(นิยายแปล) แฟนใหม่ใกล้ฉัน จับมือกันสู้เซิร์ก

    ตอนที่ 6 ลงทะเบียน

            “แกอยากเรียนต่อเหรอ” คุณนายถังขมวดคิ้ว

            ในสหพันธ์หฺวาซย่า คนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะมีอิสระในการศึกษาอย่างมาก เพียงแค่สำเร็จการศึกษาภายใน๰่๭๫อายุที่กำหนดก็จะได้รับประกาศนียบัตร

            ถังอวี่สำเร็จการศึกษาระดับสูงแล้ว ขั้นต่อไปคือหลักสูตรวิชาชีพ แต่ในชาติที่แล้วคุณนายถังไม่ให้โอกาสนี้แก่เขา ส่วนเขาเองก็ไม่อยากต่อต้านอีกฝ่าย ทว่าตอนนี้ไม่เหมือนกัน

            ตนใช้ชีวิตอย่างโง่เขลาเหมือนชาติก่อนไม่ได้แล้ว ตนต้องแก้แค้น! แต่ตอนนี้ถังอวี่ยังไม่มีความสามารถในการต่อต้านพวกเขา...ทำได้เพียงก้าวไปทีละขั้นเท่านั้น...

            “ใช่ครับ ผมอยากเรียนต่อ ผมคิดว่าตระกูลโจวคงไม่อยากได้คนที่ไม่รู้อะไรเลยนอกจากความรู้ขั้นพื้นฐานมาเป็๲เ๽้านายอีกคนของพวกเขาหรอก”

            ถังอวี่รู้ว่าคุณนายถังจะไม่ตกลงทันที จึงหยิบยกตระกูลโจวขึ้นมา การหมั้นหมายของตระกูลโจวมีประโยชน์สำหรับเขาแค่ในเวลานี้เท่านั้น

            สีหน้าของคุณนายถังเปลี่ยนไปเล็กน้อย ถังอวี่รู้ว่าเธอเริ่มลังเลแล้วจึงเสริมอีก

            “นี่ไม่ใช่แค่ปัญหาของตระกูลโจวเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับตระกูลถังด้วย คุณแม่คงไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของผมกระทบกับชื่อเสียงของน้องชายใช่ไหม บางทีอาจถูกพูดใส่ว่าไม่มีความรู้ไม่มีการศึกษาก็ได้...”

            “พอแล้ว ถ้าแกอยากเรียนต่อก็เรียนไป” คุณนายถังขัดจังหวะคำพูดของถังอวี่ ตราบใดที่เป็๲เ๱ื่๵๹เกี่ยวข้องกับถังจื่อฉี คุณนายถังจะอ่อนไหวมากเสมอ ยังไงซะพอถังอวี่สละโควตาให้จื่อฉี เขาก็เข้าโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งไม่ได้อยู่แล้ว ในเมื่อไม่ใช่โรงเรียนทหารอันดับหนึ่ง ต่อให้ถังอวี่อายุสิบแปดแล้วก็ยังต้องแต่งงานอยู่ดี คิดได้ดังนี้คุณนายถังจึงตกลง

            ถังอวี่ยกมุมปากยิ้ม คืนสู่ท่าทีเอ้อระเหยลอยชายก่อนที่ทั้งคู่จะสังเกตเห็น

            “ในเมื่อไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวกลับห้องก่อนนะครับ” ถังอวี่พูดประโยคนี้จบก็เดินออกจากห้องหนังสือไปโดยไม่มองทั้งสองคน

            คุณนายถังรู้สึกว่าท่าทีที่ถังอวี่มีต่อเธอในวันนี้ค่อนข้างแปลก แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก

            “ถังอวี่ยกโควตาให้แกแล้ว แกเข้าโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งได้เลย ไม่จำเป็๲ต้องไปเบียดสอบกับคนทั่วไป”

            ถังจื่อฉีโถมตัวเข้าไปออดอ้อนในอ้อมแขนของคุณนายถัง “คุณแม่ยอดเยี่ยมจริงๆ!”

            หลังจากออดอ้อนได้พักหนึ่ง ถังจื่อฉีก็เดินออกจากห้องหนังสือ แล้วรีบไล่ตามถังอวี่ให้ทันก่อนที่เขาจะกลับห้องของตัวเอง

            “ขอบคุณพี่มากจริงๆ ที่ยกโควตาให้ผม เมื่อก่อนผมไม่รู้เลยว่าพี่อยากเรียนต่อ ถ้ารู้ผมคงไม่เอาโควตาของพี่หรอก” ถังจื่อฉีทำท่าทางเสแสร้ง

            ถังอวี่มองเขาด้วยสายตาเ๾็๲๰า “งั้นตอนนี้แกรู้แล้ว แกจะไม่เอาก็ได้นะ ฉันจะได้ลดเ๱ื่๵๹ยุ่งยากลงไปด้วย”

            ถังจื่อฉีเบิกตากว้าง “ที่แท้พี่ก็อยากเข้าโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งงั้นเหรอ แต่คุณแม่ก็อยากให้ผมเข้าเหมือนกัน พี่ก็รู้ว่าคุณแม่ห่วงว่าผมจะสอบไม่ติด ดังนั้นเลย...”

            คำพูดยังไม่ทันจบ แต่ความลำพองในดวงตากลับปิดไว้ไม่อยู่แล้ว

            ถังอวี่มองเขาอย่างเ๶็๞๰า ปล่อยให้เขากำกับและแสดงเอง

            เมื่อเห็นว่าถังอวี่ไม่ได้โมโหในทันทีที่ถูกเขายั่วยุเหมือนเมื่อก่อน ถังจื่อฉีพลันหัวเราะเยาะพร้อมแสดงท่าทีดูถูก “ถังอวี่ ฉันจะบอกนายให้ เพราะฉันรู้ว่านายอยากเข้าโรงเรียนทหารอันดับหนึ่ง ถึงได้เจาะจงขอโควตาจากคุณแม่ ต่อให้นายไปสอบเหมือนคนทั่วไป แค่สมรรถภาพทางกายและพลังชีวิตสองอย่างนี้ นายก็ถูกคัดออกแล้ว! นายไม่มีวันเข้าโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งได้หรอก!”

            “แกไม่ต้องมาใส่ใจเ๹ื่๪๫นี้ แกขวางทางฉันอยู่” ถังอวี่พูดนิ่งๆ

            “อุตส่าห์ใจดีบอกแล้วนายยังไม่ซาบซึ้งอีก ฉันว่านายเหมาะที่จะเข้าวิทยาลัยหลิงหลงเท่านั้นแหละ ไปเรียนรู้ให้ดีว่าการเป็๲เ๽้าสาวที่มีคุณสมบัติเหมาะสมควรเป็๲ยังไง!” ถังจื่อฉีพูดอย่างชั่วร้าย

            ถังอวี่ไม่อยากยุ่งกับถังจื่อฉีอีก จึงใช้กำลังผลักเขาออกและเข้าห้องของตัวเองไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะลงกลอนประตูปล่อยอีกฝ่ายอยู่ด้านนอก

            ถังจื่อฉีขึงตามองประตูห้องด้วยความโกรธอยู่สักพักก็จากไป ก่อนไปยังเตะประตูห้องเขาด้วยหนึ่งที

            ถังอวี่เปิดคอมพิวเตอร์โฟตอนหาเว็บไซต์ลงทะเบียนของโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งเจออย่างรวดเร็ว

            ก่อนวันที่สิบห้าเดือนแปดของทุกปี ทุกคนที่อายุเหมาะสมสามารถสมัครสอบเข้าโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งได้ เป้าหมายการรับสมัครของโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งคือพลเมืองของสหพันธ์หฺวาซย่าที่มีอายุระหว่างสิบเจ็ดถึงยี่สิบห้าปี ถังอวี่อายุสิบเจ็ดปีเต็มพอดีสามารถสมัครสอบได้

            ส่วนถังจื่อฉีเด็กกว่าเขาหนึ่งปี ต่อให้มีโควตาและอยากเข้าโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งก็ยังต้องรออีกหนึ่งปี

            เมื่อนึกถึงตรงนี้ ถังอวี่ก็อารมณ์ดีมาก

            นอกจากอายุแล้ว โรงเรียนทหารอันดับหนึ่งยังมีข้อกำหนดอื่นอย่างที่ถังจื่อฉีบอก นั่นคือระดับของสมรรถภาพทางกายและพลังจิต

            เกณฑ์ขั้นต่ำของโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งคือระดับสมรรถภาพทางกายต้องถึงระดับ C- และพลังจิตก็ต้องถึงระดับ C+

            เด็กทุกคนเมื่ออายุสิบขวบล้วนต้องเข้ารับการทดสอบพลังจิตและสมรรถภาพทางกายหนึ่งครั้ง ในตอนนั้นสมรรถภาพทางกายของถังอวี่คือระดับ D พลังจิตก็คือระดับ D เช่นกัน ซึ่งดีกว่าระดับ E ที่ต่ำสุดเพียงนิดหน่อย

            ทว่าในตระกูลใหญ่แทบไม่เคยปรากฏลักษณะร่างกายที่ย่ำแย่ขนาดนี้มาก่อน ดังนั้นถังอวี่จึงได้ชื่อว่าเป็๲ขยะไร้ค่าในตระกูลใหญ่

            คนที่เขาเล่นด้วยได้ล้วนเป็๞เด็กที่มีความสามารถอยู่หางแถวของตระกูล แต่ก็ยังแข็งแกร่งกว่าถังอวี่

            ส่วนถังจื่อฉีมีสมรรถภาพทางกายระดับ B พลังจิตยิ่งถึงระดับ A-

            ด้วยความแตกต่างที่แสนห่างชั้น คุณนายถังจึงไม่ชอบถังอวี่มากขึ้นไปอีก

            แต่ถังอวี่มีความลับหนึ่งอย่าง นั่นคือระดับพลังจิตและสมรรถภาพทางกายของเขาสูงขึ้นตามกาลเวลา โดยเฉพาะพลังจิตของเขา มันพุ่งขึ้นรวดเร็วถึงขั้นเทียบได้กับการขี่จรวด ทว่าความลับนี้แม้แต่ปู่ที่รักเขามากที่สุดก็ไม่รู้

            เพราะตอนที่ค้นพบเ๹ื่๪๫นี้ แม้ถังอวี่จะยังเด็กแต่ก็รู้ว่าระดับสมรรถภาพทางกายและพลังจิตจะไม่มีทางเพิ่มขึ้น นอกเสียจากใช้ยาขั้นสูง

            อย่างไรก็ดีการใช้ยาขั้นสูงช่วยเพิ่มระดับได้แค่ระยะเวลาหนึ่งเท่านั้นและจะยังคงกลับสู่ระดับเดิมในภายหลัง

            ขณะที่ถังอวี่กลับเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากกลัวจะถูกมองว่าเป็๞ตัวประหลาด ถังอวี่จึงไม่ได้บอกใคร

            ในตอนที่เขาตาย สมรรถภาพทางกายของเขาถึงระดับ C แล้ว ขณะที่พลังจิตถึงระดับ A+ เลยทีเดียว

            ถังอวี่คำนวณระดับสมรรถภาพทางกายและพลังจิตในปัจจุบันของเขาคร่าวๆ คงอยู่ที่ประมาณ C- และ A- ตามลำดับ ระดับสมรรถภาพทางกายที่เป็๞ตัวถ่วงถึงเกณฑ์ของโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งพอดี

            ถังอวี่กรอกแบบฟอร์มลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วกดส่ง เมื่อเห็นหน้าจอแสดงข้อความว่าลงทะเบียนสำเร็จ เขาถึงถอนหายใจโล่งอก

            

            

            

            

            

            

            ต่อไปเขาควรหาวิธีปกปิดไม่ให้คนในตระกูลรู้ และไปสอบที่สนามสอบของโรงเรียนทหารอันดับหนึ่ง