นพคุณกับพริมาเกิดเดือนเดียวกันปีนี้เป็วันเกิดอายุครบ 15 ปี ของหล่อนเด็กหญิงจึงตกลงกับแม่ว่าจะจัดงานวันเกิดพร้อมกันไปเลย โดยจัดวันเกิดของนพคุณแค่คนเดียว
“จัดรวมกันไปเลยค่ะแม่ ของลูกแก้วเกิดก่อน แต่ค่อยจัดพร้อมกับวันเกิดพี่คุณนะคะ”สาวน้อยบอกมารดา หลังจากคุณตาคุณยายเสียไปจากอุบัติเหตุรถยนต์เมื่อ 2 ปีก่อนพริมาก็ไม่ได้จัดงานวันเกิดอีกเลย ความจริงถ้าแม่ไม่บอกพริมาก็ลืมไปแล้วด้วยซ้ำ พริมารู้สึกแปลกๆปีนี้หล่อนจะอายุ 15 ปีจะเปลี่ยนจากเด็กหญิงเป็นางสาว...หล่อนจะโตเป็สาวเต็มตัวแล้ว พวกเขาไม่ได้บอกนพคุณ เพราะกะทำให้เขาประหลาดใจคุณนพรักษ์เป็คนบอก ภารดีจึงได้รู้ว่านพคุณก็เกิดเดือนเดียวกันกับลูกสาวของหล่อน
“ตั้งแม่เขาตายไปเมื่อปีก่อนบ้านเราก็ไม่มีงานรื่นเริงอะไรหรอก”
“เราก็ไม่ได้จัดงานเลี้ยงใหญ่โตนี่คะดูๆ แล้วตาคุณเองก็คงจะไม่ชอบนัก พิมพ์ว่าเราไปทำบุญที่วัดกันดีกว่าค่ะจะได้ทำบุญให้พี่อารีด้วย” ภารดีเสนอ
“อีกอย่างลูกแก้วก็เกิดเดือนนี้เหมือนกันลูกแก้วก็ไม่ได้จัดงานวันเกิดเลย ั้แ่พ่อกับแม่พิมพ์ตายไปเมื่อ 2ปีก่อน”
“เอาอย่างนั้นก็ได้เราไปทำบุญกัน แล้วค่อยไปแวะหาอะไรกินกันก็พอ”
“ตกลงค่ะ”
วันอาทิตย์นี้เป็วันเกิดเขานพคุณเกือบลืมไปแล้วถ้าเพื่อนบางคน ไม่ส่งข้อความมา ปีที่แล้วเขาก็ไม่ได้สนใจเพราะมีเื่น่าเสียใจเกินกว่าจะมาสนใจหรือจัดงานวันเกิดงี่เง่าอะไรแบบนั้นปีนี้เปลี่ยนไป บ้านเขาจู่ๆ ก็มีคนมาอยู่เพิ่มขึ้นแบบที่เขาก็คิดไม่ถึงมาก่อนนพคุณกำลังนั่งคิดถึงเื่วันเกิดของเขาอยู่ก็ได้ยินเสียงเคาะประตู
“พ่อเองตาคุณ”เสียงคุณนพรักษ์บอกอยู่หน้าห้อง นพคุณเดินไปเปิดประตูให้พ่อ
“อาทิตย์นี้ว่างไหม?”พ่อเขาถามทันทีที่เข้ามาถึง
“ก็...ว่างนะครับ”
“วันอาทิตย์นี้วันเกิดลูกนี่นาเราไปทำบุญกันนะ” นพคุณกะไว้แล้วว่าพ่ออาจจะมาคุยเื่วันเกิดเขาถ้าพ่อจะจัดงานเขาคงจะปฏิเสธ แต่พ่อเขาชวนทำบุญงานนี้ถ้านพคุณปฏิเสธคงจะน่าเกลียดเกินไป
“เดี๋ยวเราเตรียมอาหารไปวัดกันนะจะได้ทำบุญให้แม่เขาด้วย”
“ได้ครับ” เขารับคำสั้นๆ พ่อของเขาออกไปแล้วนพคุณคิดอย่างใจลอย อย่างน้อยพ่อก็ยังคิดถึงแม่ คิดถึงเขาบางทีการที่มีภารดีอาจจะไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่เขาคิดอาจจะมีสักวันหนึ่งที่เขายอมรับได้ แม้ตอนนี้เองเขาก็เริ่มจะชินกับการมีตัวปัญหาสองคนอยู่ในบ้านแล้วด้วยซ้ำไป เช้าวันอาทิตย์นพคุณตื่นแต่เช้าพ่อบอกไว้แล้วว่าจะเตรียมของไปทำบุญที่วัด เขาตื่นมาเพื่อจะได้ไปตลาด หาของที่จะเอาไปทำบุญให้แม่...ของที่แม่ชอบแต่พอเขาลงไปข้างล่างกลับพบว่าทุกคนตื่นกันหมดแล้ว ภารดีกับพริมาอยู่ในครัวมองจากตรงนี้ดูเหมือนภารดีจะเป็ลูกมือของลูกสาวเสียมากกว่า นพคุณสงสัยว่าถ้าภารดีทำกับข้าวไม่เก่งแล้วพริมาได้วิชามาจากใคร?แต่จากที่เห็นตอนนี้แน่นอนแล้วว่าพริมาไม่น่าจะได้วิชามาจากภารดีแน่นอน
“แม่อย่าคนแบบนั้นสิคะ”
“อ้าว...”
นพคุณได้ยินสองสาวเถียงกันจะว่าเถียงก็ไม่น่าจะใช่แต่ดูเหมือนภารดีจะสงสัยไปเสียทุกอย่างมากกว่า เด็กหนุ่มเลยเลี่ยงเดินไปที่ห้องรับแขกที่อยู่ติดกับห้องครัวแทนเขาเห็นพ่อจัดของอยู่
“อ้าวตาคุณตื่นเช้าจังวันนี้พ่อนัดไว้เก้าโมงนี่นา เราไปทันฉันเพลแน่นอนลูกจะรีบตื่นมาทำไม?”
“ตอนแรกผมว่าจะไปตลาด...ไม่นึกว่าทุกคนจะตื่นกันหมดแล้ว”นพคุณมองนาฬิกา ตอนนี้แค่หกโมงครึ่ง ของจัดไว้เรียบร้อยขนาดนี้ คนพวกนี้ตื่นกี่โมงกันนะ
“เ้าของวันเกิดไม่ต้องทำหรอกนะไม่ได้จัดงานเลี้ยงให้ใหญ่โตอะไรก็ขอให้พวกพ่อจัดของให้ก็แล้วกันถือว่าเป็ของขวัญ” คุณนพรักษ์บอก เมื่อเห็นสีหน้ารู้สึกผิดของลูกชาย
“นี่กะว่าพอลูกลงมาจะเซอร์ไพร์สซะหน่อยกะจะแอบจัดของกันให้พร้อม ก่อนลูกจะลงมา”
“งั้นผมเห็นแล้วยังไงก็ขอช่วยบ้างนะครับ”
“เอาสิ!ยกของตรงนี้ไปไว้ในรถแล้วกัน”
ภารดีเดินออกมาจากในครัวพอดีหล่อนยิ้มหวานให้สามีรวมถึงหว่านรอยยิ้มมาให้เขาด้วยนพคุณมองรอยยิ้มของภารดี...พริมายิ้มเหมือนแม่หน้าตาลูกครึ่งของคนเป็ลูกสาวอาจจะไม่เหมือนแม่ แต่แปลกที่พอยิ้มแล้วสองคนนี้กลับละม้ายคล้ายกันนพคุณยิ้มตอบเบาๆอย่างน้อยหลายอย่างที่ภารดีทำหล่อนก็ไม่เคยมาพูดเอาหน้ากับเขาเลยสักครั้งเดียว
“แม่คะ” เสียงพริมาเรียกภารดีจากในครัวทำให้ภารดีหันมายิ้มแหยๆ ให้สามี
“คุณครูเรียกแล้ว ไปก่อนนะคะ อันนี้จัดเสร็จแล้วค่ะเอาไปไว้ในรถได้เลย”ภารดียื่นกล่องที่หล่อนถือออกมาให้สามีแล้วรีบกลับเข้าไปในครัวตามเสียงเรียกของลูกสาว
พวกเขาออกจากบ้านกันตอนแปดโมงครึ่ง จากตอนแรกที่ว่าจะออกกัน ตอนเก้าโมงแต่นพคุณตื่นขึ้นมาก่อน และทุกอย่างจัดการเสร็จเร็วก่อนเวลา ที่กำหนด ถึงวัดประมาณเก้าโมงกว่าๆพวกเขาขนของลงไปและจัดการเตรียมไว้ ถวายพระวันนี้วันหยุดนอกจากพวกนพคุณแล้ว ก็ยังมีคนเอาข้าวมาวัดกันอีกเยอะเพราะพวกเขามาถึงกันเร็ว กว่าจะตีกลองเพลก็ต้องรออีกเป็ชั่วโมงพริมาจึงขอแม่ไปเดินเล่นเพราะตอนเข้ามาหล่อนเห็นท่าน้ำ
“ไปสิกลับมาก่อนสิบเอ็ดโมงนะ” ภารดีไม่ขัด หล่อนนั่งเล่นอยู่กับสามีในศาลาส่วนนพคุณนั้นออกไปเดินเล่นนานแล้ว
“ค่ะเดี๋ยวลูกแก้วเอาอาหารปลามาฝาก” พริมาหัวเราะเสียงใส วันนี้สาวน้อยใส่ชุดลูกไม้สีขาวหล่อนมวยผมไว้อย่างเรียบร้อยสมกับเป็กุลสตรีไทย แต่ขัดตรงที่หน้าตาออกจะสากลไปหน่อย ชุดนี้เป็ของภารดี พริมาโตเท่ากับแม่แล้วชุดหลายชุดของภารดีพริมาจึงใส่กับแม่ได้อย่างสบาย
“ลูกสาวแต่งตัวน่ารักจังเดี๋ยวนี้วัยรุ่นแต่งตัวเข้าวัดกันน่าเกลียด บางคนใส่กางเกงขายาวก็จริงแต่ขาดไปถึงไหนต่อไหน”คุณป้าข้างๆ หันมาบอกภารดี เล่นเอาคนเป็แม่ยิ้มแก้มปริ
“เห็นหน้าฝรั่งแบบนั้นแต่หัวใจไทยค่ะ”ภารดีบอกพร้อมกับยิ้มหวาน คุณป้ายิ้มตอบ หล่อนเห็นแล้วว่าเด็กสาวผิดแผกไปจากคณะที่หล่อนมาด้วยคนตัวเล็กผิวสีน้ำผึ้งไม่พี่สาวก็คงจะเป็แม่ แต่ผู้ชายสองคนหล่อนคาดเดา ไม่ออกว่าเกี่ยวพันกันอย่างไรเพราะผู้ชายไม่มีใครเป็ฝรั่งสักคน คงไม่ใช่พ่อของเด็กผู้หญิงแน่นอน...คิดไปก็ปวดหัวไม่ใช่เื่ของหล่อน
“มาที่นี่กันบ่อยเหรอจ๊ะป้ามาทุกวันพระแต่ไม่เคยเห็นพวกหนูเลย” คุณป้าชวนคุย เพราะพวกภารดีค่อนข้างเด่นกว่าคนอื่นๆ
“ไม่ได้มากันบ่อยหรอกครับพอดีวันนี้วันเกิดลูกชายผม ก็เลยมาทำบุญกันอีกอย่างจะได้ทำบุญให้แม่เขาที่ตายไปด้วยน่ะครับ” คุณนพรักษ์ตอบแทนภารดีเขานั่งอยู่ข้างๆ ได้ยินบทสนทนาอยู่ตลอด
“อ้อๆ ดีๆวันเกิดมาวัดดีกว่าไปเที่ยวหรือจัดงานอะไรให้เปลืองเงินเปลืองทอง” คุณป้าพยักหน้าเห็นด้วย
พริมาออกมาเดินเล่นถึงท่าน้ำมีปลามากมายและคนก็มากเช่นกัน สาวน้อยเดินไปซื้ออาหารปลามาสองถุงระหว่างรอเวลานั่งให้อาหารปลา ตรงนี้ก็ดีเหมือนกันสาวน้อยนั่งโยนอาหารปลาไปเรื่อยๆ หล่อนเพลินจนไม่ได้สังเกตรอบๆ ตัวมีกลุ่มเด็กผู้ชายถ่ายรูปเล่นกันอยู่ หนึ่งในนั้นสังเกตเห็น พริมาและชี้ให้เพื่อนๆ ดู
“น่ารักว่ะ”หนึ่งในนั้นพูดขึ้น
“มึงนี่!ในวัดก็ไม่เว้น”
“กูก็แค่ดูเฉยๆ มึงถ่ายรูปให้ติดน้องเค้าหน่อยดิวะกูจะเอาไปดูที่บ้าน“
“ไปยืนมุมนั้นดิ เอาให้เนียน” ระหว่างที่พวกนั้นคุยกันนพคุณเดินมาพอดี เขาเดินไปนั่งข้างๆ พริมาแล้วหยิบอาหารปลามาถุงหนึ่งพริมาหันมามอง อย่างแปลกใจแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรหล่อนแปลกใจที่ไม่รู้ว่านพคุณเดินมาตอนไหน
“เอ้า! แฟนมา...มึงจะให้กูถ่ายไม๊? ติดสามคนกันไปเลย” นพคุณได้ยิน แต่เขาทำเฉยส่วนพริมาหล่อนไม่ได้สนใจอะไรั้แ่แรกอยู่แล้วจึงไม่รู้ว่าตัวเองเป็เป้าหมายอะไรของใคร สาวน้อยได้แต่ตั้งใจให้อาหารปลา
“เอาอีกถุงไม๊? เดี๋ยวไปซื้อมาให้”นพคุณหันมาถาม เมื่อเห็นว่าสาวน้อย ดูจะสนุกกับการให้อาหารปลาเป็พิเศษพริมาพยักหน้า
“เอามาสองถุงเลยค่ะ”นพคุณยิ้มขำแล้วลุกไปซื้ออาหารปลาตรงซุ้มที่อยู่ถัดไป
“มากับแฟนเหรอครับ?”วัยรุ่นกลุ่มเดิม ดูเหมือนเ้าตัวจะไม่ยอมแพ้ เขาไม่อยากตัดสินเองต้องถามให้รู้...ได้ยินเองกับหูถึงจะเชื่อ
“ค่ะ”พริมาตอบรับสั้นๆ หล่อนหันไปยิ้มให้พวกเขาเล่นเอาคนถามหน้าแดงเพราะเขินไปเหมือนกัน
“เห็นไม๊? กูบอกแล้วมึงก็ไม่เชื่อยังจะเข้ามาถามเขาอีก”
“อยากรู้ก็ต้องถามสิ” คนถามหันมายักคิ้วให้พริมาและเดินกลับไปสมทบ กับกลุ่มเพื่อนๆ ของเขา พวกนั้นเดินสวนกับนพคุณที่เดินถืออาหารปลากลับมา
“ฮ่าๆมึงหล่อไม่ได้ขี้ตีนไอ้หนุ่มนั่นหรอก ถ้ากูเป็น้องเค้าก็เลือก ได้ไม่ยากหรอกว่าจะเลือกใคร”นพคุณเห็นแล้ว...พวกนั้นเข้ามาคุยกับพริมาเขารีบเดินกลับมาและสวนทางกับพวกนั้นพอดี เขาเดินไปไม่ทันว่าพวกนั้น คุยอะไรกันแต่แค่เห็นไกลๆ โรคประจำตัวก็กำเริบ...หงุดหงิด!!!
“คุยอะไรกัน?”พริมาจับน้ำเสียงได้ หล่อนรู้คุณชายใหญ่หงุดหงิด อีกแล้ว เมื่อกี้ยังอารมณ์ดีอยู่เลย
“ก็...พวกพี่เค้ามาถามอะไรนิดหน่อยค่ะ”พริมายังนั่งยิ้มให้อาหารปลาด้วยอารมณ์ปกติ หล่อนเริ่มชินและเริ่มจะเรียนรู้แล้วว่าคุณชายใหญ่ ก็เป็แบบนี้แหละนาทีแรกอารมณ์ดีผ่านไปอีกห้านาทีอารมณ์เขาก็เปลี่ยนได้ตลอดจะให้ปรับอารมณ์ไปตามเขาคงปวดหัวตายเลย...ปล่อยไปน่าจะดีกว่า เดี๋ยวสักพักเขาก็กลับมาอารมณ์ดีเหมือนเดิม
“ก็นี่...คุยอะไรล่ะ”นพคุณยิ่งอารมณ์เสียหนักขึ้น คำถามของเขากลับไม่ได้คำตอบ
“พี่เค้าถามว่ามากับแฟนเหรอ?”พริมาออกแรงปาอาหารไปไกลกว่าเดิม ส่งผลให้ปลาอีกฝูงที่อยู่ถัดไปขยับกันคึกคักส่วนฝูงเดิมก็พยายามจะแหวกไปอยู่ตรงที่อาหารตกถึง
“แล้วตอบไปว่ายังไง?” นพคุณนั่งลงข้างๆเขาซื้ออาหารปลามาอีกสองถุง
“ความจริงลูกแก้วก็ไม่ได้มากับแฟนนะ...แต่ี้เีคุยนานก็เลยตอบว่าค่ะ!” พริมาตอบคำถามหล่อนไม่ได้หันกลับมามองหน้าเขาด้วยซ้ำ แต่นพคุณเห็นว่าแก้มของสาวน้อยมีสีเรื่อขึ้นเล็กน้อยตอนตอบคำถามเขา
“พอบอกว่าค่ะพวกพี่เค้าก็เดินกลับไป” นพคุณพอปะติดปะต่อเื่ราวต่อจากนั้นได้พวกนั้นหมายถึงเขา คนที่เป็แฟนพริมา คนที่พวกนั้นถามหล่อน
“ดีแล้วพวกนั้นจะได้ไม่มาตอแยให้น่ารำคาญ” พริมาหันมาเลิกคิ้ว นพคุณกระแอมเบาๆ
“มองอะไร?...เอ้า!นี่อาหารปลาของเธอ”
“แต่ลูกแก้วยังไม่มีแฟนนะ ความจริงก็ไม่อยากโกหกที่โรงเรียนก็ชอบมีคนมาถาม แต่ส่วนใหญ่ปลาทูจะเป็คนตอบ” สาวน้อยรับเอาอาหารปลาจากเขามาแกะหล่อนลุกขึ้นยืนและเดินขยับเปลี่ยนไปนั่งให้อาหารปลาอีกมุมหนึ่ง นพคุณลุกตามไปเขาเคยได้ยินพวกเด็กผู้ชายในห้องพูดถึงพริมาอยู่เหมือนกัน ดูเหมือนพริมาเริ่มจะโตเป็สาวแล้วและเริ่มเป็ที่สนใจไม่น้อยทีเดียว แต่เขาไม่รู้ว่าหล่อนสนใจใครเป็พิเศษหรือเปล่า
“แล้วเพื่อนเธอ...เอ่อ...ปลาทูตอบไปว่ายังไง?” พริมาหันมายิ้ม หัวใจนพคุณกระตุกวาบ เขาไม่ชอบรอยยิ้มนี้...มันทำให้เขาควบคุมตัวเองไม่ได้
“พี่คุณก็ไปถามปลาทูสิคะลูกแก้วก็ไม่รู้เหมือนกัน” นพคุณกำลังจะถามต่อว่าหล่อนจะไม่รู้ได้อย่างไรแต่พริมาเดินกลับไปทางศาลาแล้ว สาวน้อยหยุดเดินและหันมามองเขาที่ยังยืนอยู่ที่ท่าน้ำ
“พี่คุณไม่ไปเหรอคะ? จะได้เวลาพระฉันเพลแล้วค่ะ”
“อ่อ...”นพคุณแปลกใจ...พริมาหัดต่อปากต่อคำเก่งขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่กันนะ? พวกเขาเดินกลับไปนั่งในศาลาคนเยอะมากกว่าเดิม คงเป็เพราะวันนี้เป็วันหยุดคนจึงมาวัดกันมากกว่าวันปกติ
“พ่อขอให้คุณมีความสุขมากๆนะ คิดอะไรก็ขอให้สมปรารถนา คำอวยพรอาจจะเชยไปหน่อยแต่ก็ครอบคลุมที่สุดแล้วล่ะ”คุณนพรักษ์หันมาบอกลูกชาย
“แล้วคุณก็อุทิศส่วนกุศลให้แม่เค้าด้วยนะลูก”
“ครับ”นพคุณหันไปยิ้มให้บิดาเขาสังเกตเห็นอาหารที่เอามาทำบุญวันนี้ส่วนใหญ่เป็ของชอบของคุณอารีทั้งนั้นและส่วนใหญ่พริมากับภารดีเป็คนทำทั้งหมด เขาคิดว่าพ่อน่าจะเป็คนบอกว่าแม่เขาชอบอะไรบ้างอย่างน้อยวันนี้วันเกิดเขานอกจากเขาจะมีความสุขแล้วก็หวังว่าแม่เขาจะรับรู้และมีความสุขด้วยเหมือนกัน