ดาบมารเหล็กไหลเร่งรุดเดินทางเจ็ดวันเจ็ดคืน มันกับเหล่าปรมาจารย์ทั้งเจ็ดล้วนเป็ยอดฝีมืออันมีชื่อเสียง ที่ด้านหลังติดตามมาด้วยระดับยอดฝีมือเลื่องชื่ออีกสิบกว่าคน ด้วยจำนวนคนเพียงนี้ก็สามารถถล่มสำนักใดสำนักหนึ่งให้ย่อยยับได้ในพริบตา
คนขับม้าจนแทบไม่ได้พัก เมื่อห่างจากตัวเมืองสิบลี้จึงพบโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งชื่อว่าโรงเตี๊ยมป่าไผ่ ทั้งละแวกเต็มไปด้วยป่าไผ่รกทึบ บรรยากาศรื่นรมย์ รอบโรงเตี๊ยมดูสะอาดสะอ้านน่าพักผ่อนเป็อย่างยิ่ง
“พวกเราจะพักกันที่นี่ อาจิ้นเ้าส่งคนไปสืบข่าวและลอบติดต่อกับพวกอากู้อย่าได้มีพิรุธ”
“ขอรับ” อาจิ้นรับคำสั่งแล้วเดินจากไป
“เสี่ยวเอ้อเอาเหล้ามา!”
หลังจากะโ เด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มผู้หนึ่งก็เดินออกมาพร้อมกับจอกเหล้าในมือ นางเดินออกมาได้สามสี่ก้าวก็สะดุดล้มจกจอกเหล้าแตกกระจาย ปรมาจารยย์ผู้หนึ่งรีบพยุงตัวนางขึ้นพร้อมกับหยิบจอกเหล้าขึ้นมาซดอย่างเสียดาย แม้ว่าจอกเหล้าจะแตกไปแล้วก็จริงแต่ก็ยังพอมีเหล้าเหลืออยู่ก้นขวด
“โอ้วช่างน่าเสียดาย เหล้าที่ดีและหอมขนาดนี้มิได้พบพานมากนัก”
“ข้าน้อยขอโทษเ้าคะ” เด็กน้อยทำท่าเหมือนจะร้องไห้
“รีบไปเอามาใหม่!” ชายผู้นั้นกล่าว
เหล้าอันหอมกรุ่นถูกจัดเรียนไว้บนโต๊ะทุกตัวอย่างรวดเร็ว หลังจากเดินทางมาอย่างเหน็ดเหนื่อย พวกมันเ่าั้ก็อยากที่จะกระดกเหล้าเต็มทน แต่ทว่าดาบมารเหล็กไหลหาใช่คนที่เรียบง่ายไม่ มันยกจอกเหล้าขึ้นดมและใช้เหล็กตรวจพิษจุ่มลงในเหล้าก่อนเสมอ
“ไม่มีอะไรหรอกขอรับ เมื่อครู่ตอนที่เด็กน้อยทำเหล้าหกข้าน้อยก็ได้ตรวจทานแล้วหามีพิษไม่”
ดาบมารเหล็กไหลพยักหน้าสามครั้งก่อนจะตอบออกมาว่า “ผู้ที่เรา้าพบก็เป็ถึงผู้ใช้ปราณกระบี่ ไหนเลยจะต้องวางยาพวกเราให้เสียศักดิ์ศรี ข้าคงคิดระแวงไปเอง กินกันเถอะ”
“อร่อย!”
“เหล้าดี!”
หลังจากเหล่าพรรคพวกของดาบมารเหล็กไหลได้ชิมอาหารและเหล้าคำแรก พวกมันล้วนมีสีหน้าพึงพอใจเป็อย่างมาก ไม่ว่าเหลาสุราชั้นยอดจากสถานที่แห่งใดล้วนไม่อาจเทียบ พวกมันไม่เคยลิ้มรสอาหารที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน
“เ้าของโรงเตี๊ยมนี่เรียกว่าเหล้าอะไร ั้แ่เกิดมาลิ้นข้ายังไม่เคยได้ััเหล้าที่อร่อยเช่นนี้มาก่อน” ดาบมารเหล็กไหลมองจอกเหล้าในมือ
ชายหน้าตาหล่อเหลาคมคายใบหน้ายิ้มแย้มเดินเข้าหาคนอย่างนอบน้อมก่อนจะอธิบายว่า “นี่เรียกว่าไหมแดงทิพย์์ เป็เหล้าในตำนาน ว่ากันว่าเป็การกลั่นโอสถจากทวยเทพ เพียงแค่จอกเดียวผู้ดื่มกินมีโอกาสทะลวงคอขวดลมปราณสามสิบปีได้ภายในครั้งเดียว แต่หากได้ดื่มกินทุกวันเป็เวลาหนึ่งปีเต็ม คนผู้นั้นจะสามารถก้าวข้ามขั้นประตู์ได้อย่างแน่นอน”
“ห๊ะ”
“พรวดดด!!! ฮ่าๆๆๆ”
ดาบมารเหล็กไหลและเหล่าปรมาจารย์หันมองหน้ากันพร้อมกับหัวเราะพรวดออกมาอย่างบ้าคลั่ง หากเหล้านี้มีสรรพคุณเช่นนั้นจริงมิเท่ากับว่ามันคือยาวิเศษอันล้ำค่าที่มีราคาเท่ากับเมืองเมืองหนึ่งเลยมิใช่รึ
แต่ทันใดนั้นเอง ปรมาจารย์ผู้หนึ่งที่ถูกเรียกว่า ‘เซียนเมามาย อาเจ๋อ’ กลับมีสีหน้าผิดแผกไป ใบหน้าของมันครู่เดียวกลับกลายเป็ขาวซีด อีกพักหนึ่งกลับกลายเป็ดำคล้ำ ก่อนที่คนจะล้มลงดิ้นรนอย่างทุรนทุราย ร่างกายของมันร้อนรุ่มดั่งไฟเผา หยาดเหงื่อถึงกับไหลรินออกมาเป็โลหิต และระเหยขึ้นเป็หมอกควันสีแดงล้อมรอบตัว
“น…นี่มันเื่อะไรกัน ในเหล้ามียาพิษ!”
ในตอนนั้นเองที่ดาบมารเหล็กไหลฟาดดาบใส่เ้าของโรงเตี๊ยมโดยไม่ลังเล เพียงแต่ชายผู้นั้นมิได้หลบแต่อย่างใด มันเพียงยกหมัดป้องกัน ดาบดำก็สะท้อนกลับดัง ปง!คราหนึ่ง
ดาบมารเหล็กไหลยามนั้นกระเด็นถอนหลังไปถึงสองก้าว ง่ามมือถึงกับด้านชา เหล่าปรมาจารย์รอบตัวมันพากันชักกระบี่ขึ้น ชี้มาทางเดียวกัน
“จ..เ้าเป็ใครกันแน่!”
‘คนผู้นี้เป็ใครกัน ดูลักษณะไม่ทันสามสิบด้วยซ้ำแต่มีวิชาป้องกันอันล้ำเลิศนัก สามารถปัดป้องวิชาดาบมารของเราได้’ ดาบมารเหล็กไหลคิดพลางกระชับดาบในมือแน่น แม้ว่ามันยังไม่ได้ลงมือเต็มกำลัง แต่ก็มิควรมีใครสามารถป้องกันดาบมารของมันด้วยสภาพการไร้รอยขีดข่วนเช่นนี้
“ข้าน้อยมีนามว่ากู้เจี้ยน มิใช่ยอดฝีมืออันใด เป็เพียงผู้ไร้ชื่อเสียงคนหนึ่ง”
ความจริงกู้เทียนอี้นั้นมีบุตรชายอยู่คนหนึ่งนามว่ากู้เจี้ยน เป็ผู้พิการจุดลมปราณทั้งตัวตีบตัน อีกสามสิบปีหลังจากนี้ มันจะสามารถทะลวงลมปราณได้กลายเป็ยอดฝีมือแนวหน้าในวิชาคงกระพัน มีความสามารถถึงระดับหนึ่งในสิบยอดฝีมือของฝ่ายอธรรม
ภาพจำในตอนนั้น กู้เจี้ยนนั้นเป็ชายร่างสูงใหญ่ ใบหน้าคมคาย คิ้วหนา จมูกโด่ง ดวงตาดุจเหยี่ยว ปากใหญ่ ใบหน้าแฝงไปด้วยความเหี้ยมเกรียม ผิวดำแดง คนผู้นี้เหมาะสมจะเป็ชาวอธรรมอย่างแท้จริง เพียงแต่เมื่อหลันเยว่เจอมันครั้งแรกรูปร่างหน้าตากลับผิดแผกไปจากชาติที่แล้วของนางโดยสิ้นเชิง กู้เจี้ยนในเวลานี้กลับมีหน้าตาหล่อเหลา ผิวขาวเนียน สูงโปร่ง คิ้วเรียวหนา ปากแดง มีนัยตาดุจหมาน้อย ไม่มีความเป็ชาวอธรรมเลยแม้แต่นิดเดียว ลักษณะของมันคล้ายพวกคุณชายมากรักเสียมากกว่า
กู้เจี้ยนนั้นแม้จะมีร่างกายอ่อนแอ แต่กลับมีความขยันอุสาหะ มันทุ่มเทฝึกวิชาสายคงกระพันเพื่อชดเชยร่างกายอันอ่อนแอของมัน ยังดีที่กู้เทียนอี้รักบุตรชายผู้นี้ถึงกับหาขโมยวิชาคงกระพันร่างทองมาให้ ดังนั้นกู้เจี้ยนจึงยังมีชีวิตรอดมาได้
ในชาติที่แล้ว กู้เจี้ยนาเ็สาหัส หลันเยว่และหมอหลี่กลับเป็ผู้กรุยชีพจรช่วยเหลือมัน เมื่อฟื้นขึ้นมาก็พบว่าจุดปราณที่เคยตีบตันมลายหายไปสิ้นแล้ว ครั้งนี้เมื่อพบเจอแล้วหลันเยว่ก็จัดการทะลวงชีพจรให้มันในทันที กู้เจี้ยน ไม่เพียงสำนึกขอบคุณ มันยังปฏิญาณว่าจะภัคดีต่อนางไปตลอดชีวิต ถึงกับเรียกขานนางว่า ‘นายหญิงน้อยแห่งใต้หล้า’