หกเดือน...
หกเดือนผ่านไปแล้วนับั้แ่วันที่ผมถูกพามาอยู่ที่นี่
ตลอดหกเดือนที่ผ่านมา นอกจากการเรียนรู้เื่ต่าง ๆ แล้ว ผมก็ยังไม่เคยถูกใช้งานอะไรเลย
ซึ่งนั่นเป็เื่ที่น่าแปลกใจมาก
ตอนแรกผมคิดว่าหลังจากถูกพามาที่นี่ ผมคงถูกนำไปทดลองทันที
แต่กลับไม่ใช่
ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็ระเบียบ
ทุกเช้า ผมจะตื่นขึ้นมาออกกำลังกาย
หลังจากนั้นก็เรียนกับอัลเฟรดจนถึง่เย็น
การอ่าน การเขียน การคำนวณ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์
มารยาทั้แ่พื้นฐานไปจนถึงมารยาทของขุนนาง
การทำอาหาร
งานบ้าน
การดูแลเสื้อผ้า
รวมถึงความรู้ทั่วไปอีกมากมาย
บางครั้งผมยังสงสัยว่า...
ผมกำลังถูกฝึกให้เป็คนรับใช้
หรือกำลังถูกเตรียมให้ใช้ชีวิตในโลกภายนอกกันแน่
ส่วนเื่เวทมนตร์นั้น อัลเฟรดสอนผมเพียงพื้นฐาน
การรับรู้มานา
การควบคุมมานา
และการหมุนเวียนมานาภายในร่างกาย
เท่านั้น
ผมยังใช้เวทมนตร์ไม่ได้
แต่ตอนนี้อย่างน้อยผมก็สามารถััมานาที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายได้แล้ว
อีกสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ คือ...
ยา
ผมยังคงต้องกินมันทุกวัน
แต่ความแรงของยาจะเพิ่มขึ้นทีละน้อย
เมื่อร่างกายเริ่มปรับตัวได้ ยาเม็ดใหม่ก็จะถูกนำมาให้
ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร
และไม่เคยถาม
เพราะผมรู้แล้วว่า...
ที่นี่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล
ชีวิตประจำวันของผมจึงวนเวียนอยู่แบบเดิม
ออกกำลังกาย
เรียน
ฝึกควบคุมมานาจนหมดแรง
กินยา
กินอาหาร
แล้วเข้านอน
วันแล้ววันเล่า
จนกระทั่งหกเดือนผ่านไป
แต่ในวันนี้...
บางอย่างเปลี่ยนไป
่เย็น ขณะที่ผมกำลังเก็บหนังสือ อัลเฟรดก็เดินเข้ามาหา
"คุณเรน"
ผมหันไปมอง
"ครับ?"
"นายท่านเรียกพบ"
มือของผมหยุดชะงัก
เซนิธ?
ในที่สุด...
หลังจากไม่ได้พบเขามาหกเดือน
เขาก็เรียกผม
ผมไม่ได้ถามว่าเพราะอะไร
เพียงเก็บหนังสือให้เรียบร้อยแล้วลุกขึ้น
"ครับ"
ผมเดินตามอัลเฟรดไป
ไม่นานเราก็มาถึงห้องหนึ่ง
อัลเฟรดเปิดประตู
"เชิญครับ"
ผมเดินเข้าไป
ภายในห้องนั้นมีเตียงอยู่สองเตียง
บนเตียงแต่ละเตียงมีคนกำลังนอนอยู่
ชายหนึ่งคน
หญิงหนึ่งคน
ทั้งคู่มีหน้าตาดีอย่างผิดปกติ
ร่างกายถูกมัดเอาไว้แน่น
ปากถูกปิดสนิท
แต่สิ่งที่ทำให้ผมหยุดมองไม่ใช่รูปลักษณ์ของพวกเขา
แต่เป็แสง
แสงสีเทาลอยอยู่รอบร่างของทั้งสอง
มันไม่เหมือนแสงของเมจที่ผมเคยเห็น
แสงของเมจซีดจางและเ็า
ส่วนแสงของอัลเฟรดกลับสว่างไสว เคลื่อนไหวอย่างเป็ธรรมชาติ และเต็มไปด้วยพลังชีวิต
แต่แสงของคนสองคนนี้...
อยู่ตรงกลางระหว่างสองแบบนั้น
มันยังมีชีวิต
แต่ก็เหมือนกำลังจะดับลงได้ทุกเมื่อ
ผมเลื่อนสายตาไปด้านหน้า
เซนิธกำลังยืนอยู่กลางห้อง
ข้างตัวเขามีโต๊ะที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ
มีดผ่าตัด
เครื่องมือโลหะ ขวดแก้ว กระดาษบันทึก
และอุปกรณ์เวทมนตร์อีกจำนวนมาก
เซนิธหันมามองผม
"มาแล้วสินะ"
"ครับ นายท่าน"
เขามองผมอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนพูดขึ้น
"ั้แ่วันนี้ ห้องนี้จะเป็ของเ้า"
ผมมองไปรอบ ๆ
"ครับ"
เซนิธเดินไปหยุดข้างเตียง
"ส่วนงานแรกของเ้า..."
เขาชี้ไปยังคนสองคน
"คือชำแหละและศึกษาร่างกายของพวกมัน"
ผมมองทั้งสองอีกครั้ง
"บันทึกทุกอย่างที่พบ"
เขาพูดต่อ
"โครงสร้างร่างกาย อวัยวะ การไหลเวียนของเื การฟื้นฟู "
"เมื่อศึกษาเสร็จ ให้นำข้อมูลทั้งหมดไปรายงานอัลเฟรด"
เซนิธหยุดเล็กน้อย
"หลังจากนั้น เขาจะบอกสิ่งที่ต้องทำต่อไปเอง"
"ครับ"
ผมตอบทันที
เซนิธไม่ได้สนใจคำตอบของผมมากนัก
เขาหันกลับไปมองแวมไพร์ทั้งสอง
"ไม่ต้องกังวลเื่สภาพวัตถุดิบ"
ผมชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำนั้น
วัตถุดิบ...
"พวกมันเป็แวมไพร์"
เซนิธอธิบาย
"มีสภาพร่างกายใกล้เคียงมนุษย์แทบทุกอย่าง"
เขาชี้ไปยังร่างของชายคนนั้น
"ร่างกายสามารถฟื้นฟูได้แทบไม่จำกัด"
จากนั้นจึงชี้ไปยังศีรษะและหน้าอก
"ตราบใดที่หัวกับหัวใจไม่ถูกทำลาย"
"และยังมีเืมากพอ"
ผมพยักหน้า
"ครับ"
เซนิธพูดต่อ
"ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือ..."
เขาหันมามองผม
"พวกมันไม่สามารถใช้เวทมนตร์หรือยาใดทำให้สลบได้ระหว่างการศึกษา"
ผมเงียบไป
สายตาของผมเลื่อนไปยังแวมไพร์ทั้งสอง
พวกเขายังมีสติ
ผมรู้ได้จากดวงตาที่กำลังมองมาทางผม
แม้ปากจะถูกปิดสนิท
แต่พวกเขายังรับรู้ทุกอย่าง
ผมมองโต๊ะเครื่องมือ
มีดผ่าตัดจำนวนมากวางเรียงกันอย่างเป็ระเบียบ
จากนั้นจึงถามเพียงคำถามเดียว
"ผมต้องผ่าทั้งที่ยังมีชีวิตเหรอครับ?"
"ใช่"
เซนิธตอบโดยไม่มีความลังเล
"ถ้าไม่ทำตอนที่อวัยวะยังขยับอยู่ เ้าก็ศึกษาไม่ได้"
ผมพยักหน้า
"เข้าใจแล้วครับ"
ไม่มีอะไรต้องถามอีก
ผมเดินไปที่โต๊ะ
มือค่อย ๆ หยิบมีดผ่าตัดขึ้นมา
เย็น...
โลหะเย็นกว่าที่ผมคิด
ผมมองคมมีดอยู่ครู่หนึ่ง
ภายนอกผมยังคงสงบนิ่ง
แต่ภายในกลับกำลังคิดหลายอย่าง
หกเดือนที่ผ่านมา...
ผมเรียนทุกอย่างที่อัลเฟรดสอน
อ่าน เขียน คำนวณ ประวัติศาสตร์
มารยาท งานบ้าน การควบคุมมานา
ตอนแรกผมไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเรียนมากมายขนาดนี้
ตอนนี้ผมเริ่มเข้าใจแล้ว
เซนิธไม่ได้ให้ผมเรียนเพราะความเมตตา
และไม่ได้เตรียมผมให้เป็เพียงคนรับใช้
เขากำลังเตรียมผม...
สำหรับบางอย่าง
และนี่คงเป็จุดเริ่มต้น
ผมมองแวมไพร์ทั้งสองอีกครั้ง
พวกเขายังมีชีวิต
ยังหายใจ
และยังมองผมอยู่
ความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นในใจ
แต่ผมไม่ได้แสดงมันออกมา
ผมรู้แล้วว่าการอยู่ที่นี่หมายความว่าอย่างไร
อย่าทำตัวโดดเด่น
อย่าแสดงความรู้สึกโดยไม่จำเป็
และอย่าให้คนอื่นรู้ว่าตัวเองกำลังคิดอะไร
โดยเฉพาะเซนิธ
ผมกำมีดแน่นขึ้นเล็กน้อย
ถ้าเขา้าให้ผมทำ...
ผมก็จะทำ
แต่ในขณะเดียวกัน
ผมจะจดจำทุกอย่าง
ทุกสิ่งที่เห็น
ทุกคำสั่ง
ทุกการทดลอง
และทุกสิ่งที่เซนิธกำลังสอนผม