ตอนที่31หย่ากับนางเสีย
หย่ากับนางเสีย
นางฟู่เซียงยกยิ้มด้วยความพอใจ นางจึงกล่าวต่อไปว่า "อู๋เผิงวันนี้เจ้าว่างหรือไม่ป้าอยากจะให้เจ้าเข้าไปในเมืองจินหลิงเป็นเพื่อนซุนยี่เสียหน่อย"
อู๋เผิงยังไม่ทันได้ตอบคำถามเสียงของภรรยาที่อยู่ภายในบ้านก็ดังขึ้นเสียก่อน
"ท่านพี่ ข้าตื่นนอนแล้ว ท่านอยู่ที่ไหน"จูเหลี่ยวหมินเพิ่งตื่นนอนได้ไม่นาน นางเดินหาสามีอยู่ภายในบ้านแต่ไม่เห็นทั้งสามีและน้องสาวน้องชายของเขา จึงตะโกนเรียกหา
"เอ๊ะ นั่นเสียงจากสตรีที่ไหนกัน"นางฟู่เซียงค่อนข้างหูดี แม้เสียงจะไม่ดังมากแต่คนชอบรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านเช่นนางย่อมได้ยินชัดเจน
"เสียงของภรรยาข้าเองขอรับ"
ในบ้านอู๋เผิงมีสตรี อีกทั้งสตรีนางนั้นก็เป็นภรรยาของอู๋เผิงด้วยเรื่องนี้ดูเหมือนจะอยู่เหนือความคาดหมายของสองป้าหลานเป็นอย่างมาก
นางฟู่เซียงหันกลับมาจ้องมองหน้าหลานชายด้วยสีหน้าตกใจ "นี่เจ้าเจ้าตบแต่งภรรยาตั้งแต่เมื่อไหร่ เหตุใดข้าถึงไม่รู้มาก่อน"นางฟู่เซียงตกใจจนตัวสั่นที่ตัวสั่นเพราะกำลังรู้สึกโกรธที่หลานชายคนนี้กระทำเรื่องลับหลังนาง
ซุนยี่เองก็ตกใจไม่ต่างจากท่านป้าของนาง หญิงสาวเผลอกำมือแน่นสีหน้าบ่งบอกว่าตกใจกับเรื่องที่ได้ยินอยู่ไม่น้อย
"ท่านพี่อู๋เผิงกำลังล้อเล่นกับท่านป้าอยู่ใช่หรือไม่เจ้าคะ"ซุนยี่ไม่อาจยอมรับความจริงกับเรื่องนี้ได้นางเฝ้ารอคอยที่จะเติบโตเป็นหญิงสาวมานานหลายปีในยามนี้นางพร้อมที่จะออกเรือนเป็นภรรยาของท่านพี่อู๋เผิงแล้ว แต่จู่ๆท่านพี่อู๋เผิงก็บอกว่าเขามีภรรยาแล้ว เรื่องนี้นางไม่สามารถยอมรับได้
"เรื่องมันยาวขอรับเอาไว้ข้าจะพาภรรยาไปพบกับท่านลุงท่านป้าอีกครั้งนะขอรับ"ในยามนี้เรื่องภายในบ้านยังถูกจัดการไม่เรียบร้อยดีนักอู๋เผิงจึงยังเก็บเรื่องนี้เอาไว้ก่อน ค่อยพาภรรยาไปแนะนำกับท่านลุงท่านป้าอีกที
นางฟู่เซียงพยายามสงบสติอารมณ์ของตนเองให้เย็นลง แต่แววตาที่มองดูหลานชายกลับไม่สามารถสงบได้เหมือนกับสีหน้า"ในเมื่อนางเป็นภรรยาของเจ้าแล้ว ก็พานางมาแนะนำกับป้าก่อน"
นางฟู่เซียงถือว่าตนเองเป็นญาติผู้ใหญ่ของอู๋เผิงถือวิสาสะเดินจูงมือหลานสาวของสามีเข้าไปในบ้านอู๋เผิงโดยไม่รอให้หลานชายเชื้อเชิญเข้าบ้าน
นางจะต้องได้เห็บกับตาตนเองและนางก็อยากรู้เช่นกันว่าอู๋เผิงพาสตรีเช่นใดมาเป็นภรรยา
หลานชายคนนี้น่าตายนัก นางคิดมาตลอดว่าตนเองสามารถควบคุมอู๋เผิงให้อยู่ภายใต้อำนาจของนางได้ไม่คิดว่าวันนี้กลับได้ยินในสิ่งที่เหนือการควบคุมของตนเองเสียนี่
ซุนยี่หลานสาวที่นางหมายหมั่นให้แต่งงานกับอู๋เผิงต้องเสียใจมากเพียงใดนางฟู่เซียงกระชับมือหลานสาวแน่น เดินเข้าไปภายในบ้านมองหาสตรีนางนั้นด้วยแววตาเกลียดชัง
ซุนยี่สบตากับท่านป้า สีหน้าของนางดูไม่ค่อยดีนักเดินตามหลังป้าใหญ่เข้าไปในบ้านท่านพี่อู๋เผิงเงียบๆ
อู๋เผิงรีบตามป้าใหญ่กับซุนยี่เข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว"ท่านป้านั่งก่อนขอรับ"
"ตอนนี้นางอยู่ที่ไหน พานางมาพบป้า"นางฟู่เซียงออกคำสั่งกับหลานชาย สีหน้าดูไม่ค่อยดีนัก
"ท่านพี่"จูเหลี่ยวหมินได้ยินเสียงคนพูดคุยกันอยู่ในห้องโถง จึงเดินเข้ามาดูนางเอ่ยเรียกชื่อสามี พร้อมกับมองดูหญิงวัยกลางคนและสตรีวัยละอ่อนที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยความสงสัย
"เหลี่ยวหมิน เข้ามานั่งก่อน"อู๋เผิงเดินเข้าไปประคองภรรยาให้นั่งลงเก้าอี้ข้างตนเอง
นางฟู่เซียงกับซุนยี่มองดูสตรีในชุดสีฟ้าเดินเข้ามาในห้องโถงด้วยสีหน้าตกตะลึงพวกนางไม่คิดว่าอู๋เผิงจะตบแต่งสตรีที่งดงามเช่นนี้มาเป็นภรรยานางงดงามเกินกว่าจะเป็นแค่หญิงสาวชาวบ้านธรรมดา
ซุนยี่ถูกรัศมีของสตรีนางนี้กลบจนรู้สึกอับอายนางคิดอยู่เสมอว่าในหมู่บ้านฉินซานแห่งนี้ ไม่มีสตรีนางใดที่งดงามไปกว่านางอีกแล้วความมั่นใจในตนเองจึงค่อนข้างสูง แต่เมื่อเทียบรูปโฉมกับสตรีตรงหน้าแล้ว นางกลับดูด้อยไปทันตา
"ท่านพี่ พวกเขาเป็นใครหรือเจ้าคะ"จูเหลี่ยวหมินกระซิบข้างหูสามีเอ่ยถามเสียงเบา
ทว่าการกระทำเช่นนี้ยิ่งตอกย้ำถึงความสนิทสนมของคู่สามีภรรยาเพิ่มขึ้นไปอีก
"อู๋เผิง นางไม่รู้หรือว่าการอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ไม่ควรแสดงกิริยาเกินงามเช่นนี้" นางฟู่เซียงรู้สึกโกรธหลานชายจนแทบกระอักเลือดสตรีนางนี้ดูไม่ให้ความเคารพนางสักนิด
จูเหลี่ยวหมินยังไม่ทันได้รับคำตอบจากสามีนางก็ได้ยินเสียงของสตรีวัยกลางคนเอ่ยประชดประชัน
"ท่านป้า นางเป็นภรรยาของข้าท่านอ๋องหลี่เหยียนซื่อจัดพิธีแต่งงานให้พวกเราที่เมืองหลวงอย่างถูกต้องแล้วขอรับ"
"แต่งงานที่เมืองหลวงงั้นหรือ???"
"ขอรับ"
"เจ้าเป็นทหารอยู่ที่ชายแดนเหตุใดถึงไปแต่งงานที่เมืองหลวง ข้าเป็นญาติผู้ใหญ่ของเจ้า และข้าเองก็ยังไม่ตายเจ้าควรที่จะส่งข่าวมาให้ข้าได้รับรู้บ้าง"
จูเหลี่ยวหมินมองดูสตรีวัยกลางคนที่กำลังอยู่ในอารมณ์เกรี้ยวกราดเงียบๆปล่อยให้สามีอธิบายเรื่องการแต่งงานของนางกับเขาให้กับอีกฝ่ายฟัง
ท่านป้าคนนี้ดูจะไม่พอใจที่อู๋เผิงแต่งงานกับนางสินะจากนั้นจูเหลี่ยวหมินก็เลื่อนสายตาไปพิจารณาสตรีอีกนางหญิงสาวทั้งสองสบตากันโดยบังเอิญ ก่อนที่หญิงสาวอีกคนจะแสร้งเบือนหน้าหนี
จูเหลี่ยวหมินมองเห็นความเกลียดชังในแววตาคู่นั้นของสตรีวัยละอ่อนนางกับหญิงสาวนางนี้เพิ่งเคยพบหน้ากันนางมั่นใจว่าไม่เคยพบหน้าหรือมีเรื่องบาดหมางกับหญิงสาวคนนี้มาก่อนการที่อีกฝ่ายเกลียดชังนางเช่นนี้ย่อมมีสาเหตุ
"ไม่รู้แหละ การแต่งงานครั้งนี้ถือว่าข้าไม่ยอมรับเจ้าจะต้องเขียนหนังสือหย่าให้กับนาง"
นางฟู่เซียงใช้สายตากดดันไปยังหลานชาย แม้ว่าสตรีนางนี้จะงดงามเพียงใดแต่ก็ไม่สามารถสู้หลานสาวของนางได้
ดูจากสีหน้าท่าทางของสตรีนางนี้แล้วนางฟู่เซียงคิดว่าตนเองไม่สามารถควบคุมนางได้ จึงต้องการที่จะตัดไฟตั้งแต่ตอนนี้ก่อนที่คนภายในหมู่บ้านจะทราบเรื่องการแต่งงานของพวกเขา
อู๋เผิงจะต้องแต่งงานกับซุนยี่เพียงเท่านั้นนางถึงจะยอมรับได้
บรรยากาศภายในห้องโถงตกอยู่ในความเงียบ จูเหลี่ยวหมินได้ยินเต็มสองหูท่านป้าคนนี้สั่งให้อู๋เผิงหย่าขาดกับนาง
ซุนยี่ก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มพอใจ ถึงสตรีนางนี้จะงดงามแต่สตรีที่ถูกใจท่านป้าก็คือนาง
"ท่านป้าท่านมีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้ท่านพี่หย่าขาดกับข้า"เรื่องนี้นางไม่ทางยอมเป็นอันขาด
อีกฝ่ายเป็นแค่ป้าของอู๋เผิง ไม่ได้เป็นเจ้าชีวิตของอู๋เผิงเสียหน่อยบิดามารดาของสามีนางก็เสียชีวิตแล้วภายในบ้านหลังนี้ย่อมเป็นอู๋เผิงที่ตัดสินใจทุกอย่าง ในเมื่อแยกบ้านกันอยู่ก็ควรอยู่ใครอยู่มันไม่ยุ่งเกี่ยวกัน
"สิทธิ์อะไรนะหรือ"นางฟู่เซียงยกยิ้มด้วยสีหน้าเหนือกว่า "ก็สิทธิ์ที่อู๋เผิงเป็นหลานของข้าและข้าก็เป็นพี่สาวของบิดาอู๋เผิง เป็นญาติผู้ใหญ่ที่เหลือเพียงคนเดียวของเขาเมื่อข้าไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้ ทุกอย่างต้องถูกยกเลิก"
"ข้าจะไม่หย่ากับนาง"อู๋เผิงเอ่ยขึ้นเสียงดัง ตัดบทสนทนาของคนทั้งสอง
จูเหลี่ยวหมินยกยิ้ม แม้นางกับเขาจะยังไม่ได้เป็นสามีภรรยากันจริงๆการที่ได้เห็นเขายืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเช่นนี้นางยิ่งมีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับสามีคนนี้มากขึ้นไปอีก
นางฟู่เซียงมองดูหลานชายด้วยสีหน้าตกตะลึงหลานชายที่แสดงออกว่าเกรงใจนางมาตลอด ในยามนี้กลับกล้าที่จะขัดใจนาง
"นางเป็นสตรีพระราชทานจากซื่ออ๋องข้าไม่สามารถหย่าขาดกับนางได้ และไม่มีวันที่จะเอ่ยเรื่องหย่ากับนาง"
อู๋เผิงยกเอาเรื่องนี้ขึ้นมาก็เพื่อที่จะให้ท่านป้าใหญ่ได้ตระหนักว่าพวกเขาเป็นสามีภรรยาที่ไม่สามารถหย่าขาดจากกันได้อีกทั้งในใจลึกๆ เขาไม่เคยคิดที่จะหย่ากับนางอยู่แล้ว
"เจ้ากำลังลุ่มหลงนาง จนไม่เคารพญาติผู้ใหญ่"นางฟู่เซียงแผดเสียงสูงด้วยความไม่พอใจ
"ข้าเคารพท่านป้าเสมอมาแต่เรื่องนี้ท่านป้าก็ควรมีเหตุผลด้วย"อู๋เผิงจะไม่ยอมให้ท่านป้ามายุ่งเรื่องของเขาอีกต่อไปเมื่อคืนตอนที่เขาลุกออกไปอาบน้ำ อู๋เผิงเดินผ่านห้องของน้องสาวน้องชายไปแล้วดันเผลอได้ยินเสียงละเมอจากพวกเขาทั้งสองคน
"หากเจ้าเคารพข้าจริงๆแล้วเหตุใดถึงได้ดื้อดึงที่จะให้นางเป็นภรรยาของเจ้าต่อไปอีก"นางฟู่เซียงพยายามใช้ความเป็นญาติที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของหลานชายบีบบังคับให้พวกเขาทั้งสองคนหย่าขาดกันให้ได้เมินเฉยกับคำว่าภรรยาพระราชทาน เพราะนางเป็นแค่หญิงสาวชาวบ้านที่ไม่รู้หนังสือจะไปเข้าใจภรรยาพระราชทานได้อย่างไร
อู๋เผิงถอนหายใจยาว สีหน้าบ่งบอกว่ากำลังอดกลั้นบางอย่างเอาไว้"ท่านป้าใหญ่ พวกเราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก ในเมื่อข้าตัดสินใจแล้วท่านป้าก็ควรเคารพการตัดสินใจของข้าด้วย"
"นี่เจ้า!!!"นางฟู่เซียงชี้หน้าหลานชายด้วยความเดือดดาล นางลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าโกรธเคืองก่อนออกจากห้องโถงไปไม่ลืมคว้าเอาตะกร้าไข่ไก่ที่นำมาฝากอู๋เผิงกลับไปด้วย
ซุนยี่เห็นท่านป้าเดินจากไปด้วยสีหน้าไม่พอใจนางก็ไม่ควรอยู่ที่นี่อีกต่อไปเช่นกัน หญิงสาวลุกขึ้นยืนสบตากับบุรุษที่ตนเองรักมาตลอด ก่อนออกจากห้องโถงไปซุนยี่ได้ทิ้งคำพูดกับเขาเอาไว้หนึ่งประโยค
"ท่านพี่อู๋เผิงข้าเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้มากเจ้าค่ะ หากท่านไตร่ตรองได้แล้วควรที่จะไปขอโทษท่านป้าใหญ่ ที่ท่านป้าใหญ่ทำไปก็เพราะหวังดีกับท่านนะเจ้าคะ"
คนทั้งคู่จากไปแล้วในยามนี้เหลือเพียงอู๋เผิงกับจูเหลี่ยวหมินนั่งอยู่ด้วยกันในห้องโถงจูเหลี่ยวหมินเอื้อมมือไปกอบกุมมือของสามี
"ขอบคุณท่านพี่ที่ไม่ทอดทิ้งข้าเจ้าค่ะ"
อู๋เผิงดึงนางเข้ามากอด"แม้พวกเราจะแต่งงานกันเพราะสมรสพระราชทานของท่านอ๋องแต่ข้าให้สัญญาว่าจะไม่มีวันทอดทิ้งเจ้าเป็นอันขาด"
จูเหลี่ยวหมินพยักหน้าเบาๆ "ท่านสัญญากับข้าแล้วนะ"
"ข้าสัญญา"
เมื่อคิดถึงตรงนี้แล้ว นอกจากนางจะรู้สึกสบายใจในยามนี้นางยังรู้สึกโล่งใจที่ตอนนี้สามียังไม่ได้เอ่ยปากบอกกับท่านป้าใหญ่ว่าเขาได้เลื่อนยศเป็นนายกองไม่เช่นนั้นเรื่องวุ่นวายอาจจะตามมาอีกมากมายสำหรับเรื่องนี้นางคงต้องหาเวลาพูดคุยเรื่องนี้กับสามีให้รู้เรื่อง
นางรู้ว่าไม่ช้าก็เร็วท่านป้าก็คงจะรู้เรื่องที่สามีของนางได้รับเลื่อนยศเป็นนายกองทว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม เงียบไว้เป็นดีที่สุด