ครอบครัวของข้า นอกจากข้า ล้วนข้ามมิติมาทั้งครอบครัว [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 93 ทำสำเร็จ

            เฉินจ้งได้ยินคำพูดของผิงซีโหวเย่ในใจก็ยิ้มเย็น ผิงซีโหวเป็นเรื่องตลกของเมืองหลวงมานานแล้ว แต่ปกติแล้วตระกูลที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวงจริงๆ ไม่ได้พูดคุยเชิงลึก งานที่เสี่ยวเฉินซื่อเข้าร่วมก็มักจะเป็นงานชมบุปผาหรืองานเลี้ยงที่ไม่ค่อยจะเป็นที่นิยมสักเท่าไหร่ เพราะเหตุใดน่ะหรือ ก็เพราะว่าหลังจากที่ผิงซีโหวเย่แต่งงานภรรยาใหม่เข้าสกุล เรื่องที่เลี้ยงดูลูกสาวลูกชายของภรรยาเก่า และเรื่องในงานเลี้ยงวันเกิดของฮูหยินผู้เฒ่าที่จวนผิงซีโหว ทุกคนต่างเคยฝึกวิชาจิ้งจอกมาก่อน จะยังมองไม่ออกอีกหรือว่ามีอะไรที่ไม่สมเหตุสมผลเกิดขึ้น?

            เฉินจ้งทำหน้าที่เป็นผู้รับฟังอย่างตั้งใจ ผิงซีโหวเย่จึงกล่าวต่อ “ก็ล้วนเป็นเพราะเรื่องของเฉินเหนียน หากไม่ใช่เพราะมีข่าวลือเช่นนี้ ก็ไม่มีทางถูกขุดคุ้ยเรื่องออกมาอีก ขอแค่สามารถช่วยให้จวนโหวของพวกเราเลี่ยงจากอันตรายในครั้งนี้ได้ เงื่อนไขอะไรท่านก็เสนอออกมาได้เลย”

            ในที่สุดเฉินจ้งก็ได้ยินประโยคนี้จากผิงซีโหวเย่ เขากระแอมในลำคอก่อนจะกล่าว “ในเมื่อจะมอบให้สืบทอดเรือนสอง เช่นนั้นก็มอบให้ละเอียดสักหน่อย หยวนเอ๋อร์จะเป็นทายาทของลุงสองของเจ้า หลังจากเขารับหยวนหยวนไปแล้ว ก็หาเรือนที่พวกเขาสองพี่น้องสามารถเข้าออกได้อย่างอิสระ สินทรัพย์ที่ทิ้งเอาไว้ในจวนทางนั้นตอนนั้นก็จะต้องตัดแบ่งให้ชัดเจน โหวเย่ ไม่ใช่ข้าสนใจสองสามอย่างนี้นะ แต่สถานการณ์ในตอนนี้ร้ายแรง อยากจะแสดงละครก็ต้องทำให้ครบ ไม่เช่นนั้น เรื่องนี้ต่อไปไม่ช้าก็เร็วจะกลายเป็นอาวุธที่คนอื่นเอามาทำลายท่าน”

            ผิงซีโหวเย่ใช้ผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ก่อนที่เฉินจ้งจะกล่าวต่อ “แล้วก็น้องสาวลูกอนุของข้า เจ้ากลับไปคุยเกี่ยวกับข้อดีข้อเสียของเรื่องนี้ให้ชัดเจน ให้นางอย่าเอาแต่จ้องสินเดิมพวกนั้นของน้องสาวข้า ควรเป็นของใครก็เป็นของคนนั้น” 

            ผิงซีโหวเย่กับเสี่ยวเฉินซื่อเดิมทีวางแผนจะริบเอาสินเดิมของต้าเฉินซื่อมา ตอนนี้ได้ยินเฉินจ้งพูดเช่นนี้ในใจก็กระตุก “พี่ใหญ่ น้องสาวบุตรอนุของท่านคนนั้นไม่มีสินเดิมอะไร ถ้าไม่เช่นนั้นท่านก็ให้นางอะไรสักนิดหน่อย ให้นางอย่ามีความคิดอย่างอื่นถึงจะถูก”

            เฉินจ้งแค่ฟังก็เข้าใจทันที นี่คือกำลังจ้องสินเดิมของน้องสาวตนแล้วสินะ เขาครุ่นคิด “เรื่องนี้น่ะ ไม่ใช่เรื่องที่พวกเราสองคนจะตัดสินใจกันเองได้ จะต้องฟังคำของท่านแม่ข้ารวมถึงความเห็นของหยวนเอ๋อร์กับหยวนหยวน อย่างไร ของพวกนี้ก็ล้วนเป็นสิ่งที่น้องสาวผู้อาภัพของข้าทิ้งเอาไว้ให้ลูกสองคน น้องเขย เจ้ากลับไปถามฮูหยินของเจ้าเสียหน่อยเถิด จากนั้นก็ไล่เรียงทรัพย์สินของเรือนสองออกมาเป็นกระดาษ พวกเราสองครอบครัวมานั่งด้วยกันแล้วคุยเรื่องนี้กันให้ชัดเจนอีกครั้ง”

            เป้าหมายของเสี่ยวเฉินซื่อคือเพื่อไล่เจิ้งป๋อหยวนที่เป็นลูกของภรรยาคนก่อนออกไป เพื่อที่ลูกชายตัวเองสืบทอดจวนผิงซีโหวแล้วกำจัดสิ่งขวางทางออกไป อีกเป้าหมายหนึ่งก็คือสินเดิมของเฉินซื่อ ตอนนั้นสินเดิมที่จวนเฉินเตรียมให้เฉินซื่อ ก็เป็นจุดที่เจ็บในใจของเสี่ยวเฉินซื่อ ตั้งแต่เครื่องเรือนจนกระทั่งของใช้ในชีวิตประจำวัน ก็ล้วนเป็นของที่ฮูหยินผู้เฒ่าเฉินเลือกมาให้อย่างดี เตียงปาปู้สลักลายบุปผาหลังนั้น ตั้งแต่เลือกวัตถุดิบจนถึงการสร้าง ใช้เวลาสิบกว่าปี อนุลวี่เองก็เคยแอบบอกกับเสี่ยวเฉินซื่อว่า หากตนสามารถนอนอยู่บนเตียงนั้นสักคืน ชีวิตนี้ก็คุ้มค่าแล้ว

            เสี่ยวเฉินซื่อเองก็เป็นคนมีความทะเยอทะยาน ตั้งแต่เด็กอยู่กับอนุลวี่มาก็ฟังนางบ่นนู่นนี่จนชิน ก่อนจะค่อยๆ เรียนรู้ที่จะวางแผนให้ตัวเอง ฝันตอนค่ำคืน นางก็ย้อนกลับไปคิดถึงประสบการณ์ยี่สิบปีที่ผ่านมา รู้สึกว่าครึ่งชีวิตช่วงแรกของตัวเองก็ถือว่าน่าภูมิใจ ตั้งแต่เป็นลูกสาวอนุตัวเล็กๆ คนหนึ่งจนถึงตอนนี้เป็นโหวฮูหยิน ถึงแม้จะเป็นภรรยาใหม่ ในตอนที่ภรรยาคนเก่ายังอยู่นางก็เป็นแค่อนุ แต่ตอนนี้คนที่มีความสุขกับเกียรติของโหวฮูหยินก็คือนาง

            เสี่ยวเฉินซื่อเองก็ไม่ใช่คนที่รู้จักบริหารมากนัก หลายปีที่แต่งงานเข้ามา จวนโหวก็พึ่งพวกร้านค้าและที่นาพวกนั้น กำไรทุกปีก็มีไม่มาก แต่ในจวนโหวขนาดใหญ่อยากจะรักษาการหมุนเวียนเอาไว้ รายจ่ายก็ยังสูงมาก เสี่ยวเฉินซื่อจ้องแต่สินเดิมพวกนั้นของเฉินซื่อมาตลอด ตอนนี้ในเมื่อมีโอกาสเช่นนี้อยู่ เหตุใดจะไม่คิดหาวิธีเพื่อได้มันมาล่ะ?

            ผิงซีโหวเย่กลับมาก็เล่าที่คุยกับเฉินจ้งให้เสี่ยวเฉินซื่อฟัง หลังจากนางฟังแล้วก็เงียบไปอยู่นาน แล้วเอ่ยถามเสียงเบา “โหวเย่ เหตุใดข้าฟังดูแล้วเหมือนความคิดพี่ใหญ่ของข้าจะอยากให้หยวนหยวนไปกับหยวนเอ๋อร์เลยล่ะเจ้าคะ?”

            ผิงซีโหวเย่ชะงักไป “จริงด้วย เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้?”

            ตอนนี้เสี่ยวเฉินซื่อเข้าใจขึ้นมาแล้ว ความคิดนี้คนอย่างอนุลวี่จะคิดได้อย่างไรล่ะ เป็นเพราะคนของทางท่านพ่อเฉินมาเป่าหูอนุลวี่ ในเมื่อนี่เป็นเรื่องที่จวนเฉินคิดออกมา เช่นนั้นก็พูดได้ง่ายแล้ว พวกเขาอยากจะให้เด็กสองคนออกจากจวนโหว เพื่ออะไร ก็เพื่อต่อไปตนจะไม่สามารถยุ่งกับเด็กสองคนนั้นได้อีกไม่ใช่หรือ ถึงแม้ก่อนเฉินซื่อตายจากไปจะเคยพูดเอาไว้ ว่าเรื่องการแต่งงานของเด็กทั้งสองตนจะเข้าไปยุ่งไม่ได้ แต่ว่าตนเองอยากจะยุ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อคนที่สามารถตัดสินใจได้พวกนั้นหรือ?

            เสี่ยวเฉินซื่อความคิดแล่นวนไป นางหัวเราะก่อนจะกล่าว “โหวเย่ ความหมายของข้าคือ เรื่องนี้ท่านรอก่อน ข้าจะกลับไปที่ครอบครัวฝ่ายมารดา ถามพี่ใหญ่ว่านี่มันกฎข้อบังคับอะไรกัน รอข้าถามเสร็จแล้ว พวกเราค่อยวางแผนระยะยาว ท่านว่าเป็นอย่างไร?”

            ผิงซีโหวเย่พยักหน้าก่อนจะกล่าว “ความจริงแล้วเรื่องนี้ให้เจ้าออกหน้าดีที่สุด แต่ว่าจะต้องรีบหน่อยถึงจะดี จะได้ไม่เสียเวลา”

            เสี่ยวเฉินซื่อหัวเราะแล้วรับคำ ในใจกลับสำรอก ตนติดกับเฉินจ้งเสียแล้ว แต่เรื่องมาถึงตอนนี้แล้ว ทำได้แค่เดินหน้าต่อไปเท่านั้น จะไปบอกกับโหวเย่ได้จริงหรือ ว่าเรื่องนี้ล้วนเป็นนางที่ทำออกมาด้วยตนเอง?

            วันต่อมาเสี่ยวเฉินซื่อก็กลับไปที่เรือนมารดา ก่อนจะพูดความต้องการของตนเองกับเฉินจ้งตรงๆ ทั้งสองฝ่ายต่อรองกัน ที่สำคัญที่สุดคือรู้ไม้ตายของอีกฝ่าย ในเมื่อรู้ว่าเหตุใดเสี่ยวเฉินซื่อถึงมาแล้ว เป้าหมายสุดท้ายของนาง เฉินจ้งก็บอกความต้องการของตัวเองออกไป

            สินเดิมของเฉินซื่อพวกร้านค้าที่นาสามารถให้เสี่ยวเฉินซื่อได้ แต่พวกเครื่องประดับ เครื่องเรือนที่ส่งไปในสินเดิมพวกนั้น จะต้องเก็บเอาไว้ให้เด็กทั้งสองคน เฉินจ้งเองก็ไม่ให้เสี่ยวเฉินซื่อขาดทุน ตัดสินใจหักแบ่งมาสองหมื่นตำลึง ซึ่งเสี่ยวเฉินซื่อไม่ค่อยจะพอใจกับราคานี้เท่าไหร่ เพราะนางรู้ว่าในสินเดิมของเฉินซื่อมีหีบหนังสืออยู่หนึ่งหีบ นั่นเป็นของเจ้าตระกูลเฉินคนก่อนตอนที่เป็นหงหลูซื่อมอบให้กับเฉินซื่อ เฉินซื่อเองก็ถือว่าได้เรียนหนังสือกับเจ้าตระกูลเฉินคนก่อน จึงได้รับความรักมามาก ถึงแม้ตอนนี้สกุลเฉินจะไม่มีชื่อเสียงแล้ว แต่ตอนนั้นก็ถือว่าเป็นครอบครัวนักปราชญ์ที่มีชื่อเสียง นั่นเป็นหนังสือที่ส่งต่อกันมาหลายต่อหลายรุ่น

            เพราะเฉินเจียงชวนไม่ชอบอ่านหนังสือ เฉินจ้งที่เป็นรุ่นหลานก็เรียนหนังสือไม่เก่ง เจ้าสกุลเฉินคนก่อนเห็นรุ่นลูกรุ่นหลานแล้ว ก็ตัดสินใจเอาหนังสือเป็นสินเดิมให้กับเฉินซื่อ แล้วก็ถือว่าทิ้งอะไรเอาให้ให้เฉินซื่อได้คิดถึง

            หนังสือเก่ามีราคาประเมินค่ามิได้ ถึงแม้เสี่ยวเฉินซื่อจะเรียนหนังสือมาไม่มาก แต่นางก็รู้ว่ามีของในมือมากหน่อยก็จะทำเรื่องราวได้มาก เฉินจ้งเห็นนางเอาแต่ยุ่งอยู่กับของพวกนี้ จึงคิดจะอาศัยโอกาสครั้งนี้ เอาเด็กทั้งสองคนนั้นออกมาจากในครอบครัว เป็นเรื่องที่ดีมากจริงๆ อย่างผิงซีโหวเย่ที่โง่เง่า เสี่ยวเฉินซื่อที่โลภมาก รุ่นต่อไปของผิงซีโหวก็ไม่มีทางมีเด็กที่มีอนาคตที่ดี จวนผิงซีโหวเดินไปอีกได้ไม่ไกลหรอก

            เฉินจ้งอดกลั้นความสะอิดสะเอียนเอาไว้ ทั้งยังเพิ่มให้อีกหนึ่งหมื่น เสี่ยวเฉินซื่อถึงได้ยินยอม

            ทั้งสองคนพูดคุยกันเรียบร้อยแล้ว ยังต้องคุยกับฮูหยินผู้เฒ่าเฉินกับฮูหยินผู้เฒ่าของจวนผิงซีโหว ทั้งสองครอบครัวไปมาหาสู่กันเพราะเรื่องนี้ คุยกันมาสองเดือน ถึงได้คุยเรื่องนี้กันเรียบร้อย

            ผิงซีโหวเย่ไม่อยากจะให้เรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกไป หลังจากจ่ายเงินให้กับทางบ้านเก่าไปก้อนหนึ่งแล้ว ก็ให้หัวหน้าผู้อาวุโสแก้ไขผังสมาชิกตระกูล แล้วย้ายเจิ้งป๋อหยวนกับเจิ้งหยวนหยวนไปสืบทอดที่ตระกูลรองของตนแทน ถือว่าเป็นผู้สืบเชื้อสายของลุงรอง ทั้งยังแบ่งเรือนสามหลังที่อยู่หลังสุดออกมามอบให้ สร้างประตูด้านหลังให้ ทำเป็นประตูใหญ่เข้าออก เพราะว่าเจิ้งป๋อหยวนยังไม่กลับมา จึงส่งเจิ้งหยวนหยวนน้องสาวของเจิ้งป๋อหยวนจากทางเรือนของฮูหยินผู้เฒ่าไปเป็นตัวแทน

            เฉินจ้งกับฮูหยินผู้เฒ่าเฉินช่วยกันทำความสะอาดเรือนใหญ่ ทั้งยังส่งสาวใช้มาให้ เจิ้งหยวนหยวนพาเหล่าคนใช้ไปใช้ชีวิตอยู่ในเรือนนี้

            ทางด้านสวี่ตี้พาเจิ้งป๋อหยวนและองครักษ์สองคนเดินทางไปทางใต้ แต่เฉินจ้งให้คนตามไป เรื่องที่เมืองหลวงเกิดอะไรขึ้นก็จะส่งจดหมายไปบอก ดังนั้น เรื่องที่ผ่านมาถึงจุดไหนแล้ว เจิ้งป๋อหยวนกับสวี่ตี้ย่อมรับรู้

            ในวันนี้ทั้งสี่คนพักผ่อนอยู่ในโรงเตี๊ยมของเมืองหนึ่ง มีคนเอาจดหมายมาส่งให้เจิ้งป๋อหยวน พอเห็นเรื่องราวที่เขียนอยู่ในจดหมาย เจิ้งป๋อหยวนก็พูดกับสวี่ตี้ “ในที่สุดเรื่องก็จัดการเสร็จแล้วขอรับ ผังสมาชิกตระกูลเองก็แก้ไขแล้ว เรือนก็แบ่งแล้ว ต่อไปข้าจะพาน้องสาวออกมาใช้ชีวิตแล้วขอรับ”

            สวี่ตี้กล่าว “ชีวิตเช่นนี้ดีนะ เช่นนั้นต่อไปเจ้ามีแผนอะไรหรือไม่?”

            เจิ้งป๋อหยวนบอก “รอพวกเรากลับไป ตอนที่ผ่านเมืองหลวง ข้าวางแผนว่าจะกลับไปสักรอบ จากนั้นก็พาน้องสาวไปเหอซีกับท่าน ข้าคิดเอาไว้แล้ว ต่อไปจะไปเป็นทหารภายใต้การบัญชาของเว่ยซื่อจื่อขอรับ”

            สวี่ตี้พูดด้วยความตกใจ “เหตุใดเจ้าถึงอยากเป็นทหารหรือ? ข้ายังคิดว่าเจ้าจะเดินสายขุนนางเสียอีก”

            เจิ้งป๋อหยวนส่ายหน้า “ปณิธานของข้าไม่ได้อยู่ตรงนี้ ตอนเด็กๆ ข้าติดตามท่านปู่ไป ท่านปู่พูดว่าจวนของพวกเราเริ่มต้นจากการเป็นทหาร เหล่าบรรพบุรุษต่างปกป้องชายแดน ปกป้องประชาชนต้าเหลียง ปรารถนาอยากจะให้ประชาชนปลอดภัย ไม่ว่าภูเขาหรือแม่น้ำก็ปลอดภัยไร้กังวล แต่น่าเสียดายคนรุ่นหลังไร้ความสามารถ ไม่มีคนที่โดดเด่นเกิดออกมาอีก ตอนนั้นข้าก็คิด ต่อไปข้าจะเป็นทหาร เป็นผู้คุ้มครองประชาชนต้าเหลียง สืบทอดปณิธานของเหล่าบรรพบุรุษจวนผิงซีโหวขอรับ”

            สวี่ตี้ฟังแล้วก็มองเด็กอายุสิบสองสิบสามอย่างนับถือ เจิ้งป๋อหยวนกล่าว “พี่ใหญ่สวี่ ข้าอยู่ที่เหอซีมาหนึ่งปีกว่า รู้สึกว่าข้าควรจะอยู่ที่นี่ไปตลอด ที่นั่นมีท้องฟ้าที่สูงกว่าเมืองหลวง ไปที่ใดก็รู้สึกมีความสุขมาก คนเองก็ตัวเล็กลงมาก ข้าหวังว่าต่อไปข้าจะสามารถอยู่ที่นั่นได้ตลอดไป”

            สวี่ตี้พยักหน้า “เจ้าโชคดีมาก อายุไม่กี่สิบปีก็สามารถรู้แล้วว่าต่อไปตัวเองจะทำอะไร ตั้งใจทำให้ดี มุ่งมั่นต่อไป ต่อไปจะต้องกลายเป็นแม่ทัพที่ปกป้องเมืองได้แน่นอน”

            เจิ้งป๋อหยวนฟังแล้วก็เม้มปากยิ้ม ไม่ได้พูดอะไรต่อ

            ถึงช่วงฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว ตลอดทางมานี้สวี่ตี้ซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวเยอะมาก จากนั้นก็ฝากให้คนส่งกลับไปที่เหอซี ในตอนนี้กลุ่มพวกเขากำลังมีความสุขกับทิวทัศน์ของเจียงหนานไป ยุ่งทำธุระของตัวเองไป งานยุ่งทุกวัน เต็มไปด้วยชีวิตชีวา

            เมื่อเห็นเวลาเริ่มเย็นแล้ว สวี่ตี้ก็พาเจิ้งป๋อหยวนวกกลับไปที่เมืองหลวง ตอนที่เดินทางผ่านไท่อัน ก็ซื้อของขวัญไปที่เรือนของสวี่เยวี่ยนน้าของตนเอง

            สำหรับการมาของหลานชายคนโตอย่างสวี่ตี้ ไม่ว่าจะสวี่เยวี่ยนที่เป็นน้าหรือว่าเยว่ชิงชวนน้าเขย ทุกคนต่างรู้สึกใจดีมาก

            เยว่ชิงชวนเปิดสถาบันสอนหนังสือไท่ซานที่ตีนเขาไท่ซาน ด้านในสถาบันมีซิ่วไฉ จวี่เหรินมาเรียน เพราะว่าตอนนั้นเยว่ชิงชวนเป็นทั่นฮวาหลางของการสอบระดับเตี่ยนซื่อ ผู้ที่มาขอเรียนด้วยจึงมีจำนวนมาก อยากจะเข้าสถาบันจะต้องสอบเข้าก่อน สอบผ่านแล้วถึงจะสามารถเข้าเรียนได้

            สวี่เยวี่ยนกับเยว่ชิงชวนก็อาศัยอยู่ในเรือนสามทางเข้าด้านหลังสถาบัน ครอบครัวพวกเขามีลูกสี่คน ลูกสาวคนโตอายุพอๆ กับสวี่ตี้นามว่าเยว่หมิงหลาน จากนั้นก็เป็นน้องชายที่อายุน้อยกว่าสวี่ตี้สามคน น้องชายทั้งสามคนต่างเรียนหนังสือที่สถาบันกับเยว่ชิงชวน มีก็แต่เยว่หมิงหลานที่เพราะได้หมั้นหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้จึงทำงานบ้าน ปักชุดแต่งงานอยู่ที่เรือนหลังกับสวี่เยวี่ยน

            สวี่เยวี่ยนจับมือสวี่ตี้ ยิ้มก่อนจะกล่าว “ตอนที่เจอเจ้าครั้งที่แล้ว เจ้าเพิ่งจะตัวเท่านี้เอง ตอนนี้แค่ไม่กี่ปี เจ้าก็ตัวสูงขนาดนี้แล้ว ดูแล้วยังแข็งแรงดีอีกด้วย พวกเจ้าอยู่ที่เหอซีสบายดีหรือไม่?”

            สวี่ตี้หัวเราะแล้วตอบ “ท่านน้า พวกเราอยู่ที่เหอซีสบายดีมากขอรับ ไม่ถูกผูกมัด เป็นตัวของตัวเองมากขอรับ”

            เยว่ชิงชวนฟังแล้วก็พูดอย่างไม่เห็นด้วย “ครั้งที่แล้วบิดาของเจ้าส่งจดหมายมา บอกว่าเจ้าวางแผนว่าหลังจากผ่านการสอบสองรอบนี้ค่อยไปสอบระดับฮุ่ยซื่อ เจ้าวางแผนจะมาเรียนหนังสือกับข้าเมื่อไหร่หรือ?”

            สวี่ตี้หัวเราะแล้วกล่าว “ไอ๊หยา ท่านน้าเขย ท่านวางใจได้เลย ช้าเร็วอย่างไรข้าก็ต้องมา แต่ว่าตอนนี้งานในมือยังมีเรื่องที่ต้องทำอีกมาก รออีกสักสองปีแล้วกันขอรับ”

            เยว่ชิงชวนกล่าว “เหตุใดยังต้องรออีกสองปี? เจ้าควรจะอาศัยในตอนนี้ที่สอบติดจวี่เหริน มาแล้วก็ตั้งใจเรียนสักสองปีถึงจะถูก ข้าเองก็ไม่เห็นด้วยที่เจ้าอายุแค่นี้ก็จะไปสอบขุนนางต่อ มีหลายอย่างที่จะต้องค่อยๆ ตั้งสมาธิแล้วถึงจะสามารถเก็บเกี่ยวความรู้ใหม่ๆ ได้”

            สวี่ตี้กล่าว “น้าเขย ข้าเห็นด้วยกับความคิดของท่านมาก ท่านดูข้าตอนนี้ หลังจากสอบติดจวี่เหรินก็กลับไปที่เหอซี รู้สึกว่าจิตใจของข้ายังขาดไปอีกหน่อย จึงออกเดินทางมาดูโลกภายนอก อ่านหนังสือหมื่นเล่มไม่สู้เดินทางพันลี้ ท่านน้าเขย เอาแต่เก็บตัวเองอ่านหนังสือ เขียนบทความดีๆ อะไรออกมาไม่ได้หรอกขอรับ”

            เยว่ชิงชวนฟังแล้วก็พยักหน้า “เป็นเช่นนี้จริงๆ เช่นนั้นเจ้าว่า เหล่านักเรียนในสถาบันของข้าจะต้องทำอย่างไรถึงจะสามารถฝึกจิตใจได้เหมือนกับเจ้า? พวกเขาคงไม่สามารถวางการเรียนในมือแล้วไปทุกที่เหมือนกับเจ้าหรอกใช่หรือไม่?”

            สวี่ตี้กล่าว “พวกเขาไม่มีทางเหมือนกับข้าอยู่แล้ว ตั้งแต่ข้าไปที่เหอซีก็เคยลงไปปลูกพืชไร่ เข้าสนามรบไปเข่นฆ่าศัตรู เวลาปกติก็อ่านหนังสือ ฝึกศิลปะการต่อสู้ ไม่ใช่คนที่เอาแต่อ่านหนังสือจะเทียบได้”

            เยว่ชิงชวนกับสวี่เยวี่ยนได้ยินสวี่ตี้ชมตัวเองเช่นนี้ก็พากันหัวเราะออกมา น้องเล็กที่สุดอย่างเยว่หมิงเฉินอายุเพิ่งจะห้าขวบ ใช้นิ้วชี้มาลูบแก้มของตัวเอง “ท่านพี่มิอายเลย ชมตัวเองด้วย”

            สวี่ตี้หัวเราะแล้วเอ่ย “พี่ไม่ได้อายที่จะชื่นชมตนเองหรอกนะ พี่เป็นคนจริง เคยทำมาแล้วก็คือทำมาแล้ว ไม่เคยชมตัวเองเกินจริง เจ้าถามมารดาของเจ้า ที่ข้าพูดมานั้นจริงทั้งหมดหรือไม่”

            เยว่หมิงเฉินจึงวิ่งไปข้างกายสวี่เยวี่ยน กอดเอวนางแล้วถาม “ท่านแม่ขอรับ ท่านแม่ ท่านพี่เคยฆ่าศัตรูมาจริงๆ หรือขอรับ?”

            สวี่เยวี่ยนหัวเราะแล้วกล่าว “แน่นอนสิ พี่ชายของเจ้ากับลุงสามของเจ้าร่วมมือกับเหล่าทหารด่านเยี่ยนเหมินฆ่าคนเป่ยตี้ ตอนนี้ที่พวกเราสามารถมีชีวิตที่ดีได้ ไม่มีคนของเป่ยตี้มาฆ่าปล้นสะดม ก็ล้วนเป็นเพราะทหารชายแดนแล้วก็คนที่เหมือนกับลุงสามแล้วก็พี่ชายของเจ้าคอยเฝ้าดูแลอยู่”

            เยว่ชิงชวนกล่าว “เช่นนั้นจากความเห็นของเจ้า พวกนักเรียนในสถาบันของข้าจะต้องทำเช่นไร?”

            สวี่ตี้กล่าว “อย่าเอาแต่อ่านหนังสือ ให้ออกไปดูโลกภายนอกบ้าง ไม่เพียงแต่จะเป็นการปลูกไร่ทำนาหรือว่าทำอะไร ก็ต้องมีมุมมองเป็นของตัวเอง ท่านน้าเขย การสอบระดับฮุ่ยซื่อมีเนื้อหาอย่างไรในใจของท่านรู้ดี และก็รู้ว่าจะเขียนกลยุทธ์ออกมาอย่างไร แต่เนื้อหาที่แค่อ่านหนังสือเท่านั้น ไม่ได้ไปประสบด้วยตัวเองแล้วหล่อหลอมออกมา ตอนที่เขียนบทความออกมาอ่านไปแล้วก็มักจะรู้สึกว่ามันขาดอะไรไปนิดหน่อยขอรับ”

            เยว่ชิงชวนกล่าว “เหตุใดข้าจะไม่เข้าใจล่ะ เพียงแต่สถานการณ์ของเหล่านักเรียกก็ต่างกันออกไป จัดการได้ยาก”

            สวี่ตี้กล่าว “ทุกปีท่านก็หาเวลาออกมาสองเดือน ให้พวกเด็กๆ ออกไปอยู่ด้านนอกสักระยะ หรือหาสำนักงานเขตไปทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ที่นั่น หรือไปฝึกเป็นผู้ช่วยให้กับหัวหน้าเจ้าหน้าที่อะไรก็ได้ ขอแค่สามารถได้สัมผัสของจริง ยังต้องกังวลว่าตัวเองจะไม่มีวิธีอีกหรือ?”

            เยว่ชิงชวนฟังแล้วก็อดที่จะเงียบและคิดตามขึ้นมาไม่ได้

           


    คล้ายกับเรื่องครอบครัวของข้า นอกจากข้า ล้วนข้ามมิติมาทั้งครอบครัว [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786