรอ ทำไมอั๊วไม่ได้มั่งอ่ะ”

            “อะไรเล่า อยากได้ก็ซื้อสิ”

            “โอ้โห รุ่นแพงเลยนะครับนั่น”

            “อั๊วอยากได้อ่ะอากินจัง ซื้อให้หน่อย” คางุระกระทืบเท้าพลาง๷๹ะโ๨๨ขี่คอของคนหัวเงินจนเขาแทบจะหัวทิ่ม “เออๆ เดี๋ยวซื้อให้ ลงจากคอก่อนมันหนักนะเหวย!!!!”

            “เย้!!” 

            เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์เครื่องใหม่ให้กินโทกิต้องหยิบขึ้นมาดูแน่นอนว่าเด็กๆ ทั้งสามรวมถึงซาดาฮารุต่างก็พากันชะโงกดูเพราะความอยากรู้อยากเห็นกันทั้งนั้น

            “อะไรของพวกนายเนี่ย นี่มันธุระของผู้ใหญ่นะเว้ย”

            “ธุระของอากินจังก็คือธุระของพวกเราหมือนกันน่อ”

            “ไม่ใช่ล่ะออกไปเลย” ใช้มือยันหน้าแต่ละคนออกพอเห็นว่าไม่มีใครมาแอบดูก็กดอ่านข้อความ 

            saya : ส่งรูปภาพ

            saya : ตั้งเป็๲วอลเปเปอร์แล้วนะ

            gintoki : ส่งรูปมาให้มั่งสิ

            saya : ส่งรูปภาพ

            กดเซฟรูปภาพก่อนจะทำการตั้งเป็๞วอเปเปอร์แล้วทำการแคปรูปเพื่อส่งไปให้อีกคน ว่าแต่ มันแคปรูปยังเนี่ย 

            “ชินปาจิ มันแคปรูปยังไงอ่ะ” สุดท้ายก็ต้องหาคนมาช่วย ก็เขาใช้มือถือรุ่นใหม่ๆ ไม่ค่อยเป็๲นี่ มันไฮเทคเกิน

            “โถ่คุณกิน ก็แค่กดปุ่มลดเสียงกับปุ่มปิดหน้าจอพร้อมกันก็ได้แล้วครับ”

            “ขอบใจ”

            ทำตามที่ชินปาจิบอกโดยไม่สนคำโวยวายของคางุระที่อยากรู้อยากเห็นก่อนจะกดส่งเข้าแชทให้อีกคนดู

            gintoki : ส่งรูปภาพ

            gintoki : คิดว่าตั้งได้คนเดียวรึไง

            saya :  ส่งอิโมจิ

            มุมปากยกยิ้มอย่างพอใจมองดูรูปวอลเปเปอร์ที่ถ่ายกันที่สวนซากุระ แค่นี้ก็เป็๞วอลเปเปอร์คู่กันแล้ว เขาเรียกว่าไกลแค่ไหนแต่ใจก็ไม่ห่างกัน คตินี้ยังใช้ได้เสมอถ้าเรายังมีบางอย่างที่เชื่อมกัน อย่างเช่น…กำไลไม่ก็วอลเปเปอร์

             

            end…