“ ไม่คิดเลยว่าท่านจะแข็งแกร่งขนาดนี้ได้ในสามเดือน ตอนนี้ท่านอยู่ระดับขัดเกลาระยะปลาย? ”
“ เปล่า ข้าอยู่ระยะกลางเท่านั้น ”
คำตอบของหวังเฟยหลงทำให้พวกเขาทั้งสองตะลึง พวกเขาไม่คิดเลยว่าหวังเฟยหลงจะแข็งแกร่งได้มากขนาดนี้ ทั้งที่อยู่ระยะกลางเท่านั้น หวังเฟยหลงไม่สนใจท่าทีของทั้งสอง เขาเดินเข้าไปชำแหละศพหมาป่าเกาะหินและนั่นทำให้ร่างของมันหายไปไม่เหลือแม้แต่เื เหลือเพียงร่องรอยของการต่อสู้ ทั้งสองที่เห็นก็ยิ่งประหลาดใจ เมื่อพวกเขาถามหวังเฟยหลง เขาไม่ตอบเขาทำเพียงยักไหล่และเดินลึกเข้าไปในป่าต่อ
ในเมื่อหวังเฟยหลงไม่ตอบพวกเขาก็ไม่สามารถคาดคั้นคำตอบได้ หวังเฟยหลงใช้เวลาทั้งวันในการตามล่าสัตว์อสูรโดยทั้งหมดจะอยู่ที่ระดับ 1 รวมถึงรวบรวมเก็บสมุนไพรที่เจอ เข้าไว้ปลูกไว้ที่โลกในแหวนมิติจักรพรรดิ เมื่อกลับถึงบ้านหวังเฟยหลงเช็คของที่ได้จากการชำแหละสัตว์อสูร โดยส่วนมากจะได้เพียงแค่ เนื้อกับหนังเท่านั้น หวังเฟยหลงเอาหนังสัตว์อสูรออกมาและมอบมันให้กับเซียงหลานเอาไว้ทำอุปกรณ์
แม้จะล่าสัตว์อสูรไปเยอะมาก แต่ก็ยังไม่ทำให้เขาสามารถเลเวลอัพได้ เป้าหมายหลักของหวังเฟยหลงไม่ใช่การอัพเลเวลแต่เป็การฝึกฝนการต่อสู้จริง ไม่ว่าจะเป็การใช้สกิล การสับเปลี่ยนอาวุธและอุปกรณ์ระหว่างการต่อสู้โดยใช้ช่องเก็บของ นอกจากนี้หวังเฟยหลงพยายามฝึกการคอมโบสกิลของเขาให้ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพมากที่สุดในสถานการณ์ต่างๆ
แม้วันแรกจะทำได้ดีแต่ก็เขาก็ยังรู้สึกว่ามันยังดีได้กว่านี้ หวังเฟยหลงฝึกฝนต่อเนื่องตลอด 7 วัน เนื่องจากใน 7 วันที่ผ่านมาเขาล่าสัตว์อสูรไปเป็จำนวนมาก แต่พวกมันทั้งหมดเป็ระดับ 1 ทั้งหมด ทำให้เลวลของหวังเฟยหลงเพิ่มขึ้นมาเพียง 1 เลเวลเท่านั้น ละยิ่งเขาเข้าสู่เลเวล 7 ระดับขัดเกลาระยะปลายแล้วยิ่งทำให้ EXP ที่ได้รับจากสัตว์อสูรระดับเดียวกันน้อยลงไปอีก หมายความว่าการจะแข็งแกร่งขึ้นด้วยการสังหารสัตว์อสูรเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ตัวเลือกที่ฉลาด แต่อย่างน้อย 7 วันที่ผ่านมาก็ไม่ได้เสียเปล่า เพราะตอนนี้เขาถือว่าชำนาญการสับเปลี่ยนอาวุธอุปกรณ์ไปมารวมถึงการคอมโบสกิลระหว่างสถานกาณ์ต่างๆด้วย
เมื่อกลับตระกูล โรงตีเหล็กก็ได้เสร็จสิ้นแล้ว แต่พวกคนงานยังรอให้หวังเฟยหลงมาตรวจสอบอีกครั้ง เพราะการก่อสร้างครั้งนี้ถูกเน้นย้ำให้รวดเร็วและต้องถูกใจหวังเฟยหลงที่สุด หวังเฟยหลงยิ้มให้กับความเอาใจใส่ของสมาคมการค้าทมิฬและให้เซียงหลานไปตรวจสอบความเรียบร้อย
วันต่อมาหวังเฟยหลงเดินทางไปสมาคมการค้าทมิฬเพื่อขอบคุณ ิซูเมิ่งเื่ที่จัดการสร้างโรงตีเหล็กให้อย่างดีเช่นนี้ แต่เมื่อไปถึงหวังเฟยหลงกับผิดหวัง เขาไม่พบนาง และไม่พบตาแก่ซินกูเหลินด้วย เขาจึงได้ถามจากเซี่ยถิงถิง เขาถึงได้รู้ว่า พวกเขาออกเดินทางไปไหนสักที่ั้แ่วันที่หวังเฟยหลงกลับแล้ว
“ อ่า!! ช่างเป็ผู้หญิงที่ไม่น่ารักเลยจริงๆ ไปโดยไม่บอกลาผู้ชายของตัวเองได้ไง!? ”
ในเมื่อหวังเฟยหลงไม่เจอเขาจึงตตัดสินใจเดินหาดูของภายในตัวเมืองไปเรื่อยๆ จนกระทั่งได้เจอกับคนที่เขาไม่อยากเจอ นั่นคือ หลงเชากับหวงเฟย พวกเขาทั้งสองเดินเข้าหามาหวังเฟยหลงด้วยรอยยิ้มที่ไม่เป็มิตร หวังเฟยหลงมองพวกเขาทั้งสองเดินเข้ามาด้วยสายตาเฉยชา
แต่ตงหยางที่วันนี้ติดตามหวังเฟยหลงมาแค่คนเดียวรู้สึกไม่ดีราวกับกำลังจะเกิดเื่บางอย่างขึ้น ที่สำคัญคือเขาเป็ห่วงความปลอดภัยของ หวังเฟยหลง เพราะอีกฝ่ายมีข้ารับใช้ที่มีระดับเดียวกับเขาถึง 2 คน แค่คนโง่ก็รู้ว่าหากปะทะกันฝ่ายไหนได้เปรียบ
“ คุณชายใหญ่ พวกเราไปกันดีหรือไม่ขอรับ เกรงว่าวันนี้จะไม่สะดวกที่จะปะทะ!! ”
“ หากเ้ากลัวเพียงเพราะอีกฝ่ายมีจำนวนมากกว่า หมายความว่าเ้ายังต้องฝึกฝนอีกนะ!! ”
“ ข้าเป็ห่วงท่านต่างหาก เฮ้อ!! เป็ไงเป็กัน ”
“ เ้าอย่าคิดว่าแค่มีความใกล้ชิดกับสมาคมการค้าทมิฬเข้าหน่อยแล้วเ้าจะสามารถอวดเบ่ง วางอำนาจไม่กลัวใครได้ละ!? ”
เมื่อทั้งสองมาถึงก็พูดเหน็บแนมหวังเฟยหลงทันที ตงหยางเอาตัวเองไปยืนขวางข้างหน้าหวังเฟยหลง หวังเฟยหลงยิ้มและตบไหล่ของตงหยางก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยยัน
“ เ้าจะไปกลัวหมาที่มันเห่าทำไม? เ้าไม่รู้หรือไงว่าหมาที่เห่ามันไม่กัด เพราะมันขี้ขลาด!! ”
“ เ้า!! เ้ากล้าว่าใครเป็หมา เ้าหาเื่อยากเจอเหมือนเมื่อครั้งก่อนสินะ?...กันไอข้ารับใช้นั่นออกไป ”
“ คุณชายใหญ่!! ข้าจะถ่วงเวลาไว้ ท่านรีบหนีไปเถอะขอรับ!! ”
“ เหตุใดเ้าชอบตื่นตระหนกนักเล่า!! มาเถอะ เ้ารับมือสองคนนั้นสักพักก็พอแล้ว!! ”
ตงหยางถูกคนรับบใช้ทั้งสองบีบบังคับให้ต่อสู้ 2-1 และต้องร่นถอยหลบไปจากหวังเฟยหลง หลงเขากับหวงเฟยจึงค่อยๆเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มชอบใจ ส่วนผู้คนที่อยู่รอบๆต่างก็มุงดูด้วยความสนใจ แต่ไม่มีใครคิดจะเข้าไปช่วยหวังเฟยหลงเลย เมื่อเดินเข้าใกล้ได้ระยะ หลงเชาพุ่งเข้าใส่หวังเฟยหลงจากนั้นก็ต่อยเข้าไปที่หน้าท้องของหวังเฟยหลง
แต่ทุกคนก็ต้องตกตะลึง แม้ว่าหลงเชาจะไม่ได้ใส่แรงทั้งหมดแต่มันก็มากพอที่จะทำให้ผู้ที่ไม่สามารถฝึกฝนได้สลบไปทันที นอกจากหวังเฟยหลงจะไม่สลบแล้ว เขายังใช้มือรับหมัดของหลงเชาได้ง่ายๆโดยไม่มีอาการใดๆอีกด้วย หลงเชาหน้าเปลี่ยนสี พยายามดึงมือกลับแต่หวังเฟยหลงก็จับไว้แน่น ก่อนที่จะถีบอีกฝ่ายให้กระเด็นถอยหลังไป พร้อมมองไปที่หวงเฟย
“ ข่าวลือที่บอกว่าเ้าสามารถฝึกฝนได้แล้วเป็เื่จริงสินะ ได้งั้นมาดูกันว่าเ้าจะแน่จริงสักแค่ไหน หลงเชา เลิกเล่นได้แล้ว มาสั่งสอนมันให้จบ ให้มันได้รู้ว่า แค่ฝึกฝนได้ไม่ได้หมายความว่ามันจะทำตัวหยิ่งผยองได้!! ”
หลงเชาลึกขึ้นมาและเคลื่อนที่หาหวังเฟยหลงอย่างรวดเร็วพร้อมกับหวงเฟย หวังเฟยหลงตั้งการ์ดมวยไทยขึ้นมา หลงเชาะโถีบ หวังเฟยหลงเอี้ยวตัวเล็กน้อยก็สามารถหลบได้แต่เขาไม่ได้แค่หลบ เขาเอี้ยวตัวและยังต่อยเข้าไปที่ท้องของหลงเชาอย่างรุนแรง จากนั้นก็ถีบหวงเฟยที่เข้าตามมาหวังจะฉวยโอกาสตอนเขาเผลอ เขายังวิ่งตามไปต่อยและเตะด้วยแม่ไม้มวยไทย เขาต่อยไปที่หน้า เตะตัดขา อีกฝ่ายพยายามฝืนสวนกลับมาด้วยหมัด หวังเฟยหลงโน้มไปข้างหน้าเพื่อหลบมันและศอกเข้าไปที่หน้าอย่างรุนแรง หวงเฟยเซไปเซมาราวกับคนเมา ถึงจะเมาเพราะหมัดก็เถอะ
หลงเชาเห็นก็หน้าซีดไม่คิดว่าหวังเฟยหลงจะเก่งขนาดนี้ และที่สำคัญคือศิลปะการต่อสู้มือเปล่าอันแปลกประหลาดของหวังเฟยหลงที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่เหมือนกับของเขาที่เน้นความเร็วและความคล่องแคล่ว แต่ของหวังเฟยหลงมันเหมือนเน้นไปที่ความรุนแรง จุดสำคัญ และยังอันตรายมากอีกด้วย
ไม่ใช่แค่หลงเชาเท่านั้นแม้แต่คนอื่นๆที่มุงดูอยู่รอบๆก็เช่นกัน พวกเขาไม่คิดเลยว่าหวังเฟยหลงจะแข็งแกร่งขึ้นขนาดนี้แถมยังมีศิลปะการต่อสู้อันแปลกประหลาด หวังเฟยยิ้ม ต้องบอกว่าหลังจากกลับมาจากล่าสัตว์อสูร เขาก็คอยซ้อมมวยไทยกับตงหยางและเซียงหลานเพื่อเปรียบเทียบระหว่างมวยไทย มันมีข้อดีคนละอย่างหวังเฟยหลงจึงคอยซ้อมอยู่เลยๆ และเขาสามารถเลือกใช้อย่างไหนก็ได้ตามสถานการณ์ต่างๆ
หวังเฟยหลงค่อยๆเดินเข้าไปหา แต่เหมือนหลงเชาจะเริ่มกลัวเขาจึงถอยหลังโดยไม่ได้ตั้งใจ หวังเฟยหลงค่อยๆเดินเข้ามาาด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ หลงเชาเริ่มพยายามพูดข่มขู่ทำให้คนที่อยู่รอบๆเริ่มรู้สึกสมเพชเข้าไปใหญ่ ข้ารับใช้ของเขาพยายามไปช่วยเขาแต่ก็ถูกตงหยางพยายามกันเอาาไว้ จริงๆแล้วตงหยางรู้ความสามารถของหวังเฟยหลง แต่ที่เขาพูดหรือทำแบบนั้นเพราะหวังเฟยหลงบอกให้เขาแกล้งเล่นละครเท่านั้นเอง และหน้าที่ของเขาคือกันข้ารับใช้ทั้งสองให้อยู่กับเขา แม่ว่ามันจะหนักหน้าสำหรับเขาอยู่บ้างแต่เขาก็ยังทำได้ดี
“ อย่าเข้ามานะ เ้าอยากจะเป็ศัตรูกับสองตระกูลหรือไง ”
“ อย่าลืมเื่ที่ทำกับข้าไปแล้วหรือ!? พวกเราเป็ศัตรูกันอยู่แล้วต่างหาก ”
ไม่รอช้า หวังเฟยหลง พุ่งเข้าไปประชิดอย่างรวดเร็วก่อนจะออกแม่ไม้มวยไทยหลายท่าจนทำให้หลงเชาสลบไป ส่วนข้ารับใช้ที่รับใช้หลงเชาหรือก็คือข้ารับใช้ที่ทรยศหวังเฟยหลงนั่นเอง เขาพุ่งตัวเองมาดูอาการหลงเชาอย่างร้อนใจ พร้อมกับมองไปที่หวังเฟยหลง
“ ตระกูลหลงกับตระกูลหวงจะไม่ยอมทนกับเื่นี้แน่ เ้าเตรียมรับผลที่ตามมาได้เลย ”
“ …เป็แค่คนรับใช้แต่กล้าปากดีไม่ดูสถานะ ไปบอกพวกมันทั้งสองตระกูลว่า พวกมันเป็ศัตรูกับข้าั้แ่เมื่อสามเดือนก่อนแล้ว รวมถึงเ้า ที่ทรยศข้าด้วย ”
หวังเฟยหลงเปิดใช้สกิล ก้าวไร้เสียง เคลื่อนที่เข้าไปหาข้ารับใช้คนนั้นอย่างรวดเร็วและเงียบที่สุด ก่อนจะเตะเสยหน้าอย่างจังทำให้เขากระเด็นออกไป แม้ระดับจะห่างกันแต่ร่างกายของหวังเฟยหลงค่อนข้างพิเศษ เขายังตามไปโจมตีอีกสองครั้ง ก่อนจะหยุดมือ และตงหยางก็จัดการข้ารับใช้ของหวงเฟยเสร็จแล้วเช่นกัน
“ ข้าไม่มีอารมณ์จะเที่ยวเล่นแล้ว พวกเรากลับกันเถอะ ”
เมื่อระบายอารมณ์ได้พอประมาณ หวังเฟยหลงก็เดินทางกลับ และเื่นี้ทำให้ตระกูลหลงและตระกูลหวงโกรธอย่างมาก แต่พวกเขาไม่สามารถส่งผู้าุโไปจัดการได้เพราะมันคือเื่ของรุ่นเยาว์ และที่สำคัญคือฝ่ายพวกเขาเป็คนไปหาเื่ก่อนเองด้วย ส่วนตระกูลฉู่คนข้างประหลาดใจกับเื่ความแข็งแกร่งของหวังเฟยหลง แม้จะเป็การโจมตีทีเผลอ แต่ก็ถือว่าหวังเฟยหลงสามารถเอาชนะคนที่อยู่ระดับหลอมรวม ทั้งๆที่ตัวเองอยู่ระดับขัดเกลาระยะปลายเท่านั้น ถือได้ว่าหวังเฟยหลงเป็อัจฉริยะแน่นอน
ส่วนพวกคนในตระกูลหวัง ต่างก็ประหลาดใจเื่ที่หวังเฟนหลงสามารถฝึกฝนได้แถมยังแข็งแกร่งมากขึ้นอย่างรวดเร็ว เหล่าผู้าุโต่างก็ไปถามไถ่เื่นี้กับหวังกัง เขาไม่ได้พูดอะไรมากแค่บอกว่าหวังเฟยหลงได้รับการรักษาจากบุคคลลึกลับที่เขาไม่รู้จัก ที่เขาพูดแบบนี้เพราะหวังเฟยหลงบอกให้พูดเช่นนี้เก็บเื่สูตรยาไว้เป็ความลับ หวังกังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่เหมือนได้ตบหน้าพวกเขาฉาดใหญ่ที่พวกเขาเคยดูถูกหวังเฟยหลง ที่คัญพวกเขาคิดว่าหวังเฟยหลงไม่มีทางได้เป็ผู้สืบทอดตระกูลแน่นอน แต่เมื่อเป็เช่นนี้ แถมยังแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยทำให้พวกเขารู้สึกสั่นคลอนและผู้าุโหนึ่งเป็ผู้ที่รู้สึกสั่นคลอนมากที่สุด เพราะเขา้าให้ลูกชายเขาได้เป็ผู้สืบทอดตระกูลนั่นเอง
ไหนจะเื่ความสัมพันธ์กับสมาคมการค้าทมิฬ ไหนจะเื่ความแข็งแกร่ง ทำให้ตอนนี้เหล่าผู้าุโที่เคยเข้าข้างผู้าุโที่หนึ่งต่างก็เปลี่ยนข้างไปเข้าหาหวังเฟยหลงเกือบทั้งหมด ทุกๆคนต่างก็พยายามทำดีกับหวังเฟยหลงเพื่อให้เขาอภัยกับเื่ในอดีต ยกเว้นเพียงผู้าุโที่หนึ่ง เขาไม่ได้พยายามเข้าหาหวังเฟยหลงราวกับไม่ได้สนใจเื่พวกนี้และหวังเฟยหลงก็ไม่ได้สนใจมากเช่นกัน
เย็นวันเดียวกัน หวังกังได้มาหาหวังเฟยหลงที่บ้านเพื่อพูดคุยเื่บางอย่างกับเขา โดยมีแม่และน้องสาวอยู่ด้วย พวกเขาพูดคุยเื่ที่เกิดขึ้นวันนี้ เนื่องจากเป็เื่ของผู้เยาว์และด้วยข้ออ้างที่หวังกังก็ยังไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเื่ผู้เยาว์แม้หวังเฟยหลงเกือบตาย ทำให้ตระกูลหลงกับตระกูลหวงไม่สามารถเอาเปรียบหวังเฟยหลงได้ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่ได้พยายามเล่นไม่ซื่อ
“ เฟยหลง แม้ว่าตอนนี้เ้าจะแข็งแกร่ง แต่เ้าก็ต้องระวังให้มากขึ้นไปอีก เ้าไม่สามารถประมาทพวกชั่วนั่นได้ ”
“ ท่านพ่อไม่ต้องห่วง ตอนนี้ข้าต้องเก็บตัวฝึกฝน ข้า้าเข้าสถาบันเมืองฮวา ”
“ เข้าสถาบัน!? แต่เ้าเหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนแล้วนะ เ้ามั่นใจว่าจะสามารถทะลวงสู่ระดับรวบรวมได้ทันหรือ ”
“ ถึงจะไม่มั่นใจนัก แต่ข้าคิดว่าข้าามารถทะลวงได้ทัน พวกท่านไม่ต้องห่วง ข้าจะไม่ทำให้ตระกูลหวังต้องขายหน้าแน่นอน ”
“ ท่านพี่คงไม่ได้ฝืนใช่หรือไม่!? ท่านไม่จำเป็ต้องฝืน ข้าเชื่อว่าข้าสามารถเข้าสู่สถาบันได้แน่นอน ”
“ องค์หญิงน้อยของพี่ ข้าบอกเ้าแล้วไงว่าข้าอยากให้เ้าสนุก เที่ยวเล่น เ้าไม่จำเป็ต้องเข้มงวดกับตัวเองขนาดนั้น!! ”
เมื่อเห็นความมุ่งมั่นของหวังเฟยหลง พวกเขาทั้งสามจึงไม่ได้พูดอะไรมากนัก พวกเขาเชื่อมั่นการตัดสินใจของหวังเฟยหลง ถึงจะไม่ได้ก็ไม่เป็ไรเลย พวกเขาหวังแค่ว่าหวังเฟยหลงจะมีชีวิตอยู่เท่านั้น
“ เอาละๆ พวกข้าเข้าใจแล้ว ตามใจเ้าแล้วกัน แต่เ้าต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเ้าเองเป็อันดับแรก ”
หลังจากวันนั้นหวังเฟยหลงก็เก็บตัวฝึกฝน เขาแบ่งเวลาในการฝึกฝนชัดเจนคือ ่เช้าถึงเเที่ยง เขาจะแช่น้ำสมุนไพรรวมถึงฝึกฝนวิชาต่างๆ ่บ่ายเขาจะไปป่าโขดหิน เพื่อสะสมประสบการณ์ต่อสู้ของเขา กิจวัตรประจำวันของหวังเฟยหลงดำเนินเช่นนี้ไปอีกนานถึง 3 เดือน โดยที่เขาไม่ได้เข้าเมืองเลย
เื่ธุรกิจที่ทำร่วมกับสมาคมการค้าทมิฬจะดำเนินการโดยตงหยางและเซียงหลานสองคน ในทุกๆเดือน ส่วนเื่สินค้าประมูล เนื่องจากเส้นสายที่มีกับเซี่ยถิงถิง เขาจึงรู้รายการประมูลทั้งหมดหากมีชิ้นไหนที่เขาสนใจ ทั้งสองก็จะเป็คนไปประมูลมาให้เขา ด้วยเหตุนี้เองผู้คนในเมืองต่างพูดกันไปต่างๆนาๆว่าหวังเฟยหลงหลบหน้าตระกูลหลงกับตระกูลหวง เพราะกลัวจะโดนเอาคืน มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้เื่หวังเฟยหลงเตรียมสอบเข้าสถาบัน