อาหารเย็นบ้านรองกินเป็ดย่างน้ำแดงมีผัดผักอีกสองจานข้าวสวยร้อนๆและแป้งจี่ที่เอาไว้ห่อผักกับเป็ดย่างกิน ถ้าเป็เมื่อก่อนต่อให้แค่คิดถึงเป็ดย่างว่ารสชาติเป็ยังไงคนบ้านรองซ่งก็คงไม่มีทางที่จะคิดออก
อย่าว่าแต่คิดแม้แต่แอบฝันยังไม่กล้า อย่างดีที่สุดคือโจ้กข้นๆกับผัดผักใส่น้ำมันหมูแค่นี้ก็เป็สุดยอดอาหารในขณะนั้นแล้ว แต่ในความเป็จริงคือในแต่ละมื้ออาหารไม่ซ่งอันหลินก็ต้องเป็หลิวหงหรือไม่ก็เป็ซ่งซิ่วหลันที่ต้องโดนหาเื่โจมตี เพื่อไล่ออกมาจากโต๊ะอาหาร สาเหตุก็เพราะเปลืองข้าว
แต่ตอนนี้แค่เดือนกว่าๆเกือบสองเดือนั้แ่ที่ซ่งอันหลินฟื้นจากความตายในครั้งนั้น ชีวิตของครอบครัวรองก็พลิกจากหลังมือเป็หน้ามือพลิกจากก้นเหวเป็ขอบฟ้าสีทอง ไม่รู้เทพเ้าองค์ไหนอวยชัยถึงได้เจอแต่ความโชคดีไม่เว้นแต่ละวัน
ที่แน่ๆครอบครัวซ่งต่างก็มั่นใจว่าที่ชีวิตบ้านรองซ่งพลิกหงายทยานขึ้นสู่ท้องฟ้านั้น เป็เพราะิญญาของปู่ซ่งที่เป็หัวหน้าเมืองนรกเป็ผู้ดลบันดาลแน่นอน ไม่ต้องให้ใครมาเป่าหูหรือสร้างวาทะกรรมเพื่อหลอกลวงให้งมงายเื่ไสยศาสตร์และศักดินาแต่เป็เพราะสองตาสองหูของพวกเขาเองที่พบเจอิญญาปู่ซ่งมากับตาจึงเชื่ออย่างสนิทใจ
แต่จะให้ไปป่าวประกาศให้ชาวบ้านรู้นั้นไม่ใช่วิธีของคนฉลาดเพราะทางการกวดขันเื่ลัทธิไสยศาตร์ศักดินาแบบเก่าและภูติผีขนาดนั้นมีเหรอที่คนงมงายและต้นตอจะไม่โดนรับโทษ
สะใภ้ใหญ่จึงได้แต่อดกลั้นกับความอยุติธรรมของิญญาพ่อสามี จะฟูมฟายด่าทอก็กลัวจะโดนพาไปนรกจะยินยอมในโชคชะตาก็ไม่ได้ ความอัดอั้นในใจที่สุมในหัวอกเหมือนเพลิงกองใหญ่ที่เผาไหม้ในใจดังเปรี๊ยะๆ
บ้านรองซ่งใช้เวลากินข้าวเย็นไม่ถึง15นาทีก็เสร็จ เด็กตะกละซ่งตงกั่วกินอิ่มจนเรอออกมา เขาเอามือลูบท้องที่กลมดิกของตนยิ้มอย่าง อายๆแล้วพูดว่า “กินอิ่มแล้วเราไปกันเถอะครับอารอง ย่าให้เรียกอารองกับอาสะใภ้ไปหา”
ซ่งเอ้อเฉินเหลือบมองจานเป็ดย่างที่สะอาดเอี่ยมหมดจดด้วยความละอายใจ ตอนแรกถ้าเก็บเป็ดย่างไว้ให้แม่ตนเองสักจานน่าจะดีแต่กินหมดแล้วก็แล้วไปเถิด
ซ่งอันหลินรู้ใจของพ่อยอดกตัญญูของเธอเป็อย่างดีจึงบอกไปว่า “พ่อลูกซื้อมาอีกตัวกะว่าจะเอาไปฝากบ้านย่าเก็บไว้ในห้องเดี๋ยวลูกเดินไปหยิบมาให้”
ซ่งเอ้อเฉินยิ้มอย่างยินดีเสี่ยวหลินของเขาดีที่สุดรู้ใจพ่อไปเสียทุกเื่เป็เด็กกตัญญูมาก เสียแต่ว่าไม่ใช่เด็กผู้ชายไม่อย่างงั้นเขาคงนอนตาหลับ
ซ่งอันหลินเห็นแววตาของพ่อตัวเองทำไมจะดูไม่่ออก เธอได้แต่กรอกตาแล้วบ่นในใจ “..”น่าจะแนะนำให้กระทรวงวัฒนธรรมได้รู้ว่ามีลูกกตัญญูโง่ๆอยู่หมู่บ้านต้าเจี่ยหนึ่งอัตราเผื่อจะได้โล่เชิดชูเกียรติมาแลกข้าวกินบ้าง
…
ส่วนทางบ้านใหญ่เพราะสะใภ้ใหญ่มัวแต่ดราม่าร้องไห้ตีอกชกตัว ไหนเลยจะมีอารมณ์หุงหาอาหารให้กับครอบครัว จนโดนสามีตะคอกใส่เลยรีบไปต้มโจ้กใส่มันเทศอย่างง่ายๆ แล้วก็มีผัดกุ้ยช่ายผัดไข่และใบมันเทศผัดน้ำมันอีกหนึ่งจาน อาหารจานเนื้อที่เคยได้กินมาตอนนี้เหลือแค่ผัดผักสองจานทำเอาซ่งต้าเกินหน้าดำคร่ำเครียด
“อาหารคนหรืออาหารหมูกันแน่ แม่ทำไมไม่ทำอาหารจานเนื้อสักอย่างล่ะครับ”
ปกติที่ผ่านมาซ่งต้าเกินคือสิ่งมีีีค่าของบ้านคือความหวังคือแสงสว่างแห่งวันใหม่ของตระกูลซ่ง ทรัพยากรของบ้านส่วนใหญ่จึงถูกทุ่มเทไปที่เขา พอมาวันนี้วันที่ย้ายกลับมาอยู่บ้านเพราะถูกไล่ออกจากงานแล้วมาเจอกับอาหารปกติที่ครอบครัวซ่งกินกันเขาถึงกับบ่นว่าเป็อาหารหมู
สะใภ้ใหญ่เหลือบตามองไปที่ย่าซ่งแล่วพูดว่า “กินไปก่อนเถอะเสี่ยวเกิน ไว้พรุ่งนี้แม่จะไปดูเนื้อที่บ้านเหล่าตงให้” ย่าซ่งทำเป็ไม่ได้ยินที่แม่ลูกพูดกันแต่สายตาที่มองจานอาหารมีความซับซ้อนปนความละอายใจ
อาหารเหล่านี้ถ้าเป็เมื่อก่อนตอนที่บ้านรองอยู่ถือว่าเป็อาหารที่ดีที่สุดทั้งๆที่บ้านรองทำงานแลกแต้มได้ทั้งบ้านเกือบ13แต้มแม้แต่เสี่ยวหลันที่อายุน้อยกว่าเสี่ยวตงกั่วยังได้ตั้ง2แต้มไม่นับงานบ้านหาอาหารไก่และหญ้าให้หมูที่เสี่ยวหลินเป็คนทำ บ้านรองไม่แม้แต่จะบ่นว่ากับข้าวที่กินคืออาหารหมู
ย่าซ่งสะท้อนใจกับความฟั่นเฟือนหลงผิดของตนเองที่ผ่านมากว่าจะรู้ซึ้งและสำนึกได้ก็แทบสายเกินไป ครอบครัวใหญ่เห็นแก่ตัวก็เพราะเป็เธอเองที่ปลูกฝังมาแต่แรก หลานสาวคนโตของเธอเกือบตายเพราะโดนเธอทุบตีทั้งๆที่ตอนที่ยายแก่แบบเธอไม่สบายคนที่ดูแลคือเสี่ยวหลิน
เธอเชื่อคำทำนายของซินแสลวงโลกผู้นั้นได้ยังไงกัน ั้แ่เด็กเป็เ้ารองกับเฒ่าซ่งที่ทำงานหนักหาเงินมาเลี้ยงเธอและเ้าใหญ่ พอเ้ารองมีครอบครัวก็เป็ครอบครัวเ้ารองอีกนั่นแหละที่ทำงานเลี้ยงดูครอบครัวเ้าใหญ่
แต่ความอยุติธรรมที่ผ่านมาของครอบครัวเ้ารองแม้แต่นรกยังเห็นใจ ฮือๆ…หญิงชรายิ่งคิดถึงเื่ที่ผ่านมาน้ำตาก็ไหลออกมา
“แม่.. แม่เป็อะไรไปครับน้ำตาไหลใส่จานข้าวหมดแล้ว ใครทำอะไรแม่เจ็บตรงๆไหนไม่สบายรึเปล่าครับ”
เสียงของต้าฉางดังเรียกสติของย่าซ่ง หญิงชราเช็ดน้ำตาปรอยๆอาหารที่กินไปก็เหมือนกินดินกินทรายไร้รสชาติ เพราะมีเื่ทุกข์ใจและเสียใจกับความฟั่นเฟือนของตนเองในอดีต
สะใภ้ใหญ่เห็นแม่สามีน้ำตาไหลและมีสีหน้าเศร้าซึมแบบนั้นก็เข้าใจไปว่า “ไอ่โหย่ว..แม่สามีคงสงสารหลานชายคนโตสินะ ถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาเพราะทนไม่ได้ที่เสี่ยวเกิน กินอาหารพื้นๆแบบนี้ใช่ไหมคะโถ่ๆคุณแม่สามี”
“หุบปาก ใครใช้ให้หล่อนเดามั่วซั่ว” เสียงตวาดแว๊ดเพราะหมดความอดทนกับสะใภ้ที่ตนเคยเอ็นดูและลำเอียงให้ดังจากปากย่าซ่ง ทำเอาสะใภ้ใหญ่ทำหน้าตาใทำหน้าเหลอหลา
ต้าฉางผู้เป็สามีเห็นแม่ตนดุเมียตัวเองถึงกับงงงัน แม่เป็อะไรไปนะปกติร้อยวันพันปีเห็นเข้ากันกับภรรยาตนเองเป็ปี่เป็ขลุ่ยทำไมวันนี้ถึงชักสีหน้าและอารมณ์เสียใส่แบบนี้กันนะ
ทุกคนบนโต๊ะอาหารเงียบกริบ ไม่กล้าขยับตัวแรงเพราะกลัวโดนลูกหลง
“แกก็เหมือนกันต้าฉางรู้จักอบรมลูกเมียแกซะบ้าง วันๆเอาแต่ี้เีเพ้อเจ้อรักสบาย แบบนี้อีกหน่อยจะฝากผีฝากไข้ได้ยังไง ทำงานไม่เท่าไหร่ก็โดนไล่ออกยังไม่สำนึกว่าไม่มีจะกิน จะเอาเงินที่ไหนมาซื้อเนื้อซื้อหมูกินกันหนักหนา”
ซ่งต้าเกินอ้าปากค้าง ที่แม่กล่าวมามันก็ใช่ลูกผู้ชายไม่ควรสนใจแต่เื่กิน แต่มันแปลกที่ตรงไหนกันทำไมเขารู้สึกว่าแม่ของเขาไม่เหมือนเดิม ครั้นจะอ้าปากพูดแทนลูกชายคนโตก็ไม่รู้จะเอาอะไรมาพูด แต่ครั้นจะยอมรับก็รู้สึกว่ามันแปลกๆ
จึงได้แต่อ้าปากค้างอยู่อย่างงั้น …