ข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ)

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 132 ปรนนิบัติ

                “ที่แท้ก็แบบนี้เองหรือ” จ้าวซีเหอหยิบผลไม้จากตะวันตกขึ้นมาพร้อมกับลุกขึ้นยืนสายตามองไปยังผลไม้ตะวันตกที่อยู่ในตะกร้าซึ่งตั้งอยู่ด้านข้าง “ท่านอัครมหาเสนาบดี ข้าไม่ได้บังเอิญผ่านมาทางนี้ ข้าเพิ่งพบว่าข้ายังไม่เคยเข้ามาเยือนจวนอัครมหาเสนาบดีเลยจึงอยากมาดูสักหน่อยว่าจวนของท่านหน้าตาเป็นอย่างไร ตอนนี้มาก็มาแล้วและเวลาก็ล่วงเลยมาพอประมาณแล้ว ทั้งข้ายังต้องไปที่หอจุ้ยหงต่ออีก เช่นนั้นข้าไม่รบกวนท่านแล้ว”

                ได้ยินมานานแล้วว่า จ้าวซีเหอชมชอบสาวสวย ไม่เพียงแค่นั้นยังได้ยินมาอีกว่านางโลมอันดับหนึ่งแห่งหอจุ้ยหง...ฉู่เมิ่งเอ๋อร์ก็ถูกจ้าวซีเหอไถ่ตัวรับกลับไปยังตำหนักอ๋องเพื่อเรื่องนี้ถึงขั้นทะเลาะกับท่านอ๋อง ช่างเป็นบุตรชายที่อกตัญญูเสียจริงเฉินอวี้ชอบบัณฑิตที่มีความรู้ ด้วยเหตุนี้จึงรังเกียจจ้าวซีเหอซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นคุณชายเสเพลและเจ้าสำราญทั้งยังดูถูกดูแคลนจ้าวซีเหอมากอีกด้วย

                “ซื่อจื่อเกรงใจเกินไปแล้ว หากท่านอยากมาก็สามารถมาได้ทุกเมื่อ” เอ่ยจบเฉินอวี้หันไปมองผลไม้จากตะวันตกซึ่งวางอยู่ด้านข้างเพื่อประจบจ้าวซีเหอและไม่แน่ว่าอาจจะได้ความช่วยเหลือจากท่านอ๋องในอนาคตจึงตัดสินใจยกผลไม้จากตะวันตกให้ทั้งตะกร้า “ซื่อจื่อท่านนำผลไม้จากตะวันตกตะกร้านี้กลับไปให้ท่านอ๋องได้ลองชิมเถิดถือเป็นการแสดงความขอโทษจากข้าน้อยด้วย”

                จ้าวซีเหอยิ้มกว้างขณะตอบตกลง “ได้สิ”

                เขารับผลไม้จากตะวันตกมาจากหญิงรับใช้ก่อนจะแกล้งทำเป็นยิ้มอย่างตื่นเต้นยินดี “เช่นนั้นข้ากลับก่อนนะ”

                จ้าวซีเหอในอาภรณ์สีขาวหมุนตัวเดินจากไปพร้อมกับประคองตะกร้าใส่ผลไม้จากตะวันตกไปด้วย ผลไม้เต็มตะกร้าจนแทบจะล้นออกมาแม้สีหน้าจะยิ้มกว้างอย่างยินดี แต่ไม่อาจปิดแววตาเย้ยหยันได้มิด

                เฉินอวี้มองตามไล่หลังจนจ้าวซีเหอเดินจากไปไกล ใบหน้าฉายแววเดียดฉันท์

                ในเวลาเดียวกัน ณ ตำหนักหมิงฉือ เพื่อปรนนิบัติฮ่องเต้ในคืนนี้องค์หญิงซีเยวี่ยยุ่งกับการเตรียมตัว องค์หญิงซีเยวี่ยถูกนางกำนัลในชุดสีแดงพาไปอาบน้ำในถังน้ำที่เต็มไปด้วยกลีบดอกกุหลาบมากมายอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยก็สวมชุดสีเขียวอ่อนให้นางจากนั้นพานางไปนั่งยังหน้าคันฉ่องเพื่อแต่งตัว นางในตอนนี้มีแต่ความเหนื่อยล้าไม่มีกะจิตกะใจจะสนใจนางกำนัลที่กำลังรุมล้อมช่วยนางสางผมและประทินโฉม

                ผมสีดำดุจน้ำหมึกของนางถูกปล่อยยาวสยายถึงกลางแผ่นหลังผิวขาวประหนึ่งเทพเซียนบนสรวงสวรรค์ ดวงตาหงส์เป็นประกายน่ามององค์หญิงซีเยวี่ยในตอนนี้งดงามราวกับเซียนก็ไม่ปาน นางกำนัลแต้มชาดสีแดงลงบนริมฝีปากนั่นยิ่งทำให้องค์หญิงซีเยวี่ยดูงดงามน่าหลงใหลมากยิ่งขึ้น

                องค์หญิงซีเยวี่ยส่งยิ้มให้หมัวหมัวอย่างมีมารยาทหมัวหมัวเห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมออกมา “พระสนมสวยเหลือเกินเพคะริมฝีปากแดงฟันขาว หน้าตางดงามดุจดังบุปผา หากฝ่าบาททอดพระเนตรเห็นพระองค์จะต้องทรงโปรดพระองค์มากแน่ๆ”

                องค์หญิงซีเยวี่ยยิ้มรับขณะมองนางกำนัลทำผมเป็นมวย ปักด้วยปิ่นเรียบๆ

                นางมองภาพตัวเองที่สะท้อนอยู่ในคันฉ่อง ยิ้มอย่างพึงพอใจ

                แต่กระนั้นรอยยิ้มนี้ก็เต็มไปด้วยความไม่ยินยอมหมัวหมัวซึ่งยืนอยู่ด้านข้างเห็นรอยยิ้มขององค์หญิงซีเยวี่ยถึงกับชะงักไปชั่วครู่องค์หญิงซีเยวี่ยมีรูปโฉมที่งดงามจนน่าตกตะลึงทว่าในใจองค์หญิงซีเยวี่ยในตอนนี้กลับมีแต่ความเจ็บปวด

                ไม่นานขันทีสี่คนก็ยกเกี้ยวสีแดงมาที่หน้าตำหนักเป็นเกี้ยวที่มีความหรูหราอย่างยิ่ง ม่านของเกี้ยวปักเป็นรูปหงส์และมังกรทั้งยังมีตัวหนังสือสี่ตัวปักเอาไว้อีกด้วยว่า หลงเฟิ่งเฉิงเสียง[1]

                หมัวหมัวยอบกาย มององค์หญิงด้วยแววตาอิจฉา “พระสนมถึงเวลาแล้วเพคะ”

                องค์หญิงซีเยวี่ยพยักหน้า เดินออกจากตำหนักโดยมีขันทีช่วยประคองไปที่เกี้ยวระหว่างทางนางไม่ขัดขืนเลยแม้แต่น้อย ทันทีที่นางเข้าไปนั่งในเกี้ยวในใจพลันรู้สึกหนักอึ้ง น้ำตาคลอหน่วย

                นางใช้มือปาดน้ำตา ใบหน้าเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ แต่ไม่นานแววตาก็ดุดันชั่วร้ายนางหยิบมีดสั้นซ่อนเอาไว้ในแขนเสื้อ เกี้ยวโยกเยกไปตลอดทางจนในที่สุดก็มาถึงตำหนักเจินหลง

                “วางเกี้ยว” สิ้นเสียงเล็กแหลมของขันทีนางถูกประคองลงจากเกี้ยว ต่อมาหมัวหมัวได้ประคองพานางเข้าไปยังตำหนักเจินหลง

                ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินนั่งอ่านฎีกาอยู่หลังโต๊ะทรงพระอักษรครั้นเห็นหมัวหมัวประคององค์หญิงซีเยวี่ยเข้ามา ก็วางฎีกาและพู่กันในมือลง “สนมรัก เจ้ามาแล้วหรือ”

                “หม่อมฉันถวายบังคมฝ่าบาทเพคะ” องค์หญิงซีเยวี่ยก้มหน้าหลบมือของฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินที่ยื่นมาฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินมองกิริยาขององค์หญิงซีเยวี่ยพร้อมกับยกยิ้มมุมปากแววตาคมกริบ

                ฮ่องเต้ชักมือกลับ “สนมรักไปพักผ่อนที่เตียงก่อนเถิดเรายังมีฎีกาที่ต้องพิจารณาอีกสองสามเรื่อง”

                องค์หญิงซีเยวี่ยยอบกาย ไม่แม้แต่จะเงยหน้าจากนั้นเดินไปที่เตียงของฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินถอดเสื้อผ้าออกก่อนจะลงไปนอนบนเตียง

                ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินมองการกระทำขององค์หญิงซีเยวี่ยพร้อมกับขมวดคิ้ว “สนมรัก นี่คือ…”

                องค์หญิงซีเยวี่ยก้มหน้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความนอบน้อมทว่าน้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “ฝ่าบาท นี่เป็นสิ่งที่หมัวหมัวสอนหม่อมฉันมาเพคะมีสิ่งใดไม่ถูกต้องหรือเพคะ”

                สีหน้าของฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินอ่อนลงหลายส่วน ไม่ใช่ นี่ไม่ใช่หรงเอ๋อร์นางคือองค์หญิงของต่างแคว้น องค์หญิงซีเยวี่ยต่างหาก

                ความเจ็บปวดสายหนึ่งจู่โจมเข้ามาในหัวใจ เขาส่ายหน้าพลางยิ้มออกมาก่อนจะก้มลงอ่านฎีกาตามเดิม “ไม่มีอันใด”

                แสงเทียนวูบไหว ทำให้เงาที่สะท้อนบนกำแพงไหวตามไปด้วยทุกสิ่งทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบลมจากด้านนอกพัดผ่านหน้าต่างเข้ามาถูกตัวองค์หญิงซีเยวี่ยนางจึงหยิบผ้าห่มมาคลุมกาย

                ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินนั่งอ่านฎีกาที่อยู่บนโต๊ะทรงพระอักษรไม่แม้แต่จะมององค์หญิงซีเยวี่ยเลยแม้แต่แวบเดียวองค์หญิงซีเยวี่ยซึ่งรอคอยอยู่บนเตียง เห็นฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินไม่สนใจตัวเองจึงเอ่ยถามอย่างสงสัยออกมา“ฝ่าบาท นี่ก็ดึกแล้ว ไม่ทรงพักผ่อนหรือเพคะ”

                ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินเงยหน้ามองแววตาขององค์หญิงซีเยวี่ยเศร้าสร้อยแลดูน่าสงสารหากอีกฝ่ายไม่ใช่องค์หญิงจากต่างแคว้น ใจเขาคงจะอ่อนลงหลายส่วน

                ลมหนาวจากด้านนอกพัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง เสียงใบไม้วูบไหวไปตามลม ลมหนาวพัดมาถูกตัวองค์หญิงซีเยวี่ยที่ไม่ได้สวมอาภรณ์นางขนลุกและดึงผ้าห่มให้คลุมกายมิดชิดยิ่งกว่าเดิม

                “คืนนี้ฝ่าบาทให้หม่อมฉันมาปรนนิบัติ แล้วเหตุใดถึงไม่สนใจหม่อมฉันเลยเพคะ”องค์หญิงซีเยวี่ยเอ่ยถามขณะมองแผ่นหลังเหยียดตรงของฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจิน

                ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินรู้สึกยุ่งยากใจยิ่ง วางพู่กันในมือลงก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาองค์หญิงซีเยวี่ย ถอดฉลองพระองค์ออก ขมวดคิ้วพลางเอ่ย “สนมรักกำลังจะต่อว่าเรา ว่าเราไม่เอาใจใส่เจ้าหรือ”

                องค์หญิงซีเยวี่ยมีสีหน้าตกใจพร้อมกับเคลื่อนกายถอยหนีฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินแทรกกายเข้าไปในผ้าห่มยื่นมือไปกอดองค์หญิงซีเยวี่ยเอาไว้แน่นจนทิ้งรอยแดงไว้บนแผ่นหลัง “สนมรักรอไม่ไหวแล้วหรือ”

                องค์หญิงซีเยวี่ยส่งยิ้มประจบฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจิน ทว่าจู่ๆใบหน้าซึ่งเคยประดับไปด้วยรอยยิ้มของฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินก็พลันเคร่งขรึมเย็นชา

     

     

     

                      [1] หลงเฟิ่งเฉิงเสียง คำมงคลที่มักใช้ในงานแต่งงานมีความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์และสมปราถนา

    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ) ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592