ก่อนจะพักกลางวันองค์ชายเรียกจิตรกรทุกคนให้มาเข้าเฝ้าที่ห้องโถงอาคารใหญ่ของวัดเผยมู่ซียืนอยู่เกือบท้ายแถว นางเงยหน้าขึ้นเหลือบมองบุรุษสูงศักดิ์ในอาภรณ์สูงค่าที่นั่งอยู่พระเก้าอี้กลางห้องด้วยความคลางแคลงใจ
...เขาคือหนึ่งในคนที่น่าสงสัยว่าอาจจะลงมือฆ่านาง....
ความเกลียดชังและรังเกียจของคนในราชวงศ์อาจจะก่อให้เกิดการลงมือที่คาดไม่ถึงและยากจะสืบสาวราวเื่หากว่าองค์ชายสิบห้าไม่อยากแต่งงานกับคุณหนูใหญ่สกุลเผยจนลงมือทำให้กลายเป็อุบัติเหตุเล่า?ข้อสงสัยอีกประการก็คือใต้เท้าเผยบิดาผู้เกรี้ยวกราดของนางกลับไม่ยอมตั้งข้อสงสัยใดๆเพียง้าอยากทำพิธีศพให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็ว...แม้ไม่อยากจะระแวงแต่นางก็เกรงว่าอาจจะเป็ฝีมือของคนผู้นั้น...คนที่ทำให้ท่านพ่อรีบกลบเกลื่อนทุกสิ่งให้หายไปกับชีวิตที่สิ้นลมของเผยมู่ซี
...คนทั้งสองล้วนมีเหตุผลที่มากพอจะฆ่านางได้ทั้งนั้น!
ชิงหลานยืนก้มหน้าสองมือที่กุมกันจนกลายเป็การหยิกนั้นอยู่ในสายตาของิเฉิงอวี่
‘เด็กคนนี้แปลกนัก...คล้ายคนมีความอัดอั้นหัวใจอยู่มากเทียวยามที่นางลอบมองข้าก็เหมือนเกลียดชังเสียนัก’
“ที่ข้าเรียกพวกเ้าทั้งหมดมาเข้าเฝ้าวันนี้ข้าได้ให้ตัวแทนของอาจารย์จ้าวประเมินผลงานเบื้องต้นของพวกเ้าแล้วอนุญาตให้เบิกค่าแรงในส่วนที่ทำงานเรียบร้อยแล้วผู้ใดที่รู้ตัวว่าตนเองทำงานเสร็จก็ไปเข้าแถวรับเงินด้านโน้น”
“ขอบพระทัยพะยะค่ะ” เหล่าจิตรกรรีบค้อมศีรษะกล่าวขอบคุณเป็เสียงเดียวกัน งานรับใช้ราชวงศ์มักจะได้รับค่าจ้างมากกว่างานอื่นเสมอหากไม่ติดว่ารับปากทำงานอื่นไว้ก่อนแล้วหลายคนก็อยากจะมารับการคัดเลือกกับองค์ชายสิบห้าด้วย
“ชิงหลานเ้าเข้ามานี่!”พระสุรเสียงทรงพลังนั้นเรียกเด็กหญิงที่อยู่ท้ายแถวจนนางสะดุ้ง
‘นี่องค์ชายคงไม่รู้หรอกนะว่าข้ากำลังสงสัยเขาอยู่?’นางคิดพลางสาวเท้าเข้าไปตรงหน้าในใจกลับว้าวุ่นนึกถึงสิ่งที่ตนเองฟังมาอีกทั้งยังมีฝันร้ายที่ทำให้นางนอนหลับได้ยากเย็นนั้นอีก
“เ้ายังมิได้มีรายชื่อในบันทึกจิตรกรนั้นแต่ข้าจะให้เงินค่าแรงเ้าเบื้องต้นไปก่อน รอให้อาจารย์จ้าวกลับมาอีกทีจึงจะลงชื่อเ้าในบันทึกเช่นเดียวกับจิตรกรผู้อื่น”องค์ชายหันไปหาองครักษ์กัว คนผู้นั้นจึงล้วงเอาถุงผ้าเล็กๆ ออกมาถวายแด่องค์ชาย“มารับเงินของเ้าสิ! ห้าตำลึงก็คงมากพอจะเป็ค่ายาและอาหารฟื้นกำลังเ้ากระมัง?”
เผยมู่ซียืนมองพระหัตถ์ที่มีถุงเงินวางอยู่นางเดินเข้าไปใกล้ๆ ยื่นมือสองข้างออกไปรอรับองค์ชายจึงทรงวางถุงเงินลงบนฝ่ามือของนาง
“ขอบพระทัยเพคะ”
สาวน้อยมิได้ยิ้มกว้างอย่างที่องค์ชายทรงคาดเอาไว้นางเพียงเบิกตาขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่าห้าตำลึงส่วนพระพักตร์ของพระองค์นั้นนางแทบจะไม่มอง ิเฉิงอวี่รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันควัน....
‘เด็กคนนี้!มีแค้นมาแต่ชาติก่อนกับข้าหรือไร? สตรีทั้งเมืองหลวงล้วนหาวิธีทำให้ข้ามองหน้ามีแต่เ้า...เ้าเด็กอมโรค...ที่กล้ารังเกียจเดียดฉันท์ข้า’
กัวเฉินกับจงเหยียนสององครักษ์คู่ใจเห็นว่าคุณหนูชิงยังคงมีท่าทีไม่ยี่หระกับองค์ชายอยู่เช่นเดิมก็เริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากลพวกเขาทั้งสองหันไปสบตากันแวบหนึ่ง
“องค์ชาย ได้เวลาเสวยแล้วพะยะค่ะ”เมื่อเห็นชิงหลานถอยเท้าออกไปยอบกายลาแต่องค์ชายสิบห้ายังคงนิ่งจ้องนางนิ่งอยู่องครักษ์กัวก็รีบกราบทูลเรียกสติองค์ชายเพราะเกรงว่าพระองค์จะทรงหงุดหงิดกว่าที่ควรจะเป็
“เ้าเห็นหรือไม่?เด็กโอหังผู้นั้นยังคงทำตัวเหมือนเกลียดข้าอยู่เช่นเดิมแม้ท่าทีดีใจที่ได้รับเงินนางก็ยังไม่ยอมแสดงออกมา”ถึงแม้จะพยายามเตือนตนเองว่า ชิงหลานเป็เพียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่มิได้มีสิ่งใดเกี่ยวพันกับพระองค์แต่สุดท้ายในยามเผชิญหน้ากับนางิเฉิงอวี่กลับรู้สึกทนสายตาเกลียดชังคู่นั้นมิได้แม้นางจะพยายามก้มหน้าทุกคนที่พบกันแต่ยามใดที่นางเผลอลอบมองมา องค์ชายกลับรู้สึกว่านางส่งรังสีอำมหิตมาด้วยทุกครั้ง
“กลับเรือนรับรองเถิดพะยะค่ะวันนี้จะมีคนมาส่งข่าวสำคัญ”
“อืม...”
เสี่ยวลิ่งเดินวนเวียนรออยู่นอกอาคารนางคอยชะเง้อดูว่าเมื่อใดคุณหนูของตนจะออกมาเสียทีจิตรกรส่วนหนึ่งเดินออกมาสีหน้ายิ้มแย้มพวกเขาต่างถือถุงเงินติดมือออกมากันถ้วนหน้า
“คุณหนูเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ?”
“ข้ายังไม่มีชื่อในบันทึกจิตรกกรเลยน่ะสิ!” สีหน้าของชิงหลานดูไม่ค่อยดีนักเสี่ยวลิ่งได้ยินก็หน้าเสีย...ความหวังที่จะได้เครื่องนอนครบชุดของนางคงจะสลายไปกับสายลมหนาวเสียแล้ว“แต่...ข้าก็ได้เบิกเงินล่วงหน้ามาตั้งห้าตำลึงเทียวนะ”
“ปัดโธ่! คุณหนูแกล้งข้านี่หลอกให้ข้าใแทบแย่”
เผยมู่ซีอดจะหัวเราะออกมาไม่ได้“ข้ารู้ว่าเ้าหวังจะได้เครื่องนอนครบชุดใช่ไหมเล่า?วางใจเถิดข้าไม่ลืมคำสัญญาหรอก นอกจากของเ้าแล้วก็ต้องซื้อให้เหล่าลู่ด้วยจวนจะถึงฤดูหนาวแล้วหากยังใช้เครื่องนอนเก่าอยู่อีกคงลำบากกันแย่เงินนี้มากพอที่พวกเราจะได้ผ้าคลุมกันหนาวและชุดใหม่กันคนละสองชุดด้วยนะ”
“จริงหรือเ้าคะคุณหนู?”
“บ่ายนี้เสร็จงานแล้วเราแวะไปเลือกเครื่องนอนกันก่อนเสื้อผ้าและเสื้อคลุมคงต้องให้ท่านแม่เป็ผู้เลือกให้”
เสี่ยวลิ่งติดตามจังฮูหยินจนรู้ราคาสินค้าและต่อรองเป็นางเป็คนเฉลียวฉลาด จังฮูหยินจึงได้สอนอ่านเขียนและการทำบัญชีให้แก่นาง เผยมู่ซีจึงเห็นว่าหากกลับไปซื้อเครื่องนอนที่ร้านเดิมในราคาที่มารดาต่อรอเอาไว้แล้วก็น่าจะคุยไม่ยาก
ครั้นกลับไปถึงจวนเผยมู่ซีก็นำเอาถุงเงินและเงินที่เหลือไปมอบให้แก่มารดาโดยแจ้งความประสงค์ที่จะซื้อชุดสำหรับฤดูหนาวใหม่สำหรับคนทั้งสี่คนละสองชุดและผ้าคลุมกันหนาวอย่างดีอีกคนละหนึ่งผืน
“เงินมากเช่นนี้สมควรจะซื้อหามาแจกจ่ายให้ครบคนเหล่าลู่คงดีใจที่จะได้ชุดใหม่บ้างปีที่เราเริ่มเจ็บป่วยแม่ยอมรับอย่างไม่อายว่าก็ได้เบี้ยหวัดของเหล่าลู่มาช่วยจุนเจือคราวนี้จะได้จ่ายคืนกลับไปเสียที”
“จัดการตามแต่ท่านแม่จะเห็นสมควรเถิดข้า้าเพียงให้ท่านพาพวกเราไปเลือกเสื้อผ้าก็พอแล้ว”
รถม้าขนเครื่องใหม่อีกสองชุดมาส่งยังจวนสกุลชิงกำแพงและประตูจวนเก่าคร่ำคร่าคนในอำเภอรู้ดีว่าในเรือนนี้มีฮูหยินผู้อาภัพกับบุตรสาวพร้อมด้วยบ่าวรับใช้และสาวใช้อีกสองคนแม้พวกเขาจะอยู่จวนหลังใหญ่แต่กลับขัดสนเงินทองสภาพภายในที่เหล่ามือปราบในอำเภอเคยมาตรวจสอบเมื่อครั้งมีพายุเข้าพบว่าเรือนข้างในเสียหายไปหลายเรือนแต่กลับมิได้มีการว่าจ้างคนมาซ่อมแซม
เหล่าลู่ยืนรออยู่หน้าประตูจวนเขาดีใจที่จะได้เครื่องนอนใหม่ครบชุดครั้งก่อนที่คุณหนูซื้อผ้าห่มผืนหนานุ่มมาให้นอนสบายขึ้นมากวันนี้เสี่ยวลิ่งวิ่งโร่มาบอกข่าวดีว่าพวกเขาสองคนจะได้เครื่องนอนที่เหลือทั้งยังจะซื้อชุดใหม่และผ้าคลุมกันหนาวให้อีก...นับว่าเป็ข่าวดีในรอบหลายปีนัก!
“คุณหนูได้เงินค่าจ้างมาหรือเสี่ยวลิ่ง?”
“ใช่แล้ว!วันนี้ได้เงินส่วนแรกมาตั้งห้าตำลึงแน่ะ”
“์ช่างเมตตาเสียจริง...ฝีมือการวาดภาพของคุณหนูสร้างรายได้ขนาดนี้ต่อไปฮูหยินกับพวกเราก็คงไม่ลำบากแล้ว”
เหล่าลู่กับเสี่ยวลิ่งต่างเก็บเอาของใช้ใหม่ที่ตนได้รับเข้าห้องไปเสี่ยวลิ่งยังได้เปรียบอยู่เล็กน้อยเพราะคุณหนูให้นางเลือกซื้อเครื่องประทินโฉมได้ตามชอบใจหลายอย่างเสี่ยวลิ่งที่อยู่รับใช้โดยมิได้รับเงินค่าแรงสักอีแปะจะเอาสิ่งบำรุงความงามมาจากที่ใด?เผยมู่ซีมองหน้าสาวใช้คนสนิทแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจแรง นึกถึงสาวใช้ที่จวนสกุลเผยนางพวกนั้นมีเครื่องประทินโฉมใช้กันทั่วหน้าเสื้อผ้าก็ได้ตัดใหม่ทุกปีแต่เสี่ยวลิ่งคนนี้หากลองกระชากกระโปรงดูเกรงว่าจะขาดติดมือมาหลายชิ้นทีเดียว
“ผิวหน้าของเ้ากร้านหมดแล้วเสี่ยวลิ่งเลือกเอาเถิดข้าจะจ่ายให้เ้าเอง”
“ขอบคุณคุณหนู”
จังฮูหยินเห็นว่าบ่าวทั้งสองได้เครื่องเรือนแล้วจึงหันไปพยักหน้าเรียกบุตรสาวให้ออกไปเลือกซื้อเสื้อผ้าที่ตลาดเสี่ยวลิ่งเดินตามหลังอย่างเบิกบาน นางจะได้ชุดใหม่ใส่ในเทศกาลชมบุบผาแล้ว!
**********************

