ตอนที่ 5 ทารกน้อยที่ไม่หย่านม (1)
โจวมู่ไม่คิดวางแผนที่จะหาผู้หญิงอื่นอีก
ที่สวีจินเฟิ่งชม้อยชม้ายชายตามานั่นนับว่าส่งสายตาให้คนตาบอดแล้ว และหลังจากที่เธอและผู้ใหญ่บ้านจากไป โจวมู่ใช้เวลาสองสามวันในการก่อกำแพงดินที่ชำรุดทรุดโทรมนอกบ้านขึ้นมาใหม่
โจวมู่ลงมือทำด้วยตนเองโดยไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือจากใคร บ้านเก่าๆ หลังนี้อยู่ห่างไกลจากหมู่บ้าน รอบด้านก็ไม่มีเพื่อนบ้าน
กระทั่งเมื่อทุกคนรู้ตัว บ้านเก่าๆ ที่มืดสลัวก็ถูกล้อมรอบด้วยกำแพงเรียบร้อยแล้ว
สวีจินเฟิ่งโมโหนัก รู้สึกเหมือนเขาสร้างมันเพื่อกีดกันเธอโดยเฉพาะ เธอจึงจงใจพูดเื่นี้ และลากสะใภ้ที่ชอบสอดรู้สอดเห็นสองสามคนไปดูความครื้นเครง
แน่นอนว่าสวีจินเฟิ่งเองก็ชอบสอดรู้สอดเห็นเช่นกัน พี่เขยบอกว่าไม่ควรไปยุแหย่คนอย่างโจวมู่ ดังนั้นพอเช้านี้เธอเห็นโจวมู่เดินขึ้นเขาไป ถึงได้ยุยงให้พวกผู้หญิงที่แต่งงานแล้วเ่าั้ไปด้วยกัน
“กำแพงนี้หนาสุดๆ ได้ยินมาว่าแต่ก่อนโจวมู่ทำได้ทุกอย่าง งานไม้งานช่างก็ทำได้หมดเลย” สะใภ้ของบ้านจินวั่งลูบไปตามกำแพง ซ้ำยังออกแรงผลักไปมา
“ใช่ที่ไหนกัน พวกเธอน่ะเป็สะใภ้ที่มาทีหลัง ฉันน่ะแต่งเข้ามาก่อน ตอนนั้นโจวมู่ขับรถอยู่คันหนึ่ง หน้าตาหล่อเหลา พวกสาวใหญ่อยากพุ่งขึ้นรถไปนั่งตักเขากันจะตาย” สะใภ้มากอายุคุยโวอย่างมีลับลมคมใน
สวีจินเฟิ่งได้ยินแล้วพลันหน้าแดงขึ้นมาอีก โชคดีที่ทุกคนกำลังซุบซิบนินทากันอยู่เลยไม่ได้สังเกตท่าทางของเธอ
เมื่อกินข้าวเสร็จ กลุ่มสะใภ้ก็เข้ามาดูความครึกครื้น แสงแดดเองก็กำลังดี พวกเธอมีความกล้ามากกว่ายามปกติ เธอพูดคำฉันเอ่ยคำ คุยกันไปเรื่อยจนถึงประตูหน้าบ้าน
เวลาไปบ้านคนอื่นก็ผลักประตูเข้าไปได้เลย ทว่าบ้านหลังนี้ของโจวมู่นั้น บรรดาภรรยาเคยนอนคุยเล่นกับสามีบนเตียงตอนดึกมาไม่น้อย พวกเขาต่างบอกว่าไปมาหาสู่กับที่นั่นให้น้อยหน่อยจะดีกว่า เพราะถึงอย่างไรทุกคนก็ยังคงหวาดหวั่นกันอยู่พอตัว
แต่ก็ยังคงสงสัยกันอยู่ดี ภรรยาของจินวั่งยิ้มแล้วพูดว่า “จินเฟิ่ง เธอเป็ผู้แทนสตรีไม่ใช่เหรอ เื่ของเด็กน้อยคนนี้อย่างไรก็ต้องให้เธอจัดการอยู่ดี เธอบอกว่าโจวมู่เป็ผู้ชาย ไม่รู้ว่าจะเลี้ยงดูทารกที่ยังไม่หย่านมได้ดีหรือเปล่า พวกเราเข้าไปดูกันสักหน่อยดีกว่า”
ข้อเสนอนี้ตรงใจพอดี สวีจินเฟิ่งแย้มยิ้มสุภาพพร้อมเอ่ยว่า “ควรเข้าไปดูสักหน่อย คนบ้านเดียวกันทั้งนั้น”
กำแพงด้านนอกนั้นก่อขึ้นใหม่ แต่ประตูไม่ใช่ของใหม่ ยังคงเป็ประตูบานเก่าบานเดิม ที่ประตูมีแม่กุญแจเก่าๆ คล้องอยู่แต่ไม่ได้ลงกลอนไว้
“คิกๆๆ”
เสียงหัวเราะของเด็กน้อยดังขึ้นมาโดยฉับพลัน
สร้างความใแก่บรรดาคนด้านนอก สวีจินเฟิ่งผลักประตูเป็คนแรก ยิ้มแย้มพลางเอ่ยว่า “คราวก่อนที่ฉันกับพี่เขยมา ด้านในน่ะสะอาดสะอ้านมาก”