อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

    บทที่ 66 เสียงของความไม่พอใจ

    บทที่ 66 เสียงของความไม่พอใจ

     

    “พันเอกครับ ด้านหน้าบอกว่าให้เริ่มตั้งค่ายพักแรมได้แล้วครับ พวกเขาจะพักกัน 1 คืน หลังจากนั้นจะเดินทางรวดเดียวให้ถึงค่ายในขั้น G เลย” 

                

    การเดินทางในฐานะทหารนั้นได้รับสิทธิพิเศษจริงๆ ตลอดทางที่ผ่านมา...พวกเขาไม่ต้องต่อสู้กับสัตว์หรือพืชกลายพันธุ์ให้เสียเวลาเลย 

     

    ช่องทางของทหารถูกเคลียร์เปิดช่องเอาไว้เสมอ ตลอดทางมีทหารประจำพื้นที่ดูแลความปลอดภัยให้อยู่ ทั้งนี้ก็เผื่อสถานการณ์ฉุกเฉิน พวกเขาควรจะสามารถเคลื่อนกองทัพไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว อีกอย่าง....กองทัพก็ต้องรวบรวมทรัพยากรอยู่เสมอ พวกเขาใช้โอกาสนี้เพื่อสอนทหารใหม่ของตนเองและมอบภารกิจให้ ดังนั้นทุกๆวันจึงมีพลทหารมากหน้าหลายตาออกไปล่าในพื้นที่รอบๆอยู่แล้ว

                

    โดยพื้นที่ของกองทัพจะแยกออกมาเป็นพิเศษไม่รวมกับพื้นที่ของนักล่าทั่วไป ทั้งนี้ไม่ใช่ว่ากองทัพอยากจะให้เกียรตินักล่าทั่วไปด้วยการไม่เข้าไปแย่งชิงทรัพยากร แต่เป็นเพราะกองทัพเองก็มีกำลังไม่พอ ดังนั้นพวกเขาจึงประกาศพื้นที่ปลอดภัยของตนเองได้อย่างมีข้อจำกัด แล้วที่เหลือก็ปล่อยให้พวกนักล่าช่วยกันทำงาน

                

    หลายครั้งยังต้องมอบภารกิจไปยังองค์กรต่างๆเพื่อให้ช่วยเหลือด้วย ไม่อย่างนั้นลำพังความแข็งแกร่งของกองทัพก็ไม่อาจจะดูแลพื้นที่ทั้งหมดได้ไหว ซึ่งอาจจะทำให้สัตว์ร้ายระดับสูงย้อนกลับมายังพื้นที่ระดับต่ำจนทำลายปราการด่านสุดท้ายของมนุษย์ชาติไปได้ก็ได้....

                

    ซูหยวนมองดูทหารที่เข้ามารายงานอาจารย์ของตนเองด้วยความเคารพ แต่ในขณะเดียวกันก็มองมายังพวกเธอด้วยสายตาไม่พอใจ เธอรู้ดีว่าในกองทัพนี้...พวกเขาเคารพอาจารย์เติ้ง แต่ไม่ชอบที่อีกฝ่ายมอบสิทธิพิเศษให้นักเรียนไม่กี่คนเหล่านี้ แม้ว่าที่ผ่านมานักเรียนทั้งหมดจะพยายามทำหน้าที่ของตนเองได้อย่างยอดเยี่ยม ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็คิดว่านักเรียนเหล่านี้พัฒนาได้อย่างก้าวกระโดดก็เพราะได้รับทรัพยากรที่มากกว่านั่นเอง

                

    ความรู้สึกเหมือนไม่ได้รับความยุติธรรมนี้ หลายครั้งก็ทำให้เกิดความไม่สบายใจกันได้ ดูอย่างรุ่นพี่อี้ทั้งสองและรุ่นพี่หวังก็ได้ สีหน้าของพวกเขาไม่ได้แสดงออกดีนัก จากที่เคยช่างพูดจาก็เปลี่ยนเป็นเงียบขรึม อันซูหยวนขมวดคิ้วเล็กน้อยในขณะที่ถูกจ้องมอง เธอเองก็ไม่ได้หลบสายตาพวกเขาเลย

                

    หลังจากนี้ เธอจะกลายเป็นนักล่าที่สมบูรณ์แบบท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย ดังนั้นจุดเริ่มต้นจะเป็นเช่นไร ใครสนใจบ้างล่ะ? 

                

    เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อเอาใจพวกเขา แต่เธอมาเพื่อฝึกฝนและแสดงผลงานอันยอดเยี่ยมของตนเองให้เจ้านายที่เฝ้ามองได้เห็นต่างหาก กับพลทหารเหล่านี้...ถ้าไม่อยากสนิทสนมด้วย ซูหยวนก็คร้านที่จะฝืนใจ

                

    ทางนั้นเห็นอันซูหยวนจ้องกลับไม่หลบสายตาก็คิดในใจว่าเด็กสาวช่างอวดดีจริงๆ เป็นลูกวัวแรกเกิดที่ไม่กลัวเสือ เช่นนั้นเมื่อถึงสนามการต่อสู้จริง เขาจะปล่อยให้อีกฝ่ายได้รู้จักว่า “การเข้าใกล้ความตาย” ใน “สนามรบจริง” นั้นเป็นอย่างไร มันจะง่ายดายเหมือนที่นักเรียนเข้าใจจริงหรือ?

                

    ซูหยวนไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไร แต่ต่อให้รู้ก็ไม่ได้สนใจมากนัก เธอเพียงมองอาจารย์เติ้งที่สั่งให้นักเรียนของเขาทั้งสี่แยกย้ายไปตั้งกระโจมพัก ซูหยวนไปหาที่หน่วยสัมภาระซึ่งแบกของมากมายให้กับพวกเธอ 

                

    เนื่องจากหญิงสาวไม่กล้าที่จะเข้าไปในมิติฟาร์มของตนเอง ดังนั้นงานในวันนี้จึงไม่มีอะไรมากนอกจากพักผ่อนและฝึกฝนสมาธิของตนเองต่อไป ซูหยวนใช้เวลาในกระโจมเพื่อเข้าถึงเบื้องลึกของจิตใจ พยายามจะควบคุมมันให้ราบรื่นมากขึ้น พร้อมกันนั้นก็ปล่อยพลังงานออกมาจากฝ่ามือที่กำลังถือลูกศรอยู่

                

    ตอนนี้การฝึกฝนของซูหยวนพัฒนาไปได้มากแล้ว เธอควบคุมจิตใจของตนเองได้ในระดับหนึ่ง พร้อมกับการเรียกเอาออร่าพลังงานออกมาเคลือบไปยังอาวุธได้ แน่นอนว่าทั้งหมดยังไม่ได้เสถียรมากนัก ทว่าก็เป็นการพัฒนาที่ก้าวกระโดดแล้วสำหรับนักเรียนปีหนึ่งที่เพิ่งเรียนรู้ทักษะระดับสูงได้โดยใช้เวลาเพียง 2 เดือน

                

    ข้างนอกค่ายนั้นค่อนข้างเป็นระเบียบมาก ไม่เหมือนกับตอนที่เหล่านักเรียนตั้งค่ายด้วยตนเอง แม้แต่ตอนที่อาจารย์อยู่ด้วยก็ยังไม่ราบรื่นเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพของพวกเขามาก แน่นอนว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะพื้นที่รอบๆนี้ถูกปกป้องโดยทหารประจำอยู่ก่อนแล้ว พวกเขาที่เดินทางมาเพื่อทำภารกิจจึงไม่จำเป็นต้องระมัดระวังมากนัก

     

    “ครั้งนี้ท่านพันเอกเติ้งพานักเรียนมาอีกแล้ว แถมยังเป็นนักเรียนที่ดูจะไร้ประโยชน์คนหนึ่งด้วย”

     

    “นั่นน่ะสิ ฉันไม่ค่อยชอบใจเอาเสียเลย นักเรียนของพันเอกเรียกว่าได้เปรียบพวกเราอย่างมาก ตอนที่พวกเราจะกลายเป็นสิบตรี ต้องรับภารกิจไม่รู้กี่ครั้งจึงจะกลายเป็นทหารอย่างเป็นทางการได้ แต่ดูเด็กหญิงคนนั้นสิ...เธอดูเหมือนจะทำอะไรไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้กลับมีตำแหน่งเป็นสิบตรีเสียแล้ว”

     

    “เหอ เหอ เหอ เด็กสาวคนนั้นได้เป็นสิบตรีไม่พอนะ ครั้งนี้ยังมีโอกาสดีได้เข้ามาทำภารกิจพิเศษอีก การล่าแมลงดินหัวเขียวนั้นไม่ต่างอะไรกับใบเลื่อนขั้นเลย ขอแค่ติดตามมาในภารกิจนี้ แล้วก็ยิงธนูออกไปมั่วๆ เธอก็จะเลื่อนขั้นเป็นสิบโทได้แล้ว”

     

    “จริงด้วย พวกแมลงดินหัวเขียวพวกนั้นไม่ต่างอะไรกับเครื่องมือยกระดับให้พวกนักธนูเลยจริงๆ ได้ยินว่าเมื่อ 7 ปีก่อน มีคนมากมายเลื่อนขั้นกันเป็นระดับสูงจำนวนมากหลังจบภารกิจล่าแมลงดินหัวเขียวพวกนี้ ในความคิดของฉัน...มันไม่ค่อยยุติธรรมกับคนที่พยายามมาตลอดหลายปีจริงๆ”

     

    “ใช่ ถ้าพวกเราเริ่มต้นแล้วสามารถเข้าร่วมภารกิจกับทหารระดับสูงได้ พวกเราก็จะกลายเป็นสิบตรี สิบโท แล้วก็สิบเอกได้ง่ายๆเหมือนกันนั่นแหละ”

                

    เสียงวิพากษ์วิจารณ์ข้างนอกดังเข้ามาในกระโจมซึ่งซูหยวนกำลังพักผ่อนอยู่ เนื่องจากพลังงานในร่างกายของซูหยวนเพิ่มขึ้นมาก เวลานี้ประสิทธิภาพการได้ยินของเธอก็ยิ่งสูงขึ้นไปด้วย ประกอบกับการที่เธอมีสมาธิมั่นอยู่เสมอ ดังนั้นจึงสามารถแยกแยะสิ่งรอบตัวได้เป็นอย่างดี

                

    คนที่เข้าถึงสมาธิระดับสูง หากรู้จักจิตใจของตนเองแล้ว ก็แปลว่าผ่านขั้นการรู้จักคนอื่นมาแล้วเช่นกัน เรียกได้ว่าการรู้จักคนอื่นนั้นง่าย การรู้จักตัวเองนั้นยากกว่า เมื่อผ่านช่วงที่ยากไปแล้ว ช่วงที่ง่ายก็แทบจะไม่ต้องใช้ความพยายามเลย

                

    วิชาทำสมาธิไปพร้อมๆกับควบคุมพลังนั้นจะทำให้ซูหยวนเรียกใช้ทักษะธนูระดับสูงได้ โดยเธอจะตรวจสอบเป้าหมายได้ผ่านการทำสมาธิขั้นสูงนี้เช่นกัน 

                

    หญิงสาวได้ยินเสียงพูดคุยที่แสดงความไม่พอใจออกมา แน่นอนว่าลึกๆแล้วไม่ได้รู้สึกชอบใจกับเรื่องนี้ แต่ซูหยวนก็รู้ดีว่า “โอกาส” ถือเป็นการทำงานหนักอย่างหนึ่งเช่นกัน

                

    เธอไม่ได้คิดว่าตัวเองโชคดีก็เลยได้โอกาสเหนือกว่าคนอื่นๆ ต้องบอกว่าในรุ่นเดียวกันกับเธอ...มีนักเรียนมากมายในสถาบัน แต่เธอใช้ความพยายามของตนเองเพื่อกลายเป็นที่เตะตาของเหล่าอาจารย์ทั้งหลาย อีกอย่าง...ซูหยวนก็ได้เลือกแล้วว่าเธออยากจะติดตามอาจารย์คนไหน ถ้าซูหยวนใช้พลั่วของตนเองเพื่อต่อสู้ เช่นนั้นก็ไม่มีทางที่จะเข้าตาอาจารย์เติ้งได้

                

    กล่าวคือ...ซูหยวนคิดว่าโอกาสที่เธอได้รับนี้ แท้จริงแล้วเป็นเพราะความสามารถของเธอด้วยเช่นกัน

                

    ไม่มีความโชคดีมากเกินไปสำหรับคนที่ไม่เห็นค่าของตัวเอง ตราบเท่าที่พยายามไม่พอ...โอกาสที่อยู่ตรงหน้าก็หลุดลอยไปได้เช่นกัน อีกอย่าง...ซูหยวนไม่ได้ให้ค่ากับคำพูดเหล่านี้ สุดท้ายแล้วเธออ่อนแอหรือแค่โชคดี ล้วนจะพิสูจน์ให้ได้เห็นในภายหลังกันอยู่แล้ว

                

    นอกจากทหารกลุ่มนี้แล้ว ซูหยวนก็รู้ว่ามีสายตาจากทหารกองอื่นที่คิดเหมือนๆกัน เธอเป็นเด็กที่อายุน้อยที่สุดและยังไม่เคยแสดงความสามารถของตนเองออกมา สายตาเหล่านั้นยิ่งมองเธออย่างไม่พอใจมากที่สุดแล้ว พวกรุ่นพี่ก่อนหน้านี้ก็คงจะถูกมองเช่นนี้เหมือนกัน แต่เวลานี้ได้ใช้ความสามารถของตนเองเพื่อตบหน้าเหล่าทหารพวกนั้นจนเงียบปากกันไปหมดแล้ว ครั้งนี้เป็นซูหยวนที่จะต้องแสดงให้พวกเขาได้เห็นกันบ้าง...

                

    การตั้งค่ายพักแรมนั้นไม่ได้มีปัญหา พวกเขาเดินทางและพักกันแค่ครั้งเดียวก็มาถึงตำแหน่งตั้งค่ายสำหรับเตรียมพร้อมการรบแล้ว

                

    ปราการสำหรับการต่อสู้นั้นถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้แมลงดินหัวเขียวมุดมาลอบโจมตีพวกเขาได้ ทหารทุกคนจะได้ยืนอยู่บน “แผ่นเหล็ก” เพื่อให้รัศมีรอบตัวของพวกเขาไม่มีศัตรูลอบเข้ามาโจมตีได้ ซูหยวนมองแผ่นเหล็กที่ถูกปูเป็นฐานทางเดินภายในเวลาไม่ถึง 5 นาทีด้วยความสนใจ แผ่นเหล็กนี้ไม่ใช่เหล็กธรรมดา พวกมันมีคุณสมบัติป้องกันการเจาะและทำลายได้ ทว่ากลับมีน้ำหนักน้อยมากจนทำให้แบกกันมาได้ง่ายดายตลอดทาง

                

    สำหรับหน่วยโจมตีระยะไกล พวกเขาถูกจัดให้อยู่ชั้นที่สาม ชั้นแรกเป็นนักล่าที่มีอุปกรณ์สำหรับการป้องกันการโจมตี บ้างก็เป็นโล่ บ้างก็ถือปราการดินออกไป บ้างก็ใช้อุปกรณ์พลังงานเพื่อช่วยเหลือในการป้องกันการโจมตีของศัตรู ชั้นที่สองเป็นเหล่าผู้โจมตีที่สามารถเข้าออกได้อย่างรวดเร็วระหว่างแนวหน้าสุดกับส่วนกลาง โดยจะเป็นผู้ที่ใช้อาวุธอย่างพวกดาบ กระบี่ หอก และอื่นๆที่ใกล้เคียงกัน 

                

    ถัดจากชั้นสามที่เป็นผู้โจมตีระยะไกล จะเป็นหน่วยเสริม ที่รวมเอาผู้ขนย้ายสัมภาระอย่างลูกธนู ยา หรือแม้แต่เครื่องมืออื่นๆ ฝ่ายนี้จะอยู่ใกล้กับผู้โจมตีระยะไกลมากที่สุดเนื่องจากพวกเขามักจะใช้อาวุธเปลืองกว่าใครๆ

                

    ซูหยวนติดตามอาจารย์เติ้งตลอดเวลา ในช่วงนี้อาจารย์ได้พูดแล้วว่าจะคอยมอบคำแนะนำให้กับพวกเธอ ยิ่งซูหยวนที่เพิ่งฝึกฝนก็ยิ่งต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด

                

    ด้านหน้าในเวลานี้ ทหารนักล่าทั้งหมดเตรียมการพร้อมแล้ว พวกเขารู้ตำแหน่ง “รัง” ของแมลงดินหัวเขียวตั้งแต่ก่อนเดินทาง ทำให้มีการวางแผนล้อมรอบพวกมันเอาไว้ได้

                

    สิ่งที่ซูหยวนเห็นก็คือหลุมขนาดใหญ่ที่ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์สีม่วงดูอันตรายและไม่น่าเข้าใกล้ แน่นอนว่าในเขต G นี้ เถาวัลย์สีม่วงก็อันตรายจริงๆ ทว่ามันไม่ได้น่ากลัวสำหรับนักล่ามากนัก ตราบเท่าที่พวกเขาไม่เข้าไปใกล้ “ดอกสีม่วง” ของมัน เถาวัลย์สีม่วงก็จะเป็นแค่พืชกลายพันธุ์ที่มีไว้เพื่อประดับให้บรรยากาศดูน่ากลัวมากขึ้นก็เท่านั้นเอง

                

    อาจารย์เติ้งสั่งเพียงครั้งเดียว นักธนูและผู้โจมตีระยะไกลที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของเขาก็พากันออกไปหาที่ซ่อน ซึ่งจะกระจายตามจุดต่างๆ ซูหยวนเองก็เช่นเดียวกัน เธอซ่อนอยู่ด้านหน้าของอาจารย์เพื่อให้เขามองเห็นว่าเธอโจมตีเป็นอย่างไร หลังจากจบศึกชุดแรก...คาดว่าอาจารย์จะมอบคำแนะนำให้เธออย่างแน่นอน

                

    หญิงสาวเลือกซ่อนตัวอยู่ในหลุมใกล้กับดอกสีม่วง อาจารย์ได้แนะนำแล้วว่าขอเพียงไม่แตะต้องดอกสีม่วง เถาวัลย์ม่วงนี้ก็จะเป็นเสือที่หลับใหล แน่นอนว่าดอกสีม่วงกระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณ สิ่งนี้ทำให้การล่าของทหารจำเป็นต้องระมัดระวังตัวให้มาก

                

    เธอนำแผ่นเหล็กที่ได้รับแจกมาปูรองกับพื้น อาศัยเถาวัลย์ม่วงเพื่ออำพรางตัว นำใบของพวกมันมาปกคลุมทั้งตัวเธอและแผ่นเหล็กเอาไว้จนแทบจะไม่รู้ว่ามีนักธนูตัวน้อยอยู่ที่นี่ ต่างจากพวกทหารด่านหน้าที่กระทำการต่อสู้อย่างเปิดเผย เวลานี้นักธนูและผู้โจมตีระยะไกลทั้งหมดแทบจะหายตัวไปกับบรรยากาศแล้ว

     

    “นับเวลาถอยหลัง พวกเราจะเริ่มโจมตีแล้ว ทุกฝ่ายพร้อมแล้วใช่ไหม? พวกนักธนูอย่าลืมระบุตำแหน่งด้วย”

                

    ผู้นำสูงสุดในการต่อสู้ครั้งนี้ออกคำสั่งเตือนเป็นครั้งสุดท้าย ซูหยวนส่งสัญญาณให้อาจารย์เติ้งได้เห็นว่าตนเองพร้อมแล้ว แน่นอนว่าเป็นการส่งสัญญาณบอกตำแหน่งให้กับเหล่าผู้สนับสนุนที่จะต้องนำลูกธนูและอุปกรณ์อื่นๆมาให้เธอด้วยเช่นกัน

                

    ในการต่อสู้นี้ ผู้สนับสนุนที่อยู่ด้านหลังจะต้องสำรวจตำแหน่งของนักธนูทั้งหมดอย่างรวดเร็ว เพื่อที่พวกเขาจะได้ให้ความช่วยเหลือได้ทัน หรือตอนที่นักธนูขาดอุปกรณ์ พวกเขาก็จะได้รีบเตรียมลูกศรเอาไว้ให้พร้อม 

                

    แม้จะบอกว่านักธนูมีความสำคัญในการต่อสู้นี้ ทว่าความเป็นจริงแล้ว...ผู้สนับสนุนที่อยู่เบื้องหลังต่างหากที่สำคัญที่สุด หากพวกเขาเข้ามาสนับสนุนไม่ทัน เช่นนั้นก็นับเป็นหายนะของนักธนูได้เลย

                

    อาจารย์เติ้งตรวจสอบตำแหน่งของศิษย์จนครบแล้วก็หันกลับไปเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ด้านหน้า สำหรับเขาแล้ว..คนที่น่าเป็นห่วงที่สุดก็คงจะเป็นนักเรียนทุนอันซูหยวนที่เป็นศิษย์คนใหม่ ถึงจะบอกว่าการล่าในเขต G นี้ไม่เป็นอันตรายมากนัก แต่นั่นก็สำหรับผู้มีประสบการณ์ในการต่อสู้ 

                

    อันซูหยวนเพิ่งเข้าร่วมสนามรบ ทั้งยังอยู่ฝ่ายสนับสนุนเป็นครั้งแรก หากโจมตีผิดพลาดแล้วเป็นการรบกวนพวกทหารด้านหน้า สิ่งนี้จะทำให้พวกเขาเพิ่มความไม่พอใจเอาได้ 

                

    และใช่...อาจารย์เติ้งจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าพวกทหารนั้นคิดอะไรกับศิษย์ของเขา แต่คิดให้วุ่นวายแล้วได้อะไร ถ้าพวกมันมีความสามารถพอ อย่างนั้นก็ขึ้นมาเป็นตำแหน่งพันเอกเช่นเขาแล้วรับศิษย์บ้างสิ เหอะ!

                

    เหล่าทหารกล้าทั้งหลายใช้เวลาเตรียมพร้อมแค่ชั่วอึดใจเท่านั้นก่อนที่จะเริ่มโจมตีครั้งแรก พวกเขาส่งพลังโจมตีไปที่ตำแหน่งที่คาดว่าน่าจะเป็นรังของพวกมัน เกิดเสียง “ตู้ม” เพียงครั้งเดียว ศึกใหญ่ที่พวกเขาตั้งรับก็ได้เริ่มต้นขึ้น

     

    “กี๊ก!!!”

                

    เสียงร้องโหยหวนของพวกแมลงดินหัวเขียวดังขึ้น ซากของแมลงดินหัวเขียวจำนวนมากกระเด็นกระจายไปทั่วบริเวณ จุดที่คาดว่าน่าจะเป็นรังของพวกมันแตกระเบิดออก ไม่น่าแปลกใจที่จะได้เห็นสีเขียวของสสารในร่างกายของพวกมันเต็มบริเวณจนเหมือนแอ่งน้ำ

     

    น่าเสียดายที่การโจมตีนี้ไม่ได้ทำลายรังของพวกมันไปในครั้งเดียว ไม่สิ! ต้องบอกว่าพวกเขาคงตั้งใจให้เป็นเช่นนั้นมากกว่า ทั้งๆที่มีอุปกรณ์ที่ส่งพลังโจมตีได้มากกว่านี้ แต่พวกเขาไม่อาจใช้มันได้ เพราะไม่อย่างนั้นการทำสงครามในครั้งนี้คงจะสูญเปล่าแล้ว การระเบิดเช่นนี้จะทำให้แกนพลังงานถูกทำลายไปด้วย เรียกได้ว่าไม่คุ้มเสียจริงๆ

     

    สุดท้าย การโจมตีที่ส่งไปก่อนหน้านี้ก็แค่ต้องการทำลายรังของพวกมัน ทำให้พวกมันไม่มีที่ให้กลับไปซ่อนตัวและจะต้องหันมาต่อสู้เต็มกำลังแทน ซึ่งนั่นคือจุดประสงค์ของการต่อสู้ในครั้งนี้

     

    การเก็บเกี่ยวที่แท้จริงได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว....

                

    …………………………….

    คล้ายกับเรื่องอันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน