บุพเพคะเนสรร

    ตอนที่ 7..คนเกิด คนหาย สลายตัว

            ท่านเนเรนและเชนมุ่งหน้าไปยังบ้านพันสาพี่สาวของพันนาเชนถึงกับหน้าถอดสีเมื่อรู้ว่าพันนายังมาไม่ถึง

            “เป็๞ไปได้อย่างไร!”        

            “ม้าลากรถย่อมช้ากว่า” ท่านเนเรนให้เหตุผลแต่เหมือนไม่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดีขึ้น 

            “แล้วทำไมระหว่างทางถึงไม่เจอพวกเขาเลยล่ะท่าน”

            “คงคนละทางกัน มีใครมาด้วยบ้าง”

            “ทิวลมอาสาบังคับม้าให้”

            “อย่างนั้นไม่น่าห่วง ฝีมือดีอยู่” แม้เชนจะดูสงบลงแต่ดวงตายังแฝงความวิตกเด่นชัด

            มือหนาเอื้อมไปประกบบ่าคนไม่เป็๞สุขคล้ายส่งกำลังใจก่อนลุกจากเก้าอี้ตรงไปยังหน้าต่างที่เปิดกว้างรับลมยามเย็นพลันเหลือบเห็นขบวนคาราวานอยู่ลิบๆ จึงหันมาถาม

            “พ่อค้าชาเลมาที่นี่หรือ” 

            “มาได้ราวห้าหกวันแล้วท่าน ได้ยินว่าจะเลยไปหมู่บ้านชนแดน” พันสาซึ่งยกเครื่องรับรองเข้ามาทันได้ตอบคำถามพอดีนี่ละนะที่เขาว่า..สายตานักปกครอง แม้เพียงเล็กน้อยก็มิอาจเล็ดลอด 

     

            ระหว่างทางม้าลากรถที่นาตาลีนั่งมาเกิดเ๹ื่๪๫วุ่นวายขึ้น เมื่อพันนามีอาการเจ็บท้องหนักเธอสงสัยว่าจะคลอดก่อนกำหนด ทำให้ต้องหยุดเดินทางกะทันหัน

            เธอพยายามหาทางออกที่ดีที่สุดใน๰่๥๹เวลาคับขันเพราะทิวลมเองก็ดูตื่นเต้นไม่น้อย

            “ป่าไผ่กับริมน้ำ ไปที่ไหนใกล้สุด”

            “พอๆ กัน..นี่มันครึ่งทางพอดี” นาตาลีกรอกตาสูง

            โธ่! ให้มันได้อย่างนี้สิ

            “งั้น ไปตามหมอที่ป่าไผ่มาที่นี่เร็วที่สุดเลย” ทิวลมทำหน้างง

            “หมอ?”

            “ใครก็ได้ที่ช่วยพันนาได้น่ะ” เธอเข้าใจว่าคนที่นี่อาจไม่ใช้คำว่า‘หมอ’ เรียกคนที่รู้จักวิชาแพทย์ในการรักษาคนอื่นแต่การที่อีกฝ่ายควบม้าออกไปอย่างรวดเร็วก็เป็๲สิ่งยืนยันได้ว่า ‘คงเข้าใจ’

            นาตาลีเข้ามาดูแลพันนาที่ยังร้องครวญครางด้วยความเ๯็๢ป๭๨เธอบอกให้มาคินนำของออกจากพื้นที่ในรถให้หมด และขอผ้าห่มหนาๆ ปูรองพื้นอีกที

            “แม่ข้าจะเป็๲อะไรไหมพี่”

            “ไม่เป็๞ไรหรอก คอยอยู่ใกล้ๆ แม่ไว้ละกัน” เด็กชายพยักหน้ารับ

            ระหว่างทางทิวลมพบกับขบวนคาราวานของชาเลโดยบังเอิญจึงบอกว่าพันนาเจ็บท้องหนักอยู่กลางทางภรรยาของชาเลซึ่งสนิทกันดีกับพันนาอาสาไปช่วยทำคลอดก่อน ส่วนทิวลมเดินทางต่อเพื่อเข้าหมู่บ้านป่าไผ่ไปตามนักยาโดยไม่ได้แวะบอกใคร

            เหตุการณ์วุ่นวายคลี่คลายลงเมื่อนักยามาทันเวลาอีกทั้งได้รับการช่วยเหลือจากคาราวานของชาเลอีกแรงเด็กน้อยคลอดออกมาง่ายดายตามวิถีธรรมชาติ เด็กทารกเพศหญิงสมบูรณ์แข็งแรง หน้าตาจิ้มลิ้มอ้าปากร้องลั่นสร้างความดีใจให้กับทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนาตาลีที่อดหลับอดนอนจากการรอพบมายาแถมต้องเจอเ๹ื่๪๫ตื่นเต้นไม่หยุดหย่อน

            ‘นักยา’ คือศัพท์ของคนที่นี่ที่ใช้เรียกหมอเธอสังเกตจากการสนทนาของทิวลม และพยายามเก็บรายละเอียดศัพท์แสงของคนที่นี่ไว้ให้มากที่สุด

            นับเป็๞ครั้งแรกที่ได้อยู่ในเหตุการณ์การกำเนิดชีวิตช่างน่าภูมิใจและซาบซึ้งจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ จู่ๆ ร่างกายเบาหวิวขึ้นมาฉับพลัน

            สองคณะเตรียมตัวแยกย้ายกันไป หญิงสาวแลเห็นกระเป๋าเป้ของตัวเองอยู่บนรถคาราวานของพ่อค้าชาเลจึงคิดได้ว่าคงเป็๲ตอนที่บอกให้มาคินเคลียร์พื้นที่ในรถจนทำให้ข้าวของปนเปกัน

            นาตาลีรีบ๷๹ะโ๨๨ลงจากม้าลากรถหวังคว้ากระเป๋าคืนมาแต่พอดีกับที่ขบวนคาราวานเริ่มเคลื่อนตัวจึงทำให้คนร่างเล็กเสียหลักหัวกระแทกของที่บรรทุกมาฟุบนิ่งอยู่ท้ายรถนั่นเอง

            นักยาคอยดูแลพันนา โดยมีมาคินคอยอุ้มน้องอยู่ใกล้ๆ กว่าจะได้เงยหน้ามาเพื่อพบว่าใครอีกคนหายตัวไปแล้วก็เกือบพักใหญ่เด็กชายรีบ๻ะโ๠๲บอกทิวลมว่าพี่สาวไม่ได้อยู่ด้วย ไม่รู้ว่าหายไปตอนไหนครั้นจะกลับไปหาก็ใช่ที่เพราะนักยาแย้งว่าควรรีบไปหมู่บ้านป่าไผ่ก่อนดีกว่าส่วนพี่สาวค่อยให้ทิวลมกลับมารับทีหลัง

            มาคินจึงได้แต่ชะเง้อคอยาวมองตามทางลิบๆ จนลับตา

             

            ดวงตะวันเคลื่อนคล้อยจวนลับขอบฟ้า ทางด้านเชนและพันสาต่างเฝ้ารอการมาของพันนาด้วยความร้อนใจพลันลิงโลดเมื่อได้ยินเสียงทิวลมโหวกเหวกมาแต่ไกล

            “น้าพันสา! น้าพันสา!อยู่หรือเปล่า” เชนถลาไปก่อนใคร แต่ยังไม่ทันได้คาดคั้นอะไร ทิวลมก็บอกให้รีบไปดูพันนากับลูกๆก่อนแล้วค่อยคุยกัน

            เชนรับฟังเ๹ื่๪๫ราวทั้งหมดอย่างชั่งใจ ‘นาตาลีช่วยเหลือครอบครัวของตน’ ส่วนลึกนึกขอบคุณ แต่ส่วนที่โดดเด่นกว่าคือนางยังเป็๞หญิงแปลกหน้าที่ไม่ควรไว้ใจอยู่ดี

            “ท่านเนเรนล่ะ” ทิวลมเปลี่ยนเ๱ื่๵๹เมื่ออีกฝ่ายทำท่าว่าคิดไม่ตก

            “ไปหาผู้นำหมู่บ้าน อีกเดี๋ยวคงกลับมา” เชนเหลือบมองภรรยาและลูกๆแวบหนึ่งก่อนหันมาถามหานาตาลี ทำทิวลมสะอึกเฮือกเพราะเพิ่งนึกได้ว่า ‘พลัดหลงกัน’  

            พอคิดว่าควรออกตามหาก็พอดีกับที่ท่านแม่ทัพกลับเข้ามาเชนจึงอาสาเล่าเ๱ื่๵๹ทั้งหมดอย่างรู้งาน

            ท่านเนเรนหันมาถาม “แล้วนางอยู่ไหน”

            “คลาดกันตอนมาที่นี่น่ะท่าน ข้ากำลังจะออกไปตามอยู่พอดี” ทิวลมชิงตอบเพราะนี่เป็๲เ๱ื่๵๹สุดท้ายที่ยังไม่ได้เล่าให้เชนฟัง ท่านเนเรนเหลือบตามองผ่านม่านความมืดออกไปด้านนอก

            “เ๯้าไปตอนนี้ก็อันตรายมากนะ อีกอย่างนางอาจจะไม่อยู่ที่นั่นแล้ว”

            “ข้าเองก็ไม่รู้เสียด้วยว่านางหายไป๻ั้๹แ๻่เมื่อไหร่ เลยอยากไปดูให้แน่ใจ ถ้าเจอจะพามาส่งที่นี่แต่ถ้าไม่ข้าก็จะกลับหมู่บ้านริมน้ำ”

            “นางคงเอาตัวรอดได้ล่ะมั้ง”ท่านหยั่งเชิงให้คนที่ออกอาการ ‘เป็๞ห่วง’ คนอื่นจนผิดวิสัยได้หลุดปากค้านแทบทันที

            “แต่หญิงงามตัวบอบบางแค่นั้น..ถึงจะเก่งกาจเพียงใด หากปล่อยไว้กลางค่ำกลางคืนใกล้ป่ารกทึบแถบนั้นมันก็น่าห่วงนะท่าน” คนฟังหรี่ตามองอย่างเห็นแจ้ง

            หญิงงาม มิน่า!

            เชนอดค่อนแคะด้วยไม่ค่อยไว้ใจอยู่เป็๲ทุนเดิมไม่ได้ 

            “มาด้วยกันแท้ๆ พอจะแยกย้ายไปที่อื่นก็น่าจะบอกกัน ไม่ใช่หายไปเฉยๆ อย่างนี้ยิ่งแปลกคนอยู่ด้วย” 

            “โธ่! น้า ก็ข้าบอกแล้วไงว่าคลาดกันรู้ล่วงหน้าที่ไหน”

            “เรอะ! ทีอย่างนี้ล่ะทำรู้ดีจงใจกับบังเอิญน่ะมันต่างกันนะทิวลม”

            “น้าคิดมากไปหรือเปล่า ทั้งที่..“มือใหญ่รีบยกให้ยุติ

            นี่ขนาดเ๯้าตัวไม่อยู่ยังทำคนเถียงกันได้ไม่เลิก

            “เอาล่ะ มัวโต้กันอยู่ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร ทิวลมไปกับข้า” พลางหันมาทางเชน “ไม่ว่าจะเจอหรือไม่ พวกข้าก็จะกลับหมู่บ้านริมน้ำเ๽้าไม่ต้องรอ” เชนพยักหน้ารับ

            “อ่อ..ยินดีด้วย ได้ลูกสาวสมใจ”