ตอนที่ 377 กลุ่มเพชฌฆาตออกเรือ
สองวันหลังจากส่งมอบตัวทาส ขณะนี้เรือม้าอัคคีที่ถูกขับเคลื่อนด้วยฝีมือโฟเรลเดินทางออกนอกเส้นทางหลัก เข้าสู่อาณาเขตน่านน้ำที่มีการตรวจตราต่ำ ผืนน้ำและท้องฟ้ายังคงไม่มีสิ่งใดต่างไปจากเดิม หากสิ่งที่เปลี่ยนไปคือความเร็วของเรือที่ลดลง
ในเขตพื้นที่เช่นนี้ การทำตัวเด่นเกินควรกลับเป็นเรื่องอันตราย ต่างจากในน่านน้ำเก่าที่เพียงแสดงพลังระดับนักสลักเอกนักสลักโทก็มากพอจะไล่ศัตรู ในพื้นที่นี้โจรสลัดระดับอริยะอาจแล่นผ่านไปได้ทุกเมื่อ
เซเรนเซ่นอนตีพุงอาบแดดอยู่กลางดาดฟ้าเรืออย่างสบายใจ ไม่มีทีท่าระมัดระวังอย่างที่ควรเป็นแม้แต่น้อย ทางด้านเรนเดลเองก็ไม่ต่างกันนัก เธอนอนตีพุงอยู่ไม่ห่างจากม้าแผงคอแดงคู่ใจ
กลางทะเลเช่นนี้มักไม่ค่อยมีเมฆนัก ทำให้แดดที่ส่องลงมานั้นค่อนข้างจะแรงกว่าปกติ แต่ทั้งสองกลับดูไม่มีปัญหาใด ๆ เลยแม้แต่น้อย พวกเขายังคงใส่เสื้อผ้าปิดมิดชิดเช่นเดิม
ทางด้านโฟเรลกลับเป็นผู้ที่เหนื่อยที่สุด การขับเรือม้าอัคคีต้องใช้ทั้งสมาธิและพลังจิตวิญญาณ แม้อันหลังจะใช้ไม่มากเพราะตัวเรือมีคริสตัลพลังสำรองแต่สมาธินี่กลับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เขาไม่ค่อยมีประสบการณ์การขับพาหนะใหญ่เช่นนี้บ่อยนัก เมื่อต้องมาขับมันในน่านน้ำอันตรายเช่นนี้จึงกินพลังงานไม่น้อย
น่านน้ำแถบนี้เป็นช่วงรอยต่อระหว่างน่านน้ำของนครโอคานอสและน่านน้ำของขุนเขาและพฤกษา แม้จะถูกเรียกว่ารอยต่อแต่ก็มีขนาดใหญ่โตยิ่งกว่าเขตน่านน้ำที่กล่าวถึงก่อนหน้า นี่คือหนึ่งในจุดเด่นของอ่าวใต้บาดาล
เขตน่านน้ำนั้นยากแก่การจับจองเป็นเจ้าของ
แม้แต่ขุมกำลังใหญ่อย่างอาณาจักรไฟกัลป์ก็ยังประสบปัญหาด้านการครองพื้นที่น่านน้ำ มีเพียงขุมกำลังใหญ่อย่างกลุ่มการค้าอิสึกะหรือโจรสลัดเท่านั้นที่เชี่ยวชาญการครองพื้นที่น่านน้ำ
ความเร็วของเรือม้าอัคคีสูงกว่าที่โฟเรลคาดไว้มาก มันเป็นเรือที่ดีกว่าเรือที่โฟเรลคิดจะจ้างก่อนหน้า สมรรถภาพของเรือลำนี้สูงจนน่าเสียดายที่กัปตันอาลีเป็นผู้ครอบครองเสมอมา
เพราะความเร็วที่สูงกว่าทำให้พวกเขาเดินทางได้เร็วกว่าที่คาดมาก หากสะดวกปลอดภัยเช่นนี้ต่อไปพรุ่งนี้เช้าก็จะถึงที่หมาย สามารถดำลงไปเพื่อเก็บเกี่ยวได้ในวันเดียว
สองวันมานี้สิ่งที่อยู่ในหัวของนิทานจึงเป็นเรื่องเกี่ยวกับพวกเพชฌฆาตและโฮโจเสียมากกว่า จากที่ไพลินรายงานมาหลายวันก่อน พวกเขาเริ่มออกเดินทางแล้ว หลังจากเตรียมตัวมาอย่างยาวนานในที่สุดกลุ่มของพวกเขาก็พรักพร้อม
นิทานแปลกใจไม่น้อยที่ไลล่านั้นยอมเดินทางไปด้วย กลายเป็นว่าคณะของเพชฌฆาตที่ออกเดินทางจึงประกอบด้วยนักสลักโทหนึ่งคน นักสลักเอกสองคน และผู้เรียนรู้หนึ่งคน
ความสามารถของทุกคนในกลุ่มนั้นสูงกว่าผู้ขีดเขียนชะตาในระดับเดียวกันมาก เมื่อมีการเตรียมตัวรวมถึงสมบัติที่ไพลินมอบให้ การจะล่าสัตว์อสูรระดับอริยะ ราชินีฉลามสูบชีวิต ก็ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้อีกต่อไป
นิทานคำนวณทิศทางและเวลาในหัว หมายมั่นว่าหากมีโอกาสและตนเก็บเกี่ยวศิลาแม่เหล็กบรรพกาลได้ไว เขาจะมุ่งหน้าไปสนับสนุนฝั่งนั้น
นี่เป็นวัตถุดิบสำหรับร่มปกปักหทัยของเขา ผลประโยชน์มีเขาเป็นผู้รับ เขาย่อมต้องพยายามลงแรงให้มากที่สุด
กลับไปคงต้องเลี้ยงอะไรอร่อย ๆ ขอบคุณหน่อยแล้ว จะให้คุณเฮเลนทำให้กินตลอดคงไม่ดี เรนเดลยิ้มน้อย ๆ แม้เขาจะพร้อมไปช่วยแต่ส่วนตัวเขาค่อนข้างมั่นใจว่าเขาไม่จำเป็นต้องไปแต่อย่างใด
เขาเชื่อใจในเพื่อน ๆ ของเขา ดีไม่ดีพวกเขาอาจจะจัดการราชินีฉลามสูบชีวิตได้เร็วกว่านิทานเสียอีก ท้ายที่สุดแล้วพลังก็ไม่ใช่ทุกอย่าง และนิทานเองก็มีหลายสิ่งที่เขาทำไม่ได้ เพียงการประมาทชั่วครั้งชั่วคราวก็สามารถส่งผลเสียร้ายแรงที่จะติดตัวไปจนตาย นิทานได้รับบทเรียนเรื่องนี้มาแล้ว
ไม่ว่าจะกับใคร การคิดไปก่อนว่าตนแข็งแกร่งกว่าและจะชนะอย่างแน่นอนนั้นเป็นเรื่องที่โง่
——————————————————————————————————————————————————
“เรือจะออกแล้วนะคร้าบบทุกคน อย่าลืมทายากันแดดด้วยน้าาา” เสียงครึกครื้นของเพชฌฆาตดังมาแต่ไกล เขานั้นตื่นเต้นเป็นพิเศษที่จะได้ทำภารกิจร่วมกับสหายเก่า
เพชฌฆาตส่วนมากมักทำงานคนเดียว มีเพียงภารกิจไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่เขาจะมีเพื่อนร่วมทางจำนวนมากเช่นนี้ ส่วนหนึ่งเพราะความสัมพันธ์ของเขากับระดับสูงของหน่วยเชื้อไฟนั้นไม่ค่อยดีจากเหตุการณ์ในอดีต คนที่เขาสามารถร่วมงานได้จึงมีไม่มากนัก
ส่วนใหญ่เพื่อน ๆ ของเขาจึงมักเป็นนักผจญภัยหรือเพื่อนที่เขาเจอระหว่างทาง
คนทั้งกลุ่มที่จะออกเดินทางครั้งนี้ล้วนมีแต่คนที่เขารู้จักแถมยังค่อนข้างจะสนิทสนมด้วย ภารกิจออกทะเลครั้งนี้จึงทำให้เพชฌฆาตคึกคักเป็นพิเศษ
“ท่านพี่ไลล่าเดินระวัง ๆ นะคะ เวลาขึ้นเรือมันจะโคลงนิดหน่อย” เลโอจับมือของไลล่า ดึงเธอขึ้นเรืออย่างอ่อนโยน นักบวชหญิงผู้น่ารักสองคนช่วยกันดึงตัวขึ้นเรือไม้ลำเล็กเป็นภาพที่ดูน่าประหลาดตาไม่น้อย
เรือของกลุ่มเพชฌฆาตนั้นไม่ใช่เรือใหญ่ กลุ่มของพวกเขามีคนเพียง 4คนเท่านั้น การใช้เรือใหญ่จนเกินไปจะเรียกความสนใจได้ง่าย เรือลำเล็กนี้จึงเป็นเรือที่กลุ่มการค้าอิสึกะและองค์หญิงไพลินร่วมมือกันหามา
เรือลำเล็กนี้มีชื่อว่า แผนที่แห่งทะเล เป็นสมบัติวัตถุสลักคำระดับนักสลักไตรที่มีความสามารถในการผสานคำในตัว ในทีแรกมันเป็นเพียงวัตถุสลักคำระดับนักสลักโทเท่านั้น แต่เพราะการลงแรงของกลุ่มการค้าอิสึกะทำให้มันเลื่อนขั้นกลายเป็นระดับนักสลักไตรเต็มตัว
ข้อเสียที่ตามมาจากการฝืนยกระดับคือการกินพลังงานที่สูงมากและเรือลำนี้จะพังทลายลงในเวลาไม่กี่เดือน ต่างกันกับร่มปกปักหทัยของนิทานที่ต้องการยกระดับโดยไม่ให้มีข้อเสีย หากฝืนยกระดับร่มปกปักหทัยผลลัพธ์ก็จะเป็นเช่นเดียวกัน
ในเวลาไม่กี่เดือนหลังจากนี้ เรือแผนที่แห่งทะเลลำนี้จะมีความสามารถมากพอจะพาทั้งสี่ฝ่าท้องทะเลไปต่อสู้กับราชินีฉลามสูบชีวิต และในเมื่อไหน ๆ มันก็ต้องพัง ไพลินจึงจัดเตรียมอาวุธยุทโธปกรณ์ใส่เรือมาจนเต็มสูบ
เรือม้าอัคคีนั้นไม่อาจเทียบกันได้กับแผนที่แห่งทะเลแม้แต่น้อย หากโจรสลัดกลุ่มใดมีเรือลำนี้ในครอบครอง กลุ่มโจรสลัดกลุ่มนั้นจะสามารถยกระดับฐานะของพวกมันไปได้ทันทีหนึ่งขั้น จะอย่างไรแผนที่แห่งทะเลก็ถูกสร้างมาเพื่อสังหารระดับอริยะโดยเฉพาะ
“ให้ผมเป็นคนขับจะดีจริง ๆ เหรอครับคุณเพชฌฆาต” โฮโจโผล่หน้าขึ้นมาถามจากห้องคนขับทางด้านหลัง แม้คำถามของเขาจะเป็นเช่นนั้นหากใบหน้าของเขาในตอนนี้กลับยิ้มแฉ่งขัดกับคำพูดของตน
“เป็นคุณดีแล้วล่ะครับ เรือลำนี้มีคริสตัลพลังสำรองอยู่ตั้ง 4ชิ้น ถึงเป็นผู้เรียนรู้ก็ขับได้สบายครับ” เพชฌฆาตกล่าวยิ้ม ๆ ในหมู่พวกเขามีเพียงโฮโจที่ยังเป็นเพียงผู้เรียนรู้ ในการต่อสู้ทางทะเลโฮโจจะไม่ค่อยมีประโยชน์มากนัก เขาจึงเหมาะที่สุดที่จะขับเรือ
ในตอนแรกเขาคิดว่าโฮโจจะไม่พอใจ แต่โฮโจกลับเป็นฝ่ายยินดีแทนเสียอย่างนั้น เพชฌฆาตเองก็พึ่งจะรู้หลังจากอยู่ด้วยกันพักหนึ่งว่าอีกฝ่ายนั้นมีงานอดิเรกเป็นการขับ เขาชอบขับขี่พาหนะชนิดต่าง ๆ
“ถ้าพลังจิตวิญญาณใกล้หมดหรือเวียนหัว ให้รีบบอกฉันทันทีเลยนะคะ” ไลล่าหันไปบอกกับโฮโจ เธอในตอนนี้ยังคงใส่ชุดนักบวชเช่นเคย หากแต่ภายใต้เสื้อคลุมคือชุดทะมัดทะแมงสำหรับการเคลื่อนไหว
เธอในตอนนี้พกคทาที่ทำจากไม้สีเขียวสด บนหลังมีกระเป๋าบรรจุวังที่เธอเตรียมสมบัติสำหรับรักษามามากมาย เห็นได้ชัดว่าเธอเองก็เตรียมตัวค่อนข้างพร้อม
“ครับคุณไลล่า ขอบคุณมากเลยครับ” โฮโจตอบกลับอย่างร่าเริงก่อนที่จะมุดกลับลงไปดูสมรรถภาพของเรือ อารากะเป็นผู้ร่วมมือกับไพลินในการจัดทำเรือเขาจึงไม่รู้รายละเอียดมากนัก
“โอ้โห ปืนใหญ่ชีววารี! ของหายากเลยนะเนี่ย!”
“ดำน้ำได้ไม่ลึกแต่มีพลังสำหรับจับศัตรูด้วย!”
“พลังป้องกันก็สุดยอดเลย นี่คือไม้จ้าวสมบัติจริง ๆ เหรอ!”
เสียงโหวกเหวกโวยวายตื่นเต้นของโฮโจดังขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะที่เขาดูตัวเรือ ไลล่าได้แต่ถอนหายใจอ่อน ๆ กับเด็กไม่รู้จักโตตรงหน้า ในหมู่พวกเขาเธอและเลโอนั้นแก่ที่สุด เธอจึงรู้สึกว่าตนต้องรับผิดชอบมากที่สุด
ไลล่าหันไปมองเพชฌฆาตที่ตรวจสอบรอบเรืออีกครั้งด้วยสีหน้าจริงจัง เธอสบายใจขึ้นไม่น้อยเมื่อเห็นว่าผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกเขานั้นไม่กระโตกกระตากกับอะไรเช่นนี้
“แน่นอนว่าเรือลำนี้ต้องสุดยอดอยู่แล้วครับคุณโฮโจ องค์หญิงเป็นผู้จัดหามาทั้งที! แถมความเร็วของเรือลำนี้ก็ใช้ได้เลยนะครับ ถ้าเราขับกันตามเส้นทางแค่ไม่ถึงอาทิตย์ก็น่าจะถึงแล้วล่ะครับ!” เพชฌฆาตตะโกนตอบกลับแม้ว่าตัวเรือจะเล็กนิดเดียว
โฮโจโผล่หัวออกมาอีกครั้งพร้อมทั้งหัวเราะร่าเริงกันสองคน
“พวกผู้ชายนี่นะ” เลโอหัวเราะตาม แม้เธอจะไม่เข้าใจว่าทั้งสองตื่นเต้นอะไรกันกับเรือลำเดียวแต่เธอย่อมชอบภารกิจที่ครึกครื้นผ่อนคลายมากกว่าภารกิจที่ตึงเครียด
ไลล่าก้มหน้าลง เชื่อมพลังศักดิ์สิทธิ์และคำแห่งพลังของตนเข้ากับตัวเรือ ระบุเรือทั้งลำเป็นพื้นที่ปกป้อง พลังศักดิ์สิทธิ์พลันห่อหุ้มทั่วเรือในพริบตา จากเรือที่แข็งแกร่งอยู่แล้วบัดนี้พลังป้องกันของมันสูงขึ้นไปอีกระดับ
พลังศักดิ์สิทธิ์นี้ไม่เพียงมีพลังป้องกันสูง หากยังมีความสามารถในการชำระจิต ช่วยให้จิตใจผ่องใสและลบล้างการโจมตีทางจิต “กางข่ายพลังเรียบร้อยแล้วค่ะ” ไลล่ารายงาน
“ขอบคุณมากครับคุณไลล่า เช่นนั้นเรามาทบทวนเป้าหมายพร้อมทั้งพิกัดการเดินทางกันครั้งสุดท้ายนะครับ” เพชฌฆาตเรียกทุกคนกลับมารวมตัวกันที่ดาดฟ้าเรือ
เรือลำนี้มีขนาดพอ ๆ กันกับห้องขนาดใหญ่ ทั้ง 4 เมื่อรวมกันบนดาดฟ้าเรือจึงดูแน่นไม่น้อย หากก็ยังเหลือพื้นที่มากพอสำหรับการต่อสู้ ใบเรือสีแดงเพลิงราวกับเปลวไฟที่ถูกต่อเติมด้วยสัญลักษณ์ปลาคาร์ปแสดงให้เห็นถึงขุมกำลังที่มันสังกัดอยู่
“เป้าหมายของเราคือราชินีฉลามสูบชีวิต พิกัดที่เราต้องไปคือน่านน้ำชื่อว่าภูเขากลับด้าน เป็นเขตน่านน้ำที่เว้าลงคล้ายกับชามข้าว ราชินีฉลามสูบชีวิตอาศัยอยู่ที่รอบนอกของแอ่งครับ”
“อย่างที่ชื่อของมันบอก น่านน้ำนี้ไม่ใช่พื้นน้ำเรียบ เพราะงั้นขอให้ระวังเรื่องการตกเรือกันด้วยนะครับ” เพชฌฆาตกล่าวย้ำ
“เส้นทางที่เราจะใช้คือการตัดตรงจากท่าเรือแห่งนี้ที่เมืองท่าโพ้นทะเล ตรงไปทางใต้เป็นระยะเวลาประมาณ 3วัน ตลอดเส้นทางนี้เราจะยังอยู่ในเขตน่านน้ำของอาณาจักรไฟกัลป์และขุนเขาและพฤกษาครับ เพราะงั้นจะค่อนข้างปลอดภัยแต่ยังไงก็ขอให้ระมัดระวังด้วยนะครับ”
“เมื่อพ้นน่านน้ำของขุนเขาและพฤกษาไปแล้วจึงจะเป็นเขตน่านน้ำเปิดครับ พวกเราจะแล่นออกไปทางตะวันตก ถอยออกจากเขตน่านน้ำของกลุ่มการค้าเชียนเป่าอีกประมาณ 2วัน แล้วจึงจะเข้าสู่น่านน้ำภูเขากลับด้าน” เพชฌฆาตกางแผนที่พร้อมทั้งชี้ระบุเส้นทางการเดินเรือของพวกเขา
การเดินทางลงใต้นั้นไม่ยากแต่อย่างใด ในน่านน้ำเหล่านี้มักมีผู้แข็งแกร่งคอยปกปักเหล่าโจรสลัดจึงไม่กล้าเหิมเกริมมากนัก กลับกัน เมื่อพวกเขาแล่นออกสู่น่านน้ำเปิด ณ ตรงนั้นจึงจะเป็นที่ที่พวกเขาต้องระมัดระวังมากกว่าเดิมหลายเท่า
การออกล่าราชินีฉลามสูบชีวิตครั้งนี้ศัตรูไม่ได้มีเพียงราชินีฉลามสูบชีวิต แต่ยังคงมีโจรสลัด
“มีใครสงสัยอะไรมั้ยครับ?” เพชฌฆาตหันหน้าสบตากันสมาชิกทีละคน ๆ โฮโจนั้นมีท่าทีตื่นเต้นไม่น้อย เขาแม้จะเคยทำภารกิจมามากแต่ย่อมไม่เคยออกทำภารกิจล่าสังหารสัตว์อสูรระดับอริยะ
เลโอนั่นนิ่งสงบที่สุด ยามที่เพชฌฆาตหันมาเธอยังสามารถยิ้มสบตาอีกฝ่าย ประสบการณ์ของเธอไม่ด้อยไปกว่าเพชฌฆาตเลยแม้แต่น้อย
มีไลล่าที่ดูจะกังวลที่สุด ในที่นี้บางทีเธอคงจะอ่อนแอที่สุด ถึงจะเป็นนักสลักแต่เป็นเพียงนักสลักเอกที่มาจากผู้เรียนรู้ 2คำ พลังต่อสู้ของเธอไม่ได้สูงอะไรนัก
เพชฌฆาตเห็นสีหน้าของไลล่าก็คิดจะพูดอะไรสักหน่อย แต่เขากลับช้ากว่าชายหนุ่มอีกคนหนึ่ง
“ฝากช่วยคุ้มกันผมด้วยนะครับคุณไลล่า” โฮโจที่ตื่นเต้นพูดออกมาโดยไม่ได้คิดอะไร ในการต่อสู้จริงเขาต้องอยู่บนเรือเพื่อคอยสนับสนุน ดังนั้นเขาย่อมต้องพึ่งพาการป้องกันของเธอมากกว่าใคร “ผมจะอยู่บนเรือคอยช่วยยิงธนูจากไกล ๆ เองครับ”
คำพูดของโฮโจกลับทำให้เธอยิ้มออก เธอหลุดหัวเราะน้อย ๆ ก่อนจะตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “วางใจได้เลยค่ะ ฉันเองก็จะอยู่บนเรือเหมือนกัน เพราะงั้นช่วยคุ้มกันฉันด้วยนะคะ”
โฮโจพยักหน้ารับ พวกเขาลงเรือลำเดียวกันแล้ว แน่นอนว่าต้องช่วยกันและกัน
เพชฌฆาตและเลโอแอบมองหน้ากันน้อย ๆ เลโอพูดด้วยน้ำเสียงอมยิ้ม เพื่อเปิดม่านการเดินทาง “ในเมื่อพร้อมกันแล้ว งั้นก็ไปกันเถอะค่ะ ไม่งั้นคุณนิทานรอนานแย่เลย”