ณ มุมหนึ่งของเกาะนิปโป
มารโลกีย์และเจไดมวยใหญ่ กำลังนั่งเคียงข้างกันอยู่ในพุ่มกกสูง ริมแม่น้ำเล็ก ๆ สายหนึ่ง เนื่องจากพวกเขาสวมใส่ชุดฟางทั้งตัว จึงดูกลมกลืนไปกับกอกกแห้งเหี่ยว แม้สีผมของเจไดจะเป็สีเขียว แต่เมื่ออยู่ในสถานการณ์นี้ ก็นับว่าไม่ผิดแปลก
“เจได ขอกินปลาปิ้งหน่อย”
ภูผาหรือมารโลกีย์ถาม โดยที่มือยังไม่หยุดกะเทาะหินให้เป็มีดหิน ต่อให้นั่งพักเขาก็ต้องปั๊มเวลทำอาวุธไปด้วย
“หมดแล้วพี่”
เจไดมวยใหญ่เองก็ไม่ได้นั่งเฉย ๆ เช่นกัน เขาก็นำมีดหินหยาบ ๆ ของมารโลกีย์มาตัดต้นกกไปพลาง ๆ ระหว่างรอเทพบุตรหื่นกาม แม้การตัดต้นกกจะไม่ใช่อาชีพหลักของเขา แต่เขาก็ต้องช่วยหาวัตถุดิบสำหรับทำชุดให้คนอื่น ๆ ด้วย
“ไรวะ พลังงานจะหมดแล้ว”
“ผมก็หิวพี่ แต่ปลายังไม่เกิด หอยก็หมด”
“โธ่ กูชอบกินหอยซะด้วย ฮิฮิ”
มารโลกีย์แกล้งทำท่าเลียริมฝีปาก ทำให้เจไดถึงกับหลุดหัวเราะ
“ไว้ผมจะหามาให้ เอาหอยตัวใหญ่ ๆ เลยเนาะ ฮ่า ๆ ๆ เออ ว่าแต่ทำไมพี่ม่อนยังไม่มาอีก”
“นั่นดิ บอกว่าจะไปเอาอาหาร แล้วก็หายไปเลย ปล่อยให้พวกเรานั่งรอ”
“คงไม่ทันละพี่ผา ดูนั่น !”
จู่ ๆ เจไดมวยใหญ่ก็ขึงขังจริงจังขึ้นมา เขาพูดเสียงกระซิบพร้อมกับชี้นิ้วมือไปอีกฟากของธารน้ำ
“มาแล้วเรอะ”
มารโลกีย์มองตามด้วยดวงตาเบิกโพลง ความตื่นเต้นทำให้ผมสีดำสลับแดงของเขาชี้โด่เด่ไปมา
ที่ตรงนั้นคือฝูงคอมพ์ซอกนาทัส ที่พากันมากินน้ำ มันเป็ไดโนเสาร์ที่มีขนาดเล็กมาก สูงจากพื้นประมาณ 30 ซม. รูปร่างคล้ายกิ้งก่าหางเรียวยาว แต่มีคอยาวกว่ากิ้งก่า และขาคู่หลังก็มีสัดส่วนใหญ่กว่าขาคู่หน้าอย่างเห็นได้ชัด ราวกับว่ามันคือจิงโจ้จิ๋วแห่งเขตพงไพร
หากไม่สังเกตดูให้ดีก็แทบจะมองไม่เห็นพวกมัน เพราะพวกมันมีิัสีเขียว มีลายสีน้ำตาลดำคาดทับกระจายไปทั่วตัว และมักจะะโหย็องแหย็ง มุดเข้าออกพงหญ้าไปมา ราวกับเป็แมลงฝูงหนึ่งเท่านั้น
“ผมเห็นมันหลายรอบละพี่ มันอยู่ประจำแถวนี้ แต่ผมฆ่าไม่ได้เลย เพราะมันอยู่กันเยอะ”
เจไดกระซิบตอบ ก่อนจะถอนมือออก แล้วตลบกอกกเข้ามาปิดบังตัวเองเหมือนเดิม
“แล้วมันจะดรอปหนังแน่เรอะ”
“แน่พี่ ผมเห็นนักล่าคนอื่นมาแล่อยู่”
เจไดพูดไปก็รู้สึกน้อยใจตัวเอง ถ้าเขาไม่มาเป็ชาวประมงซะก่อน เขาคงไปเป็นักล่าแล้ว
หากเป็อย่างนั้นแค่พวกคอมพ์ตัวกระจิ๋วหลิวพวกนี้ ไม่คณามือเขาหรอก เพราะอาชีพนักล่าจะได้เปรียบเื่การต่อสู้อยู่แล้ว ในขณะที่อาชีพชาวประมงนั้น เจไดก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าอาชีพนี้จะมีประโยชน์อะไรบ้าง
มารโลกีย์ก้มลงตรวจสอบค่าสถานะของเขา ตอนนี้เขามีพลังชีวิตเต็ม 100 % ในขณะที่เหลือพลังงานเพียง 20 %
“อืม เอางี้เราล่อมันออกมาฆ่าทีละตัว แล่หนังเก็บไว้ให้ม่อน ส่วนเนื้อก็เอามาปิ้งกินไปพลาง ๆ นู่น เราจะไปก่อกองไฟกันตรงนู้น”
“โอเคพี่”
จากนั้นทั้งสองคนก็ค่อย ๆ ย่องอ้อมข้ามลำธารไปฟากเดียวกับพวกคอมพ์ซอกนาทัส แต่ทิ้งระยะห่างไว้มากพอสมควร พวกเขาเลือกตำแหน่งที่โล่งริมน้ำ แล้วก็ช่วยกันเตรียมสถานที่ ทั้งก่อกองไฟ หาใบไม้มาทำเป็เบาะรองนั่ง สร้างเต็นท์ใบไม้ไว้เป็ที่พักชั่วคราว
“พี่ผา รอนี่นะ เดี๋ยวผมไปล่อมันมาให้”
พูดจบเจไดมวยใหญ่ก็ค่อย ๆ ย่องออกไปทางฝูงคอมพ์ซอกนาทัส ทิ้งให้มารโลกีย์นั่งพักอยู่ข้างกองไฟ
เจไดค่อย ๆ ก้มตัวเดินแหวกหญ้าไปทีละน้อย เพื่อไม่ให้พวกคอมพ์ซอกนาทัสรู้ตัว เขาไม่จำเป็ต้องรีบ เพราะพวกไดโนเสาร์ในเกมนี้มักจะอยู่ในสถานที่เกิดของมัน ถ้าไม่มีใครมาล่า มันก็จะมีจำนวนเท่าเดิมเสมอ
ฝ่ามือหนาใหญ่ ค่อย ๆ แหวกพงหญ้าออกเป็ช่องแค่พอให้สายตามองเห็น จากนั้นสองมือก็ช่วยกันง้างธนูไม้หยาบ ๆ สุดแรง ด้วยระยะห่างแค่ 3 เมตรนี้ เจไดมั่นใจว่าเขาไม่พลาดแน่นอน
หัวลูกศรไม้ส่ายไปมาเพื่อหาเหยื่อเหมาะ ๆ แล้วเจไดก็เห็นคอมพ์ซอกนาทัสตัวหนึ่ง เดินแยกออกมาจากตัวอื่น ๆ มันคงกำลังสำรวจหาอะไรกิน โดยไม่อยากแบ่งเพื่อน ๆ และนั่นจะทำให้มันถึงจุดจบ
หัวลูกศรสั่นไหวขณะที่เจไดใช้สกิลชาร์จยิง เขาต้องง้างลูกธนูค้างไว้ 5 วินาที เพื่อสร้างความเสียหายเป็ 200 % ของพลังโจมตีที่เขามี
ฟุบ ! ต่อมาลูกศรก็ปักเข้าไปที่ขาหลังของมันดังฉึก เจไดยิ้มกว้าง พลางยกมือขึ้นเสยผมตัวเองอย่างภูมิใจในตัวเอง สายตาเป็ประกายวาวด้วยความตื่นเต้น แม้เป้าหมายของเขามันจะไม่ตายคาที่ แต่เขาก็ทำให้พลังชีวิตของมันลดลงได้ 50 %
ดวงตาเท่าถั่วเขียวของมันแดงก่ำ ใบหน้าโกรธแค้นหันขวับมายังที่ซ่อนของเจไดในทันที ใครที่กล้าทำร้ายมัน มันจะไม่ปรานี สองขาหลังส่งพลังสุดฝีเท้า พุ่งะโตามเจไดไปทันที
เจไดเหยียดยิ้มซุกซน ดวงตาหรี่เล็กก่อกวนอวัยวะเบื้องล่าง ก่อนจะหันหน้าวิ่งหนีสุดฝีเท้า เพื่อล่อให้เ้าคอมพ์ซอกนาทัสอ่อนหัดวิ่งไล่ตาม ความจริงเขาจะวิ่งไปยิงไปก็ได้ แต่ในสถานการณ์ที่พลังงานเหลือน้อยเช่นนี้ เขาต้องใช้เท่าที่จำเป็
การใช้สกิลชาร์จยิง ซึ่งเป็สกิลขั้นพื้นฐานของสายอาวุธระยะไกล ใช้พลังงานไปถึง 30 หน่วย แม้จะได้ประสิทธิภาพดี แต่ตอนนี้เขาเหลือพลังงานเพียงแค่ 5 หน่วยเท่านั้น โชคดีที่การเดินและการวิ่งธรรมดาไม่ต้องใช้พลังงาน ไม่เช่นนั้นเกมนี้ก็โหดเกินไปแล้ว
“มาแล้ว มาแล้ว พี่ผา !”
เจไดร้องเรียกมารโลกีย์ แต่เมื่อเขาวิ่งทะลุพงหญ้าเข้ามา ก็เห็นแค่กองไฟที่ว่างเปล่าปราศจากคน พอเจไดหันหลังขวับไปก็เห็นคอมพ์ซอกนาทัสตาแดงก่ำ พุ่งเข้ามาในระยะประชิด ปากแหลมคมของมันอยู่ห่างจากหน้าขาของเขาแค่อ้อมมือถึง
“อ๊ากกก”
วินาทีที่เจไดมวยใหญ่ตีลังกาหนี ก็มีเงาปริศนาพุ่งออกมาจากพุ่มไม้ใกล้ ๆ เขาคือมารโลกีย์นั่นเอง
“แกตาย !”
ฉึก! หอกไม้แหลมในมือของมารโลกีย์ ปักหลังของคอมพ์ซอกนาทัส จนทะลุไปถึงช่องท้องด้านหน้า มันตายสนิทโดยไม่มีโอกาสร้องสักแอะ
“เย้!” “เยี่ยม” สองหนุ่มตีมือกันกลางอากาศด้วยความดีใจ