บทที่ 34 ทูตหญิงแห่งทุ่งหิมะ และงานประลองแพทย์นานาแคว้น
เสียงกลองมังกรทองดังกังวานกึกก้องไปทั่วท้องพระโรงใหญ่แห่งพระราชวังฤดูร้อน ขุนนางน้อยใหญ่ ข้าราชบริพาร และคณะราชทูตจากแคว้นต่างๆ ต่างพากันจับจ้องไปยังลานประลองหินอ่อนขาวที่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตระการตาริมทะเลสาบหยกมรกต
บนบัลลังก์ประธาน... ฮ่องเต้หนุ่มประทับเคียงข้างไทเฮาโจวฮุ่ยเหริน ทั้งสองพระองค์ทอดพระเนตรการประลองด้วยความสนพระทัยอย่างยิ่งยวด โดยมีองค์หญิงเจาหยางและแม่ทัพหญิงหลี่หานซวงนั่งขนาบข้าง สายตาของสตรีชั้นสูงทั้งสามต่างจับจ้องไปที่ร่างสง่างามของหมอเซียวด้วยความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยม
กึ่งกลางลานประลอง... คือการเผชิญหน้าระหว่าง 'เซียวเฉิน' หรือหมอเซียว มหาเสนาบดีแพทย์หลวงแห่งแคว้นต้าชิง ในชุดคลุมผ้าไหมขาวปักดิ้นทองคำบริสุทธิ์ สะพายกล่องโอสถไม้ชิงชันลงรัก กับ 'หมอเทวดาแดนเหนือ' ชายชราร่างค่อมในชุดคลุมหนังหมีหนาหนัก ผู้เป็นแพทย์ประจำพระองค์ของราชสำนักทุ่งหิมะแดนเหนือ
และผู้ที่นั่งเป็นพยานบนเก้าอี้ไม้แกะสลักหลังม่านแพรบาง... คือ 'องค์หญิงเยี่ยซวง' วัยยี่สิบสี่ปี พระธิดาแห่งราชาแดนหิมะ สตรีผู้เลอโฉมดุจเทพธิดาน้ำแข็ง นางนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างาม สวมชุดคลุมขนจิ้งจอกหิมะสีขาวบริสุทธิ์ที่รัดรูปช่วงเอวคอดกิ่ว อวดทรวดทรงอกอิ่มสะพรั่งและสะโพกผายอันเย้ายวน ทว่าแววตาคู่งามกลับเย็นชา เย่อหยิ่ง และเฉียบคมดั่งเกล็ดน้ำแข็งพันปี
"การประลองวิชาแพทย์นานาแคว้นรอบแรก... ศาสตร์แห่งการสลายพิษไอเย็นเยือกแข็ง!" โฆษกหลวงประกาศเสียงดังกึกก้องไปทั่วงานเลี้ยง
หมอเทวดาแดนเหนือก้าวออกมาข้างหน้า แสยะยิ้มเผยให้เห็นฟันเหลืองน่าเกลียด เขายกกล่องศิลาหิมะโบราณขึ้นมาเปิดออก เผยให้เห็นกวางป่าตัวเมียสองตัวที่ถูกรมด้วย 'ควันพิษดัชนีหิมะขั้วโลก' จนร่างกายแข็งค้าง ลมหายใจรวยริน ผิวหนังกลายเป็นสีม่วงคล้ำด้วยเกล็ดน้ำแข็ง
"ฮ่าๆๆ!... ท่านมหาเสนาบดีแพทย์หลวงแห่งต้าชิง!" หมอเทวดาแดนเหนือแค่นหัวเราะเยาะอย่างลำพองใจ "พิษดัชนีหิมะนี้ คือยอดพิษเย็นแห่งแดนเหนือที่แทรกซึมเข้าสู่ไขกระดูกและเส้นเลือดดำ หากไร้โอสถเพลิงบัวสวรรค์ของข้า ภายในหนึ่งก้านธูป สัตว์ทั้งสองตัวนี้จะต้องแข็งตายจนเลือดในหัวใจกลายเป็นน้ำแข็ง! มาดูกันว่าวิชาแพทย์ของต้าชิงจะทำสิ่งใดได้!..."
หมอเทวดาแดนเหนือเริ่มลงมือปรุงโอสถต้มสมุนไพรเพลิงอย่างเร่งรีบ ทว่าต้องใช้เวลานานเกือบครึ่งชั่วยามกว่าตัวยาจะออกฤทธิ์
ในขณะที่หมอเซียวกลับยืนนิ่ง สองมือไพล่หลังอย่างสุขุม นัยน์ตาคมกริบฉายประกายแวววาวแห่งผู้กุมชัยชนะ
"การรักษาพิษเย็นที่แทรกซึมเข้าสู่อวัยวะภายใน... มัวแต่ต้มยาโอสถให้คนไข้ดื่ม ย่อมช้าเกินการจนอวัยวะภายในถูกแช่แข็งตายพ่ะย่ะค่ะ" หมอเซียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลัง
ฟึ่บ!
หมอเซียวสะบัดแขนเสื้อเพียงคราเดียว 'เข็มเงินเพลิงสุริยัน' ขนาดยาวเก้านิ้วจำนวนแปดเล่มพลันพุ่งออกมาจากกล่องไม้ชิงชัน ลอยวนอยู่เหนือนิ้วมือหนาดั่งมีชีวิต! หมอเซียวส่งกระแสลมปราณหยางบริสุทธิ์เข้าสู่ตัวเข็มจนเข็มเงินทอประกายแสงสีส้มแดงร้อนผ่าว
ฉึก!... ฉึก!... ฉึก!...
หมอเซียวขยับนิ้วอย่างรวดเร็วดั่งพญาอินทรีล่าเหยื่อ ปักเข็มเงินลงบนจุดชี่ไห่ จุดกวนหยวน จุดฮุ่ยอิน และแนวกระดูกเชิงกรานของกวางป่าอย่างแม่นยำและรวดเร็วในชั่วพริบตา!
เพียงแค่สามลมหายใจ... ความร้อนจากเข็มเงินเพลิงสุริยันก็แล่นพล่านเข้าสู่เส้นเลือดใหญ่ ขับไล่เกล็ดน้ำแข็งที่เกาะกุมตามผิวหนังให้ละลายกลายเป็นหยดน้ำระเหยเป็นไอขาว! กวางป่าที่เคยแข็งค้างพลันสะดุ้งตัวลุกขึ้นยืน ส่งเสียงร้องก้อง และกระโดดวิ่งไปรอบลานประลองอย่างแข็งแรงสมบูรณ์แบบ 100%!
"สวรรค์!... ใช้เวลาเพียงสามลมหายใจก็รักษาพิษดัชนีหิมะได้แล้ว!..."
"ยอดหัตถ์เทวะ!... หมอเซียวคือหมอเทวดาตัวจริง!..."
เสียงโห่ร้องสรรเสริญดังกึกก้องไปทั่วท้องพระโรง! หมอเทวดาแดนเหนือหน้าซีดเผือด หม้อยาในมือร่วงหล่นลงพื้นแตกกระจายด้วยความอับอายขายหน้าอย่างถึงที่สุด!
องค์หญิงเยี่ยซวงที่นั่งอยู่หลังม่านแพรบาง ถึงกับขมวดคิ้วเรียวงาม ดวงตาน้ำแข็งฉายแววตื่นตะลึงระคนไม่อยากเชื่อสายตา!
"การประลองรอบที่สอง... ศาสตร์แห่งการจับชีพจรและวินิจฉัยโรคสตรี!" โฆษกหลวงประกาศขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้... องค์หญิงเยี่ยซวงทรงลุกขึ้นยืนด้วยพระองค์เอง ร่างระหงสูงโปร่งก้าวย่างออกมานอกม่านแพรบาง สะบัดชุดคลุมขนจิ้งจอกหิมะอย่างสง่าผ่าเผย ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้หินอ่อนกึ่งกลางลานประลอง
นางยื่นข้อมือเรียวขาวผ่องผุดผ่องดั่งแท่งหยกน้ำแข็งออกมาวางบนหมอนผ้าไหมสีแดงเพลิง ปรายสายตามองหมอเซียวอย่างท้าทาย:
"หมอเซียว... ข้าเยี่ยซวงขอเป็นโจทย์ในการประลองรอบนี้ด้วยตนเอง... จงจับชีพจรของข้า แล้วบอกมาว่าร่างกายของข้ามีความผิดปกติอันใด หรือสมบูรณ์พร้อมด้วยพลังลมปราณน้ำแข็งบริสุทธิ์!"
หมอเทวดาแดนเหนือก้าวเข้ามารีบประจบสอพลอทันที: "เรียนฝ่าบาทและทุกท่าน... องค์หญิงเยี่ยซวงทรงฝึก 'คัมภีร์หิมะศักดิ์สิทธิ์เก้าชั้นฟ้า' จนสำเร็จขั้นสูงสุด ร่างกายของพระนางบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไร้โรคภัยไข้เจ็บใดๆ ทั้งสิ้นพ่ะย่ะค่ะ!..."
ทว่าหมอเซียวกลับก้าวเข้ามานั่งลงตรงข้ามกับองค์หญิงเยี่ยซวงอย่างสุขุม
หมอเซียววางปลายนิ้วทั้งสามลงบนข้อมือเนียนขององค์หญิงแดนหิมะ... ในทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสผิวเนียน กระแสไอเย็นยะเยือกดั่งน้ำแข็งขั้วโลกพลันแล่นปราดเข้าสู่ปลายนิ้วของหมอเซียว ทว่าหมอเซียวกลับส่งกระแสลมปราณหยางอุ่นร้อนไหลย้อนกลับเข้าไปอย่างนุ่มนวล
องค์หญิงเยี่ยซวงสะดุ้งตัวเล็กน้อย ขนลุกซู่ไปทั้งสรรพางค์กาย เมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวอันแปลกประหลาดที่แล่นผ่านเส้นเลือดขึ้นสู่หัวใจ!
หมอเซียวใช้สายตาแพทย์สูติศาสตร์ระดับปรมาจารย์ กวาดสายตามองทะลุผ่านชุดคลุมขนจิ้งจอกหิมะ เข้าสู่ช่องท้องน้อยและอุ้งเชิงกรานขององค์หญิงเยี่ยซวงอย่างละเอียดทุกตารางนิ้ว ก่อนจะถอนมือออกและยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น
"เป็นอย่างไรเล่าหมอเซียว?... เจ้าพบโรคอันใดในกายข้าหรือไม่?!" องค์หญิงเยี่ยซวงเชิดหน้าขึ้นถามอย่างหยิ่งผยอง
หมอเซียวลุกขึ้นยืน สบตากับดวงตาน้ำแข็งของนางตรงๆ ก่อนจะประกาศก้องกลางท้องพระโรงด้วยน้ำเสียงกังวานชัดเจน:
"เรียนฝ่าบาท องค์ไทเฮา และคณะราชทูตทุกท่าน... คำกล่าวของหมอเทวดาแดนเหนือนั้นเหลวไหลสิ้นดี! องค์หญิงเยี่ยซวงมิได้มีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงแม้แต่น้อย... หากแต่กำลังป่วยหนักด้วย 'โรคมดลูกเยือกแข็งและลมปราณช่องท้องน้อยกลายเป็นน้ำแข็ง' ขั้นวิกฤตที่สุดพ่ะย่ะค่ะ!"
คำวินิจฉัยของหมอเซียวดังกึกก้อง ทำเอาทั้งท้องพระโรงเงียบกริบดั่งป่าช้า!
องค์หญิงเยี่ยซวงสะท้านเยือก ใบหน้างามขาวซีดลงทันตา ทว่ายังคงแสร้งทำเป็นแข็งกร้าว: "สามหาว!... เจ้าบังอาจกล่าววาจาเหลวไหลใส่ร้ายข้า!..."
หมอเซียวไม่สะทกสะท้าน เขาก้าวเข้าไปประชิดเก้าอี้ขององค์หญิงเยี่ยซวง ชี้แจงอาการทีละข้ออย่างแม่นยำดั่งตาเห็น:
"ข้อที่หนึ่ง... องค์หญิงแอบฝึกวิชาลมปราณหิมะหักโหมจนธาตุเย็นแทรกซึมเข้าสู่เส้นลมปราณเริ่นม่ายและกวนหยวน ส่งผลให้ 'โพรงมดลูกและร่องกำเนิดของท่านกลายเป็นน้ำแข็งเกาะกุม' ทำให้ท่านขาดประจำเดือนมานานกว่าสามปีเต็ม!"
"ข้อที่สอง... เลือดลมในอุ้งเชิงกรานแข็งตัวจนไม่สามารถไหลเวียนได้ ผิวพรรณที่ขาวผ่องของท่านแท้จริงแล้วคือสภาวะ 'โลหิตจางรุนแรง' จากการที่มดลูกไม่ผลิตเลือดใหม่!"
"และข้อที่สาม... ทุกค่ำคืนในยามดึก เมื่อไอหนาวกระทบกาย ลมปราณเย็นจากมดลูกจะตีกลับขึ้นสู่ทรวงอก ทำให้ 'เต้าทรวงทั้งสองข้างของท่านคัดตึงแข็งเป็นก้อนไต' ปวดร้าวทรมานจนแทบหายใจไม่ออก และทำให้ท่านต้องแอบกระอักเลือดเย็นสีดำออกมาทุกคืน!"
หมอเซียวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกขององค์หญิงเยี่ยซวง ก่อนจะเอ่ยประโยคปิดตาย:
"หากไม่ได้รับการบำบัดรักษาด้วย 'การนวดสลายพังผืดน้ำแข็งและเติมพลังหยางบริสุทธิ์เข้าสู่โพรงมดลูก' โดยเร็ว... ภายในสามเดือนนี้ มดลูกของท่านจะแตกสลาย และท่านจะต้องหนาวตายอย่างทรมานพ่ะย่ะค่ะ!"
"เจ้า... เจ้า!..."
องค์หญิงเยี่ยซวงเบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงจนแทบสิ้นสติ! เพราะทุกคำพูดของหมอเซียว... ตรงกับอาการลับที่นางแอบซ่อนไว้และทนทุกข์ทรมานมานานนับปีโดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้แม้แต่คนเดียว!
และในวินาทีนั้นเอง...
"อึก... อ่อก!..."
ความตื่นตระหนกประกอบกับไอเย็นในช่องท้องที่ถูกกระตุ้น ทำให้ลมปราณหิมะในมดลูกขององค์หญิงเยี่ยซวงกำเริบขึ้นอย่างเฉียบพลัน!
องค์หญิงเยี่ยซวงยกมือกุมท้องน้อยที่เย็นเฉียบ ร่างระหงทรุดฮวบลงจากเก้าอี้หินอ่อน นางกระอักลิ่มเลือดสีดำที่มีเกล็ดน้ำแข็งปนเปื้อนออกมาเต็มพื้นลานประลองต่อหน้าสายตาของทุกคนในท้องพระโรง!
"กรี๊ดดดด!... องค์หญิงเยี่ยซวงกระอักเลือดแล้ว!..."
"หมอเซียวพูดถูกทุกประการ!... โรคมดลูกน้ำแข็งกำเริบแล้ว!..."
เสียงหวีดร้องและเสียงฮือฮาดังกึกก้องไปทั่วทั้งพระราชวังฤดูร้อน! หมอเทวดาแดนเหนือตกใจจนเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น ทำอะไรไม่ถูก
หมอเซียวไม่รอช้า เขาก้าวเข้าไปช้อนอุ้มร่างระหงขององค์หญิงเยี่ยซวงที่กำลังสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บขึ้นสู่อ้อมแขนอันอบอุ่นและกำยำ สัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มของทรวงอกอวบใหญ่และสะโพกผายที่กำลังเย็นเฉียบดั่งท่อนน้ำแข็ง
หมอเซียวหันไปประสานมือทูลต่อองค์ฮ่องเต้และไทเฮาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด:
"ทูลฝ่าบาทและไทเฮา!... อาการขององค์หญิงเยี่ยซวงเข้าขั้นวิกฤตแล้ว กระหม่อมจำเป็นต้องพานางเข้าสู่ 'ตำหนักโอสถธารน้ำอุ่น' เพื่อทำหัตถการผ่าตัดและนวดสลายน้ำแข็งในมดลูกเป็นการด่วนพ่ะย่ะค่ะ!"
ไทเฮาโจวฮุ่ยเหรินพยักหน้าทันที: "อนุมัติ!... หมอเซียว จงช่วยชีวิตองค์หญิงเยี่ยซวงเดี๋ยวนี้!..."
หมอเซียวอุ้มร่างขององค์หญิงแดนหิมะก้าวตรงไปยังตำหนักรักษา... การเผชิญหน้าในห้องบำบัดส่วนตัว และการละลายธารน้ำแข็งในมดลูกขององค์หญิงสาวผู้หยิ่งผยอง กำลังจะเปิดฉากขึ้นในบัดดล!
โปรดติดตามตอนต่อไป