ปลายยันต์ชี้ค้างอยู่ที่บ้านดินหลังเล็ก
ชายชุดดำทางตะวันออกมิได้รอคำสั่ง เขาถีบประตูเต็มแรงไม้ขัดด้านในหักกระเด็น ประตูกระแทกผนังจนฝุ่นดินร่วงจากชายคา
เสียงนั้นลอดผ่านพื้นลงสู่ร่องน้ำเก่า
เยี่ยซิงเหอหยุดใต้ยุ้งร้าง ห่างจากบ้านของตนเพียงตรอกเดียวท้องน้อยยังเจ็บแปลบจากรากฐานทองคำที่แตกร้าว ทุกครั้งที่หายใจลึกรอยร้าวคล้ายถูกแยกออกอีกน้อย
อาเหวินหันกลับมาจากหัวแถว “มันเข้าบ้านเ้าแล้ว”
“ข้าได้ยิน”
“ไปต่อเถิด”
ปลายทางใต้ดินด้านหน้าถูกแผ่นหินปิดไว้ผู้เฒ่าโม่เคยทำกลไกเปิดจากอีกฝั่ง แต่แรงจากค่ายกลโลหิตทำให้กรอบหินบิดอาเหวินกับชาวบ้านสองคนกำลังใช้หอกงัด หากเกิดเสียงดังผู้ค้น้าจะรู้ตำแหน่งทางหนีทันที
ด้านหลังพวกเขามีเด็ก คนป่วย และคนชราเกือบยี่สิบชีวิต
้ามีบ้านของเยี่ยซิงเหอ
บ้านนั้นมีฟูกเก่า เสื้อป่านสองชุด ชามดินสามใบตำราที่อ่านซ้ำจนสันแตกและรอยขีดบนเสาประตูซึ่งผู้เฒ่าโม่ทำไว้ทุกปีั้แ่เขายังสูงไม่ถึงเอว
ไม่มีสิ่งใดมีค่าพอแลกกับชีวิตคน
แต่ใต้เตานอนมีแผ่นผ้าไหมที่เขาซ่อนไว้
เมื่อคืนลายเส้นบนผ้าเปิดออกเพราะเขาตัดสินใจไม่หนีมันตรงกับรอยบนแผ่นหลังทุกเส้นและมีทางโค้งหนึ่งพาดใต้โม่เหอคล้ายแผนที่ซึ่งยังอ่านไม่ออก หากศัตรูได้มันไปความลับที่ผู้เฒ่าโม่ยอมปิดบังด้วยชีวิตจะตกอยู่ในมือคนแปลกหน้า
เสียงหีบไม้ถูกฟันแตกดังขึ้น
“ค้นให้ทั่ว!” ชายชุดดำตวาด
เยี่ยซิงเหอหันกลับ
อาเหวินคว้าแขนเขา “เ้าจะขึ้นไปหรือ”
“ผ้าไหมอยู่ใต้เตา”
“ถ้าพวกมันหาสิ่งนั้น มันย่อมรอให้เ้ากลับ”
“เพราะอย่างนั้นข้าจึงต้องถึงก่อนมันเปิดพื้น”
“ผู้เฒ่าบอกห้ามกลับบ้าน”
เยี่ยซิงเหอมองคนที่รอผ่านแผ่นหิน “ข้าไม่พาพวกเขากลับข้าไปคนเดียว”
อาเหวินกำแขนแน่นกว่าเดิม “นิสัยแบกทุกอย่างไว้คนเดียวของเ้ามิได้กลายเป็แผนเพียงเพราะพูดเสียงเบา”
คำพูดนั้นแทงตรงกว่าคมหอก
เยี่ยซิงเหอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนส่งถุงขี้เถ้าให้เขา“เช่นนั้นช่วยข้า เปิดแผ่นหินให้คนทั้งหมดออก แล้วใช้ขี้เถ้าปิดรอยเท้าข้าจะไม่สู้ ข้าจะเอาของแล้วกลับทางเดิม”
“สัญญาหรือ”
“ข้าสัญญาว่าจะไม่ชักกระบี่ก่อนเห็นทางกลับ”
อาเหวินรู้ว่านั่นมิใช่คำสัญญาว่าจะปลอดภัยแต่เวลามีน้อยเกินกว่าจะต่อรอง เขาจึงปล่อยแขน แล้วเลือกอยู่กับคนที่ต้องพาออก
เยี่ยซิงเหอคลานย้อนในร่องน้ำ
เหนือศีรษะ เสียงค้นบ้านดังเป็ลำดับ
หีบไม้
โอ่งน้ำ
ตู้ตำรา
แล้วจึงเป็เตา
เขาถึงช่องยกพื้นใต้เรือนก่อนปลายมีดแทงลงมาเพียงชั่วลมหายใจ
เหล็กแหลมทะลุแผ่นไม้ ห่างจากแก้มเขาไม่ถึงคืบ
เยี่ยซิงเหอกลั้นหายใจ
ชาย้ากระชากมีดกลับ แทงลงอีกครั้งคราวนี้ปลายมีดขูดฝักกระบี่เงาดารา เกิดเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน
แต่ผู้ฝึกวิชาย่อมได้ยิน
ฝีเท้า้าหยุด
“มีโพรง” ชายชุดดำกล่าว
เขาย่อตัว ใช้นิ้วเคาะพื้นสามจุดจากนั้นสอดปลายมีดตามร่องแผ่นไม้เพื่อหารอยต่อ
เยี่ยซิงเหอถอยไม่ได้ ร่องน้ำด้านหลังแคบเกินกลับตัวหากศัตรูยกพื้นขึ้น เขาจะติดอยู่ในจุดคอขวดซึ่งใช้กระบี่ไม่ได้
เขาวางมือบนด้าม แต่ยังไม่ชัก
ทางแรกคือใช้ปราณทองกระแทกพื้นนั่นจะเปิดตำแหน่งและทำให้รอยร้าวในรากฐานหนักขึ้น
ทางที่สองคือรอให้พื้นเปิด แล้วรับมีดในระยะซึ่งศัตรูได้เปรียบ
ทางที่สามยังไม่มี
เสียงไหสุราแตกดังจากลานหน้าเรือน
“ค้นบ้านคนอื่นแล้วยังไม่พอหรือ” ผู้เฒ่าโม่ถาม“เหตุใดต้องทำลายไหของข้า”
ชายชุดดำเหนือพื้นไม่หันไป “บ้านนี้ไม่มีกลิ่นคนแก่”
“เพราะเ้าของมันไม่ดื่ม”
“มีกลิ่นพลังที่ไม่ควรอยู่ในโลกมนุษย์”
“จมูกดีเช่นนี้ ควรรับจ้างตามหมูหายมากับคนสวมหน้ากากน่าเสียดายเกินไป”
ชายชุดดำกดมีดเข้าใต้แผ่นไม้แล้วงัด
ไม้ยกขึ้นหนึ่งนิ้ว
แสงแดงจากโคม้าลอดลงมาเยี่ยซิงเหอเห็นเงาของนิ้วทั้งห้ากางบนพื้น เขาขยับตัวแนบผนังกดลมหายใจจนหน้าอกไม่กระเพื่อม
ผู้เฒ่าโม่โยนบางสิ่งผ่านประตู
ตุบ
ห่อผ้าตกกลางเรือน กลิ่นสมุนไพรขมผสมเืเก่าฟุ้งขึ้นทันทีภายในเป็ผ้าพันแผลซึ่งผู้เฒ่าโม่เก็บจากตอนรักษาเยี่ยซิงเหอหลายวันก่อนเขาไม่ได้นำมาทำลาย เพราะตั้งใจเก็บเป็เหยื่อล่อ
ชายชุดดำปล่อยแผ่นไม้ หันไปใช้มีดเขี่ยห่อผ้า
“เืเด็กคนนั้น?”
“เืหมาป่า” ผู้เฒ่าโม่ตอบ
“ปราณทองติดอยู่”
“หมาป่าตัวนั้นอาจมีชาติกำเนิดยิ่งใหญ่กว่าเ้า”
ชายชุดดำยื่นมือจะหยิบ
ผู้เฒ่าโม่กระแทกไม้เท้าลงธรณีประตู
อักขระที่ซ่อนใต้ฝุ่นสว่างวาบห่อผ้าถูกแรงจากชั้นกลางพัดออกทางหน้าต่าง กลิ่นเืลากเป็สายไปยังตรอกตะวันตก
ชายชุดดำพุ่งตามโดยไม่ลังเล
เยี่ยซิงเหอได้ยินฝีเท้าห่างออกไป แต่ไม่รีบขึ้นเขารอสามลมหายใจ สี่ลมหายใจจนเสียงโคมกระดูกของคนกลางเคลื่อนผ่านหน้าบ้านตามเหยื่อล่อ
เมื่อแน่ใจว่าเรือนว่าง เขาจึงดันแผ่นพื้นขึ้น
ภายในบ้านไม่เหลือสภาพเดิม ฟูกถูกฉีก ตำรากระจายชามดินแตกสองใบ รอยขีดบนเสาประตูถูกมีดเฉือนหายไป่หนึ่ง
เยี่ยซิงเหอมองรอยนั้นเพียงครู่
เขาเตือนตนเองว่าสิ่งของเสียได้ คนเสียไม่ได้
แล้วรีบไปที่เตา
หินก้อนหน้าเตาถูกเลื่อนออกแล้ว ศัตรูพบช่องซ่อนแต่ยังไม่พบกลไกชั้นใน เยี่ยซิงเหอสอดนิ้วเข้าใต้ฐานเตา กดหินเล็กทางซ้ายแผ่นดินแห้งด้านในจึงเปิด เผยห่อผ้าไหมวางอยู่
เขาหยิบมันออกมา
ลายเส้นบนผ้าไม่เรืองแสงทว่าปลายทางโค้งซึ่งเหมือนแผนที่ใต้หมู่บ้านอุ่นกว่าส่วนอื่นมันตอบสนองต่อแนวผนึกที่กำลังสั่นราวกับเป็ตรารหัสซึ่งรู้จักเส้นทาง
เยี่ยซิงเหอพับห่อสอดอกเสื้อ
ทันใดนั้น เงาหนึ่งก็ตกทับประตู
คนกลางมิได้ตามเหยื่อล่อทั้งหมด
เขายืนขวางทางออก โคมกระดูกในมือดูดไอสีซีดจากเรือนเข้าหาตัวหน้ากากไม้หันตรงมาที่อกเสื้อของเยี่ยซิงเหอ
“ในที่สุด” เขากล่าว
เยี่ยซิงเหอมิได้ชักกระบี่
จุดคอขวดอยู่ตรงประตู คนกลางครองตำแหน่งได้เปรียบหากเขาพุ่งตรงไป ต่อให้คมกระบี่ถึงตัวก่อนอีกฝ่ายก็เพียงถอยครึ่งก้าวออกสู่ลานแล้วล้อมเขากับคนที่เหลือ
เขาจึงเตะชามดินแตกบนพื้น
เศษชามปลิวเข้าหาโคมกระดูก ชายชุดดำเอียงมือหลบแสงแดงในเรือนส่ายไปชั่วขณะ เยี่ยซิงเหอใช้เงามืดนั้นถอยเข้าหลังเตา มิใช่พุ่งออก
“เ้ากลับเข้ากับดักเอง” คนกลางกล่าว
“กับดักของผู้ใด ยังไม่แน่”
“ส่งผ้าออกมา แล้วข้าจะให้เ้าตายโดยไม่ทรมาน”
“เ้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร”
คนกลางเงียบไปเพียงเสี้ยวลมหายใจ
เพียงเท่านั้นเยี่ยซิงเหอก็รู้ว่าเขาพูดถูกฝ่ายนี้ติดตามกลิ่นปราณและตรา แต่ยังไม่รู้ความหมายของผ้าไหมทั้งหมดพวกมันมีคำสั่งให้หา มิได้มีคำตอบ
“ข้าไม่จำเป็ต้องรู้” คนกลางตอบ “ผู้ที่รออยู่เหนือูเารู้”
เขาสะบัดมือ
เข็มสีดำสามเล่มพุ่งเข้าหาเยี่ยซิงเหอ เล่มแรกปิดทางซ้ายเล่มที่สองปิดทางขวา เล่มที่สามตรงกลางอก มิได้หวังสังหารทันทีแต่บังคับให้เขาเปิดปราณป้องกัน
เยี่ยซิงเหอมองเข็มทั้งสาม
โลกตรงหน้าพลันช้าลง
มิใช่เวลาช้าลงจริงหากความเจ็บจากรอยร้าวในท้องน้อยแล่นขึ้นหว่างคิ้วสายตาของเขาเห็นเส้นบางรอบเข็ม—ทางที่แรงผลักมันไป จุดซึ่งปราณโลหิตผูกอยู่และช่องว่างเล็กที่สุดระหว่างคมทั้งสาม
เขาก้มไหล่ครึ่งนิ้ว
เข็มแรกผ่านใบหู
เขาบิดเอวโดยไม่ขยับเท้าขวา
เข็มที่สองเฉือนเสื้อ
เขาใช้ฝักกระบี่ปัดเล่มที่สามให้ชนขอบเตา
กริ๊ก!
เข็มหัก
เส้นบางในสายตายังไม่หายมันไหลย้อนจากเข็มกลับไปยังข้อมือชายชุดดำ ผ่านแขน ขึ้นไหล่แล้วรวมกันที่จุดหนึ่งใต้กระดูกไหปลาร้าซ้าย
จุดนั้นมืดกว่าส่วนอื่นราวกับลมหายใจและปราณของอีกฝ่ายต้องผ่านช่องแคบเดียว
จุดตาย
เยี่ยซิงเหอไม่เคยเรียนวิธีมองเช่นนี้ เขาไม่รู้ชื่อไม่รู้ว่าจะอยู่ได้นานเพียงใด รู้เพียงว่าหากปลายฝักแตะตรงนั้นชายตรงหน้าอาจเสียจังหวะพอให้เขาผ่านประตู
เขาก้าว
ความเจ็บแปลบแทงจากดวงตาถึงท้ายทอยภาพเรือนแบ่งซ้อนเป็สองชั้น เือุ่นไหลจากหางตาซ้าย
ราคาของการเห็นมาถึงก่อนชัยชนะ
ชายชุดดำชักมีดรับปลายมีดเปลี่ยนทางเมื่อเห็นว่าเยี่ยซิงเหอมิได้เล็งคอหรือหัวใจหากเล็งจุดใต้ไหปลาร้า
“เ้าเห็นได้อย่างไร”
คำถามทำให้การป้องกันของเขาช้าลง
ฝักกระบี่กระแทกข้อมือ มีดเบนออก เยี่ยซิงเหอพุ่งถึงธรณีประตูทว่าคนกลางใช้โคมกระดูกกวาดจากด้านข้างแรงเย็นจัดกระแทกชายโครงเดิมจนเขาเซกลับเข้าเรือน
โคมยกขึ้นอีกครั้ง
ไอสีซีดจากผ้าไหมในอกเสื้อถูกดึงออกมาเป็เส้น
“ค้นพบเ้าแล้ว” ชายชุดดำกล่าว “คราวนี้ไม่มีคนแก่ช่วยลวง”
เสียงไม้เท้าดังจากหลังเขา
“ผู้ใดบอกว่าข้าลวงเสร็จแล้ว”
ผู้เฒ่าโม่ยืนกลางลาน เืที่หัวไหล่ซึมกว้างขึ้นแต่ในมือมีโคมกระดูกอีกดวง—โคมของชายชุดดำที่ถูกขังใต้ป่าสน
คนกลางหันเพียงน้อย
ผู้เฒ่าโม่บีบโคมแตก
ไอิญญาที่ถูกกักพุ่งออกพร้อมกันยันต์ตรวจิญญาเหนือหลังคาสั่นแล้วหมุนกลับกลิ่นนับสิบสายปะทะกันจนแสงแดงในเรือนดับวูบ
คนกลางแทงมีดลงตามเสียงฝาไม้ เขามองไม่เห็นเยี่ยซิงเหอแต่ใช้ไอิญญาที่แตกกระจายกดลงในโพรง เสียงร้องไห้ของเด็ก เสียงหอบของคนป่วยและเสียงกระซิบของผู้ตายซ้อนกันจนผู้ซ่อนแทบแยกทิศไม่ได้
เยี่ยซิงเหอเห็นเข็มสีดำอีกเล่มทะลุพื้นมาเส้นปราณบนเข็มมิได้ชี้หาอกเขา มันชี้หาห่อผ้าไหม หากปล่อยให้แตะแม้เพียงชายผ้าก็อาจกลายเป็รอยติดตามใหม่
เขาใช้ฝักกระบี่กดเข็มเข้าผนัง ดินแตกร่วงปิดช่องแสงแต่เสียงกระแทกทำให้คนกลางรู้ตำแหน่ง
มีดเล่มถัดมาแทงลงห่างมือเพียงสองนิ้ว
เยี่ยซิงเหอไม่อาจถอยตามทางตรงอาเหวินกับชาวบ้านยังเคลื่อนอยู่ข้างหน้า เขาจึงก้มลอดใต้คานไม้ซึ่งพยุงเตาแล้วใช้ไหล่ดันคานให้เคลื่อน คราบเถ้าจากเตาทั้งหมดร่วงลงหลังเขาปิดกลิ่นผ้าไหมชั่วคราว
ความเจ็บจากรากฐานแล่นถึงลำคอ เขามิได้ใช้ปราณทองแต่เพียงการกลั้นพลังไม่ให้ตอบยันต์ก็ทำให้รอยร้าวสั่น
คนกลางยกพื้นอีกแผ่นขึ้น
ใต้แสงแดง เขาเห็นเพียงเถ้าถ่านไหลไปทางซ้าย จึงแทงตามทางนั้นเยี่ยซิงเหอกลับกดตัวผ่านด้านขวา ใช้เสาค้ำเป็สิ่งบังแล้วถึงช่องพื้นซึ่งผู้เฒ่าโม่เปิดไว้
เขาได้ทางหนีจากการอ่านสิ่งที่ศัตรูเชื่อว่าจะเห็นมิใช่จากกำลังที่มากกว่า
เยี่ยซิงเหอใช้จังหวะนั้นถอยผ่านช่องพื้นมิได้ไล่โจมตีตามอารมณ์
ก่อนปิดแผ่นไม้ เขามองชายชุดดำเป็ครั้งสุดท้าย
เส้นในสายตายังรวมอยู่ใต้ไหปลาร้าซ้าย
มือเขาวางบนด้ามกระบี่
ครั้งนี้เขาเห็นทางชนะแล้ว
และพร้อมจะสู้เป็ครั้งแรก