เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 3 บทที่ 63 ต่อให้อยากทำ ก็ทำไม่ได้

            เรื่องเมื่อคืน...ลู่เป๋าเหยียนคงทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ?

            ถึงบางทีเขาจะนิสัยแย่แต่ซูเจี่ยนอันก็ยังคงเชื่อว่า เขาไม่ใช่คนโรคจิตแบบนั้น

            คิดแล้วเหตุการณ์เมื่อวานก็เริ่มลอยเข้ามาในสมองของเธอเหมือนภาพยนตร์ที่ถูกฉายซ้ำ

            ริมฝีปากร้อนและจูบอันดุดันของเขาสัมผัสที่ไม่ยอมให้ใครปฏิเสธ ลมหายใจอุ่น...ทุกอย่างยังคงแจ่มชัดในความทรงจำ

            ยังดีที่ตอนสุดท้าย...

            ถ้าไม่อย่างนั้นเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น

            ซูเจี่ยนอันตบพวงแก้มร้อนๆของตนเชิงเรียกสติ ว่าแล้วจึงสวมเสื้อคลุมของเขาพลางจับไว้แน่น และเดินออกไปแต่ที่ต้องแปลกใจคือ ลู่เป๋าเหยียนไม่ได้อยู่ในห้องนอนประตูห้องหนังสือถูกเปิดอยู่ เหมือนเธอจะได้ยินเสียงเขาอยู่ในนั้น

            เธอเดินเข้าไปใกล้อย่างระแวดระวังเมื่อถึงหน้าประตูก็ได้ยินเขาพูดขึ้นว่า

            “เธอนอนก่อนเลย”

            เขากำลังพูดกับเธออย่างนั้นเหรอ?

            เห็นหญิงสาวยืนกุมเสื้อไว้แน่นพลางทำหน้ามึนๆอยู่ที่หน้าประตู ลู่เป๋าเหยียนจึงวางเอกสารในมือและเดินไปหาเธอ

            ซูเจี่ยนอันแค่รู้สึกถึงเงาของเขาลมหายใจก็เริ่มติดขัด...

            คนที่สูงหนึ่งร้อยหกสิบเจ็ดเซนติเมตรอย่างเธอไม่นับว่าเตี้ยแต่เมื่ออยู่ใกล้ลู่เป๋าเหยียน เธอกลับเตี้ยกว่าเขามากจนรู้สึกถึงแรงกดดันเล็กๆ

            เวลานี้ลู่เป๋าเหยียนพับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาว และปลดกระดุมสองเม็ดบนท่อนแขนยาวและแผงอกแกร่งที่เผยให้เห็นทำให้เขาดูเซ็กซี่เย้ายวนสายตาคนมองเหลือเกิน

            ลู่เป๋าเหยียนมองคนที่ทำหน้าเหมือนกระต่ายหลงทางอย่างซูเจี่ยนอัน

            “ฉันบอกให้เธอนอนก่อนเลย”

            “แล้ว...นายล่ะ”

            สายตาของเธอดูตื่นตระหนกเล็กน้อยลู่เป๋าเหยียนคิดว่าเธอคงกำลังคิดถึงเหตุการณ์เมื่อวาน สายตาเขาเข้มขึ้นพลางพูดว่า

            “ฉันจะนอนในห้องหนังสือเธอไม่ต้องกลัว”

            แววตาของซูเจี่ยนอันสั่นเล็กน้อย

            “ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น...”

            เธอเริ่มรู้สึกว่าหน้าร้อนขึ้นอีกแล้วจึงสูดหายใจลึกพลางเงยหน้าจ้องตาลู่เป๋าเหยียน

            “ฉันแค่อยากถามนายว่านายจะนอนตอนไหน ไม่ใช่จะบอกให้นายไปนอนที่ห้องหนังสือ...”

            ลู่เป๋าเหยียนยกมือกอดอกมองเธอยิ้มๆ

            “ไม่กลัวฉันจะทำอะไรเธอหรือไง”

            ซูเจี่ยนอันเบ้ปากพลางหันหลังกลับทันที

            “ต่อให้อยากทำนายก็ทำไม่ได้หรอก!”

            เธอถอดเสื้อคลุมของเขาและนำไปแขวนเอาไว้จากนั้นรีบมุดตัวเข้าใต้ผ้าห่มทันที

            ลู่เป๋าเหยียนเห็นดังนั้นก็แย้มยิ้มขึ้นมาจนกระทั่งเสิ่นเยว่ชวนส่งข้อความมาเตือนเขาว่า อีกห้านาทีเขามีวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์เขาจึงเดินกลับห้องหนังสือไป

            การประชุมได้ดำเนินไปประมาณชั่วโมงกว่าและอีกไม่ช้าก็คงจะจบลง แต่ตอนนั้นเองลู่เป๋าเหยียนกลับได้ยินเสียงจากในห้องนอนเป็นเสียงของซูเจี่ยนอันที่กำลังละเมอเฉกเช่นเมื่อวาน

            ลู่เป๋าเหยียนสีหน้าเครียดเขาทิ้งการประชุมแล้วเดินเข้าไปในห้องนอนทันที ซูเจี่ยนอันฝันร้ายอีกแล้วจริงๆ ด้วยเธอขมวดคิ้วขดตัวอยู่ในผ้าห่มพลางงึมงำไม่ได้ศัพท์เมื่อเขาเดินไปใกล้จึงได้ยินชัดเจนว่าเธอกำลังร้องเรียกเขาเสียงแผ่วเบาที่เต็มไปด้วยความอ้อนวอน

            “ลู่เป๋าเหยียน...ลู่เป๋าเหยียน...ช่วยฉันด้วย...”มือบางปัดป่ายไปมาอยู่บนเตียง

            ลู่เป๋าเหยียนกุมมือเธอ

            “เจี่ยนอัน”

            มือของเธอชะงักไปและกุมมือเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เหมือนกับเริ่มรู้สึกปลอดภัยขึ้นบ้าง ทว่าคิ้วยังคงขมวดมุ่นและเธอยังคงดิ้นไปมา

            ลู่เป๋าเหยียนเอนตัวนอนพลางจับตัวเธอเข้าสู่อ้อมกอดเขาพูดชื่อเธออย่างปลอบโยน จนกระทั่งเธอเริ่มสงบลง ลู่เป๋าเหยียนจึงเริ่มเข้าใจว่าที่แท้ซูเจี่ยนอันกลัวการนอนคนเดียวมากกว่ากลัวเขาจะทำอะไรเธอเสียอีก

            เรื่องที่ถูกฆาตกรโรคจิตนั่นจับตัวไว้เธอยังคงจำฝังใจ

            “ลู่เป๋าเหยียน...”

            เสียงของเธอแผ่วเบาลงลู่เป๋าเหยียนลูบหลังเธอพลางพูด

            “ฉันอยู่นี่ อยู่ข้างๆ เธอไม่ต้องกลัว”

            ปมคิ้วที่ขมวดแน่นเมื่อครู่เริ่มคลายตัวออกจากนั้นเธอก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาแบบกึ่งหลับกึ่งตื่นพลางมองหน้าลู่เป๋าเหยียนอย่างงุนงงราวกับไม่รู้ว่าตอนนี้ตนเองอยู่ที่ไหน

            “ไม่เป็นไรแล้วนะ”ลู่เป๋าเหยียนประทับจุมพิตลงบนหน้าผากเธอ และพูดอย่างปลอบโยน

            “นอนเถอะ”

            “อืม...”

            ซูเจี่ยนอันไม่รู้ว่านี่คือความฝันหรือความจริงเธอรู้เพียงแค่ว่าเมื่อกี้นี้เธออยู่ในเงื้อมมือของฆาตกรแต่ในตอนนี้เธอได้กลับมาอยู่ในอ้อมกอดของลู่เป๋าเหยียนแล้ว

            เขามาหาเธอแล้วใช่ไหมงั้นเธอก็คงปลอดภัยแล้วล่ะ

            เธอปิดตาที่สะลึมสะลือลงไม่นานเสียงหายใจก็เริ่มดังเป็นจังหวะและดูผ่อนคลายซูเจี่ยนอันได้เข้าสู่นิทราเป็นที่เรียบร้อย

            มือถือของลู่เป๋าเหยียนสั่นขึ้นเป็นเสิ่นเยว่ชวนที่ส่งข้อความเข้ามา

            ประชุม?

            เขาจึงพิมพ์ตอบกลับไปสามคำ

            ‘เลิกประชุม’

            จากนั้นก็กดส่งข้อความและปิดเครื่องในทันที

            ความเงียบเข้าปกคลุมค่ำคืนอันมืดมิดสิ่งเดียวที่ยังคงได้ยินคือเสียงลมหายใจของคนในอ้อมกอด ใบหน้าของเธอแนบอยู่กับหน้าอกของเขานิ้วมือเรียวยาวจับเสื้อเขาเอาไว้แน่นใบหน้าของคนที่กำลังหลับลึกยังคงแสดงความหวาดกลัวออกมาอยู่บ้าง

            ลู่เป๋าเหยียนลูบแก้มเธอแผ่วเบาเขาเองก็เริ่มง่วงแล้ว จึงหลับตาลงและนอนหลับไปทั้งอย่างนั้น

            หลังจากที่เธอโดนฆาตกรกักตัวไว้ซูเจี่ยนอันก็มักจะฝันร้ายถึงเหตุการณ์เดิมๆดวงตาโหดเหี้ยมของฆาตกรที่กำลังถือมีดแกว่งไปมาอยู่บนตัวเธอทำท่าเหมือนจะสลักลวดลายลงมาบนนั้น จากนั้นก็จับเธอแยกชิ้นส่วน

            บางครั้งเธอก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีแต่บางครั้งเธอก็หลับไปทั้งอย่างนั้น พอตื่นมาในวันรุ่งขึ้นแผ่นหลังของเธอก็มักจะชุ่มไปด้วยเหงื่อ

            น้อยครั้งที่จะสามารถนอนหลับได้อย่างสบายใจแบบเมื่อคืน

            แต่มีอะไรบางอย่างผิดปกติเหมือนเธอจะฝันร้ายก่อนที่จะหลับสนิทไปนี่นา

            เธอลืมตาขึ้นทั้งๆ ที่ยังคงสงสัย

            ฟ้าสว่างแล้ว

            แต่ที่เธอคาดไม่ถึงก็คือสิ่งแรกที่เธอมองเห็นในเช้าวันนี้จะเป็น ลู่เป๋าเหยียน

            เขากำลังหลับสนิทหายใจแผ่วเบา อกแกร่งขยับขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะเธอเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าขนตาของเขายาวจัง

            ในยามปกติเธอมักสนใจมองแต่ดวงตาเรียวคู่นั้นแต่เมื่อเผลอสบตาเขา เธอก็มักไม่กล้ามองต่อที่แท้ขนตาของเขางอนสวยขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย

            แต่ว่าทำไมเขายังใส่ชุดเดิมเมื่อวานอยู่ล่ะ? เธอหนุนแขนเขาแทนหมอนมือข้างหนึ่งของเขาโอบเอวเธอ เธอในตอนนี้นอนพิงอกแกร่งของเขา แถมยังเอามือเกาะเสื้อเขาไว้อีก

            มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นเนี่ย! พวกเรา...

            ว่าแล้วซูเจี่ยนอันก็นึกขึ้นได้ว่าสงสัยเมื่อคืนเธอจะฝันร้ายจริงๆ หลังจากนั้น...

            หลังจากนั้นลู่เป๋าเหยียนก็โผล่มาเขาดึงเธอเข้าสู่อ้อมกอด ตอนที่เธอกึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่นั้น ลู่เป๋าเหยียนได้จูบเธอแถมยังบอกเธอว่า ไม่เป็นไรแล้ว ให้เธอนอนเถอะ

            เพราะอ้อมกอดและคำพูดของเขาทำให้เธอหลับสบาย

            ในตอนนั้นเขาทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยยิ่งว่าใคร ถ้ามองไม่ผิด สายตาและน้ำเสียงทุกการกระทำของเขาแลดูอ่อนโยน

            ความอ่อนโยน ที่ทำให้เธอเสพติด

            หากเป็นเพียงแค่ความฝันเธอก็ขอนอนหลับไปโดยที่ไม่ต้องตื่นขึ้นอีก

            ถึงแม้ลึกๆ แล้วเธอจะไม่อยากให้มันเป็นเพียงแค่ฝันก็ตาม เธออยากให้ทุกอย่างเป็นเรื่องจริง

            เธอยื่นมือออกไปเพื่อจะสัมผัสใบหน้าเขาแต่ในตอนนั้นเอง ขนตาของลู่เป๋าเหยียนก็เริ่มขยับ

            เขากำลังจะตื่น!

            ซูเจี่ยนอันรีบปิดตาลงแกล้งทำเป็นนอนหลับอยู่ในทันที

            เมื่อลู่เป๋าเหยียนลืมตาขึ้นอย่างแรกที่เขาทำคือก้มลงไปมองคนในอ้อมกอด แต่เพราะไม่มีอะไรผิดปกติเขาจึงคิดว่าเธอยังคงหลับอยู่ เขาค่อยๆ ลุกขึ้นพลางดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้เธอระหว่างนั้นเหมือนเขาจะชะงักไปชั่วขณะโดยไม่รู้สาเหตุแต่เขาจัดการห่มผ้าให้เธอต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเสร็จแล้วจึงเดินเข้าห้องน้ำไป

            เมื่อเสียงฝีเท้าของลู่เป๋าเหยียนเริ่มไกลออกไปคนที่แกล้งหลับอย่างซูเจี่ยนอันก็ลืมตาขึ้นพลางลอบถอนหายใจอยู่ใต้ผ้าห่ม

            มีแต่เธอที่รู้ว่าตอนที่ลู่เป๋าเหยียนห่มผ้าให้เธอ เธอเกร็งไปหมดทั้งตัว เกร็งไปยันปลายนิ้วเท้า

            ว่าแต่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเมื่อคืนเป็นเรื่องจริงใช่ไหม?

            คิดไปคิดมาซูเจี่ยนอันก็พลิกตัว จู่ๆ ภาพของลู่เป๋าเหยียนก็เข้ามาสู่สายตาเธอเขายืนล้วงกระเป๋าพิงอยู่หน้าประตูห้องน้ำ เสื้อเชิ้ตและกางเกงที่ดูยับนิดๆ กลับยิ่งทำให้เขาดูหล่อกว่าเดิมเขายกมุมปากพลางยิ้มน้อยๆ สายตาเข้มเหมือนกำลังมองมาอย่างสำรวจ

            ซูเจี่ยนอันหายใจสะดุดสมองเริ่มคิดหาทางเอาตัวรอดอย่างรวดเร็ว

            เธอจะให้เขารู้ไม่ได้เด็ดขาดว่าเมื่อกี้เธอแกล้งหลับ!

            ว่าแล้วจึงรีบทำท่าบิดขี้เกียจอย่างแนบเนียน

            “อ้าวนายตื่นตั้งแต่เมื่อไร”

            “ตื่นก่อนเธอแป๊บเดียว”

            “...”ซูเจี่ยนอันนิ่งแข็งเป็นหิน โลกนี้กำลังเล่นตลกกับเธอใช่ไหมเนี่ย

            รอยยิ้มของเขากว้างขึ้นกว่าเดิมขณะเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างอารมณ์ดีซูเจี่ยนอันกัดผ้าห่มอย่างหงุดหงิดปนอับอาย

            ว่าแต่ทำไมเขาถึงรู้ว่าเธอกำลังแกล้งหลับกันนะ? แอคติ้งของเธอไม่น่าจะห่วยขนาดนั้นนี่!

            ยัยโง่...

            คนที่กำลังยืนแปรงฟันอยู่อย่างลู่เป๋าเหยียนอดบ่นในใจไม่ได้

            ก่อนที่จะห่มผ้าให้เธอเขาไม่รู้สึกถึงความผิดปกติเลยก็จริง แต่ตอนหลังเธอตัวเกร็งซะขนาดนั้นเขาจะดูไม่ออกได้อย่างไร

            อยู่ๆ เขาก็คิดถึงเรื่องเมื่อคืนขึ้นมาตอนที่เขาจูงมือเธอเดินอยู่ในสวนสาธารณะ มือของเธอก็เกร็งขึ้นแบบนี้

            แค่สัมผัสเธอมันทำให้เธอตื่นเต้นขนาดนั้นเลยเหรอ?

            เรื่องนี้เป็นอะไรที่ไม่เลวเลยทีเดียว

            เช้านี้ลู่เป๋าเหยียนรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างประหลาด

            ขณะที่กำลังกินอาหารเช้าลู่เป๋าเหยียนก็ยื่นหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งให้กับซูเจี่ยนอัน

            ซูเจี่ยนอันชอบอ่านนิตยสารก็จริงแต่เธอไม่ได้ติดนิสัยต้องอ่านหนังสือพิมพ์ตอนเช้า จึงรับมาอย่างงงๆ

            “มีอะไรเหรอ”

            “ดูหน้าข่าวอาชญากรรม”

            ซูเจี่ยนอันเปิดไปหน้าที่เขาบอกก็เห็นพาดหัวข่าว

            “เฮ่อเทียนหมิงฆาตกรโรคจิตเมือง A ถูกตัดสินโทษ”

            เนื้อข่าวเขียนไว้ว่าเมื่อวานเฮ่อเทียนหมิงได้ถูกศาลตัดสินโทษประหารชีวิตตัวเฮ่อเทียนหมิงเองไม่ได้ยื่นอุทธรณ์  ส่วนการประหารจะมีขึ้นในอีกสองเดือนข้างหน้าในข่าวได้มีการวิเคราะห์สาเหตุของความวิปริตของฆาตกรไว้ด้วยและตอนท้ายก็ได้เขียนถึงชีวิตในคุกของเฮ่อเทียนหมิงในช่วงนี้ว่าหลังจากที่เขาถูกนำตัวเขาคุกก็โดนรุมซ้อมจนบาดเจ็บสาหัสทุกวันนี้ได้แต่นอนบนเตียงโดยไม่มีใครแยแส

            เขาพรากสองชีวิตของผู้บริสุทธิ์ไปอย่างโหดเหี้ยมแถมยังลักพาตัวแพทย์นิติเวชอีกสองคน ทำให้ไม่มีใครคิดสงสารเขาทั้งนั้นนี่คงเป็นอย่างที่ทุกคนชอบพูดกันว่า “กรรมตามสนอง”

            ซูเจี่ยนอันคืนหนังสือพิมพ์ให้ลู่เป๋าเหยียน

            “ทำไมถึงให้ฉันอ่านข่าวนี้?”

            ลู่เป๋าเหยียนไม่ตอบและถามย้อน“ช่วงนี้เธอมักจะฝันร้ายใช่หรือเปล่า”

            “อืม...”ซูเจี่ยนอันตอบอย่างแปลกใจ

            “ทำไมนายถึงรู้ล่ะ”ต่อให้เมื่อวานเขาเห็นเธอนอนฝันร้าย แต่คงไม่รู้ถึงขนาดว่าเธอฝันร้ายแบบนี้ทุกคืนล่ะมั้ง?

            “สองวันมานี้เธอฝันร้ายทุกคืน” ลู่เป๋าเหยียนอธิบาย

            “เธอเคยเรียนจิตวิทยาคงรู้ดีกว่าฉันว่านี่คืออาการ PTSD1”

            “เพราะฉะนั้น นายเลยเอาข่าวนี้ให้ฉันอ่านเพราะคิดว่าถ้าฉันรู้ว่าเขากำลังจะถูกประหารชีวิต ฉันจะเลิกฝันร้าย?”

            ลู่เป๋าเหยียนถอนหายใจแล้วพูดขึ้นว่า

            “ไม่ใช่อย่างนั้นฉันแค่อยากบอกเธอว่า ตอนนี้ฆาตกรอยู่ในการควบคุมของตำรวจแถมเธอกับเจียงเส้าข่ายยังเป็นคนช่วยให้ตำรวจตามจับเขาได้ตอนนี้เขาใช้ชีวิตในคุกอย่างทุกข์ทรมาน และในอีกสองเดือนเขาก็หายไปจากโลกนี้จะทำร้ายใครไม่ได้อีก”

            “เพราะฉะนั้นเจี่ยนอัน เธอไม่ต้องกลัวอีกต่อไป”

    ***********************

    1 Post-Traumatic Stress Disorder  “โรคเครียดหลังประสบเหตุการณ์สะเทือนใจ”

    อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://health.kapook.com/view97511.html

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592