เ้าหญิงจันทรามองอย่างเฉยเมยเช่นเดิมราวกับนางคือรูปปั้นที่ไร้ชีวิตจิตใจ
าาภากรก็ฟาดนางกำนัลผู้นั้นไม่ยั้ง“ขวับ! ขวับ! ขวับ!ๆๆๆๆๆๆ-----”
“โอ๊ยๆๆๆๆ”นางกำนัลร้องลั่นอย่างเ็ป ก้มหมอบอย่างไร้ทางสู้ สองมือกำเชือกผนึกพลังแน่นพยายามที่จะกระชากเชือกให้ขาดออก แต่เชือกก็ไม่ขาด นางดึงจนมือแทบฉีกเ้าเชือกบัดซบนี่ก็ไม่ยอมขาดเสียที
สายตาาาภากรก็มองเ้าหญิงจันทราดูปฏิกิริยาของนาง แต่นางก็ไร้ปฏิกิริยาตอบโต้ ราวกับนางเป็รูปปั้นไร้ชีวิตอย่างไรอย่างนั้นเขาจึงยิ่งโมโหหนัก ฟาดสุดแรงจนนางกำนัลร่างแยกออกเป็สอง เืสาดกระจายเปื้อนไปทั่วแต่ดวงตางดงามนั่นจะกะพริบสักนิดก็หาไม่
“ฮึ่ม!”เขาคำรามเสียงต่ำคำหนึ่งปล่อยแส้ให้หายวับ แล้วก็กระแทกเท้าเดินออกไปจากห้อง เสียงปิดประตูดังตึง! เ้าหญิงจันทราก็หาสะดุ้งไม่ ยังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียงดวงตาเหม่อลอยมองร่างนางกำนัลที่กลายเป็ซากศพด้วยสายตาเฉยชาเช่นเดิม
าาภากรโมโหจัดไม่ว่าเขาจะเดินไปทางไหน ข้าวของก็พลันถูกพลังะเิจนแหลกเป็จุณปากก็ร้องะโสั่งว่า “เอาเหล้ามา!”
“ขอรับ” ทหารรับคำสั่งแล้วก็รีบไปยกเหล้ามาให้เ้านายอย่างเร็วจี๋
วันคืนผ่านไปเ้าหญิงจันทราก็ราวกับรูปปั้นที่ไร้ชีวิตจิตใจไปแล้ว
เทพสุริยะกลับมาที่นครสุริยะอีกครั้ง เขารู้สึกว่าภายในวังเงียบอย่างประหลาดปกติจะต้องเห็นผู้คนไม่น้อยเดินกันไปมาบ้าง แต่เขาเดินอยู่ในปราสาทตั้งนานแล้วกลับเห็นคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นจึงหยุดอยู่หน้าทหารที่ยืนเฝ้ายามคนหนึ่ง ถามว่า “คนหายไปไหนกัน?แล้วภากรอยู่ที่ใด?”
ทหารคนนั้นรับโค้งตัวลง ตอบอย่างนอบน้อมว่า “ไม่ทราบขอรับ”
เทพสุริยะจึงเดินต่อไปออกไปยืนมองท้องฟ้าที่ระเบียง แล้วเขาก็สังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่าง “หืม?เหตุใดฟากฝั่งดินแดนนครจันทราจึงมีพลังของข้าปกคลุมเล่า?”
ด้วยความสงสัย เขาจึงรีบใช้พลังเทพไปยังนครจันทราทันที
ครั้นเมื่อปรากฏตัวที่นครจันทราแล้ว เขาก็ใที่พลังของตัวเองครอบคลุมเหนือท้องฟ้าเหนือดินแดนจันทราเมื่อพินิจพิจารณาอีกนิดเขาก็รู้ว่าเป็พลังที่เขามอบให้าาภากรเมื่อคราวนั้นเขาขมวดคิ้ว พอจะเข้าใจอะไรได้ลางๆแล้ว เ้าเด็กนั่นไม่ได้้าดูบ้านของเขาแต่้าให้เขาแบ่งพลังให้ต่างหาก จึงหยิบยกเื่ดูบ้านขึ้นมาเป็ข้ออ้างแล้วเขาก็โง่ตกหลุมพรางเ้าเด็กนั่นไปเต็มๆ
“ภากร!” เขาเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันกรอดๆจะดึงพลังกลับก็ไม่อาจทำได้ ด้วยพลังนั้นเป็เขาเต็มใจแบ่งให้เองทำให้พลังสายนั้นจะกลับคืนสู่เขาได้ก็ต่อเมื่อเ้าเด็กภากรเต็มใจจะมอบคืนให้กับเขาหากเขาฝืนดึงพลังกลับ เ้าเด็กร้อยเล่ห์นั่นได้ตกตายแน่ “ฮึ่ม!”
ไม่คิดเลยว่าเ้าเด็กนั่นจะลอบวางแผนเอาไว้เช่นนี้เพราะนับั้แ่เ้าเด็กนั่นนั่งบัลลังก์ก็ไม่เคยพูดถึงเื่แก้แค้นอีกเลยจนเขาวางใจว่าเ้าเด็กนั่นคงจะไม่คิดจะแก้แค้นแล้ว ที่ไหนได้!กลับลอบวางแผนอย่างเงียบกริบจนแม้กระทั่งเขายังตามไม่ทัน
วันนี้ เ้าหญิงจันทรากำลังนั่งมองดวงสุริยะลับฟ้าที่ระเบียงห้อง
ฉับพลัน! ประตูห้องก็เปิดออก เ้าหญิงหันไปมองด้วยสายตาเฉยชา
“เ้าต้องไปร่วมงานเลี้ยงกับข้า”เสียงทุ้มทรงอำนาจสั่งนำมาก่อนตัว แล้วเ้าของเสียงก็เดินเข้าไปในห้อง
“าาภากร” นางกำนัลเรียกอย่างใปนหวาดกลัว
เ้าหญิงจันทราเบือนหน้ากลับไปมองดวงสุริยะแล้วก็พูดด้วยน้ำเสียงเ็าว่า“ข้าไม่ไป”
“แต่เ้าต้องไป”าาภากรสั่งอย่างไม่พอใจที่ถูกปฏิเสธ แล้วเขาก็ก้าวเข้าไปหาเ้าหญิงจันทรา
“ข้าไม่ไป”เ้าหญิงปฏิเสธซ้ำ
าาภากรปรายตามองนางกำนัลแล้วก็พูดว่า“หากเ้าไม่ไป นางก็ตาย”
เ้าหญิงจันทราหันไปมองอย่างเ็าแล้วก็ตอบคำเดิมว่า “ข้าไม่ไป”
าาภากรขบกรามด้วยความโกรธแล้วนางกำนัลก็ลอยขึ้นเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นบีบคอหิ้วลอยจากพื้นนางดิ้นทุรนทุราย “เ้าหญิง...ช่วยข้า...ด้วย”
เ้าหญิงจันทรามองด้วยสายตาเฉยชาดังเดิมแล้วก็พูดด้วยน้ำเสียงเ็าว่า “ข้าไม่ไป”
าาภากรขบกรามแน่นพูดลอดไรฟันว่า “เช่นนั้นนางก็ตาย!” แล้วนางกำนัลก็ถูกพลังรัดคอจนลำคอขาดกระเด็นเืพุ่งสาดกระจายไปทั่ว
เ้าหญิงจันทรามองด้วยสายตาเฉยชาแล้วก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้อง ขณะที่เดินผ่านเขา นางก็บอกว่า “ข้าจะไปชมจันทรา”
“เ้า!”าาภากรมองอย่างโกรธจัดแล้วก็เหวี่ยงศพนางกำนัลไปฟาดผนังห้อง โคร้ม!
เขาคว้าข้อมือเรียวเล็กกระชากดึงรั้งไว้“ข้าไม่ให้เ้าไป!” เขาบีบข้อมือนางแน่น
เ้าหญิงจันทรากัดฟันข่มความเจ็บแล้วก็บอกด้วยน้ำเสียงเ็าว่า “ข้าจะไปชมจันทรา”
าาภากรจ้องตานางอย่างโกรธสุดขีดแล้วเขาก็สะบัดข้อมือนาง “หากเ้าไปที่ลานจันทรา พวกนางก็ตาย!”
นางกำนัลทั้งหมดสะดุ้งกลัว! “เ้าหญิง...” พวกนางอ้อนวอนเ้านาย
เ้าหญิงจันทราปรายตามองด้วยสีหน้าเฉยชาแล้วก็ก้าวเดินออกจากห้องไป
าาภากรมองตามด้วยความโกรธแล้วเหล่านางกำนัลทั้งหมดก็หัวขาดกระเด็น “กรี๊ด!” เืพุ่งสาดกระจายเกลื่อนห้อง
เ้าหญิงจันทรายังคงก้าวเดินไปอย่างไม่สะทกสะท้าน
าาภากรมองตามแล้วก็สั่งทหารของเขาว่า“ทำความสะอาดซะ!” สั่งเสร็จแล้วเขาก็เดินออกไป
“ขอรับ” ทหารรับคำแล้วก็ใช้พลังเผาร่างนางกำนัลทั้งหมดเพียงพริบตาเดียวศพทั้งหมดก็มอดไหม้ไม่เหลือแม้แต่เถ้าธุลี
เ้าหญิงจันทราเดินออกไปนอกปราสาทตรงไปยังลานหินด้านหลังปราสาทซึ่งเรียกว่า ลานจันทรา เป็ลานพิธีบูชาดวงจันทรา ซึ่งพิธีบูชาดวงจันทราได้ถูกสั่งห้ามไม่ให้กระทำพิธีนับั้แ่าาภากรเข้ายึดครองนครจันทรา
ฝนที่เคยตกตามฤดูกาลก็กลับหายสิ้นผู้คนในนครจันทราต่างอยู่กันอย่างอดอยากแร้งแค้น นางไม่รู้ว่าาาภากรโกรธแค้นอะไรนครมจันทรานักหนาจึงได้กระทำการข่มเหงชาวนครจันทราเยี่ยงทาสเช่นนี้เมื่อก่อนเขาเคยจับนางเฆี่ยนตีจนเนื้อแตกเืไหล ยิ่งนางกรีดร้องเขาก็ยิ่งสะใจจนกระทั่งนางไม่เคยร้องอีกเลย ไม่ว่าเขาจะทำเช่นไร นางก็ไม่เคยกรีดร้องให้เขาได้ยินเขาจึงหมดสนุกในการเฆี่ยนตีตัวนาง ไม่ใช่นางไม่มีหัวใจแต่เพราะหากนางยิ่งร้องคร่ำครวญหวนไห้ผู้คนของนางก็ยิ่งถูกเขาทรมานย่ำยี
ครั้นพอถึงลานบวงสรวงทันทีที่เ้าหญิงจันทราก้าวเท้าเข้าไปในลาน ฉับพลัน! รอบลานก็มีแสงนวลพุ่งขึ้นมาจากพื้นแสงนี้ช่วยบังตาไม่ให้าาภากรมองเห็นภายในลานได้ นางเดินไปคุกเข่าลงกลางลานแล้วก็ร้องไห้ให้กับพวกนางกำนัลที่ถูกฆ่าตาย“ฮือๆๆๆ...ข้าขอโทษ เป็เพราะข้า พวกเ้าถึงต้องตาย ฮือๆๆๆ”
เสียงดนตรีจากงานเลี้ยงดังกังวานมายิ่งทำให้เ้าหญิงจันทราร่ำไห้หนักชาวนครจันทราจะต้องทนทุกข์ทรมานเช่นนี้ไปอีกนานเท่าไหร่กันหรือ? “ฮือๆๆๆ...”
นางก้มลงซบหน้ากับฝ่ามือร้องไห้แทบขาดใจยิ่งได้ยินเสียงหญิงชายกรีดร้องเพราะถูกทรมานดังมาจากงานเลี้ยงนางก็ยิ่งร่ำไห้จนตัวสั่นสะท้าน
ข้อมือนางข้างที่ถูกบีบบวมช้ำยังไม่เ็ปเท่าเสียงกรีดร้องอย่างทุกข์ทรมานที่ลอยมาให้ได้ยินนางสะดุ้งทุกครั้งที่เสียงกรีดร้องดังขึ้น “ฮือๆๆๆ...ข้าจะทำเช่นไรหรือจึงจะช่วยผู้คนของข้าได้เทพีจันทราเ้าขาได้โปรดช่วยพวกเราด้วย...”
นางซบหน้ากับลานหินร่ำไห้อย่างเ็ปนางร้องไห้อยู่อย่างนั้นจนกระทั่งดวงจันทราเคลื่อนอยู่กึ่งกลางนภา
พลัน!ก็มีลำแสงพุ่งลงมาจากดวงจันทรา
“ธิดาแห่งข้าเอ๋ยข้าก็อยากจะช่วยเ้าเหลือเกิน”
เ้าหญิงจันทราหยุดร้องไห้เงยหน้ามอง นางเห็นเทพีจันทรายืนอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย
“เทพีจันทรา”เ้าหญิงเรียกอย่างดีใจ
เทพีจันทราก้มลงกรีดน้ำตาออกจากใบหน้าเ้าหญิงจันทราแต่มือนางก็ทะลุผ่านตัวเ้าหญิงไป
เ้าหญิงมองอย่างตกตะลึง!“เหตุใดกายท่านจึงเป็เช่นนี้เล่า”
เทพีจันทราดึงมือกลับก้มลงมองมือตัวเองอย่างเศร้าสร้อย “เพราะผู้คนเริ่มลืมเลือนข้าไปแล้วอย่างไรล่ะ”
เ้าหญิงจันทราส่ายหน้า“ไม่นะ! ต้องไม่เป็เช่นนี้!”
“มันเป็ไปแล้ว”เทพีจันทราบอกเสียงเศร้า
“แล้วท่านจะเป็เช่นไรต่อไป”เ้าหญิงจันทราถามพลางมองร่างอันเลือนรางตรงหน้า
“ข้าก็จะค่อยๆหายไปแล้วดวงจันทราก็จะดับสูญไปจากดินแดนนี้” เทพีจันทราบอก
เ้าหญิงจันทราตะลึงงัน!“ไม่นะ!” เพราะการดับสูญของจันทราก็หมายถึงการสูญสิ้นนครจันทราด้วยเช่นกันชาวนครจันทราอาศัยแสงจันทราเป็พลังชีวิต เมื่อไร้ซึ่งแสงจันทรา พลังชีวิตของชาวนครจันทราก็ดับสูญไปด้วยเช่นกัน
“ท่านจะหายไปไม่ได้!”นางบอกแล้วก็เอื้อมมือคว้าแขนเทพีจันทรา แต่นางก็คว้าได้แต่อากาศมือของนางทะลุผ่านแขนเทพีผู้งามสง่า
นางตะลึงมองมือตัวเองน้ำตารินไหล “ฮือๆๆ...ข้าจะทำเช่นไร ข้าควรทำเช่นไรเทพีจันทรา ฮือๆๆๆ”
เทพีจันทราก้มมองเ้าหญิงจันทราพลางถามว่า“เ้ากล้าสละชีวิตตัวเองรึไม่เ้าหญิงจันทรา”
เ้าหญิงจันทราเงยหน้ามองเทพีจันทราแล้วก็ตอบว่า“ข้ากล้าเ้าค่ะ”
เทพีจันทรายิ้มแล้วก็บอกว่า“เช่นนั้นเ้าจงกรีดเืบวงสรวงแด่ข้าเถิด ธิดาแห่งข้า แล้วข้าจะช่วยให้เ้าหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานนี้เอง”
เ้าหญิงจันทราชะงัก!“ท่านจะช่วยให้ข้าพ้นจากความทุกข์ทรมานนี้ได้อย่างไรเ้าคะ”
“ความตายอย่างไรล่ะ”เทพีจันทราตอบอย่างปราณี
เ้าหญิงนิ่งคิดแล้วก็ถามว่า“แล้วถ้าหากข้า้าสละชีวิตของข้าเพื่อให้ท่านช่วยชาวนครจันทราท่านทำได้รึไม่เ้าคะ”
“สิ่งที่เ้าขอนั้นเกินอำนาจแห่งข้ายิ่งนักพลังแห่งจันทราหรือจะสู้พลังแห่งสุริยะได้” เทพีจันทราตอบ แล้วก็พูดต่อว่า “หากเ้า้าช่วยชาวนครจันทราแม้ไม่อาจช่วยได้ทั้งหมดเ้าจะยอมรับได้รึไม่”
“ข้ายอมเ้าค่ะ”เ้าหญิงจันทราตอบอย่างไม่ลังเล “หากชีวิตข้าสามารถช่วยชาวนครจันทราได้แม้จะเพียงน้อยนิดข้าก็ยอมเ้าค่ะ”
เทพีจันทรายิ้มปราณี“ข้ารอฟังคำนี้มานานเหลือเกิน” แล้วนางก็สั่งว่า“เช่นนั้นเ้าก็จงกรีดเืบวงสรวงแด่ข้าเถิดเ้าหญิงจันทรา”
เ้าหญิงจันทราชะงักนิ่ง!
เทพีจันทรารู้ว่านางคิดสิ่งใดก็บอกว่า“ที่ข้าไม่อาจปรากฏตัวก่อนหน้านี้ก็เพราะพลังแห่งสุริยะกล้าแข็งยิ่งนักอีกทั้งไร้ผู้บวงสรวงแด่ข้า พลังของข้าจึงอ่อนแอยิ่งนักเ้าก็เห็นแล้วไม่ใช่หรือว่าตัวข้านั้นเป็เช่นไร แต่เพราะขณะนี้สุริยะกำลังถูกบดบังข้าจึงปรากฏตัวต่อหน้าเ้าได้แต่ก็เพียงแค่เฉพาะในลานพิธีแห่งนี้เท่านั้น และในยามนี้เท่านั้น หากสุริยะไร้ซึ่งเงาบดบังแล้วตัวข้าก็จะเลือนหายไปอีกครั้งเร็วเข้าเถอะธิดาข้า จงหลั่งเืบูชาข้าบัดนี้เถิด”
เ้าหญิงจันทราพยักหน้าดึงปิ่นปักผมออกจากมวยผมแล้วก็กรีดฉับ! บนข้อมือตัวเอง
นางกัดฟันข่มความเจ็บมองดูเืไหลออกจากปากแผล
เทพีจันทรามองอย่างเศร้าโศกหากมีทางอื่นให้เลือก นางไม่เลือกวิธีบวงสรวงด้วยเืเช่นนี้แน่
เืไม่ได้หยดลงพื้นดินแต่กลับไหลเป็สายไปสู่มือเทพีจันทรา
เ้าหญิงจันทรารู้สึกหน้ามืดตาเริ่มพร่า นางมองหน้าเทพีจันทราแล้วก็บอกว่า “ได้โปรดช่วยชาวนครจันทราด้วย”
เทพีจันทราพยักหน้ารับเืค่อยๆรวมกันเป็ก้อนกลมใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
ยิ่งลูกแก้วเืใหญ่ขึ้นเท่าไหร่เ้าหญิงจันทราก็ยิ่งสายตาพร่าเลือนเท่านั้น จนกระทั่งนางล้มลงฟุบกับพื้น
ครั้นพอลูกแก้วเืลูกใหญ่พอแล้วเทพีจันทราก็ใช้มืออีกข้างประคองลูกแก้วเอาไว้ นางชูลูกแก้วขึ้นฟ้า ฉับพลัน!แสงจันทราก็สาดส่องลงมาที่ลูกแก้วเื
ลูกแก้วเืค่อยๆเลือนหายไปร่างของเทพีจันทราก็ค่อยๆทึบขึ้น จนเืหายไปหมดร่างของเทพีจันทราก็กลับคืนสู่ปกติ
นางก้มลงมองเ้าหญิงจันทราร่างของเ้าหญิงจันทราก็ลอยขึ้น แล้วแสงจันทราก็ฟาดเปรี้ยงลงมาดั่งสายฟ้าผ่าเปรี้ยง! เสียงดังสนั่นหวั่นไหวจนพื้นดินสั่นะเื
ผู้คนต่างแตกตื่นใพลางวิ่งมองหาที่มาของเสียง แล้วทุกคนก็เห็นแสงจันทร์เจิดจ้าส่องสว่างเป็ลำสู่ลานจันทรา
าาภากรรีบลุกไปดูที่หน้าต่างครั้นพอเห็นแสงจันทราสว่างไสวก็สถบว่า “บัดซบ! ใครกันบังอาจบวงสรวงเทพีจันทรา”
เขารีบพุ่งไปที่ลานจันทรา
ณ นครวัด ฉับพลัน!ก็เกิดสุริยุปราคา ท้องฟ้าค่อยๆมืดมิดลง ผู้คนต่างแตกตื่นแหนดูปรากฎการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน
“พี่ยะพี่ตะวันดูซิคะสุริยุปราคา” ทิวาชี้บอกอย่างตื่นเต้น เธอกำลังยืนถ่ายรูปอยู่กลางบารายหน้าเทวสถาน
สองหนุ่มแหนหน้ามองผ่านแว่นกันแดด“อืม...สุริยุปราคาจริงๆด้วย”
ท้องฟ้ามืดมิดนกกาแตกตื่นบินกลับรัง สรรพสัตว์ส่งเสียงร้องอย่างตื่นตระหนก พอดวงอาทิตย์ถูกบดบังเต็มดวงท้องฟ้าก็มืดสนิท
พลัน!แสงจันทร์ก็สาดส่องฟาดเปรี้ยง! ลงมาใส่ทิวา “ว๊าย!”
ทั้งอารยะและตะวันสะดุ้งสุดตัว!“เฮ้ย! อะไรวะ” / “เฮ้ย!”
ทั้งสองหลับตาปี้เพราะแสงสว่างวาบดั่งสายฟ้าผ่าส่วนคนอื่นๆก็หลับตาปี๊สะดุ้งกลัว!
ชั่วพริบตานั้น!ทิวาก็ถูกดูดวูบขึ้นไปตามลำแสง กลางลำแสงนั้นเธอเห็นผู้หญิงคนหนึ่งแต่งตัวคล้ายๆนางเอกหนังจีนโบราณครั้นพอมองหน้าผู้หญิงคนนั้นเธอก็ใ เพราะใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นเหมือนกับตัวเธอเองอย่างกับกำลังส่องกระจก
วูบนั้น!เธอก็ถามว่า “ใครกัน เธอเป็ใครเหรอ?”
ผู้หญิงคนนั้นลืมตาขึ้นมองตอบ“ข้าคือเ้าหญิงจันทรา”
แล้วทิวาก็เห็นเหมือนมีผู้หญิงอีกคนยืนอยู่ข้างหลังผู้หญิงคนนั้น
ผู้หญิงคนนั้นยิ้มให้ทิวาแล้วก็พูดว่า“ข้าคือเทพีจันทรา โปรดช่วยชาวนครจันทราด้วย”
ทิวาทำหน้างงแล้วก็รู้สึกว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่มันขยับไปขยับมา
เธอก้มลงมองตัวเองแล้วก็เห็นเสื้อผ้าที่สวมใส่ซึ่งเป็เสื้อเชิ้ตกับกระโปรงค่อยๆสลายวิ่งเป็สายไปหาผู้หญิงที่บอกว่าเป็เ้าหญิงแล้วเสื้อผ้าของเ้าหญิงก็กำลังสลายวิ่งเป็สายมาล้อมรอบตัวเธอ
“เอ๋!”เธอมองอย่างงงๆ
แล้วเทพีจันทราก็บอกว่า“ถึงเวลาแล้ว”
จากนั้นแสงสว่างก็สว่างวาบจนแสบตาไปหมดทิวายกมือป้องตาพยายามมองฝ่าแสงออกไป “เดี๋ยว!” แล้วทุกอย่างก็ดับมืดไป
ส่วนทางด้านตะวันกับอารยะพอแสงหายไปแล้วทั้งสองก็หันไปมองทิวาอย่างเป็ห่วง
สุริยุปราคาก็เคลื่อนตัวออกอย่างรวดเร็วท้องฟ้ากลับมาสว่างไสวดังเดิม
อารยะเห็นน้องนอนฟุบอยู่กับพื้นก็ใ!”ยัยวา!” เขากระโจนพรวดเข้าไปประคองน้องสาว
ตะวันก็รีบเข้าไปดูอย่างเป็ห่วง“ทิวา!”
อารยะตบแก้มเบาๆ“ยัยวาๆๆ”
ตะวันเหลือบเห็นเืที่ข้อมือทิวาก็ยิ่งใ!“เฮ้ย! เื!”
อารยะมองตาม“เฮ้ย! เื!” แล้วเขาก็เขย่าเรียกอย่างตื่นตระหนก“ยัยวาๆๆๆ”
“พาส่งโรงบาลก่อนเถอะไอ้ยะ”ตะวันบอกแล้วก็รีบคว้ากระเป๋าที่ตกอยู่ข้างๆตัวทิวา
“เออ”อารยะพยักหน้าเห็นด้วยแล้วก็รีบช้อนอุ้มตัวน้องสาวขึ้นมา
ผู้คนที่อยู่แถวนั้นต่างก็แตกตื่นพากันยืนมุงดูอย่างอยากรู้
“ขอทางหน่อยครับๆ”ตะวันบอกเป็ภาษาอังกฤษพลางแหวกทางนำหน้า
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
และทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ