บทที่ 10 แค่ขายน้ำก็รวยได้
ทันทีที่กัดเกี๊ยวซ่าคำแรก เฉินย่าก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมอีกครั้งว่าอาหารของลวี่อินอร่อยจริง ๆ!
แม้ว่าหลังจากที่เขาหาเงินได้แล้ว เขาก็ไม่เคยปฏิบัติกับตัวเองแย่ ๆ เลย แต่อาหารรสเลิศและหน้าตาน่ารับประทานแบบนี้เป็ครั้งแรกที่เขาได้ลิ้มลอง เมื่อเขาไปจากลวี่อินแล้ว ก็คงไม่มีวันลืมรสชาติอาหารที่นี่ได้เลย
ไม่นานจิ่งเหมียนก็วางตะเกียบลง เฉินย่าไม่คิดเลยว่าหญิงสาวตัวเล็ก ๆ คนนี้จะกินข้าวเร็วกว่าเขา
หลังอาหาร จิ่งเหมียนก็พาเฉินย่ามาที่หน้าโกดังเก็บสินค้า
จริง ๆ แล้วในโกดังว่างเปล่า แต่ตราบใดที่จิ่งเหมียนป้อนจำนวนที่้าในหน้าระบบ สินค้าจะปรากฏขึ้นในโกดัง เธอสามารถนำสินค้าออกจากโกดังได้สะดวก เพื่ออธิบายให้คนภายนอกฟัง ไม่ใช่ปล่อยให้คนที่ย้ายเข้ามาอยู่ในอนาคตคิดว่าสินค้าของเธอล้วนออกมาจากอากาศ
ส่วนวิธีการเติมสินค้า เธอจะติดต่อรถบรรทุกขนส่งสินค้าในภายหลังเพื่อตบตาคนอื่น
จิ่งเหมียนลองถามเขาว่า “ฉันมีน้ำแร่อยู่สองร้อยลัง นอกจากนี้ยังมีข้าวสารอีกมากมาย คุณอยากซื้อบ้างไหม”
ทำเอาเฉินย่าถึงกับพูดไม่ออก
เขาไม่คิดเลยว่าเธอจะเอาสินค้าออกมาได้มากขนาดนี้ เธอขายส่งหรือไง ขายทีเป็ร้อยลัง...
การจะหาน้ำคุณภาพสูงจากข้างนอกไม่ใช่เื่ง่าย เธอมีเยอะจนล้น กล่องหนึ่งมียี่สิบขวด รวมเป็สี่พันขวด
เขาซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดจำนวนมากเพื่อความสะดวกในการพกพาเวลาออกไปทำภารกิจ แต่ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่จำเป็ต้องซื้อมากมายขนาดนี้
อย่างไรก็ตาม คำพูดที่พูดออกไปก็เหมือนน้ำที่สาดไปแล้ว ไม่สามารถเอากลับคืนมาได้ โชคดีที่คุณภาพของน้ำนั้นดีจริง ๆ เฉินย่าได้แต่ยอมรับว่าตัวเองหน้าแตก เขาจึงพูดอึกอักว่า “ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะมีสินค้ามากมายขนาดนี้ เอาออกมาทั้งหมดนั่นแหละ”
จิ่งเหมียนยิ้มร่า “ความจริงพรุ่งนี้ฉันยังเอาของมาเพิ่มได้อีกนะ คุณยัง...”
“ไม่ต้องแล้ว” เฉินย่ากล่าวอย่างรวดเร็วด้วยสีหน้าเรียบเฉย
จิ่งเหมียนไม่ได้ผิดหวัง ดูเหมือนว่าจะรีดไถแกะตัวเดียวมากเกินไปไม่ได้
800,000 เครดิตเชียวนะ ยังจะเื่มากอีก!
มองเห็นเฉินย่ากวาดสายตามาโดยไม่ขมวดคิ้วแม้แต่น้อย จิ่งเหมียนก็ได้แต่ถอนหายใจกับความต่างชั้นระหว่างเธอกับพวกพวกเศรษฐี!
ติ๊ง!
800,000 เครดิตเข้าบัญชีแล้ว!
จิ่งเหมียนรีบก้มลงมองสมาร์ตวอทช์ เธอนับเลขศูนย์ในบัญชีซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดีใจจนเกือบะโโลดเต้น ได้เงินมาอีกแล้ว! ความสุขมันง่ายแค่นี้เอง! ปัญหาทั้งหมดมลายหายไป เมื่อกระเป๋าเงินตุง คนก็เบิกบาน!
สำหรับเฉินย่า นั่นก็แค่จำนวนเงินที่เขารับงานเพียงงานเดียว
ถ้ากินไม่ทันก็แบ่งให้พี่น้องในทีมได้ หรืออย่างแย่ที่สุดจะขายต่อก็ไม่เลว
ราคาที่เธอตั้งไว้ไม่สูงเลย และยังมีช่องว่างให้ขึ้นราคาได้อีกมาก
หลังจากนั้นเฉินย่าก็ไปที่ฐานอู่อันก่อนเธอ จิ่งเหมียนจึงอยู่ตกแต่งห้องที่เหลืออีกสามห้องให้เสร็จ พอมีเงินในมือก็ไม่ต้องกังวล เธอใช้เงินไป 90,000 เครดิตในการตกแต่งห้องคู่สองห้องอย่างหรูหรา
ส่วนห้องเดี่ยวหกห้องที่ตกแต่งไว้ก่อนหน้านี้ก็ได้รับการอัปเกรดทั้งหมด โดยลงทุนไป 72,000 เครดิต
ระบบประเมินว่าห้องพักทุกห้องในลวี่อินได้มาตรฐานระดับสามดาวแล้ว ทั้งที่ยังไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าใด ๆ เลย
ในที่สุดเธอก็ไม่ต้องกังวลเื่ผู้ประเมินจากฐานระดับ A ที่จะมาถึงก่อนกำหนดแล้ว
ตอนนี้จิ่งเหมียนเหลือเงินอยู่ตั้ง 640,000 กว่า ๆ
หลังจากกินมื้อเที่ยงเสร็จ หญิงสาวก็ติดต่อรถบรรทุกขนาดเล็กให้มาที่หน้าฐานลวี่อิน
เมื่อวานเธอไม่ได้เตรียมตัว เลยได้ขายของไปนิดหน่อย คราวนี้เลยเตรียมของมาเยอะกว่าเดิมเล็กน้อย
การจะอัปเกรดเป็เลเวล 2 นั้นต้องจ่ายเงินหนึ่งล้านเครดิตก่อน ถึงจะเริ่มภารกิจอัปเกรดได้ ในอนาคตเธอต้องใช้เงินอีกเยอะ งานนี้ยังอีกยาวไกลมาก
“เมื่อก่อนยังไม่เห็นมีบ้านเลย นี่มันโผล่มาตอนไหนเนี่ย” จางเถี่ยคนขับรถบรรทุกยืนอุทานอย่างประหลาดใจที่หน้าฐานลวี่อิน
ตอนแรกที่เขาได้รับโทรศัพท์ เขายังคิดว่าโดนแกล้งเล่นเสียอีก แต่พออีกฝ่ายยืนยันแล้วยืนยันอีก แถมยังจ่ายมัดจำมาแล้ว เขาถึงได้ขับรถมา พอมาถึงจึงได้รู้ว่ามีฐานลวี่อินโผล่ขึ้นมาจริง ๆ
จางเถี่ยช่วยเธอขนของขึ้นรถบรรทุกทีละถุง ๆ ทั้งหมดเป็ข้าวสารบรรจุถุงอย่างดี!
“โอ้โห! หนักไม่ใช่เล่นนะเนี่ย! ถุงหนึ่งนี่น่าจะ 10 กิโลกรัมได้นะ น้องสาว ข้าวสารแบบนี้ยังเอามาขายอีกเหรอ?”
จิ่งเหมียนหัวเราะเบา ๆ แล้วเอ่ยว่า “ตราบใดที่ยังมีคนซื้อ ฉันก็มีของให้ไม่ขาดแน่นอน”
ถึงแม้ระบบโกดังสินค้าจะมีของฟรีไม่จำกัด แต่การให้จิ่งเหมียนแจกจ่ายออกไปฟรี ๆ นั้นเป็ไปไม่ได้ เธอยังไม่ใจบุญถึงขนาดนั้น เพราะฐานลวี่อินเองก็้าเงินทุนจำนวนมากในการนำไปพัฒนา
หากมีคนรู้ว่าเธอมีเสบียงไม่จำกัดแบบนี้ เธอคงต้องพบกับหายนะอย่างแน่นอน ถึงแม้จะไม่ถึงตาย แต่เื่อิสรภาพก็คงไม่ต้องพูดถึง เพื่อไม่ให้ตกเป็เหยื่อ จิ่งเหมียนจะไม่มีวันเปิดเผยเื่ระบบของเธอเด็ดขาด เพราะแม้คนเราไม่มีความผิด แต่ของล้ำค่าก็อาจนำภัยมาสู่ตนได้
จางเถี่ยถามราคากับจิ่งเหมียนเสร็จแล้วก็กัดฟันซื้อข้าวสารเก็บไว้หนึ่งถุง
รถบรรทุกแล่นมาถึงย่านการค้าควานตง จิ่งเหมียนก็ต้องจ่ายค่าผ่านทางให้ชายร่างสูงที่เฝ้าประตูเป็ข้าวสารสองถุง ถึงจะเข้าไปขนของลงได้ ยิ่งขนของมาขายมาก ก็ยิ่งต้องจ่ายแพงขึ้น จิ่งเหมียนได้แต่ร้องในใจว่า ‘เ้าเล่ห์จริงๆ!’ เ้าของเขตควานตงต้องรวยอู้ฟู่ไปแล้วแน่ ๆ!
ครั้งนี้เธอก็ยังคงเลือกทำเลริมกำแพงเหมือนเดิม เพียงแต่พื้นที่กว้างขวางกว่าเดิมมาก
ข้าวสารถูกวางเรียงรายเป็ถุง ๆ น้ำแร่บรรจุขวดใสแจ๋ววางเรียงรายอยู่รอบ ๆ จิ่งเหมียน ด้านหน้ายังมีผ้าอนามัยวางอีกเป็แถวเช่นกัน
จิ่งเหมียนที่นั่งอยู่ท่ามกลางสิ่งของเหล่านี้ดูเหมือนเศรษฐีใหม่ ตัดกับร้านข้าง ๆ จนดูจืดชืดไปเลย
คนที่เดินผ่านไปมาต่างก็ต้องหยุดมองสองสามครั้ง เพราะในยุคโลกาวินาศแบบนี้ คงไม่มีใครปฏิเสธความเย้ายวนของข้าวสวยร้อน ๆ ได้หรอก!
ไม่นานนัก ร้านของจิ่งเหมียนก็ถูกคนรุมล้อม ธุรกิจกำลังไปได้สวย ข่าวนี้จึงแพร่ไปถึงหูของร้านค้าตรงใจกลางพื้นที่การค้าเข้า
เพียงเวลาแค่ชั่วโมงเดียว ของที่เธอขายก็หมดเกลี้ยง เธอได้คะแนนสะสมมา 1,000,000 แต้มเลยละ สบายใจจริง ๆ แถมยังมีคนจดเบอร์โทรไปสั่งของอีกเพียบ
ก่อนกลับ มีสุภาพบุรุษคนหนึ่งสวมสูทเดินตรงเข้ามาหาเธอ หลังจากทักทายกันแล้ว เขาก็บอกว่าตัวเองเป็ตัวแทนของคุณหนูรองตระกูลเซียว ตระกูลระดับท็อปของฐานอู่อัน เชิญเธอไปขายของที่ร้านใจกลางย่านการค้า
เธอตอบกลับไปด้วยท่าทางเรียบเฉยว่า “ขอบคุณคุณหนูรองมากนะคะ โอกาสหน้าฉันจะแวะไปแน่นอนค่ะ”
ถ้ามีทำเลร้านค้าที่ดีกว่านี้ก็ขนของมาขายได้เยอะขึ้น ได้เจอกับลูกค้าระดับสูงมากขึ้น มีโอกาสได้รับคำสั่งซื้อใหญ่ ๆ แน่นอนว่าเป็เื่ที่ดี
ส่วนเฉินย่า การขอใบผ่านทางระยะยาวของเขากำลังจะเสร็จสิ้น ระหว่างรออย่างเบื่อ ๆ เขาก็ยกสมาร์ตวอทช์ขึ้นมากดเข้ากลุ่มหนึ่งที่ชื่อว่า ‘กลุ่มทหารรับจ้างระดับทอง ฝั่งตะวันออก’
[ที่พักลวี่อินใกล้ ๆ ฐานอู่อันไม่เลวเลย พวกนายคนไหนมีภารกิจแถวนี้ แนะนำให้มาพักที่นี่นะ]
กลุ่มที่เงียบกริบก็กลับมาคึกคักขึ้นในทันที
เ้าของของที่พักลวี่อินนี่เป็ใครกัน ถึงกับทำให้มัจจุราชเดียวดายอย่างเขามาช่วยแนะนำได้