บทที่ 34 สะกดรอยตาม (1)
ผมเตรียมตัวออกไปข้างนอกเสร็จอย่างรวดเร็ว และออกไปนั่งรอก่อนที่โอเยจุนจะออกมาจากหอพัก
ผมนั่งอยู่ในร้านกาแฟตรงข้ามทางเข้าหอพัก อีก 30 นาทีให้หลัง โอเยจุนก็เดินออกมาจากหอพักของเรา
"กระเป๋านั่นมันอะไรกันนะ?"
ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยสังเกตเลย จนกระทั่งวันนี้ เมื่อมีเวลาได้พิจารณาดูดี ๆ ผมจึงได้เห็นว่าเขาสะพายเป้ใบใหญ่อยู่บนแผ่นหลังมาด้วย
ผมมีความคิดที่จะใช้บริการฉายซ้ำความทรงจำ...แต่ข้อเสียคือมันเป็นบริการที่จะฉายภาพเหตุการณ์ในเวลาจำกัดแค่ 10-20 นาทีเท่านั้น
ผมอาจจะต้องเสียแต้มไปโดยเปล่าประโยชน์ และไม่ได้รับทราบเหตุการณ์อย่างครอบคลุมอยู่ดี
ตอนนี้ผมยังมีแต้มไม่เยอะ...ผมจะเอาแต้มมาใช้ไปกับเรื่องพวกนี้ไม่ได้
ถ้าถึงเวลาที่ผมต้องซ้อมอย่างเต็มที่หรือการทำกิจกรรมวงเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ ตอนนั้น ผมอาจจะต้องใช้แต้มที่มีอยู่ในการเพิ่มทักษะความสามารถสำหรับการแสดงบนเวที
เพราะฉะนั้น ตอนนี้ผมจะเอาแต้มมาใช้ฟุ่มเฟือยไม่ได้เด็ดขาด
หลังจากแน่ใจแล้วว่าโอเยจุนกำลังจะออกไปข้างนอกจริง ๆ ผมก็ออกจากร้านกาแฟและเดินตามเขาไป โดยตั้งใจรักษาระยะห่างเอาไว้ 50 เมตร
ถึงอย่างไรโอเยจุนก็เป็นดารานักร้อง เขาเดินออกมาข้างนอกด้วยการพรางตัว
ใส่หน้ากากสีดำปิดถึงจมูก สวมหมวกดำ แว่นตาดำ แต่งตัวเหมือนจะไปปล้นธนาคาร แทบจะมองไม่เห็นหน้าของเขาแล้วด้วยซ้ำ
ผมเดินตามเขาไปจนถึงย่านที่อยู่อาศัย ซึ่งบนกำแพงเต็มไปด้วยสีสเปรย์ที่ถูกพ่นเป็นรูปตัวเอ็กซ์
เด็กสมัยนี้มาเจอเพื่อนในที่แบบนี้กันแล้วเหรอ?
มีภาพกราฟฟิตีถูกพ่นบนกำแพงบ้านที่กำลังจะถูกทำลายในอีกไม่ช้า ดูเหมือนพวกมันจะเป็นรูปภาพที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของชาวฮิปฮอปได้เป็นอย่างดี
ผมมองรอบตัวอย่างระมัดระวัง พลางเดินตามโอเยจุนไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งพบเจอกับบ้านหลังหนึ่งที่มีลักษณะเป็นบ้านปกติธรรมดามากที่สุด
ดูเหมือนเขาจะมาพบเพื่อนที่บ้านหลังนี้
บางทีเพื่อนของเขาคงรอคอยอยู่ข้างใน หลังจากที่ผมซ่อนตัวอยู่หลังรั้วเก่า ๆ ผมก็แอบมองโอเยจุนเดินขึ้นบันไดไปยังชั้น 2 ของตัวบ้าน
แอ๊ดดด...ปัง!
เสียงประตูเหล็กถูกเปิดออกและงับปิดตามหลัง
ถ้าผมจะไปเจอเพื่อนสักคน ผมก็คงนัดเพื่อนไปที่ร้านกาแฟหรืออะไรทำนองนั้น
ผมคงไม่มาหาเพื่อนในบ้านที่รายล้อมไปด้วยบ้านร้างแบบนี้แน่
พอโอเยจุนเข้าไปในบ้านแบบนั้น ผมก็คงตามเข้าไปด้วยไม่ได้ใช่ไหม?
ผมได้แต่บ่นตัวเองอยู่ในใจ ก่อนจะนั่งลงอยู่ใต้รั้ว ถ้าร่างกายของผมยังเป็นร่างกายของอิมฮยอนซอง ป่านนี้ผมก็คงรู้สึกปวดเมื่อยเนื้อตัวไปหมดแล้ว การเป็นคนหนุ่มนี่มันดีจริง ๆ
เวลาผ่านไปประมาณ 10 นาที
ระหว่างที่ผมกำลังนั่งรอให้โอเยจุนกลับออกมาอย่างไร้ความหวัง เสียงประตูเหล็กก็ถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง
แอ๊ดดด....
ออกมาแล้ว
โอเยจุนเปิดประตูเหล็กบานใหญ่และเดินออกมา เขายังคงสะพายกระเป๋าเป้เหมือนตอนที่เข้าไปก่อนหน้านี้
แต่มีสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไป...มือของเขากำลังถืออะไรบางอย่างมาด้วย
มันคือกระบวยที่ผมเอาไว้ใช้ตักแกง แต่ผมไม่รู้เลยว่าเขาเอามันมาทำอะไรกันแน่
ทำตัวน่าสงสัยชะมัด
เมื่อพบเห็นพฤติกรรมที่แปลกประหลาดของโอเยจุน ผมก็ไม่สนใจอีกแล้วว่าเขามาเจอเพื่อนจริง ๆ หรือไม่
สิ่งสำคัญก็คือเขามีพฤติกรรมที่น่าสงสัย แถมยังแต่งตัวเหมือนกับจะไปทำอะไรไม่ดีอีกด้วย
ผมค่อย ๆ ออกจากที่ซ่อน ในเวลาเดียวกันนี้ โอเยจุนก็เดินตรงไปยังซอยเปลี่ยวแห่งหนึ่ง
ผมเดาไม่ออกเลยว่าเขากำลังพยายามทำอะไร
ถ้าสิ่งที่โอเยจุนถืออยู่ในมือเป็นกระป๋องใส่น้ำมัน เขาคงถูกกล่าวหาว่าจะไปวางเพลิงได้ง่าย ๆ
ในที่สุด โอเยจุนก็สอดตัวผ่านช่องว่างของกำแพง เปิดกระเป๋าเป้ออก และนำอะไรบางอย่างออกมาเทใส่กระบวยในมือ
หรือว่าจะเป็นน้ำมัน? หรือว่าเขากำลังจะจุดไฟเผาบ้านคนจริง ๆ?
ในระหว่างที่ผมจ้องมองด้วยความตื่นตระหนกอยู่นั้น ผมก็ได้ยินเหมือนเสียงคนเทเมล็ดข้าวสารลงไปในกระบวย
สรุปว่ามันคงไม่ใช่น้ำมันหรอก...แต่ว่ามันเป็นอะไรกันแน่...
หลังจากนั้น เขาก็เอากระบวยเทอะไรบางอย่างใส่ลงไปในจานที่วางอยู่บนพื้น แล้วโอเยจุนก็ออกเดินต่อไปอีกครั้ง ผมกลั้นหายใจเดินตามไปโดยไม่ให้เขารู้ตัว
หลังออกมาจากซอยเปลี่ยว โอเยจุนก็เดินไปอีกนานมาก จนกระทั่งเลี้ยวเข้าไปในสถานที่คล้ายกับลานจอดรถ
เขาจะไปทำอะไรอีกนะ...
ทันใดนั้น ผมก็ได้ยินเสียงแมวน้อยร้องขึ้นมา
"เหมียว...! เหมียว...! เหมียว...!"
ไม่ใช่แค่ตัวเดียว แต่ส่งเสียงร้องขึ้นมาหลายตัวในเวลาเดียวกัน
"เดี๋ยวก่อนสิ! รอให้ฉันเอาอาหารออกมาจากกระเป๋าก่อน! ฮ่า ๆ ๆ ใจเย็น ๆ กันหน่อยพวก!"
"เหมียว!"
แมวสี่ตัวที่มีหางยาวชี้ขึ้นฟ้าวิ่งเข้ามาล้อมรอบโอเยจุน เขาไม่มีเวลาได้หลบหนี โอเยจุนต้องรับการรุมล้อมจากเจ้าแมวทั้งสี่ตัวนั้นอย่างไม่มีทางเลือก
ในไม่ช้า ผมก็ได้ยินเหมือนเสียงคนเทเมล็ดข้าวสารอีกครั้ง แล้วเจ้าแมวพวกนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปรุมกินอาหารที่ถูกเทใส่จานทันที
"ค่อย ๆ กินกันหน่อยสิ เดี๋ยวก็อ้วกออกมาหรอก"
โอเยจุนลูบแผ่นหลังของเจ้าแมวพวกนั้นด้วยความอ่อนโยน นี่คือสิ่งที่ผมไม่คุ้นเคยเลยสักนิด
เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดนี้ทำให้ผมตกตะลึงจนเผลอเดินเข้าไปใกล้เขาโดยไม่รู้ตัว
"พี่มาทำอะไรที่นี่เนี่ย?"
"หืม?"
เมื่อผมปรากฏตัวออกมา โอเยจุนก็วางกระบวยที่ถืออยู่ในมือลงทันที เจ้าแมวเหมียวที่กำลังรับประทานอาหารก็พร้อมใจกันถอยออกไป พวกมันจ้องมองผมด้วยแววตาดุร้าย แต่ว่า...
พวกมันยังคงเคี้ยวอาหารเม็ดต่อไป ราวกับว่าพวกมันจะไม่ให้ใครมาขัดจังหวะการกินอาหารเด็ดขาด
"พี่มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!?"
นี่คือคำถามที่ผมควรถูกถามที่สุด แต่ผมก็ยังรักษามาดของตนเองด้วยการตอบกลับไปว่า "ก็ใครใช้ให้นายออกมาเตร็ดเตร่แบบนี้ล่ะ แถมยังแต่งตัวน่าสงสัยอีก"
หลังจากนั้น โอเยจุนก็ถอดเสื้อคลุม แว่นกันแดด และหมวกที่ใส่พรางตัวออก บางทีอาจเป็นเพราะหมวกมันคับมากเกินไป ผมสีแดงของเขาจึงถูกบีบจนเลียบยาวลงมา
"แล้วพี่คิดว่าผมทำอะไรล่ะ!"
"ทำอะไรล่ะ? ฉันนึกว่านายกำลังจะมาวางเพลิงบ้านใครซะอีก"
โอเยจุนมองผมด้วยความตกตะลึง เหมือนเขาเองก็นึกไม่ถึงมาก่อนว่าผมจะตอบแบบนั้น
"ห๊ะ?"
"ไม่ต้องมาห๊ะอะไรแล้ว? ตกลงว่านายมาทำอะไรที่นี่กันแน่?"
ผมไม่พลาดโอกาสถามประเด็นสำคัญ
"ผมจะมาทำอะไรล่ะ? ผมก็เอาอาหารมาให้แมวน่ะสิ"
คำตอบของเขาฟังดูเป็นธรรมชาติและจริงใจมากจนผมต้องเลิกคิ้วสูง
"แล้วทำไมนายต้องเอาอาหารมาให้แมวด้วย?"
"เอ่อ..."