หลี่ยาเก๋อพาเสี่ยวหลงเปาเดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยที่ซับซ้อนของเมือง ผ่านย่านการค้าที่คึกคักไปจนถึงย่านที่เงียบสงบและดูมีระเบียบมากขึ้นเรื่อยๆ บ้านเรือนสองข้างทางเริ่มใหญ่โตและสวยงามขึ้นตามลำดับ จนในที่สุดก็มาหยุดอยู่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ล้อมรอบด้วยกำแพงสูง
ระหว่างทาง หลี่ยาเก๋อเล่าเื่ราวสัพเพเหระให้ฟังเป็ระยะ ทั้งเื่ตลกขบขันเกี่ยวกับชีวิตในเมือง เื่พ่อค้าแม่ค้าที่เขารู้จัก และเื่ราวของย่านต่างๆ ที่ผ่านไประหว่างทาง เสี่ยวหลงเปาฟังอย่างตั้งใจ แม้ใจจะยังคงเฝ้าระวังไม่วางใจ แต่ก็อดรู้สึกผ่อนคลายลงบ้างกับบุคลิกร่าเริงเป็กันเองของชายคนนี้
ประตูไม้แกะสลักลวดลายัอย่างประณีตเปิดออกทันทีที่หลี่ยาเก๋อเข้าใกล้ ราวกับคนเฝ้าประตูรู้จักเขาเป็อย่างดี เสี่ยวหลงเปาเดินตามเข้าไปด้วยความรู้สึกทั้งตื่นเต้นและหวาดหวั่นปนกัน สายตามองสำรวจรอบตัวอย่างไม่วางใจ
ภายในคฤหาสน์ตกแต่งอย่างหรูหราแต่ไม่ฟุ่มเฟือยเกินงาม สวนหินจัดวางอย่างมีศิลปะ บ่อปลาคาร์ปสีสันสดใสแหวกว่ายอยู่ใต้สะพานไม้โค้ง กลิ่นธูปหอมอ่อนๆ ลอยอยู่ในอากาศปนกับกลิ่นดอกไม้จากสวนรอบบ้าน
เสี่ยวหลงเปาไม่เคยเห็นความหรูหราขนาดนี้มาก่อนเลยตลอดชีวิต แม้แต่ในจินตนาการ เสาไม้แต่ละต้นแกะสลักลวดลายอย่างประณีต พื้นหินอ่อนขัดเงาสะท้อนแสงแดดยามบ่าย ทุกรายละเอียดล้วนบ่งบอกถึงฐานะและอำนาจของเ้าของบ้านอย่างชัดเจน
ทาสรับใช้หลายคนเดินไปมาอย่างเป็ระเบียบ แต่ละคนสวมเสื้อผ้าสะอาดสะอ้านและก้มหัวให้หลี่ยาเก๋อทุกครั้งที่ผ่านไป เสี่ยวหลงเปาสังเกตเห็นความเคารพที่ทุกคนมีต่อชายผู้นำทางเขา เป็สัญญาณบ่งบอกว่าหลี่ยาเก๋อมีตำแหน่งสำคัญไม่น้อยในคฤหาสน์แห่งนี้
"นายท่านรออยู่ในห้องรับแขก" หลี่ยาเก๋อบอก นำทางเสี่ยวหลงเปาผ่านทางเดินยาวที่มีภาพวาดจีนโบราณประดับผนังเป็ระยะ
เมื่อเปิดประตูห้องรับแขกออก เสี่ยวหลงเปาเห็นชายร่างท้วมวัยกลางคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักตัวใหญ่ ใบหน้ากลมมีเคราสั้นเกรียนดูน่าเกรงขาม แม้จะยิ้มอยู่ตลอดเวลาแต่ดวงตาคู่นั้นกลับเฉียบคมราวกับมองทะลุทุกสิ่ง
ห้องรับแขกกว้างขวางตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้มะฮอกกานีสีเข้ม ผ้าม่านไหมสีทองห้อยลงมาจากเพดานสูง โต๊ะน้ำชากลางห้องวางเรียงด้วยถ้วยชาเซรามิกลายครามสวยงาม ทุกอย่างในห้องนี้ล้วนสะท้อนถึงรสนิยมและอำนาจของเ้าของอย่างชัดเจนไม่แพ้ส่วนอื่นของคฤหาสน์
"เอาล่ะสิ เด็กหนุ่มที่หลี่ยาเก๋อพูดถึงมาถึงแล้ว"
เสียงทุ้มหนักแน่นดังขึ้น ชายร่างท้วมโบกมือให้เสี่ยวหลงเปาเข้ามานั่งตรงข้าม บริวารหญิงสาวรีบยกถ้วยชามาวางตรงหน้าทันที เสี่ยวหลงเปานั่งลงอย่างระมัดระวัง สายตาไม่ละจากชายตรงหน้าแม้แต่วินาทีเดียว
กลิ่นชาหอมกรุ่นลอยขึ้นจากถ้วยที่วางตรงหน้า เสี่ยวหลงเปามองถ้วยชานั้นด้วยความลังเล ก่อนจะตัดสินใจไม่แตะต้องมันจนกว่าจะแน่ใจว่าปลอดภัย สัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่สั่งสมมาตลอดหลายสัปดาห์บนถนนเตือนให้เขาระมัดระวังทุกสิ่งที่อาจเป็กับดัก
"ข้าชื่อกวนต้าไห่" ชายร่างท้วมแนะนำตัวเอง น้ำเสียงมีอำนาจแฝงอยู่ในทุกคำพูด "เ้าคงสงสัยว่าทำไมข้าถึงสนใจเด็กหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งขนาดนี้"
เสี่ยวหลงเปาพยักหน้ารับอย่างระมัดระวัง ไม่กล้าพูดอะไรจนกว่าจะเข้าใจสถานการณ์มากกว่านี้
"หลี่ยาเก๋อเล่าให้ฟังว่าเ้าจัดการนักเลงสิบกว่าคนได้ด้วยตัวคนเดียว" กวนต้าไห่จิบชาอย่างสบายอารมณ์ "ฝีมือแบบนี้ไม่ได้หาง่ายๆ ในย่านนี้ อยากรู้จริงๆ ว่าเ้าเรียนวิชามาจากไหน"
"จากอาจารย์ของข้า" เสี่ยวหลงเปาตอบสั้นๆ ไม่อยากเปิดเผยรายละเอียดมากไปกว่านี้
"อาจารย์ของเ้าอยู่ที่ไหนล่ะตอนนี้"
กวนต้าไห่ถามอย่างเป็ธรรมชาติ ราวกับเป็เพียงคำถามทำความรู้จักธรรมดา แต่เสี่ยวหลงเปาััได้ถึงความเฉียบคมที่แฝงอยู่เื้ัคำถามนั้น ราวกับชายตรงหน้ากำลังทดสอบปฏิกิริยาของเขาไปพร้อมกัน
คำถามนั้นทำให้เสี่ยวหลงเปาชะงักไปชั่วครู่ ความเ็ปที่ยังไม่จางหายผุดขึ้นมาในใจทันที เขากำมือแน่นใต้โต๊ะ พยายามรักษาสีหน้าให้เป็ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้
ภาพความทรงจำของอาจารย์ที่นอนจมกองเืผุดขึ้นมาในหัวชั่วครู่ เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความมั่นคงไว้ให้ได้มากที่สุด
"ท่านเสียชีวิตแล้ว"
กวนต้าไห่มองหน้าเสี่ยวหลงเปาอยู่นาน สายตาเฉียบคมนั้นราวกับกำลังอ่านทุกความรู้สึกที่ซ่อนอยู่หลังใบหน้านิ่งเฉยของเด็กหนุ่มตรงหน้า
"ข้าเสียใจด้วย" เขาพูดในที่สุด น้ำเสียงจริงใจกว่าที่เสี่ยวหลงเปาคาดคิด "แต่นั่นก็อธิบายได้ว่าทำไมเด็กหนุ่มอย่างเ้าถึงต้องมาอยู่ตัวคนเดียวบนถนนแบบนี้"
เขาวางถ้วยชาลง สายตาจริงจังขึ้นทันที
"เสี่ยวหลงเปา ข้ามีปัญหาที่้าคนแบบเ้ามาช่วยแก้ไข"
เสี่ยวหลงเปาเลิกคิ้วด้วยความสงสัย "ปัญหาอะไรครับ"
"ธุรกิจของข้าแห่งหนึ่งกำลังถูกรุกรานอย่างหนัก" กวนต้าไห่อธิบาย น้ำเสียงเริ่มมีความกังวลปนอยู่เป็ครั้งแรก "แก๊งต่างถิ่นพยายามเข้ามาแย่งชิงพื้นที่ทำกินของข้าบ่อยครั้งขึ้นเรื่อยๆ คนที่เคยดูแลอยู่ก็เริ่มรับมือไม่ไหว ข้า้าคนฝีมือดีไปช่วยคุมสถานการณ์"
เขาถอนหายใจยาวก่อนจะพูดต่อ สีหน้าเปลี่ยนจากความสบายอารมณ์เป็ความจริงจังมากขึ้น "ธุรกิจนี้สำคัญกับข้ามาก เป็สิ่งที่ข้าสร้างมาด้วยมือตัวเองตลอดหลายปี ข้าไม่อยากเห็นมันถูกทำลายเพราะการรุกรานของคนนอก"
"แล้วทำไมถึงมาหาข้า" เสี่ยวหลงเปาถามตรงๆ "ท่านมีลูกน้องมากมาย ทำไมไม่ส่งคนของท่านเองไปจัดการ"
กวนต้าไห่ยิ้มกว้างขึ้น ราวกับพอใจกับคำถามนั้น
"เพราะลูกน้องข้าส่วนใหญ่มีชื่อเสียงเป็ที่รู้จักในย่านนี้แล้ว ศัตรูของข้าจับตาดูพวกเขาอยู่ตลอดเวลา" เขาอธิบาย "แต่เ้าเป็หน้าใหม่ ไม่มีใครรู้จัก และที่สำคัญที่สุด ฝีมือของเ้าพิสูจน์ตัวเองมาแล้วว่าไม่ธรรมดา"
เสี่ยวหลงเปานั่งนิ่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สมองประมวลผลข้อมูลทั้งหมดที่เพิ่งได้รับฟัง ข้อเสนอนี้ฟังดูมีเหตุผล แต่ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความเสี่ยงที่เขายังไม่อาจประเมินได้ทั้งหมด
เขาแอบสังเกตท่าทางและน้ำเสียงของกวนต้าไห่อย่างละเอียด พยายามหาสัญญาณบ่งบอกว่าชายตรงหน้ากำลังโกหกหรือปิดบังอะไรอยู่หรือเปล่า แต่ทุกอย่างที่เห็นล้วนดูจริงใจและมีเหตุผลรองรับ ทำให้เขายิ่งไม่แน่ใจว่าควรเชื่อสัญชาตญาณที่บอกให้ระวังตัว หรือเชื่อในโอกาสที่ยื่นมาให้ตรงหน้า
"ท่าน้าให้ข้าทำอะไรกันแน่"
เสี่ยวหลงเปาถามอย่างตรงไปตรงมา ไม่้าเสียเวลาอ้อมค้อมไปมากกว่านี้ เขารู้สึกได้ว่ายิ่งพูดคุยกันนานเท่าไหร่ ความซับซ้อนของสถานการณ์ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
กวนต้าไห่มองหน้าเสี่ยวหลงเปาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มอย่างมีเลศนัย ลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างมองออกไปยังสวนด้านนอก
"เื่นั้น...ค่อยคุยกันต่อพรุ่งนี้ก็ได้" เขาตอบอย่างไม่รีบร้อน "คืนนี้ไปพักผ่อนที่นี่ก่อนเถิด หลี่ยาเก๋อจะจัดที่พักให้เ้า อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ กินอิ่มนอนหลับสักคืน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะรับข้อเสนอของข้าหรือไม่"
เสี่ยวหลงเปามองตามชายร่างท้วมที่เดินกลับมานั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม สีหน้าที่เพิ่งจริงจังกลับมาสบายอารมณ์เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงอารมณ์ที่รวดเร็วเช่นนี้ทำให้เขายิ่งรู้สึกว่ากวนต้าไห่เป็คนที่คาดเดาได้ยากยิ่งกว่าที่คิดไว้ตอนแรก
เสี่ยวหลงเปารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับความใจกว้างที่ไม่คาดคิด แต่ก็ไม่ปฏิเสธข้อเสนอนั้น ท้องที่ร้องจ้ำและร่างกายที่เหนื่อยล้าสะสมมาหลายสัปดาห์ทำให้เขาไม่มีแรงจะปฏิเสธความสะดวกสบายที่ยื่นมาให้
คืนนั้น เสี่ยวหลงเปานอนอยู่บนที่นอนนุ่มที่สุดเท่าที่เคยััมาในชีวิต ห้องพักที่หลี่ยาเก๋อจัดให้ใหญ่โตกว่าห้องพักทั้งหลังที่วัดเขาเหลียงซางเสียอีก แต่ท่ามกลางความสะดวกสบายนั้น เขากลับนอนไม่หลับ
ผ้าไหมนุ่มลื่นที่ห่มคลุมร่างกาย เตียงไม้แกะสลักลวดลายสวยงาม ห้องพักที่มีหน้าต่างมองเห็นสวนสวยงามด้านนอก ทุกอย่างล้วนหรูหราเกินกว่าที่เด็กหนุ่มไร้ที่พึ่งอย่างเขาจะเคยจินตนาการถึง แต่ความสะดวกสบายเหล่านี้กลับทำให้เขารู้สึกไม่คุ้นเคยและอึดอัดใจมากกว่าจะรู้สึกผ่อนคลาย
คำถามมากมายวนเวียนอยู่ในหัว
กวนต้าไห่้าอะไรจากเขากันแน่ ธุรกิจที่ว่านั้นคืออะไร และทำไมชายผู้มีอำนาจขนาดนี้ถึงยอมลงทุนกับเด็กหนุ่มไร้ที่พึ่งอย่างเขาถึงเพียงนี้
เสี่ยวหลงเปามองเพดานห้องในความมืด มือกำจี้หยกที่ยังคงคล้องคอไว้แน่น ราวกับกำลังขอคำแนะนำจากอาจารย์ที่จากไปแล้ว
เขาหลับตาลง พยายามนึกภาพว่าหากอาจารย์ยังอยู่ ท่านจะแนะนำให้เขาทำอย่างไรกับข้อเสนอที่ได้รับในวันนี้ แต่ไม่ว่าจะพยายามจินตนาการสักเท่าไหร่ คำตอบที่ได้กลับมาก็มีเพียงความเงียบงันเช่นเคย