บทที่ 19 ลองมือ บีบบังคับ!
“ฮี่ฮี่ เ้าเด็กฉางอัน ไม่คิดเลยว่าเ้าจะกล้ามาต่อสู้กับข้า มาเถอะ ข้าจะให้เ้าใช้เพียงมือเดียว และใช้พลังแค่ครึ่งเดียว!”
ท่านลุงเก้ากล่าวอย่างเย้ยหยัน
“ดี! เช่นนั้นท่านก็เตรียมตัวรับมือได้เลย!”
สายตาของเฉินฉางอันคมกริบ มือถือกระบี่บ้าคลั่งพุ่งทะยานเข้าไป!
ตู้ม!
แต่เพียงแค่หนึ่งกระบวนท่า เขาก็ถูกท่านลุงเก้าชกจนปลิวไป ตาซ้ายกลายเป็สีมืด
“โอ๊ย! ท่านลุงได้โปรดอย่าชกที่ตาได้หรือไม่!”
เฉินฉางอันร้องโอดครวญด้วยความเ็ป
“ฮี่ฮี่ ได้สิ!”
ชายชรายืนกอดอก ยื่นมือข้างหนึ่งออกมา แล้วกระดิกนิ้วเรียกเฉินฉางอันอย่างยียวน
ตึก ๆ ๆ!!
เฉินฉางอันพุ่งเข้าหาอีกครั้ง!
"โอ๊ย!"
แต่ไม่นานก็กระเด็นกลับมา พร้อมกับตาขวาที่เขียวช้ำ
"ฮี่ ๆ สมมาตรกันแล้ว!" ชายชราพูดพร้อมกับยิ้มอย่างพอใจในผลงานของตน
"ท่านลุงเก้า ท่านบอกว่าจะไม่ตีตาข้า... รวมทั้งใบหน้าของข้าด้วย มันจะส่งผลต่อความหล่อเหลาของข้านะขอรับ!"
เฉินฉางอันร้องโอดโอยพลางเอามือลูบดวงตาที่ปวดตุบ ๆ
"ฮ่า ๆ ข้าลืมไป กลับมาหาข้าครั้งนี้ข้ารับรองว่าจะไม่ตีหน้าเ้า!" ชายชราพูดพลางยิ้มแล้วกวักมือเรียกอีกครั้ง
“พลังเวทโลหิตอสูร… ดวงิญญาอสูร จงเปิด!”
เฉินฉางอันเปิดขอบเขตเวทมนตร์ปีศาจ พลังิญญาในร่างของเขาพลันเดือดพล่าน!
ร่างกายของเขาทั้งหมดราวกับอสูรร้ายในยุคโบราณ จากนั้นเปล่งเสียงต่ำออกมา
“เพลงกระบี่ฝังโลก… สังหารฉับพลัน!”
ฉับ!!
กระบี่เ้าพยัคฆ์หมุนไปอย่างรุนแรง รวดเร็วปานอสนีพลันแนบไปที่คอของชายชราอย่างรุนแรง!
“ฮึ่ม! เ้าเด็กน้อย เ้ามีพละกำลังดี ความเร็วดี ท่าทางน่าเกรงขามดี… แต่ทว่า… ข้ายังเห็นว่าไม่เด็ดขาดพอ!”
ชายชราเอ่ยด้วยรอยยิ้มเล็ก ๆ พลางหมุนตัวเล็กน้อย เพื่อหลบหลีกได้อย่างง่ายดาย จากนั้นใช้นิ้วมือแตะเบา ๆ ที่กระบี่เ้าพยัคฆ์ของเฉินฉางอัน!
เคร้ง!
มีเสียงกระบี่สะท้อนดังขึ้น กระบี่พลันเปลี่ยนทิศทางไปอย่างรวดเร็ว พาเฉินฉางอันเหินออกไปทันที!
ตู้ม!
เฉินฉางอันล้มลงอย่างแรง!
เฉินฉางอันใจสั่นสะท้านยิ่งนัก!
เขาไม่คิดว่าท่านลุงเก้าจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้!
“มาอีกครั้ง!”
เขาะโเสียงต่ำ ยกกระบี่หมายจะบุกเข้าหาชายชราอีกครั้ง
แต่ในไม่ช้า เฉินฉางอันก็ถูกเหวี่ยงออกไปอีกครั้ง!
“อ๊ะ!! มาอีกครั้ง!!”
ตู้ม!
ทันใดนั้น เขาก็ถูกเหวี่ยงออกไปอีกครั้ง!
“มาอีกครั้ง!!!”
เฉินฉางอันลุกขึ้นเช็ดเืที่มุมปากแล้วพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง!
เสียงร้องโหยหวนของเฉินฉางอันดังก้องไปทั่ว พร้อมกับเสียงะโว่า 'เอาอีก!'
กระทั่งเวลาผ่านไปหนึ่งวัน...
ยามราตรี เฉินฉางอันแช่อยู่ในยาที่ผู้าุโลำดับที่ห้าปรุงให้ด้วยความเ็ป
ผู้าุโลำดับที่ห้าเป็ทั้งนักปรุงยาและหมอที่เก่งกาจ
ส่วนจะเก่งกาจเพียงใด... แม้แต่เฉินฉางอันก็ไม่อาจล่วงรู้ได้
แต่โรคภัยไข้เจ็บมากมายล้วนเป็เื่เล็กน้อยในมือของชายชราผู้นี้
นั่นทำให้เฉินฉางอันติดตามผู้าุโลำดับที่ห้ามาั้แ่เด็ก จึงได้เรียนรู้มากมาย
จวนองค์ชายรอง
ตูม!
เสียงดังสนั่นหวั่นไหว บุรุษรูปงามผู้หนึ่งเหวี่ยงหมัดอัดกระแทกเข้าใสู่เาจำลองจนแหลกเป็ผงธุลีในพริบตา!
ร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อแ่า เบื้องล่างผิวพรรณมีประกายสีทองส่องสว่างราวกับว่ากำลังกักพลังมหาศาลเอาไว้!
เขาผู้นี้คือองค์ชายรอง 'จีชางไห่'!
"ขอแสดงความยินดีพ่ะย่ะค่ะ องค์ชายทรงทะลุขั้น์ระดับสามแล้ว!"
ขันทีน้อยผู้หนึ่งเอ่ยปากขึ้นอย่างประจบประแจง
จีชางไห่ไม่ได้เอ่ยสิ่งใด เพียงแต่หันไปมองยังเื้ั บริเวณนั้นมีชายชราผมสีเทาผู้หนึ่งยืนกอดอกอยู่ เขาจึงโค้งคำนับอย่างนอบน้อม "ท่านอาจารย์"
"อืม"
ชายชราครางรับในลำคอ จากนั้นจึงเผยแววตาดุดันออกมา "เฉินฉางอันกล้าท้าทายเ้าต่อหน้าธารกำนัล เช่นนั้น..." แววตาของชายชราวาวโรจน์ "เขาต้องมั่นใจว่าสามารถเอาชนะเ้าได้! ยิ่งกว่านั้น เขากล้าพอที่จะสังหารเ้า!"
"ท่านอาจารย์... เป็ไปได้เช่นไร?!"
จีชางไหใบหน้าฉายแววไม่ยอมรับ ในดวงตามีประกายความอาฆาตพยาบาทแวบผ่าน “เขากล้าได้อย่างไรกัน! แคว้นต้าโจวแห่งนี้ เป็แคว้นต้าโจวของตระกูลจีของข้า เหตุใดตระกูลเฉินของเขาจึงได้โอหังเช่นนี้!”
“เหอะ ๆ ก็เพราะความแข็งแกร่งอย่างไรเล่า!”
ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงดูแคลน “หากปฐมจักรพรรดิผู้สถาปนาแคว้นต้าโจวยังคงอยู่ หรือราชวงศ์มีผู้แข็งแกร่งขั้นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ระดับสิบอยู่ ผู้ใดบ้างจะกล้าลบหลู่ราชวงศ์ต้าโจว?”
“ส่วนตระกูลเฉินนั้น ย้ายมาอยู่ที่แคว้นต้าโจวยังไม่ถึงยี่สิบปี เหตุใดจึงได้กลายเป็ตระกูลใหญ่ที่สุดในแคว้นต้าโจวอย่างมั่นคงเช่นนี้เล่า?”
“ก็เพราะพวกเขามีผู้าุโเก้าคนที่มีความลึกล้ำเกินคาดเดาอย่างไรเล่า!”
“หากไร้ผู้ใดมั่นใจว่ารับมือผู้าุโเก้าคนนั้นได้ ก็ไม่มีผู้ใดกล้าลงมืออย่างบุ่มบ่ามหรอก!”
ชายชรากล่าวพลางมองออกไปไกลด้วยแววตาครุ่นคิด
“ท่านอาจารย์ ข้า… ข้ามั่นใจว่าสามารถเอาชนะเฉินฉางอันได้!” จีชางไห่กำหมัดแน่น ใบหน้าบิดเบี้ยวกล่าว “เขาอยู่ในขั้น์ระดับห้าเท่านั้น ข้าอยู่ขั้นราชัน์ระดับสามแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ข้าไม่ใช่พวกอาจารย์ไร้ค่าพวกนั้น!”
“เหอะ ๆ แล้วเ้ามั่นใจหรือไม่ ว่าจะสามารถสังหารผู้าุโพวกนั้นได้ภายในสามกระบวนท่า?”
ชายชราพูดขึ้นอย่างกะทันหัน
จีชางไห่เงียบไป ถึงแม้ว่าเขาจะมีความสามารถในการต่อสู้ข้ามขั้น แต่ก็มิอาจเทียบได้กับเฉินฉางอันที่วิปริตถึงเพียงนี้
เว้นเสียแต่ว่า...
"เว้นเสียแต่ว่าเ้าจะเปิดใช้งานพลังสายเืราชันใช่หรือไม่?" ชายชราหรี่ตาแล้วกล่าว "แต่ถ้าเป็เช่นนั้น เ้าก็จะเป็ฆาตกรที่ลอบสังหารเฉินฉางอัน และแม้แต่ฮ่องเต้ก็จะไม่กล้าแม้แต่ปกป้องเ้า!"
"หรือว่าข้าจะต้องถูกดูิ่โดยชนชั้นต่ำเช่นนี้ ข้ามิยอม!"
จีชางไห่พูดด้วยความเ็า "ทำไมต้องเป็ตระกูลเฉิน!"
ในเสียงคำรามอย่างดุร้าย จีชางไห่หันไปมองชายชราอย่างกะทันหัน "ท่านอาจารย์ ท่านต้องมีวิธีช่วยข้าใช่หรือไม่?"
"แน่นอน" ชายชราตอบรับพร้อมกับแบมือ ในมือของเขาปรากฏม้วนหยกและกระบี่เล่มหนึ่งลอยขึ้นมา
"เคล็ดวิชาระดับราชัน!"
“อาวุธระดับราชัน! นี่คือ… กระบี่ราชัน!”
สีหน้าของจีชางไห่เปลี่ยนไปอย่างมาก จากนั้นก็แสดงความเปรมปรีดิ์ “ขอบคุณท่านอาจารย์อย่างสูง!”
“ไม่จำเป็ต้องขอบคุณมากนัก การเอาชนะเฉินฉางอัน และการเป็ผู้ครองแคว้นต้าโจว ย่อมเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของสำนักาุโ”
ชายชรากล่าวเนิบ ๆ “ในไม่กี่วันนี้ พวกเ้าต้องฝึกฝนวิชาระดับราชันนี้ให้เชี่ยวชาญ และแอบติดต่อกับพวกขุนนางในต้าโจวเพื่อเตรียมเล่นงานตระกูลเฉิน”
“ขออาจารย์สั่งการอย่างชัดเจน!”
“เ้าจงทำเช่นนี้...”
ทั่วทั้งนครหลวงต้าโจวเต็มไปด้วยอากาศซึ่งแปรเปลี่ยนและลึกลับ
สายตานับไม่ถ้วนต่างหันไปมองที่ตระกูลเฉิน และตระกูลใหญ่อีกสามตระกูล
แน่นอนว่า การแข่งขันระหว่างเฉินฉางอันกับองค์ชายรองที่จะถึงในอีกเจ็ดวันเป็ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
"เฮ้อ… เ้าได้ยินข่าวหรือไม่? ตระกูลใหญ่ทั้งสาม รวมไปถึงตระกูลหลิ่ว ดูเหมือนว่าจะร่วมมือกันเพื่อก่อเื่กับตระกูลเฉินแล้ว"
"หรือว่าจะมีการรบครั้งใหญ่เกิดขึ้น? ข้าตื่นเต้นแทบขาดใจ!"
"ไม่เพียงเท่านั้น สี่สำนักใหญ่ของต้าโจวก็ร่วมมือกันด้วย ดูเหมือนว่าจะ้าถามเื่ราวจากเฉินฉางอันกระมัง"
"ถามเื่อะไรหรือ?"
"เ้าไม่รู้หรือ? ได้ยินมาว่า เฉินฉางอันออกมาจากหุบเหวฝังมาร! ตอนแรกเขาไม่มีพลังวิชาแม้แต่น้อย แต่ผ่านไปเพียงสิบวันเศษ ๆ เขากลับมีพลังมากพอที่จะลอบสังหารอาจารย์ได้..."
"หา! น่ากลัวถึงเพียงนี้ หรือว่า… เขาได้รับโชคลาภอันยิ่งใหญ่ในหุบเหวฝังมาร?"
"ก็คงมีเพียงคำอธิบายนี้เท่านั้น คนอื่นเข้าไปตายแทบทุกคน แต่เขากลับออกมาได้อย่างเป็อยู่ อีกทั้งยังแข็งแกร่งกว่าเดิมยิ่งกว่าเมื่อปีก่อน!"
"ใช่แล้ว นิสัยของเขาก็เปลี่ยนไปมาก เขาถึงขนาดถอนหมั้นกับแม่นางกู้ชิงเฉิง กล้าดีหยามตระกูลจวินด้วยการฆ่าจวินอู๋เจี้ยน และสุดท้ายลอบสังหารอาจารย์ และล้มสามขุนศึกผู้เลิศล้ำ...โอ้โห!"
ในเมืองหลวงของแคว้นต้าโจว ทุกมุมถนนต่างเต็มไปด้วยเสียงครึกครื้นกันอย่างต่อเนื่อง
เมื่อมีผู้เริ่มนำข้อสงสัยทั้งหมดเกี่ยวกับเฉินฉางอันมาต่อเรียงกัน ก็พบว่าไม่ตรงกันเสียทีเดียว
ดังนั้นเื่นี้จึงแพร่กระจายและขยายวงกว้างไปจนทั่วทั้งแคว้นต้าโจว
แต่เมื่อเหลือเวลาอีกเพียงสามวันก่อนที่เฉินฉางอันจะต้องประลองกับจีชางไห่ ด้านนอกบ้านเฉินก็มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมากมายเข้ามา
ในบรรดาพวกเขา มีสี่สำนักในแคว้นต้าโจว ได้แก่ สำนักหลิวอวิ๋น สำนักหวังเฉิน สำนักอู่จี๋ และวังหงเฉิน
นอกจากนี้ ยังมีตระกูลใหญ่น้อยอีกมากมายที่รวมตัวกันมา โดยมีผู้แข็งแกร่งขั้นราชัน์อย่างน้อยร้อยคน!
ส่วนผู้ที่มีพลังขั้นครึ่งก้าวสู่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ก็มีมากกว่าสิบคน!
พวกเขา้าจะสอบถามเฉินฉางอันต่อหน้าต่อตา!
การชุมนุมอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ ย่อมดึงดูดสายตาของผู้คนนับไม่ถ้วนเป็ธรรมดา