เขาเกิดความปรารถนาอันแรงกล้าถ้าผีน้อยข้างกลายของเขาได้โอสถขัดเกลาร่างกายนี้เช่นเดียวกัน มันจะยกระดับได้ถึงขั้นใด
“อย่าคิดมากเกินไป ผีน้อยของเจ้ารับฤทธิ์ยาแบบนี้ไม่ไหวหรอก”ฟ่านเสวี่ยหลีราวกับสามารถมองทะลุความคิดของอิงเทา จากนั้นเขาก็โยนโอสถขัดเกลาร่างกายหนึ่งเม็ดให้อิงเทา“เจ้าก็กินเสีย ดูว่ามันจะช่วยอะไรต่อร่างกายและวิชาของเจ้า”
อิงเทาตกตะลึงเห็นได้ชัดว่าโอสถขัดเกลาร่างกายนี้มีสรรพคุณในการขัดเกลาดวงวิญญาณอีกทั้งยังให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม แต่ฟ่านเสวี่ยหลีกลับให้ตนกินแบบนี้จะเป็นการเสียของหรือไม่นะ
เขามีร่างกายธาตุหยางโดยกำเนิด แต่ภายในร่างกายกลับแฝงด้วยปราณหยินเล็กน้อยทำให้ลมปราณในร่างกายไม่มั่นคงต่อให้กินโอสถขัดเกลาร่างกายก็มีผลไม่ถึงหนึ่งส่วนห้าของปกติดังนั้นเมื่อนานวันเข้า เขาจึงถูกเจ้าเมืองทอดทิ้ง
แม้จะคิดเช่นนั้นแต่เขาก็ไม่นิ่งนอนใจและนำโอสถขัดเกลาร่างกายใส่เข้าปาก
ทันใดนั้นเขารู้สึกว่าลมปราณในร่างกายราวกับพังทลายลงเส้นลมปราณทุกจุดราวกับเกิดรอยร้าวกระแสพลังนับไม่ถ้วนก่อตัวขึ้นด้วยตัวเองและโจมตีอย่างต่อเนื่องราวกับจะพังทั้งร่างกายของเขาให้ย่อยยับ!
แต่หลังจากนั้นเขาก็รู้สึกถึงลมปราณอันอบอุ่นที่กระจายออกจากโอสถขัดเกลามันซึมเข้าสู่ร่างกายและเชื่อมเส้นลมปราณทั้งหมดที่ขาดสะบั้น
“ทำลายแล้วสร้างใหม่!” สมองของอิงเทามีเพียงความคิดนี้ ตอนนี้เขารีบนั่งขัดสมาธิและปรับลมปราณสุดกำลังพร้อมกับดูดซับลมปราณจากโอสถขัดเกลาร่างกายอย่างไม่หยุดหย่อน
ตอนนี้เขาเหมือนคนที่หิวกระหายจนไม่ได้สังเกตเลยว่าปราณหยินในร่างกายของเขาได้สลายหายไปอย่างไม่รู้ตัวแล้วส่วนตรงจุดเทียนหลิงก็มีปราณอันอบอุ่นและไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกแล้ว
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด ในที่สุดเขาก็ได้สติและรู้สึกเหมือนทั่วกายถูกคลุมด้วยแสงชั้นหนึ่งรู้สึกจิตใจสดชื่นอย่างไม่อาจพรรณนา
จากนั้นเขาจึงสังเกตเห็นฟ่านเสวี่ยหลีที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ด้านหลังและทาบฝ่ามือลงบนแผ่นหลังของตนเห็นได้ชัดว่ากำลังช่วยคุ้มกันเขาอยู่
“ขอบคุณอาจารย์ฟ่าน” เขาลุกขึ้นยืนแล้วคำนับฟ่านเสวี่ยหลีอย่างเคารพเขาคาดไม่ถึงว่าฟ่านเสวี่ยหลีกำลังรักษาเขาจริงๆ
“เจ้าลองดูสภาพเส้นลมปราณของเจ้าสิ” ฟ่านเสวี่ยหลียิ้มเล็กน้อยเมื่อครู่นี้เขาเพียงใช้ลมปราณเพื่อชี้นำอิงเทา ซึ่งไม่ได้ผลาญพลังมากนัก แต่หัตถ์ที่เขาใช้คือหัตถ์ขจัดสิ่งชั่วร้ายซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมต่อการขจัดปราณหยิน และแน่นอน มันไม่ใช่สิ่งที่นักปรุงยาทั่วไปจะมี
“หืม?”อิงเทาลองโคจรลมปราณในร่างกาย ตอนนี้เขาพบว่าปราณหยินในร่างกายหายไปจนหมดแล้ว
แต่เขายังไม่เชื่อและโคจรลมปราณอีกสามครั้งต่อตอนนี้จึงตระหนักได้และสั่นเทาไปทั้งวิญญาณในทันที!
เขาเคยทุ่มความพยายามอย่างมากเพื่อขจัดปราณหยินในร่างกายแต่ก็ไม่เคยประสบความสำเร็จ ด้วยเหตุนี้เขาจึงถูกท่านพ่อทอดทิ้ง และสุดท้ายแม้แต่เขาเองก็ยอมแพ้
เขายอมแลกกับทุกสิ่งเพื่อขจัดปราณหยินนี้แต่คาดไม่ถึงว่าฟ่านเสวี่ยหลีจะรักษาเขาให้หายได้จริงๆ
เขาซาบซึ้งในพระคุณของฟ่านเสวี่ยหลี และคำนับฟ่านเสวี่ยหลีอย่างเคารพ
การคำนับครั้งนี้เป็นความเคารพที่เขาไม่เคยมีมาก่อน
จากนี้เป็นต้นไป เขาจะเป็นดั่งมังกรผงาด
ใบหน้าของเขาปรากฏความเริงร่าอย่างสุดจะพรรณนา
เมื่อเห็นท่าทางของอิงเทา ฟ่านเสวี่ยหลีก็ส่ายหน้าเบาๆ“เจ้าอย่าเพิ่งได้ใจไป แม้ว่าลมปราณในร่างกายเจ้าจะกลับเป็นปกติแล้ว แต่ก็เทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปเท่านั้นและตอนนี้เจ้าก็อายุมากแล้ว การที่เจ้าจะตามคนอื่นให้ทันหาใช่เรื่องง่าย”
การรักษาปราณหยินของอีกฝ่ายไม่ใช่เรื่องที่เหลือบ่ากว่าแรงสำหรับเขาเขาจึงไม่รู้สึกประหลาดใจ
เมื่ออิงเทาได้ยินเช่นนี้ก็สีหน้าแข็งทื่อ ใช่แล้วแม้ว่าเขาจะฟื้นฟูร่างกายจนปกติแล้ว แต่ระดับพลังในตอนนี้ยังอ่อนแอกว่าผู้อื่นมากการจะตามคนอื่นให้ทันนั้น เกรงว่าใช้ความพยายามเพิ่มขึ้นสามสี่เท่าก็ยังยากจะตามทัน.....
ทันใดนั้น เขาก็นึกถึงโอสถขัดเกลาร่างกายที่ฟ่านเสวี่ยหลีเพิ่งหลอมขึ้นมาเขารู้สึกได้ว่าฟ่านเสวี่ยหลีเป็นความหวังเพียงหนึ่งเดียวที่จะทำให้เขาสามารถเติบโตเป็นมังกรในอนาคต
แน่นอน ก่อนอื่นเขาต้องปรนนิบัติอาจารย์ท่านนี้ให้ดี
ตอนนี้ความสงสัยที่เขาเคยคิดว่าฟ่านเสวี่ยหลีเป็นปีศาจได้หายไปจากหัวนานแล้วแต่ต่อให้เป็นปีศาจ หากสามารถช่วยเหลือเขาได้ก็ถือเป็นปีศาจที่ดี!
หลังจากที่โบกมือไล่ให้อิงเทากลับไปฟ่านเสวี่ยหลีก็เก็บโอสถแปดเม็ดที่เหลือไว้ในสาบเสื้อ
การปรุงยาเมื่อครู่นี้ทำให้เขามั่นใจเต็มร้อยว่าหากเขาใช้เพลิงสัจธรรมก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะสามารถหลอมโอสถขัดเกลาร่างกายที่เพิ่มฤทธิ์ยาสองส่วนได้
หากมีโอสถแบบนั้น เขาก็สามารถวางรากฐานที่มั่นคงที่สุดและทลายคอขวดของชาติก่อนได้
จากนั้นเขาก็เริ่มนั่งขัดสมาธิเพื่อทำให้ร่างกายฟื้นฟูสู่สภาพที่ดีที่สุดและขจัดพลังย้อนกลับจากการใช้ตราหมื่นอัคคี
หนึ่งคืนผ่านไป
ฟ่านเสวี่ยหลีลืมตามองแสงแดดยามเช้าตรงขอบฟ้าดวงตาเปล่งประกายแสงแวววาว จิตวิญญาณหลอมรวมถึงขีดสุดแล้ว
จากนั้นเขาหันกายเข้าหาอาทิตย์อุทัยและเริ่มการปรุงยาครั้งใหม่
เขายังคงใช้สมุนไพรในสัดส่วนเดิมและหลอมด้วยเตาสำริดทำให้เกิดประกายสดใส
สมุนไพรค่อยๆ หลอมเป็นรูปร่าง ดำเนินไปถึงก้าวสำคัญสุดท้ายอย่างช้าๆ
ตอนนี้ฟ่านเสวี่ยหลีสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วซ้อนฝ่ามือใช้งานเพลิงสัจธรรม
ทันใดนั้นเพลิงสัจธรรมก็ปลดปล่อยแสงอันเจิดจ้าและนำมาซึ่งแสงแห่งปัญญาที่ส่องทะลุพลังแห่งดาราฟ้าดิน
สมุนไพรทั้งหมดเริ่มเดือดพล่าน ภายใต้การแทรกซึมของเพลิงสัจธรรมมันราวกับมีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ที่เคยผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านทุกข์ผ่านสุขและก้องกังวานอยู่ในเตาด้วยเสียงสะท้อนแห่งฟ้าดิน
หลอมโอสถสำเร็จ!
เตาไฟสำริดได้หลอมโอสถที่เจิดจรัสออกมาสามเม็ด
ถึงแม้จะมีแค่สามเม็ด แต่มันล้วนมีรัศมีแสงทองสองชั้นเห็นได้ชัดว่ามีฤทธิ์ยาเพิ่มขึ้นสองส่วน
ในขณะเดียวกัน ฟ่านเสวี่ยหลีรู้ก็สึกถึงพลังย้อนกลับจากการใช้เพลิงสัจธรรมทำให้เขาแทบสิ้นสติ
เขาดูดซับลมปราณโบราณของลูกแก้วดาราสวรรค์อย่างไม่ลังเล
ลูกแก้วดาราสวรรค์ได้เผาผลาญลมปราณโบราณไปหนึ่งในสามมันนำมาซึ่งลมปราณอันแข็งแกร่งและอบอุ่น หล่อเลี้ยงดวงวิญญาณของฟ่านเสวี่ยหลี ทำให้เขารู้สึกสดชื่นไปทั้งกายใจส่วนพลังย้อนกลับของเพลิงสัจธรรมก็หายไปอย่างสมบูรณ์
“ลูกแก้วดาราสวรรค์เป็นสุดยอดสมบัติจริงๆ แต่น่าเสียดายที่ใช้ได้อีกแค่สองครั้งเท่านั้นไม่รู้ว่าไข่มุกศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าเมืองจะแข็งแกร่งกว่าลูกแก้วดาราสวรรค์หรือไม่”
ฟ่านเสวี่ยหลีรู้สึกประหลาดใจ แต่ก็รู้สึกเสียดายเล็กน้อยขั้นตอนสุดท้ายคือการใช้เพลิงสัจธรรมชำระล้างฤทธิ์ยา หากไม่มีลูกแก้วดาราสวรรค์การหลอมโอสถเมื่อกี้ก็เท่ากับสูญเปล่า และจำนวนครั้งที่เขาสามารถหลอมโอสถแบบนี้ได้ก็เหลือเพียงสองครั้งเท่านั้น
โชคดีที่ครั้งนี้ประสบความสำเร็จ
จากนั้นเขาก็จ้องมองโอสถขัดเกลาร่างกายที่อยู่ตรงหน้า
ในสายตาของนักปรุงยานับไม่ถ้วนโอสถที่เพิ่มฤทธิ์ยาสองส่วนแบบนี้จะถูกยกเป็นสมบัติล้ำค่าอย่าว่าแต่นักปรุงยาระดับสูงเลย แม้แต่อาจารย์ปรุงยายังไม่สามารถหลอมออกมาได้ นี่ก็เพียงพอให้เห็นถึงความล้ำค่าของมัน
สำหรับโอสถที่เพิ่มฤทธิ์ยาสามส่วนนั้นมันยังเกินกว่าที่ฟ่านเสวี่ยหลีจะทำได้ในเวลานี้
ฟ่านเสวี่ยหลีกินโอสถเม็ดหนึ่งอย่างไม่ลังเล
เขาพลันรู้สึกว่าเส้นลมปราณในร่างกายกำลังซึมซับลมปราณอบอุ่นนับไม่ถ้วนหากมองเห็นภายในได้ จะเห็นว่าร่างกายของเขาเป็นดั่งหยกงามวาววับ
เมื่อเทียบกับโอสถขัดเกลาร่างกายที่เขากินก่อนหน้านี้โอสถขัดเกลานี้ดีกว่าเป็นสิบเท่า อีกทั้งยังไม่มีผลข้างเคียงจากฤทธิ์ยา
เมื่ออิงตามพัฒนาการนี้ หากกินโอสถแบบนี้อีกสี่ถึงห้าเม็ดเนื้อกายขั้นสี่ของเขาไม่เพียงจะมั่นคงสมบูรณ์ อีกทั้งยังทำให้เขาควบคุมเนื้อกายขั้นสี่ได้อย่างสมบูรณ์และเข้าใจวิชาปลดปล่อยลมปราณได้อย่างถ่องแท้
ฟ่านเสวี่ยหลีเข้าใจเนื้อกายขั้นสี่เป็นอย่างดีมันเป็นกระบวนการขัดเกลาร่างกายที่สำคัญที่สุดและไม่อาจมองข้าม ผู้คนมากมายขัดเกลาไม่เพียงพอตอนอยู่ในระดับนี้จนทำให้เกิดอาการซ่อนเร้นขนาดใหญ่
ดังนั้นโอสถขัดเกลาร่างกายแบบนี้ถึงมีทองหมื่นชั่งก็ไม่อาจแลกได้
จากนั้นฟ่านเสวี่ยหลีก็โคจรลมปราณในร่างเงียบๆเพื่อทำให้โอสถขัดเกลาร่างกายผสานกับร่างกายของตนให้หมดโดยเร็วที่สุด