เช้าวันรุ่งขึ้น เวลา 06.30 น.ไตรภพตื่นนอนตามเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือ ชายหนุ่มรีบอาบน้ำแปรงฟันแต่งตัวชุดนักศึกษาเนื่องจากวันนี้เป็วันแรกในการลงทะเบียนเรียนระดับมหาวิทยาลัยพื้นฐานชายหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงแสลกสีดำ ใส่เข็มขัดหนังส่องกระจกจัดการทรงผมให้เป็ระเบียบเรียบร้อย
ไตรภพเดินลงมาด้านล่างเห็นช่อผกาและมะลิกำลังวางอาหารลงบนโต๊ะอยู่ จึงเดินเข้าไปทักทายอย่างอารมณ์ดี
“วันนี้ทำอะไรทานครับแม่”
“เป็ข้าวต้มทะเลจ้ะ ลูกลองกินดูนะ มะลิเป็คนปรุง”
“ใช่ค่า หนูเป็คนปรุงเอง พี่ชายลองดูหน่อยนะ ว่าอร่อยไหม”
มะลิส่งจาน ถ้วย และช้อนให้กับไตรภพพลางตักให้ไตรภพทาน ข้าวต้มร้อน ๆ มีปลาหมึก ปลา กุ้ง มีหน้าตาน่ารับประทานมากส่งกลิ่นหอมไปทั่วบ้าน
“โห นี่มันอร่อยมาก ๆ เลย”
ไตรภพหลังจากรับประทานเข้าไปคำแรกเอ่ยชมไม่ขาดปาก มะลิยิ้มอย่างพึงพอใจ วิ่งเข้าไปในครัวหยิบถ้วยชามช้อนส้อม มานั่งรับทานกับไตรภพและช่อผกา
“ลูกจะไปเรียนยังไง เอารถแม่ไปไหม”
“ไม่ดีกว่าครับแม่ ผมว่าจะเดินไปบ้านเราห่างจากมหาวิทยาลัยไม่ไกลมาก จะได้ออกกำลังกายไปด้วยครับ”
“ตามใจลูกเถอะ”
ไตรภพเดินออกจากบ้านพลางดู Google Mapจากโทรศัพท์มือถือเพื่อเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยพื้นฐานประจำจังหวัดน่านระยะทางห่างประมาณ 1.5กิโลเมตร ถ้าเดินทางด้วยวิชาตัวเบาไตรภพสามารถถึงมหาวิทยาลัยได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีแต่ชายหนุ่มไม่้าให้เป็แบบนั้น
ระหว่างทางที่กำลังเดินไปมหาวิทยาลัยไตรภพดูข้างนอกด้วยความเบิกบานใจ นานแล้วที่ชายหนุ่มไม่ได้มีบรรยากาศผ่อนคลายแบบนี้สิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยเห็นล้วนกระตุ้นความอยากรู้และความสงสัยของไตรภพทั้งสิ้น
“เดินตรงไปหนึ่งร้อยเมตร แล้วเลี้ยวขวา”
ไตรภพเดินตาม Google Map บอกเมื่อเลี้ยวขวาเข้าไปแล้วเป็ซอยด้านหลังตึกใหญ่ ชายหนุ่มจึงเดินทะลุซอยไปเมื่อมองจากโทรศัพท์แล้ว พ้นจากซอยเลี้ยวขวา ข้ามถนน ก็จะถึงมหาวิทยาลัย
“ช่วยด้วย ๆ ๆ ”
เสียงขอความช่วยเหลือออกมาจากปากของหญิงสาวซึ่งสวมใส่ชุดสูทสีดำเธอมีผมยาวถึงแผ่นหลัง ใบหน้าขาวผ่อง ดวงตากลมโต เธอกำลังถูกชายฉกรรจ์สองคนขมขู่อยู่ชายฉกรรจ์คนหนึ่งถือมีดจ่อไปที่ท้องเธอ ส่วนอีกคนกำลังบีบคอของเธอ
“หุบปาก นังนี่ อยากตายใช่ไหม!!!”
โจรที่บีบคอหญิงสาวอยู่ เพิ่มแรงบีบให้แน่นขึ้นเค้นเสียงออกมาเพื่อข่มขู่หญิงสาว ซึ่งแน่นอนได้ผล หญิงสาวค่อย ๆ ลดเสียงลงดวงตามองชายสองคนตรงหน้าอย่างหวาดกลัว
“ส่งกระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์มือถือมาให้ฉัน”
ชายฉกรรจ์ที่ถือมีดข่มขู่หญิงสาวทันทีเธอรีบถอดของมีค่าทุกอย่างส่งให้กับชายตรงหน้าตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมีชีวิตต่อ ไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทองใด ๆ
“นังนี่ มันน่าเหลือเกิน”
ชายฉกรรจ์คนหนึ่งมองไปที่หน้าอกของหญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอ พยายามที่จะเอามืออีกข้างซึ่งไม่ได้ถือมีดจับหน้าอกหญิงสาว
เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
กระเป๋าเป้ของไตรภพถูกปาใส่หัวของชายฉกรรจ์ที่กำลังจะลวนลามหญิงสาวทำให้มันล้มลงกระแทกพื้นส่วนชายฉกรรจ์อีกคนหันมีดมาทางไตรภพที่อยู่ห่างประมาณหนึ่งร้อยเมตร
“แก!”
ชายฉกรรจ์คนนั้นเมื่อเห็นคนแปลกหน้ากำลังตรงเข้ามาหามันมันจึงพยายามจะคว้าหญิงสาวเป็ตัวประกัน เพื่อหลบหนีไปจากสถานที่แห่งนี้
ฟ้าววววววววววววว
“โอยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย”
ไตรภพเห็นชายฉกรรจ์ตรงหน้ากำลังจะคว้าตัวหญิงสาวจึงปาโทรศัพท์ที่ถืออยู่ในมือใส่หัวของชายฉกรรจ์คนนั้น ส่งผลให้มือถือแตกกระจาย แต่ที่น่าประทับใจกว่านั้นศีรษะของมันเป็รอยแดงจากแรงปาของโทรศัพท์มือถือ
ชายฉกรรจ์กุมไปที่ศีรษะล้มลงอย่างเ็ป มันมองไตรภพด้วยความงุนงงชายหนุ่มปาโทรศัพท์มือถือในระยะหนึ่งร้อยเมตรอย่างแม่นยำทั้งแรงปาโทรศัพท์สามารถทำให้มันหัวแตก ประเมินจากแผลที่ลูบคลำแล้วคงต้องเย็บไม่ต่ำกว่าห้าสิบเข็ม
ไตรภพค่อย ๆ เดินเข้ามาหาหญิงสาวชายหนุ่มมองใบหน้าหญิงสาวตรงหน้า แม้จะมีแว่นสายตาสีดำบดบังั์ตาแต่ก็ไม่สามารถปกปิดความงามบนใบหน้าได้เป็ผู้หญิงที่ทรงเสน่ห์จนไม่อาจจะละสายตาจากั์ตาคู่งามแม้แต่วินาทีเดียว
“ขอบคุณค่ะ”
หญิงสาวค่อย ๆ พยุงตัวลุกมามองใบหน้าของชายหนุ่มที่เข้ามาช่วยเธอ ใบหน้าคมคาย คิ้วเข้มโก่งเหมือนคันศรปากสีชมพู รวมถึงดวงตาคมกริบเหมือนเหยี่ยวทำให้หน้าของหญิงสาวแดงซ่านด้วยความตกตะลึงในใบหน้าของชายหนุ่ม
“ฉันชื่อ กนกพร นะคะ คุณ ?”
“ผมชื่อไตรภพนะครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
“ไตรภพเธอกำลังจะไปลงทะเบียนเรียนที่มหาวิทยาลัยพื้นฐานใช่ไหม ?”
กนกพรมองกระเป๋าบนพื้นข้างไตรภพ เอกสารต่าง ๆหล่นออกมาจากกระเป๋า ไตรภพก้มเก็บเอกสารเอาไว้ตามเดิม
“ใช่ครับ คุณทราบจากเอกสาร ?”
“ใช่แล้ว ฉันคืออาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยพื้นฐานสอนวิชาภาษาอังกฤษ”
“อาจารย์ !”
ไตรภพมองกนกพรอย่างตกตะลึงหญิงสาวตรงหน้าคืออาจารย์ที่มหาวิทยาลัยซึ่งชายหนุ่มกำลังจะไปมอบตัวอะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้น
“ใช่จ้ะ ยังไงต้องขอบใจเธอมากนะ ถ้าไม่ได้เธอช่วยฉันต้องแย่แน่ ๆ”
“ไม่เป็ไรหรอกครับ”
“เอาไว้ฉันจะตอบแทนเธอทีหลังนะรีบเข้ามหาวิทยาลัยเถอะ จะถึงเวลาแล้ว”
หญิงสาวชักชวนชายหนุ่มให้เดินตามเธอไปยังมหาวิทยาลัยไตรภพมองหญิงสาวอย่างไม่เชื่อสายตา จากการดูลักษณะหน้าตาของหญิงสาวแล้วคงอายุมากกว่ามันไม่กี่ปีแล้วทำไมหญิงสาวกลับกลายเป็อาจารย์มหาวิทยาลัยได้
เมื่อรู้ตัวอีกทีไตรภพและกนกพรได้เดินเข้ามาในรั้วของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยได้ปฏิรูประบบการศึกษาทั่วประเทศโดยแต่ละตำบลจะมีโรงเรียนเพียงโรงเรียนเดียวในระดับอำเภอก็จะมีอำเภอละหนึ่งโรงเรียน เมื่อนักเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แล้วจะต้องเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยพื้นฐานประจำจังหวัดทุกคนเป็ระยะเวลาหนึ่งปี
ในมหาวิทยาลัยพื้นฐานนั้นจะสอนเกี่ยวกับการปูพื้นฐานต่างๆ และการเตรียมตัวไปเรียนที่มหาวิทยาลัยในกรุงเทพมหานครซึงเป็มหาวิทยาลัยเฉพาะทางเดียวในประเทศ แบ่งออกเป็คณะต่าง ๆโดยนักศึกษาจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเฉพาะทางเมื่อจบจากมหาวิทยาลัยพื้นฐานประจำจังหวัด
มหาวิทยาลัยพื้นฐานประจำจังหวัดน่านมีพื้นที่หนึ่งร้อยไร่อยู่ในกลางอำเภอเมืองของจังหวัด บรรยากาศร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่หน้าประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยมีรถยนต์มากมายแล่นผ่านเข้าไปทำให้การจราจรรอบนอกและในมหาวิทยาลัยติดขัด
ไตรภพเดินตามหลังอาจารย์สาวจนไปถึงหอประชุมใจกลางมหาวิทยาลัยซึ่งไม่ไกลจากประตูมากนัก ตกแต่งด้วยไม้สักทั้งหลัง สามารถจุนักศึกษาได้เกือบหมื่นคนเลยทีเดียว
“ไว้เจอกันนะ พอดีฉันต้องไปเตรียมตัวก่อน”
กนกพรร่ำลาไตรภพทันทีเธอมีหน้าที่เป็พิธีกรในงานปฐมนิเทศต้อนรับนักศึกษาใหม่ไตรภพจึงเดินเข้าไปในหอประชุมซึ่งในขณะนี้เริ่มมีนักศึกษาเข้ามาอย่างคับคั่งแล้ว
ไตรภพนั่งบนโซฟาสีแดงที่มีประมาณหนึ่งหมื่นที่นั่งล้อมรอบเวทีเป็รูปตัวยูซ้อนกันหลายชั้น ใจกลางของเวทีเป็พื้นที่ขนาดใหญ่ มีม่านดอกไม้ ป้าย ตกแต่งอย่างอลังการ
‘ยินดีต้อนรับนักศึกษาทุกคนสู่มหาวิทยาลัยพื้นฐานประจำจังหวัดน่าน’
เมื่อใกล้ถึงเวลาจะเริ่มงานที่นั่งในหอประชุมเริ่มถูกจับจองจนใกล้จะเต็มหมดแล้วไตรภพไม่ได้สนใจบรรยากาศรอบข้างมากนักนั่งอ่านเอกสารในกระเป๋าเพื่อเตรียมพร้อมรายงานตัว
“เฮ้ยนาย ขอนั่งด้วยสิ”
ไตรภพเงยหน้าขึ้นมองตามเสียง เป็ชายหนุ่มผมสั้นดวงตาตี่ ผิวสองสี ถือกระเป๋าสะพายข้าง วางลงเก้าอี้ข้างไตรภพจากนั้นจึงนั่งลงทับกระเป๋า
“สวัสดี ฉันชื่อวัศพลนะ นายหละ”
“ฉันชื่อไตรภพ”
ไตรภพรับคำสั้น ๆ อ่านเอกสารในมือต่อไม่ได้สนใจชายหนุ่มข้าง ๆ นัก เนื่องจากไตรภพนั่งที่นั่งบนสุดที่นั่งสุดท้ายทำให้อีกด้านหนึ่งไม่มีคนมานั่ง
“นายมาจากที่ไหน ฉันมาจากอำเภอเมือง”
“ตำบลท่าน้าวหนะ”
“นายไม่พอใจฉันอะไรรึเปล่าทำไมดูไม่อยากจะคุยกับฉัน”
“เปล่านิ”
วัศพลถามไตรภพด้วยน้ำเสียงโมโหมันเหมือนถูกชายหนุ่มตรงหน้าเมิน ในขณะที่ไตรภพไม่ได้สนใจอะไรมากยังคงอ่านคู่มือแนะนำในมหาวิทยาลัยต่อไป
“เอางี้เพื่อนฉันจะพูดถึงมหาวิทยาลัยให้ฟังเอาไหม”
“…”
“เอาเป็ว่านายอยากฟังแล้วกัน นายถามถูกคนแล้วฉันนี่แหละคือผู้รู้เบอร์หนึ่งในจังหวัดนี้ ฉันรู้ทุกเื่”
“ยกเว้นเื่ตัวเอง”
เสียงดังจากเบาะด้านหน้าของไตรภพเป็ชายหนุ่มอีกคนหนึ่งมีผิวสีแทน ผมยาวประบ่า หันมาขัดจังหวะของวัศพลที่กำลังจะคุยโม้โอ้อวด
“หนอย แก ไอทัดดนัย”
“เฮ้ เพื่อน อย่าไปฟังไอวัศพลนี่พูดเยอะมันโม้ทั้งนั้น รู้ไปหมด รู้ทุกเื่ แต่เื่ของตัวเองโง่มากนายเห็นผู้หญิงคนนั้นไหม”
“หยุดนะเว้ย”
ชายที่ชื่อทัดดนัยชี้ไปเก้าอี้บริเวณหน้าเวทีเป็กลุ่มของหญิงสาวสวยใส่ชุดมหาวิทยาลัย นั่งคุยกันด้วยความรื่นเริงบรรยากาศรอบข้างพวกเธอเหมือนนางฟ้ากำลังสนทนากันอยู่
“นั่นคือกลุ่มสี่นางฟ้า มันชอบหนึ่งในนั้นตามมาั้แ่สมัยเรียนที่โรงเรียนแล้ว มันสารภาพรักกับหญิงสาวที่ชื่อดาราเป็จำนวน 99ครั้ง”
“99 ครั้ง ?”
ไตรภพอดที่จะเผยใบหน้าใไม่ได้มันหันไปมองวัศพลช้า ๆ นึกขำในใจชายหนุ่มตรงหน้าของมันต้องบ้าดีเดือดขนาดไหนถึงสามารถสารภาพรักทั้ง ๆที่โดนปฏิเสธได้มากมายขนาดนี้
“เขาเรียกความพยายาม นายไม่เคยได้ยินหรอว่า น้ำเซาะหินทุกวันหินยังกร่อน”
“แล้วนายเคยได้ยินสุภาษิตที่ว่า หินโดนเซาะทุกวันหินยังหนี รึเปล่า”
ชายหนุ่มสองคนเถียงกันไปมาทำให้ไตรภพส่ายหัวอย่างระอาใจ แต่ก็อดขำกับเหตุการณ์ตรงหน้าไม่ได้นับว่าเป็สีสันหนึ่งของการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเลยทีเดียว
บรรยากาศการเริ่มงานเป็ไปด้วยความเรียบร้อยอธิการบดีกล่าวเปิดงานพร้อมอธิบายกฎระเบียบของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ไว้โดยนักศึกษาจะต้องเข้าเรียนไม่น้อยกว่า 80 % โดยจะแบ่งนักศึกษาออกเป็ 2 ผลัดคือผลัดเช้าและผลัดบ่าย เพื่อง่ายต่อการจัดการ
หลังจากพิธีเปิดการปฐมนิเทศเสร็จ นักศึกษาทุกคนต่างเช็คห้องเรียนของตนเองทางWebsiteของมหาวิทยาลัยซึ่งไตรภพได้เรียนภาคบ่าย ในห้องเรียนที่ร้อยของมหาวิทยาลัย
เหมือนเป็โชคชะตา ไตรภพ วัศพล และทัดดนัยได้เรียนภาคบ่ายด้วยกัน แถมยังเรียนห้องเดียวกันอีกที่เป็เช่นนี้เพราะห้องนี้คัดเกรดเฉลี่ยต่างหากถ้าพูดตามจริงแล้วเป็ห้องบ๊วยที่สุดในมหาวิทยาลัย ซึ่งห้องที่ร้อยนั้นได้รวมนักศึกษาที่ไม่เอาไหนมาอยู่ในห้องนี้ทั้งสิ้น