ตอนที่ 33
“สาเหตุที่ทำให้นายพลาดเป็นเพราะนายเหนื่อยยังไงล่ะ พอนายเหนื่อยกล้ามเนื้อก็จะอ่อนล้าถึงนายจะตั้งใจลงมีดในจุดที่เล็งไว้แต่ถ้านายล้าก็จะทำให้ตรงจุดที่เล็งคลาดเคลื่อน” ฮิคาริสาธยายว่าทำไมดนัยถึงพลาด
“เพราะเหนื่อยงั้นเหรอ !!!” ดนัยอุทานเบาๆ
“ใช่เพราะอย่างนั้นถ้าให้ฉันแนะนำทุกเช้าก่อนไปทำงานให้นายวิ่งออกกำลังกายอย่างน้อยสามสิบนาที และหลังเลิกงานพอกลับมาห้องก่อนอาบน้ำให้นายวิดพื้นหรือกายบริหารง่ายๆในห้องซักยี่สิบนาทีเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อและเพิ่มความอึดให้ร่างกายของนาย” ฮิคาริแนะนำ
วิ่งตอนเช้ากับออกกำลังกายตอนหลังเลิกงานงั้นเหรอปกติตอนเช้าก็ยุ่งอยู่แล้วเพราะต้องทำกับข้าวแถมตอนเลิกงานเราก็เหนื่อยจากผ่าตัดแถมบางวันต้องผ่าตัดยาวจนมืดกว่าจะได้กลับก็เกือบสี่ทุ่มจะไหวมั้ยเนี่ยเรา ดนัยคิดในใจ
“ทำหน้าแบบนั้นคิดว่าตัวเองไม่ไหวสินะถ้านายยังคิดแบบนั้นล่ะก็ไม่นานคงมีคนไข้เสียชีวิตเพราะนายอีก” ฮิคาริพูดหลังจากเห็นสีหน้าของดนัย
อึก !! ดนัยถึงกับสะอึกกับคำพูดของเธอ
“เพราะอย่างนั้นดนัยนายจงทำเพื่อคนไข้ซะ !!!” ฮิคาริสั่งอย่างเผด็จการทันที
“ดะ ดะ ได้” ดนัยตอบ
“ตอบให้มันหนักแน่นหน่อย !!!” ฮิคาริตะโกนใส่ดนัยเสียงดัง
“ได้ครับ !!!” ดนัยตอบใหม่อีกครั้ง
“ดีมากเอาล่ะกลับมาที่เคสการผ่าตัดของนายวันนี้ใหม่ตรงจุดที่นายกับหมอมิโฮะพลาดวันนี้น่ะใช่ว่าจะไม่มีวิธีแก้ปัญหานะ” ฮิคาริบอก
“มีด้วยงั้นเหรอ” ดนัยสงสัย
“ใช่มันมีถ้าเป็นฉันนะตอนที่นายทำพลาดจนเกิดแผลที่ตับฉันจะทำแบบนี้..............” ฮิคาริรีบบอกวิธีแก้ปัญหาของเธอให้ดนัยฟังทันทีเมื่อดนัยฟังจบก็มีสีหน้าตกใจทันทีเพราะนึกไม่ถึงว่าฮิคาริจะใช้วิธีแบบนี้ในการแก้ปัญหาที่เขาพลาดตอนนั้น
“ละ ละ แล้วถ้าในกรณีที่ฉันไม่ได้ทำตามวิธีที่เธอบอกแล้วให้หมอมิโฮะใช้โบวี่แก้ไขต่อไปแล้วทำให้หลอดเลือดแตกออกนั่นล่ะตอนนั้นจะทำยังไง” ดนัยรีบถามต่อหลังจากฮิคาริบอกวิธีแก้ปัญหาในจุดของเขาจบ
“ไม่เห็นยากเลยก็สร้างเส้นเลือดใหม่ยังไงเล่า” ฮิคาริตอบกลับมาในทันที
“สร้างเส้นเลือดใหม่ ???” ดนัยไม่เข้าใจ
“ก็ใช้เส้นเลือดเทียมยังไงล่ะจุดที่เส้นเลือดแตกยังหาไม่เจอก็ปล่อยมันไปนายแค่ต่อบายพาสเส้นเลือดเทียมเข้าสู่ตับซะและเมื่อต่อเส้นเลือดเทียมเข้าสู่ตับเสร็จนายก็รีบจัดการตับให้เรียบร้อยส่วนหมอมิโฮะก็ให้ดูดเลือดออกแล้วหาจุดที่เลือดออกพร้อมเย็บมันก็เท่านั้นเท่านี้ก็น่าจะผ่านวิกฤตตรงนั้นไปได้แล้ว” ฮิคาริอธิบายถึงกับทำให้ดนัยตาสว่าง (วิธีการนี้ผมแต่งขึ้นมาเองนะครับ...ขอบอกอีกครั้งผมไม่ได้เรียนจบแพทย์หรือมีความรู้ด้านนี้)
แบบนี้นี่เองถ้าเราใช้วิธีนี้ตอนนั้นเราคงช่วยคนไข้ได้นี่สินะความไร้ประสบการณ์ของเรา ดนัยคิดในใจ
“เอาล่ะนี่ก็สองทุ่มแล้วนายรีบไปอาบน้ำซะคืนนี้ฉันไม่ให้นายนอนง่ายๆหรอกนะ” ฮิคาริพูด
“มะ มะ ไม่ให้นอนเธอจะทำอะไรฉันยัยผีลามก” ดนัยพูดเสียงตะกุกตะกักหลังจากได้ยินคำพูดสองแง่สองงามของฮิคาริ
“คิดบ้าอะไรของนายลืมที่ฉันบอกเมื่อเช้าแล้วหรือไง” ฮิคาริเบ้ปากหลังจากเห็นว่าดนัยคิดอะไรแปลกๆ
“อ๊ะ !!” เสียงดนัยอุทานเบาๆเขานั้นลืมไปเลยว่าเมื่อเช้าฮิคาริบอกว่าจะถ่ายทอดความรู้ให้เขานี่นา
“นึกออกแล้วสินะว่าแต่เตรียมอุปกรณ์มาหรือเปล่า...แต่คงไม่ได้เตรียมหรอกมั้ง” ฮิคาริพูด
“ไม่ได้หยิบมาด้วยน่ะพอดีวันนี้.....”
“อืมฉันเข้าใจไม่เป็นไรใช้ดินสอหรือปากกาแทนมีดไปก่อนก็ได้น้ำหนักมันพอๆกันนายรีบไปอาบน้ำเถอะ” ฮิคาริพูดก่อนจะไล่ให้ดนัยไปอาบน้ำ
หลังจากดนัยอาบน้ำเสร็จฮิคาริก็ติวเข้มให้กับดนัยทันทีโดยให้ดนัยเปิดวีดีโอการผ่าตัดที่ยืมมาจากโรงพยาบาลพร้อมทั้งให้จินตนาการว่าตัวเองเป็นแพทย์ผ่าตัดในวีดีโอนั้นไปด้วยโดยใช้ดินสอในมือแทนมีดและใช้ตะเกียบแทนกรรไกรแถมหลังจากผ่าตัดตามวีดีโอเสร็จแล้วฮิคาริยังให้ดนัยทำซ้ำอีกรอบโดยให้ลองใช้วิธีที่ไม่เหมือนในวีดีโออีกโดยมีฮิคาริคอยแนะนำอย่างใกล้ชิดจนกระทั่งเวลาผ่านล่วงเลยไป
หลายชั่วโมงต่อมา
“อย่างนี้นี่เองแทนที่จะใช้วิธีผ่าแบบปกติให้เปลี่ยนมาใช้วิธีนี้จะช่วยลดระยะเวลาการผ่าตัดได้มากกว่าสามสิบนาทีแถมยังปลอดภัยมากกว่าด้วย” ดนัยพยักหน้าเข้าใจหลังจากลองผ่าตัดตามที่ฮิคาริแนะนำ
“ใช่แล้วล่ะวิธีแบบในวีดีโอนั้นก็เป็นวิธีหนึ่งที่ปกตินิยมใช้แต่มันยังไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดก็เท่านั้นเอง” ฮิคาริพูด
“งั้นเหรอแล้ววิธีของเธอนี่เธอได้จากไหนมาเนี่ย” ดนัยสงสัยเพราะวิธีของฮิคารินั้นเป็นวิธีที่พิสดารมาก
“ฉัน...เองก็ไม่รู้เหมือนกันมันแค่ติดอยู่ในหัวน่ะ” ฮิคาริเองก็ตอบไม่ได้ว่าเธอเอาวิธีแบบนี้มาจากไหน
“งั้นเหรอ” ดนัยพยักหน้าเข้าใจ
“แต่ก็นะก่อนที่นายจะทำวิธีที่ฉันสอนไปได้นายต้องมีพื้นฐานที่มั่นคงก่อนตอนนี้พื้นฐานนายแค่อยู่ในระดับกลางๆเท่านั้นนายต้องฝึกซ้อมมากกว่านี้ทั้งการใช้มีด การใช้กรรไกรและการเย็บแผลต้องมีความแม่นยำและความเร็วในระดับสูง” ฮิคาริบอก
“เข้าใจแล้วถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ฉันจะเริ่มฝึ....” ดนัยยังพูดไม่ทันจบก็หาวออกมา
ฮ้าว !! ดนัยยกมือขึ้นปิดปากก่อนจะมองไปยังนาฬิกาก่อนจะเห็นเวลาก็เผลออุทานออกมา
“ตีสี่ !!!”
“อ้าวเวลาป่านนี้แล้วเหรอเนี่ยนายรีบไปนอนเถอะเจ็ดโมงนายต้องไปทำงานนะ” ฮิคาริไล่ดนัยไปนอน
“เวรเอ้ยจะตื่นไหวมั้ยล่ะเนี่ย” ดนัยเกาหัวแกรกๆเขารีบเดินไปปิดไฟก่อนจะรีบไปที่เตียงและล้มตัวลงนอนทันที
“ราตรีสวัสดิ์นะฮิคาริวันนี้...ขอ...ใ...มา......” ดนัยยังพูดไม่จบประโยคเขาก็หลับไปเสียก่อนฮิคาริที่เห็นดังนั้นก็ยิ้มออกมาก่อนจะพูดออกมาเบาๆ
“ฝันดีนะดนัย” ฮิคาริพูดก่อนร่างของเธอจะค่อยๆเรือนหายไป
ตอนเช้า
“ให้ฉันยกเลิกการผ่าตัดของเธอในสัปดาห์นี้ไปก่อนมั้ยหมอดนัย” หมอนากิสะถามดนัย
“ไม่เป็นไรครับผมจัดการความรู้สึกของตัวเองได้แล้ว !!!” ดนัยตอบ
“อืม...ก็ดีแล้วล่ะเรื่องแบบนี้สำหรับหมออย่างเรามันเกิดขึ้นได้เสมอจำความผิดพลาดนั้นเอาไว้และอย่าให้ผิดพลาดซ้ำในเรื่องเดิมอีกนั่นถึงจะเป็นหมอที่ดีเข้าใจมั้ย” หมอนากิสะพยักหน้า
“ครับ” ดนัยรับคำก่อนจะหาวออกมาจนน้ำตาเล็ด
“เป็นอะไรเมื่อคืนคิดมากจนนอนไม่ค่อยหลับเหรอ” หมอนากิสะคิดว่าเมื่อคืนดนัยน่าจะนอนไม่ค่อยหลับเพราะคิดมากที่ทำคนไข้ตายคาเตียงผ่าตัดแถมนี่ยังเป็นคนแรกของชีวิตหมอของดนัยด้วยจะคิดมากจนนอนไม่หลับก็ไม่แปลกเพราะหมอทุกคนเคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว
‘เอ่อ..” ดนัยไม่รู้จะตอบยังไงดีเขานั้นไม่ได้คิดมากจนนอนไม่หลับแต่เขาฝึกกับฮิคาริจนแทบไม่ได้นอนต่างหาก
“ไปนอนพักสายตาสักหน่อยแล้วกันฉันอนุญาตส่วนการผ่าตัดตอนเช้าฉันจะจัดการแทนเองเธอค่อยผ่าตัดตอนบ่ายทีเดียว” หมอนากิสะบอก
“แต่ว่า..../ไม่มีแต่ทั้งนั้นแหละฉันไม่ให้หมอที่นอนไม่พอแบบนี้ลงมือผ่าตัดหรอกนะไปงีบซะ” หมอนากิสะไม่ให้โอกาสดนัยพูด
“ขอโทษครับหมอนากิสะแล้วก็ขอบคุณมากครับ” ดนัยยิ้มออกมาก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะตัวเองและปรับเก้าอี้ลงและค่อยๆหลับตาเพื่องีบสักหน่อย
หมอนากิสะก็เป็นหมอที่ดีนี่นาถ้าเธอได้ขึ้นเป็นประธานคนต่อไปของทาเคนากะเธอต้องการเปลี่ยนจากธุรกิจโรงพยาลเป็นห้างสรรพสินค้าจริงๆน่ะเหรอจากที่เห็นหมอนากิสะก็ทุ่มเทให้กับการผ่าตัดดีนี่นา ดนัยคิดในใจขณะที่หลับตาลงจากที่สังเกตุมาหมอนากิสะนั้นเธอก็ทุ่มเทให้กับการรักษาคนไข้จะตายไม่เห็นเธอมีท่าทางรังเกียจเส้นทางอาชีพนี้สักนิด
และแล้วดนัยก็หลับไปคาเก้าอี้ทั้งแบบนั้นก่อนจะมีหมอมิโฮะมาปลุกเขาตอนเที่ยง
“หมอดนัยตื่นๆเที่ยงแล้ว” เสียงหมอมิโฮะดังอยู่ข้างหูเขาค่อยๆลืมตาขึ้นมา
“อ๊ะหมอมิโฮะผ่าตัดเสร็จแล้วเหรอครับ” ดนัยลืมตาขึ้นมาพลางถาม
“ใช่ฉันผ่าตัดเสร็จแล้วนี่เที่ยงแล้วไปล้างหน้าล้างตาแล้วไปหาอะไรกินเถอะตอนบ่ายเธอมีผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจกับหมอยูคิมูระนี่มันต้องใช้เวลานานถ้าเธอไม่กินอะไรเสียหน่อยจะไม่ไหวเอา” หมอมิโฮะบอก
“จริงด้วยสิผ่าเคสนี้ต้องใช้เวลาผ่าตัดไม่ต่ำกว่าแปดชั่วโมงนี่นา” ดนัยนึกถึงการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจวันนี้เขาต้องเป็นผู้ช่วยของหมอยูคิมูระ (เผื่อใครลืมหมอยามาดะ ยูคิมูระนั้นคือศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ)
ดนัยรีบลุกไปล้างหน้าล้างตาก่อนจะหยิบกล่องข้าวไปที่สวนเช่นเดิมก็เห็นหมอยูมินั่งอยู่ก่อนแล้ว
“อ๊ะหมอดนัยนึกว่าวันนี้จะไม่มาซะแล้ว” หมอยูมิที่มาก่อนแล้วเอ่ยขึ้นมาเมื่อเห็นดนัยเดินมา
“มาสิครับเมื่อวานผมขอโทษด้วยนะครับที่ไม่ได้มากินข้าวกับหมอยูมิพอดีมันเกิดอะไรขึ้นหลายๆอย่างก็เลย......” ดนัยพูด
“ฉันได้ยินจากพวกพยาบาลแล้วล่ะค่ะเสียใจด้วยนะคะหมอดนัยต้องสู้ๆนะคะอย่าท้อล่ะ” หมอยูมิให้กำลังใจ
“ขอบคุณครับ” ดนัยพยักหน้า
“ว่าแต่กับข้าวของหมอดนัยวันนี้คือะไรเหรอคะของฉันเป็นหมูผัดขิงที่อาทิตย์ก่อนหมอดนัยทำน่ะฉันลองทำตามดู” หมอยูมิพูดพลางเปิดข้าวกล่องของเธอออกมา
“เอ่อ...พอดีเมื่อเช้าผมรีบไปหน่อยก็เลยมีแค่นี้น่ะครับ” ดนัยเปิดกล่องข้าวของเขาออกมาบ้างทำให้หมอยูมิเห็นกับข้าววันนี้ของดนัย
“มีแค่นี้เหรอคะ !!!” หมอยูมิอุทานเบาๆ
“ครับแค่นี้” ดนัยยิ้มแห้งออกมาข้าวกล่องในวันนี้ของเขานั้นมีแค่ข้าวเก่าจากในตู้เย็นที่เอามาอุ่นและก็ไข่ต้มสองใบที่ต้มตอนไปอาบน้ำเท่านั้น
จากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มกินข้าวกลางวันไปคุยกันไปโดยดนัยก็สอบถามเรื่องฮิคาริซึ่งหมอยูมิบอกว่าอาการของฮิคาริยังทรงตัวดีแต่ไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมาจากนั้นหมอยูมิไม่ลืมแบ่งกับข้าวของเธอให้ดนัยครึ่งหนึ่งโดยแลกกับไข่ต้มที่ดนัยมีไว้มาหนึ่งฟอง
จบ...