รูปร่างของจินหวงตอนนี้มีรูปลักษณ์ที่งดงาม ร่างเพรียวบางกว่าแต่ก่อน ทั้งหน้าตาผิวพรรณไม่ต่างอะไรกับดรุณีน้อยไม่มีผิด จนเเทบจะมองเป็บุรุษไม่ได้เลยทีเดียว
" จินหวง เ้าเป็เกองั้นรึ "
ผมถามออกไปเพราะในโลกนี้บุรุษกับเกอสามารถแยกกันออกมาได้อย่างง่ายดายเพราะว่าเหอนั้นแม้จะเป็บุรุษแต่ก็จะมีหน้าตาที่งดงามคล้ายกับผู้หญิงเป็อย่างมาก เมื่อจินหวงได้ยินคำพูดของผมก็ถามขึ้นมาทันทีว่า
" ใช่ เ้ารู้ได้ยังไง "
ด้วยว่าตัวจินหวงนั้นแม้จะเป็เกอแต่ด้วยรูปร่างที่อ้วนท้วมทำให้ทุกคนมองว่าจินหวงนั้นเป็บุรุษจนทุกวันนี้แม้ว่าตนจะบอกกับคนอื่นว่าตนนั้นเป็เกอก็ไม่มีใครเชื่อเขาซักคน
" ก็ด้วยรูปร่างหน้าตาของเ้ายังไงละ "
ว่าแล้วผมก็เรียกกระจกออกมาให้จินหวงได้ส่องดูหน้าตาของตัวเอง
" น่ะนี้มัน " เสียงจินหวงอุทานออกมาอย่างใ
ส่วนทางเย่หลิงและอี้เซียวนั้นเมื่อได้ดูดซับสมุนไพรที่ไป๋ชิงให้ไปแล้วก็เกิดความเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน
ในส่วนของเย่หลิงนั้นระดับพลังของนางเพิ่มขึ้นถึง9ระดับด้วยกัน จากระดับของนางที่อยู่ในระดับ์ขั้น4ได้เลื่อนขึ้นมาเป็ระดับ ราชันย์ขั้น3 โดยสมบูรณ์และพลังธาตุของนางเองก็ได้พัฒนาขึ้นด้วยเช่นกัน จากการดูดซับดอกบัว9 ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้พลังธาตุของนางพัฒนามาเป็ เพลิงพิษ9 ศักดิ์สิทธิ์ สามารถใช้พิษที่รุนแรงถึง9ชนิดด้วยกันและพิษแต่ละชนิดนั้นอยู่ในระดับชั้น ศักดิ์สิทธิ์ ต่อให้ผู้ฝึกตนระดับเซียนขึ้นไปก็ยากที่จะรอดหากโดยพิษ ศักดิ์สิทธิ์ทั้ง9ของนาง นั้นสร้างความใและดีใจให้กับเย่หลิงเป็อย่างมาก
ส่วนในทางของอี้เซียวนั้น หลังจากดูดซับสมุนไพรดอกเพลิงอัคคีเทวะเสร็จนั้น ระดับพลังของเขาก็ได้เพิ่มขึ้นถึง10ระดับ จากระดับ์ขั้น5 จนตอนนี้อี้เซียวมีระดับอยู่ที่ ระดับราชันย์ขั้น 5 โดยสมบูรณ์เป็ที่เรียบร้อย และพลังธาตุของเขาก็พัฒนาขึ้นมาเช่นเดียวกัน
เมื่อเห็นทั้งสามคนหายตกตะลึงและจะหันมาพูดขอบคุณผมจึงพูดขัดขึ้นมาก่อนว่า
" พวกเ้าไม่ต้องขอบคุณข้า เพราะถึงอย่างไรพวกเ้าก็เป็สหายของข้า เอาละในเมื่อพวกเ้าได้ดูดซับสมุนไพรที่ข้าให้หมดเเล้วข้าก็มีสิ่งที่จะมอบให้พวกเ้าด้วย "
ว่าแล้วผมก็เรียกของสามอย่างออกมา มันคือเเส้ยาวสีเงิน กระบี่ และ ดาบ ของทั้งสามอย่างนี้ผมได้สร้างมันขึ้นมาในระหว่างที่ทั้งสามคนกำลังดูดซับสมุนไพรอยู่ ผมได้รวบรวมเอา กระบี่ ดาบ และ แส้ยาว ชนิดต่างมาหลอมรวมกันจนเป็อันเดียว ก็อย่างที่บอกในมิติของผมนั้นมีทุกอย่าง และผมก็ได้นำทุกอย่างที่มีในมิติไม่ว่าจะเป็สมุนไพร น้ำในบ่อใส่ลงไปด้วย จนได้ออกมาเป็ของสามสิ่งนี้แหละ แต่ว่ามันจะเป็อาวุธระดับใดนั้นผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันฮ่าๆ
แต่พอทั้งสามคนได้เห็นสิ่งที่ผมนำออกมาต่างก็พากันแสดงสีหน้าที่ใเป็อย่างมาก " นั้นมันอาวุธเซียน " ทุกคนต่างร้องอุทานขึ้นในใจ
" เ้าเอาของพวกนี้มาจากที่ใดกัน " เป็อี้เซียวที่ถามขึ้นด้วยความสงสัย คนคนนี้มีแต่สิ่งที่น่าสงสัยเต็มไปหมด
" ข้าไม่บอกหรอก แต่ข้านำมันมาให้พวกเ้า และพวกเ้าห้ามปฏิเสธ หากพวกเ้าปฏิเสธข้าจะโยนมันทิ้งทันที "
ผมว่าพลางยื่นของทั้งสามอย่างให้กับทั้งสามคนเมื่อทั้งสามคนได้ยินเช่นนั้นจึงรีบรับอาวุธเ่าั้มาทันที
" ไป๋ชิง เ้าแน่ใจนะว่าจะเอาอาวุธเหล่านี้ให้พวกข้า เ้าไม่เสียดายรึ " เย่หลิงถามออกมาพลางมองหน้าไป๋ชิง
" ไม่อะ ของพวกนี้ไม่สำคัญสำหรับข้า " ผมพูดออกไปอย่างไม่สนใจอะไร
" สูดดดด " เสียงหายใจของทุกคนดังขึ้นพร้อมกันด้วยความใในคำพูดของไป๋ชิง
ของพวกนี้ไม่จำเป็สำหรับข้า
อันใดกัน นี้มันอาวุธนะดับเซียนเลยนะ เขาเป็ใครกันแน่ทุกคนต่างคิดในใจและมองหน้าไป๋ชิงอย่าง ค้นหา
แต่ก่อนที่จะมีใครได้พูดอะไร ผมจึงได้พูดขึ้นมาก่อนว่า
" จินหวงเ้าอยากให้ข้าถ่ายทอดวิชากระบี่ให้เ้าใช้หรือไม่ถ้างั้นก็เข้ามาใกล้ๆ ข้า "
เมื่อจินหวงเข้ามาใกล้ๆ ผมผมจึงได้เื่ถ่ายทอดวิชากระบี่ให้จินหวงทันทีด้วยการแตะที่หน้าผากของจินหวงเมื่อถ่ายทอดเสร็จจึงได้พูดกับจินหวงว่า
" วิชากระบี่ที่ข้าถ่ายทอดให้เ้า เป็วิชากระบี่ทั้งหมดของข้าและต่อไปข้าเองก็จะไม่สามารถใช้เพลงกระบี่นั้นได้เช่นกัน "
แต่ความจริงผมก็พูดออกไปอย่างงั้นแหละแค่ผมอยากจะเล่นของเล่นอย่างอื่นเเค่นั้นเอง แต่คำพูดของผมนั้นกลับทำให้ทักสามคนใเป็อย่างมาก
" อะไรนะ ไป๋ชิงนี้เ้า " จินหวงถึงกับพูดไม่ออกพร้อมมีน้ำตาคลอที่เบ้าตาทั้งสองข้าง
" เ้าจะร้องไห้ทำไมกัน ข้าไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นซะหน่อย ถึงข้าไม่มีวิชากระบี่ข้าก็เอาตัวรอดได้ " ผมพูดขึ้น
เมื่อได้ยินแบบนั้นจินหวงจึงได้หยุดร้องไห้ และก็มาคิดได้ว่าคนที่สามารถเอาสมุนไพรล้ำค่าพร้อมกับอาวุธระดับเซียนออกมาได้ ยังจะเป็คนธรรมดาอยู่หรอ ซึ่งความคิดของอีกสองคนก็คิดแบบเดียวกัน ว่าไป๋ชิงต้องไม่ใช่คนธรรมดาเป็แน่ แต่แล้วยังไงล่ะ เพราะถึงยังไงไป๋ชิงก็เป็สหายของพวกเข้า พวกเขาจะไปคิดมากอันใด มีสหายที่เก่งกาจแบบนี้พวกเขาควรจะดีใจสิ เมื่อคิดได้ดังนั้นทุกคนจึงเลิกสนใจที่มาของเป๋ชิงทันที จนเย่หลิงที่พึ่งได้สังเกตุเห็นจินหวงจึงได้ทักขึ้นอย่างตื่นตะลึงว่า
" จินหวง ทำไมร่างกายเ้าถึงได้เปลี่ยนไปเช่นนี้ "
" อ๋อนั้นเป็เพราะสมุนไพรของไป๋ชิงที่ให้ข้าดูดซับน่ะ "
จินหวงตอบกลับอย่างดีใจ
" เ้าเป็เกอรึ " อี้เซียวถามขึ้น
" อื้อ ใช่ข้าเป็เกอ พวกเ้ารังเกียจข้าหรือไม่ " จินหวงถามออกไปอย่างกังวล
" ไม่เลยๆ ข้าไม่ได้รังเกียจ เ้าอย่างได้คิดมาก ยังไงเราก็เป็สหายกันเเล้ว "
อี้เซียวรีบตอบเพราะกลัวคนร่างบาง? จะเข้าใจผิด
ส่วนทางด้านไป๋ชิงกับเย่หลิงนั้นได้หันมามองหน้ากันพร้อมกับยิ้มออกมาให้กันอย่างมีเลศนัย
" ตอนนี้พวกเ้าก็พึ่งได้เพิ่มระดับพลังของตัวเองข้าว่าเราควรพักอยู่ภายนอกนี้ก่อน แล้วค่อยเข้าป่ามายาทมิฬในวันพรุ่งนี้เพราะยังไงซะก็ยังเหลือเวลาอีกตั้ง 1วัน "
ผมที่เห็นว่าทุกคนนิ่งเงียบไปนานจึงได้พูดขึ้น
" ข้าเองก็คิดเช่นนั้น " เย่หลิงพูดสนับสนุน
ส่วนอีกสองคนนั้นได้แต่มองหน้ากันไปมาไม่หยุด เอ๊ะมันยังไงกันสองคนนี้
" นี้พวกเ้า คิดจะมองหน้ากันจนพระอาทิตย์ตกดินเลยรึยังไงข้าจะได้ไปหาที่พักกับเย่หลิงสองคน "
ผมพูดขึ้นมากับทั้งสองคนอย่างหมั่นไส้ จนทำให้ทั้งอี้เซียวและจินหวงถึงกับทำตัวไม่ถูก
" จะเ้าพูดอะไรของเ้ากัน "
จินหวงหันกลับพูดกับไป๋ชิงพร้อมกับส่งค้อนงามๆ มาให้อีกหลายวงด้วยความเขินอาย
และในขณะที่พวกเรากำลังพูดคุยกันอยู่นั้นก็ได้มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา เสียงเหมือน มีนกตัวขนาดใหญ่บินผ่านมาทางที่พวกผมอยู่
" ฟิ้วว พรึบ พรึบ พรึบ พรึบ อี๊กกก แคว๊กก "
" นั้นมันไก่ฟ้าวิหค์ ทุกคนหาที่หลบเร็ว "
เสียงของอี้เซียวร้องขึ้นพร้อมกับวิ่งไปจับมือ? ของจินหวงแล้ววิ่งไปหาที่หลบทันที
เอ๊ะ! ผมกับเย่หลิงต่างอุทานขึ้นมาในใจก่อนจะวิ่งตามทั้งสองคนนั้นไป
" อี้เซียว เมื่อกี้เ้าว่าเ้านั้นคือตัวอะไรงั้นรึ "
ผมถามออกไปด้วยความสงสัย
" นั้นมันคือไก่ฟ้าวิหค์ เป็สัตว์อสูรประเภทไก่ แต่ถึงมันจะเป็ไก่ แต่ก็ไม่อาจดูถูกมันได้ เพราะมันมีสายเืเดียวกับ วิหค์ สัตว์อสูรระดับเทพ เพราะอย่างนี้มันจึงได้ชื่อว่า ไก่ฟ้าวิหค์ และความเเข็งแกร่งของมันนั้นขนาดมันยังเป็สัตว์อสูรระดับ์ ก็สามารถจัดการกับผู้ฝึกตนระดับเทวะได้ไม่ยาก "
อี้เซียวตอบออกมา
" เ้านี้มีความรู้มาเสียจริง " ผมพูดชมออกไปอย่างจริงใจ
" ก็แค่ความรู้ทั่วไปถ้าขยันอ่านใครๆ ก็รู้ได้ทั้งนั้น " อี้เซียวตอบออกมาหน้าตาเฉย
คำตอบของอี้เซียวทำเอาผมถึงกับสะดุ้ง
บ่ะไอ้หมอนี้ ข้าแค่พึ่งมาโลกนี้เมื่อไม่นานมานี้เองหรอกชิ
ผมคิดขึ้นในใจ ก่อนที่จะมองไปที่ไก่ฟ้าวิหค์ พลันในหัวของผมก็ปรากฏมีเมนูต่างๆ ที่เกี่ยวกับไก่ลอยขึ้นมาในหัว มีทั้งไก่ทอด ไก่ย่าง ไก่ผัดพริกแกง
" อึกๆ เอื้อก " เสียงผมกลืนน้ำลายเสียงดังก่อนที่ผมจะพูดขึ้นว่า
" ข้าอยากกินอะกินได้ป่ะ "
สิ้นเสียงคำพูดของผมทุกคนต่างหันมามองผมด้วยความตกตะลึงรวมไปถึงเหล่าผู้าุโและบรรพบุรุษของสำนักเทพกระบี่ที่ได้เฝ้ามองดูกลุ่มของไป๋ชิงผ่านกระจกเซียน และดูเหมือนว่าจะติดตามแค่กลุ่มของไป๋ชิงกลุ่มเดียวซะด้วย ซึ่งเหล่าผู้าุโเ่าั้ต่างก็ได้ใไปไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบแล้วในการกระทำของไป๋ชิง
" นี้มันจะเกินคนธรรมดาไปแล้ว " ทุกคนต่างคิดตรงกัน
ทางด้านของฉีิที่ได้นั่งมองดูอยู่นั้นก็ได้แต่กลั้นขำกับสิ่งที่ร่างบางเอ่ยออกมา เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าชิงเอ๋อของเขานั้นชอบกินไก่มาก แต่ก็ไม่คิดว่าจะมากถึงขนาดคิดจะจับไก่ฟ้าวิหค์ ที่เป็ถึงสัตว์อสูรระดับราชันย์ตัวนั้นกินเป็อาหาร ใช่สัตว์อสูรที่ทั้ง4คนได้เจอนั้นคือสัตว์อสูรระดับราชันย์
กลับมาทางด้านไป๋ชิง
" เอ้าทำไมอะ พวกเ้าทำไมมองข้าแบบนั้นกัน "
ผมถามออกไปอย่างงงๆ ก็ผมแค่อยากกินไก่อะ
" นี้เ้าพูดอะไรออกมาน่ะนั้นมันสัตว์อสูรระดับราชันย์เลยนะ " จินหวงที่ได้ยินเอ่ยทักขึ้น
" แต่มันก็เป็แค่ไก่ไม่ใช่รึไงกัน " ผมพูดพร้อมเบ้ปากก่อนจะต้องมองไปที่อสูรไก่ตัวนั้นตาเป็มัน
ส่วนทางไก่ฟ้าวิหค์ตัวนั้นคงจะรับรู้ถึงสายตาที่จ้องมองมาจึงได้ชูคอขึ้นหันซ้ายหันขวาด้วยความหวาดระแวง
" นี้เ้าไม่ได้ยินที่อี้เซียวพูดรึยังไง ว่าไก่ฟ้าวิหค์นั้นแม้ว่ามันอยู่ในระดับ์ก็ยังสามารถจัดการกับผู้ฝึกตนระดับเทวะได้ แล้วอีกอย่างวรยุทธของเ้าก็ได้ถ่ายทอดให้ข้าหมดแล้วเ้าจะสู้มันยังไงกัน " จินหวงพูดขึ้นมา
" งั้นเ้าดูข้านะ " พูดจบผมก็ะโออกไปยืนอยู่ด้านหน้าของอสูรไก่? ตัวนั้นในทันที
" ไป๋ชิง! " ทุกคนะโขึ้นมาอย่างใ
" ห้ามออกมา " ผมพูดจบก็ชักกระบี่ะโเข้าไปหาไก่ฟ้าวิหค์ทันที
" แค๊วกกกกกก "
เสียงของไก่ฟ้าวิหค์ร้องขึ้นเสียงดังด้วยความใที่เห็นมนุษย์มายืนอยู่ตรงหน้า
เเต่พอผมมาอยู่ตรงหน้าไก่ฟ้าวิหค์ตัวนั้นแล้วเ้าท้องเ้ากรรมดันร้องออกมา
" จ๊อกกกก~ "
" อุ่ย เเฮ่ะๆ ข้าหิวน่ะ ขอกินเ้าได้ป่ะ " ผมพูดออกไปอย่างเขินอาย
ไก่ตัวนั้น : --------------- (- _-)
เหล่าผู้าุโ : ------------- (°_°)
เพื่อนทั้งสามคน :------------ (°_°)
เมื่อไก่ฟ้าวิหค์ มันได้ยินเช่นนั้นมันจึงได้วิ่งเข้ามาหาไป๋ชิงในทันทีด้วยความโกรธ ก่อนที่จะพ่นไฟออกมา ไป๋ชิงที่เห็นแบบนั้นจึงใช้กระบี่บังไว้แต่ด้วยว่ามันเป็เพียงกระบี่ธรรมดาจึงโดนไฟของไก่ตัวนั้นเผาจนไม่เหลือซาก
" เอาแล้วไหมละ เอาไงดีละทีนี้ เอาแบบนี้แล้วกัน "
ผมพึมพำขึ้นมาก่อนจะเรียกเอาเเส้อ่อนขนเงินออกมาจากมิติ
" มาดูวิชาแส้อ่อนของมิกจ้อซือไท่แห่งสำนักง้อไบ๊หน่อยเป็ไง "
ผมพูดขึ้นพร้อมกับะโขึ้นไปฟาดแส้ใส่ไก่ตัวนั้นแต่ไก่ตัวนั้นก็หลบได้
" จะหลบหรอ งั้นมาดูกันว่าจะหลบไปได้สักกี่น้ำ "
ฟิ้วว พรึบ ตูมม เปรี๊ยะๆ
ผมฟาดเเส้อ่อนไปยังต้นไม้และก้อนหินที่อยู่ใกล้ๆ จนมันแตกกระจายและลอยขึ้นไปบนอากาศ ก่อนที่ผมจะใช้แส้อ่อนบังคับเศษหินเศษไม้เ่าั้พุ่งไปโจมตีไก่ฟ้าตัวนัเนทันที
ฟิ้วว ฟิ้วว ตูมม ฟิ้งงง
" แคว๊กกก แคว๊กกก "
เสียงร้องของไก่ตัวนั้นที่ไม่ทันระวังตัวโดนเศษหินที่แตกกระจายเ่าั้โจมตีเข้าไปที่ปีกและดวงตาจนมันทำท่าว่าจะตกลงพื้น ผมที่เห็นดังนั้นจึงได้ใช้วิชาตัวเบา ะโขึ้นไปใช้เเส้อ่อนฟาดลงไปกลางตัวของไก่ตัวนั้นทันทีด้วยพลังปราณภายนอกจนไก่ตัวนั้นตกลงไปแน่นิ่งกับพื้น
เหล่าผู้าุโ : ------------- (°_°)
เพื่อนทั้งสามคน :------------ (°_°)
" น่ะนี้มันอะไรกัน "
" นั้นมันเป็สัตว์อสูรระดับราชันย์จริงหรือ "
" จะ จัดการสัตว์อสูรระดับราชันย์ได้ในระยะเวลาสั้นๆ โดยไม่ใช้พลังธาตุ นะนี้มันจะเก่งเกินไปแล้ว"
ทุกคนที่ได้เห็นไป๋ชิงจัดการกับไก่ฟ้าวิหค์ตัวนั้นต่างคิดไปในทางเดียวกันพร้อมกับมองไป๋ชิงอย่างหวาดๆ
" ข้าจะไม่ทำให้ท่านไป๋ชิงโกรธเด็ดขาด " ทุกคนต่างคิดขึ้นมาในใจ
และแล้วก่อนเข้านอนคืนนั้นทุกคนก็ได้กินย่างเนื้อไก่ฟ้าวิหค์ตัวนั้นไปโดยปริยาย
" งั่มๆ อร่อยยย " ไป๋ชิง