ท่านเนเรนและเชนมุ่งหน้าไปยังบ้านพันสาพี่สาวของพันนาเชนถึงกับหน้าถอดสีเมื่อรู้ว่าพันนายังมาไม่ถึง
“เป็ไปได้อย่างไร!”
“ม้าลากรถย่อมช้ากว่า” ท่านเนเรนให้เหตุผลแต่เหมือนไม่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดีขึ้น
“แล้วทำไมระหว่างทางถึงไม่เจอพวกเขาเลยล่ะท่าน”
“คงคนละทางกัน มีใครมาด้วยบ้าง”
“ทิวลมอาสาบังคับม้าให้”
“อย่างนั้นไม่น่าห่วง ฝีมือดีอยู่” แม้เชนจะดูสงบลงแต่ดวงตายังแฝงความวิตกเด่นชัด
มือหนาเอื้อมไปประกบบ่าคนไม่เป็สุขคล้ายส่งกำลังใจก่อนลุกจากเก้าอี้ตรงไปยังหน้าต่างที่เปิดกว้างรับลมยามเย็นพลันเหลือบเห็นขบวนคาราวานอยู่ลิบๆ จึงหันมาถาม
“พ่อค้าชาเลมาที่นี่หรือ”
“มาได้ราวห้าหกวันแล้วท่าน ได้ยินว่าจะเลยไปหมู่บ้านชนแดน” พันสาซึ่งยกเครื่องรับรองเข้ามาทันได้ตอบคำถามพอดีนี่ละนะที่เขาว่า..สายตานักปกครอง แม้เพียงเล็กน้อยก็มิอาจเล็ดลอด
ระหว่างทางม้าลากรถที่นาตาลีนั่งมาเกิดเื่วุ่นวายขึ้น เมื่อพันนามีอาการเจ็บท้องหนักเธอสงสัยว่าจะคลอดก่อนกำหนด ทำให้ต้องหยุดเดินทางกะทันหัน
เธอพยายามหาทางออกที่ดีที่สุดใน่เวลาคับขันเพราะทิวลมเองก็ดูตื่นเต้นไม่น้อย
“ป่าไผ่กับริมน้ำ ไปที่ไหนใกล้สุด”
“พอๆ กัน..นี่มันครึ่งทางพอดี” นาตาลีกรอกตาสูง
โธ่! ให้มันได้อย่างนี้สิ
“งั้น ไปตามหมอที่ป่าไผ่มาที่นี่เร็วที่สุดเลย” ทิวลมทำหน้างง
“หมอ?”
“ใครก็ได้ที่ช่วยพันนาได้น่ะ” เธอเข้าใจว่าคนที่นี่อาจไม่ใช้คำว่า‘หมอ’ เรียกคนที่รู้จักวิชาแพทย์ในการรักษาคนอื่นแต่การที่อีกฝ่ายควบม้าออกไปอย่างรวดเร็วก็เป็สิ่งยืนยันได้ว่า ‘คงเข้าใจ’
นาตาลีเข้ามาดูแลพันนาที่ยังร้องครวญครางด้วยความเ็ปเธอบอกให้มาคินนำของออกจากพื้นที่ในรถให้หมด และขอผ้าห่มหนาๆ ปูรองพื้นอีกที
“แม่ข้าจะเป็อะไรไหมพี่”
“ไม่เป็ไรหรอก คอยอยู่ใกล้ๆ แม่ไว้ละกัน” เด็กชายพยักหน้ารับ
ระหว่างทางทิวลมพบกับขบวนคาราวานของชาเลโดยบังเอิญจึงบอกว่าพันนาเจ็บท้องหนักอยู่กลางทางภรรยาของชาเลซึ่งสนิทกันดีกับพันนาอาสาไปช่วยทำคลอดก่อน ส่วนทิวลมเดินทางต่อเพื่อเข้าหมู่บ้านป่าไผ่ไปตามนักยาโดยไม่ได้แวะบอกใคร
เหตุการณ์วุ่นวายคลี่คลายลงเมื่อนักยามาทันเวลาอีกทั้งได้รับการช่วยเหลือจากคาราวานของชาเลอีกแรงเด็กน้อยคลอดออกมาง่ายดายตามวิถีธรรมชาติ เด็กทารกเพศหญิงสมบูรณ์แข็งแรง หน้าตาจิ้มลิ้มอ้าปากร้องลั่นสร้างความดีใจให้กับทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนาตาลีที่อดหลับอดนอนจากการรอพบมายาแถมต้องเจอเื่ตื่นเต้นไม่หยุดหย่อน
‘นักยา’ คือศัพท์ของคนที่นี่ที่ใช้เรียกหมอเธอสังเกตจากการสนทนาของทิวลม และพยายามเก็บรายละเอียดศัพท์แสงของคนที่นี่ไว้ให้มากที่สุด
นับเป็ครั้งแรกที่ได้อยู่ในเหตุการณ์การกำเนิดชีวิตช่างน่าภูมิใจและซาบซึ้งจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ จู่ๆ ร่างกายเบาหวิวขึ้นมาฉับพลัน
สองคณะเตรียมตัวแยกย้ายกันไป หญิงสาวแลเห็นกระเป๋าเป้ของตัวเองอยู่บนรถคาราวานของพ่อค้าชาเลจึงคิดได้ว่าคงเป็ตอนที่บอกให้มาคินเคลียร์พื้นที่ในรถจนทำให้ข้าวของปนเปกัน
นาตาลีรีบะโลงจากม้าลากรถหวังคว้ากระเป๋าคืนมาแต่พอดีกับที่ขบวนคาราวานเริ่มเคลื่อนตัวจึงทำให้คนร่างเล็กเสียหลักหัวกระแทกของที่บรรทุกมาฟุบนิ่งอยู่ท้ายรถนั่นเอง
นักยาคอยดูแลพันนา โดยมีมาคินคอยอุ้มน้องอยู่ใกล้ๆ กว่าจะได้เงยหน้ามาเพื่อพบว่าใครอีกคนหายตัวไปแล้วก็เกือบพักใหญ่เด็กชายรีบะโบอกทิวลมว่าพี่สาวไม่ได้อยู่ด้วย ไม่รู้ว่าหายไปตอนไหนครั้นจะกลับไปหาก็ใช่ที่เพราะนักยาแย้งว่าควรรีบไปหมู่บ้านป่าไผ่ก่อนดีกว่าส่วนพี่สาวค่อยให้ทิวลมกลับมารับทีหลัง
มาคินจึงได้แต่ชะเง้อคอยาวมองตามทางลิบๆ จนลับตา
ดวงตะวันเคลื่อนคล้อยจวนลับขอบฟ้า ทางด้านเชนและพันสาต่างเฝ้ารอการมาของพันนาด้วยความร้อนใจพลันลิงโลดเมื่อได้ยินเสียงทิวลมโหวกเหวกมาแต่ไกล
“น้าพันสา! น้าพันสา!อยู่หรือเปล่า” เชนถลาไปก่อนใคร แต่ยังไม่ทันได้คาดคั้นอะไร ทิวลมก็บอกให้รีบไปดูพันนากับลูกๆก่อนแล้วค่อยคุยกัน
เชนรับฟังเื่ราวทั้งหมดอย่างชั่งใจ ‘นาตาลีช่วยเหลือครอบครัวของตน’ ส่วนลึกนึกขอบคุณ แต่ส่วนที่โดดเด่นกว่าคือนางยังเป็หญิงแปลกหน้าที่ไม่ควรไว้ใจอยู่ดี
“ท่านเนเรนล่ะ” ทิวลมเปลี่ยนเื่เมื่ออีกฝ่ายทำท่าว่าคิดไม่ตก
“ไปหาผู้นำหมู่บ้าน อีกเดี๋ยวคงกลับมา” เชนเหลือบมองภรรยาและลูกๆแวบหนึ่งก่อนหันมาถามหานาตาลี ทำทิวลมสะอึกเฮือกเพราะเพิ่งนึกได้ว่า ‘พลัดหลงกัน’
พอคิดว่าควรออกตามหาก็พอดีกับที่ท่านแม่ทัพกลับเข้ามาเชนจึงอาสาเล่าเื่ทั้งหมดอย่างรู้งาน
ท่านเนเรนหันมาถาม “แล้วนางอยู่ไหน”
“คลาดกันตอนมาที่นี่น่ะท่าน ข้ากำลังจะออกไปตามอยู่พอดี” ทิวลมชิงตอบเพราะนี่เป็เื่สุดท้ายที่ยังไม่ได้เล่าให้เชนฟัง ท่านเนเรนเหลือบตามองผ่านม่านความมืดออกไปด้านนอก
“เ้าไปตอนนี้ก็อันตรายมากนะ อีกอย่างนางอาจจะไม่อยู่ที่นั่นแล้ว”
“ข้าเองก็ไม่รู้เสียด้วยว่านางหายไปั้แ่เมื่อไหร่ เลยอยากไปดูให้แน่ใจ ถ้าเจอจะพามาส่งที่นี่แต่ถ้าไม่ข้าก็จะกลับหมู่บ้านริมน้ำ”
“นางคงเอาตัวรอดได้ล่ะมั้ง”ท่านหยั่งเชิงให้คนที่ออกอาการ ‘เป็ห่วง’ คนอื่นจนผิดวิสัยได้หลุดปากค้านแทบทันที
“แต่หญิงงามตัวบอบบางแค่นั้น..ถึงจะเก่งกาจเพียงใด หากปล่อยไว้กลางค่ำกลางคืนใกล้ป่ารกทึบแถบนั้นมันก็น่าห่วงนะท่าน” คนฟังหรี่ตามองอย่างเห็นแจ้ง
หญิงงาม มิน่า!
เชนอดค่อนแคะด้วยไม่ค่อยไว้ใจอยู่เป็ทุนเดิมไม่ได้
“มาด้วยกันแท้ๆ พอจะแยกย้ายไปที่อื่นก็น่าจะบอกกัน ไม่ใช่หายไปเฉยๆ อย่างนี้ยิ่งแปลกคนอยู่ด้วย”
“โธ่! น้า ก็ข้าบอกแล้วไงว่าคลาดกันรู้ล่วงหน้าที่ไหน”
“เรอะ! ทีอย่างนี้ล่ะทำรู้ดีจงใจกับบังเอิญน่ะมันต่างกันนะทิวลม”
“น้าคิดมากไปหรือเปล่า ทั้งที่..“มือใหญ่รีบยกให้ยุติ
นี่ขนาดเ้าตัวไม่อยู่ยังทำคนเถียงกันได้ไม่เลิก
“เอาล่ะ มัวโต้กันอยู่ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร ทิวลมไปกับข้า” พลางหันมาทางเชน “ไม่ว่าจะเจอหรือไม่ พวกข้าก็จะกลับหมู่บ้านริมน้ำเ้าไม่ต้องรอ” เชนพยักหน้ารับ
“อ่อ..ยินดีด้วย ได้ลูกสาวสมใจ”