บทที่ 2 วิลล่าพิศวง
"แม่เ้า ตกลงมาได้ยังไงกัน…."
โก่วเม่ยปิดปากด้วยความใ เซี่ยปู๋เอ้อที่ยืนอยู่ข้างเธอก็ตะลึงจนพูดไม่ออกเหมือนกัน เครื่องบินที่ตกกลางเขาอยู่ไม่ห่างจากถนนเท่าไหร่ หางเครื่องเหมือนกับธงใหญ่ปักอยู่ท่ามกลางไฟที่ลุกโชนอย่างแรง แถมยังลุกลามไปยังป่าไม้ที่อยู่รอบข้างอีกด้วย
"สายการบินประเทศอะไรเนี่ย ทำไมดวงซวยขนาดนี้"
มีกลุ่มชาวบ้านเข้ามายืนมุงดูกันเป็จำนวนเยอะมาก จุดที่เครื่องตกก็ถูกนักดับเพลิงล้อมไว้หมดแล้ว และยังมีตำรวจอีกมากมายได้กันเส้นกั้นไม่ให้เข้า แต่เศษเครื่องบินก็ยังมีไฟลุก สิ่งต่างๆ กระจัดกระจายเต็มพื้นที่ในป่า มองจากไกลๆ ดูไม่ออกเลยว่าเป็กระเป๋าเดินทางหรือว่าศพคน
"รีบไป รีบไป อย่ามาทำให้จราจรติดขัด…."
ตำรวจจราจรไล่คนและรถบนถนนออกไปอย่างไม่หยุดหย่อน แต่ดูจากสถานการณ์แล้วคงจะไม่ได้ผล ยังมีคนอีกจำนวนมากเรียกให้เพื่อนขับรถมาดู ยังดีที่รอบๆ นี้เป็หมู่บ้านเล็กๆ อำเภอที่ใกล้ที่สุดก็อยู่ห่างจากที่เกิดเหตุ 2 - 3 กิโลเมตร ถ้าตำรวจจราจรปิดทางก็ไม่สามารถเข้ามาได้อีก
"ไปๆๆ ถ้ายังไม่ไป เดี๋ยวเค้าจะหลับแล้ว"
เซี่ยปู๋เอ้อรีบสะบัดมือพร้ะโกน แต่โก่วเม่ยกลับพูดอย่างประชดประชันว่า "รีบขนาดนี้ทำไมกัน รีบไปเจอดาวโรงเรียนนายเหรอ นายก็ตามจีบเธอตั้งนานแล้ว เธอไม่เคยมองหน้าด้วยซ้ำ"
"ผู้ชายต้องมีความฝัน แน่นอนว่า มีแค่ความฝันนั้นมันไม่พอ ยังต้องกระล่อนพอถึงจะ……"
เซี่ยปู๋เอ้อเอาหวีออกมาเท่ๆ แต่พอหวีไปหลายครั้งแล้วรู้สึกว่าทรงยังเท่ไม่ได้ดั่งใจ ก็เลยเอาไข่ไก่จากตะกร้าของคนชราคนหนึ่ง ตอกไข่ขาวชะโลมลงไปที่ผมของตัวเองเพื่อให้เส้นผมมันวาวให้หนำใจค่อยขึ้นนั่งสกูตเตอร์ไปอย่างสบายใจ
เบาะยังไม่ทันนั่งจนอุ่น ป้ายของเย่วหยงวิลล่าก็ปรากฏขึ้นมา ในเวลานี้เองเขาถึงสังเกตเห็นว่าที่แท้แล้วจุดที่เครื่องตกกับวิลล่าห่างกันแคู่เาลูกเดียวเท่านั้นแหละ ขนาดของวิลล่านั้นใหญ่กว่าที่เขาคิดไว้มาก หุบเขารูปทรงเกือกม้าล้อมรอบมันไว้ตรงกลาง
"เฮียเอ้อ ทำไมไม่เห็นใครเลย พวกรุ่นน้องของเฮียหละ"
โต้วโต้วขี่ตามถนนเล็กเข้าไปข้างใน แต่เข้าไปไม่นานเขาก็ชะโงกมองอย่างประหลาดใจ เซี่ยปู๋เอ้อรีบะโลงจากรถแล้วมองไปไกลๆ ใครจะไปรู้ว่าหุบเขานี้จะเงียบงันอย่างยิ่ง หน้าโรงแรมไม่มีแม้แต่เงาคน ขนาดของเล่นบันเทิงทั้งหลายก็ยังโล่ง
"ก็คงไปมุงดูเหตุการณ์เครื่องบินตก หรือไม่ก็นอนกลางวันกันอยู่แหละมั้ง พวกเราไปกินข้าวก่อนเถอะ"
โก่วเม่ยก็ะโลงจากรถแล้วไปส่องกระจกแต่งหน้าเติมแป้ง การที่พวกเขามาที่นี่ก็เพื่อหาเงินจากเด็กนักเรียน เด็กที่อ่อนหัดกับความรักทั้งหลาย แค่เปิดโฆษณาเสื้อในให้พวกเขาดูก็เก็บไปช่วยตัวเองได้แล้ว ยิ่งเธอที่เป็สาวสวยเช่นนี้เงินไหลเข้าอย่างไม่ขาดตอนแน่นอน
“ฮือๆ”
จู่ๆ ก็มีเสียงร้องไห้อย่างเสียใจดังมาจากไหนก็ไม่รู้ ในป่าที่เต็มไปด้วยต้นไม้ฟังแล้วก็ทำให้น่ากลัวยิ่งขึ้น แต่ต่อมาก็ได้ยินเสียงคนด่าตามมา “พวกแกยังมีหน้ามาร้องไห้อีก ยืนให้ดีๆ รอผู้ปกครองของพวกแกมากันหมดแล้ว ฉันจะให้ผู้ปกครองของพวกแกดูท่าทีที่ทุเรศของพวกแกให้หมดเลย”
“เอ๊ะ เหมือนจะเป็เสียงของผอ.สื่อ สงสัยมีคนดวงซวยสักคนหาเื่อีกแล้วแน่เลย”
จู่ ๆ เซี่ยปู๋เอ้อก็มีสติขึ้นมา รีบตามไปยังทิศทางของต้นเสียง ก็ได้เจอกับรั้วกั้นสวนอยู่ในป่าเงียบ ผู้ชายที่ใส่เสื้อโรงเรียนกำลังยืนร้องไห้อยู่กลางสวน ข้างๆ บ้านต้นไผ่ก็มีพวกครูนั่งล้อมรอบกันอยู่ เหมือนกำลังปรึกษาอะไรกันอย่างหัวเสียมาก
"เซี่ยปู๋เอ้อ เธอมาทำอะไรที่นี่"
จู่ๆ ครูสาวได้เดินออกมาจากสวน เธอแต่งชุดกระโปรงดอกไม้ที่เรียบง่าย ใช้หนังยางมัดผมสีชมพูมัดเก็บผมยาวดำสนิทไว้ข้างหลัง รูปร่างตัวเล็กบวกกับใบหน้าที่สวยงาม จนให้ความรู้สึกเหมือนเป็พี่สาวข้างบ้าน และนี่ก็คือครูประจำชั้นเก่าของเซี่ยปู๋เอ้อ ชื่อว่า เฉินจิงฮัว
"ฮ่าๆๆ ครูเฉิน บังเอิญจังเลยครับ"
เซี่ยปู๋รีบวิ่งเข้าไปหา พูดคุยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า "ปีใหม่แล้วไงครับ ผมเลยพาเพื่อนทั้งสองมาััธรรมชาติ เอ้อ พวกเฉินจื่อมั่วเขาทำอะไรผิดเหรอครับ ทำไมถึงร้องไห้เสียใจขนาดนี้? "
ทันใดนั้นใบหน้าของเฉินจิงฮัวก็แดงก่ำขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ เธอกระทืบเท้าด้วยความไม่พอใจแต่ก็ไม่พูดอะไร เซี่ยปู๋เอ้อที่แปลกใจก็เดินเข้าไปดูในสวน กลับเจอตุ๊กตายางฟ่านปิงปิงถูกโยนไว้ที่พื้น และดูจากสภาพของตุ๊กตาที่เต็มไปด้วยคราบสกปรก น่าจะรู้ได้อย่างชัดเจนว่าพึ่งโดนกระทำชำเรามาอย่างหนักหน่วง
"เชี่ย อย่าบอกนะว่าพวกนาย…"
เซี่ยปู๋เอ้อชี้ไปที่ตุ๊กตายางคุณฟ่านบนพื้นด้วยสีหน้าตกตะลึง เด็กหนุ่มทั้งสี่คนรีบก้มหัวลงเพราะความละอายใจ แต่เฉินจิงฮัวกลับชี้คนอ้วนตุ้ยแล้วด่าว่า "เฉินจื่อมั่ว ฉันว่าเธอหนะไม่ใฝ่ดีแล้วใช่มั้ย ทำไมทำเื่อุบาทแบบนี้แล้วยังจะเก็บเงินคนอื่นอีก แกระเมิดกฎหมายแล้วรู้ตัวบ้างหรือเปล่า"
"ฮ่าๆๆ"
เซี่ยปู๋เอ้อะเิเสียงหัวเราะออกมาจนตัวโยน โก่วเม่ยก็หัวเราะจนแทบจะคุกเข่าลงกับพื้นแล้ว และเซี่ยปู๋เอ้อก็สะบัดมือแล้วพูดอย่างรวดเร็วว่า "ไม่ไหวแล้ว ฉันจะหัวเราะจนตายอยู่แล้ว คนที่เที่ยวสาวอาบอบนวด ฉันเจอมาเยอะแล้ว แต่เอาตุ๊กตายางแบบนี้ฉันเพิ่งเคยเจอเป็ครั้งแรก โปรดรับการคารวะจากข้าน้อยด้วยครับท่านเยตุ๊กตายางทั้งหลาย ฮ่าๆๆๆ….."
"เซี่ยปู๋เอ้อ ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่ ใครอนุญาตให้นายเข้ามา"
ชายวัยกลางคนร่างกายผอมแห้งวิ่งมาพร้อมกับสีหน้าที่โมโห ผมแหวกกลางมันวาวสามารถสู้กับเซี่ยปู๋เอ้อได้ แต่เซี่ยปู๋เอ้อกลับจุดบุหรี่หนึ่งม้วนแล้วมองไปที่ผู้อำนวยการโรงเรียนที่คุ้นเคย ก่อนจะพูดหน้าเชิดว่า "ที่นี่ไม่ใช่ที่ของตระกูลสื่อสักหน่อย ผมจะมาใช้บริการที่นี่ ใช่เื่ของครูหรอครับ"
"หึ อย่าคิดว่าแกถูกไล่ออกแล้ว ฉันจะทำอะไรแกไม่ได้นะ คอยดูเถอะ…ฮึ่ม"
ผอ.สื่อชี้มาทางเซี่ยปู๋เอ้อด้วยความโกรธแต่พูดอะไรไม่ออก ผู้เป็ผอ.เดินกลับเข้าไปในบ้านไม้ไผ่ พวกครูที่ขี้ประจบก็รีบตามเข้าไป แต่เฉินจิงฮัวกลับดึงเซี่ยปู๋เอ้อมาแล้วพูดว่า
"นี่เธอพูดดีๆ ไม่ได้ใช่ไหม ไม่ว่ายังไงเขาก็เคยเป็ครูของเธอนะ"
"พอเถอะครับครู เขามีท่าทีตรงไหนที่เหมือนครูบ้างเหรอ วันๆ เอาแต่คิดว่าจะหาเงินจากนักเรียนยังไง คนหน้าซื่อใจคดก็คือเขานี่แหละ"
เซี่ยปู๋เอ้อโวยวายอยู่หน้าบ้านไม้ไผ่ ทำให้เฉินจิงฮัวโมโหจนกระชากบุหรี่ออกมาจากปากของเขาแล้วโยนลงพื้น พูดด้วยความโมโหว่า "หยุดเดี๋ยวนี้ ทำตัวดีๆ ให้คุณปู่ภูมิใจบ้างไม่ได้หรือไง เขาเลี้ยงดูเธอจนโตด้วยตัวคนเดียวก็ลำบากพอแล้ว ถ้าให้คุณปู่รู้ว่าเธอถูกไล่ออก ครูอยากรู้จริงๆ ว่าเธอจะทำยังไง"
"โอเคๆๆ ผมผิดไปแล้ว ผมไม่พูดแล้วครับ"
เซี่ยปู๋เอ้อรีบขอโทษด้วยหน้าตาที่ไม่จริงจัง เฉินจิงฮัวโกรธจนใช้นิ้วจิ้มเข้าที่หัวของเขา ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในบ้านไม้ไผ่เพื่อออกตัวแทนเขา หลังจากนั้นเซี่ยปู๋เอ้อเดินไปอยู่ตรงหน้าหนุ่มอ้วนตุ้ยแล้วยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ "ต้ายุ้ยโถว วันที่ฉันโดนไล่ออกฉันก็บอกแกแล้ว ไม่มีฉันสักคน แกเอาตัวไม่รอดหรอก เป็ไงล่ะ ทีนี้ถูกคนจับได้คาหนังคาเขาเลย"
"เฮียเอ้อ พี่รีบหาวิธีช่วยพวกฉันเร็ว ครูใหญ่จะไล่พวกฉันออกแล้ว"
ต้ายุ้ยโถวมองเขาด้วยสีหน้าอ้อนวอน เมื่อก่อนเ้าหมอนี่เป็เพื่อนร่วมห้องของเขา ตอนนี้กลับเรียนซ้ำชั้นเลยมีสถานะเป็รุ่นน้อง และที่เหลือสามคนถึงจะเป็รุ่นน้องของเซี่ยปู๋เอ้อ แต่ผู้ชายทั้งโรงเรียนที่เขาไม่สนิทด้วยก็มีแค่ไม่กี่คน
เซี่ยปู๋เอ้อหัวเราะแล้วพูดว่า "เื่เล็ก ก็เราเป็เพื่อนกันนี่นา ฉันมีวิธีทำให้พวกแกรอดตัว ถึงขนาดไม่ต้องบอกผู้ปกครองด้วยซ้ำ แต่ว่า ถึงพวกเราจะเป็รุ่นพี่รุ่นน้องที่สนิทกันก็ควรเคลียร์ค่าใช้จ่ายให้เรียบร้อย งานนี้จะน้อยกว่า 5,000 ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นพวกนายก็หาคนอื่นเถอะ"
"ได้ เงินนี้ฉันออกเอง ฉันผิดเองที่ไม่ได้ดูต้นทางให้พวกเขาดีๆ "
ต้ายุ้ยโถวพยักหน้าด้วยสีหน้าเครียด เซี่ยปู๋เอ้อโอบเขาแล้วหัวเราะ "ดี ท่านเฉินนี่สมแล้วที่เป็สุดยอด VIP พวกแกรีบตามฉันออกไปเร็ว ฉันจะพาพวกแกหาที่โดดตึก ต่อให้ผอ.สื่อจะไม่ยอมก็ต้องยอมแหละ"
"โดดตึก? ทำไมต้องโดดตึก?"
กลุ่มเด็กหนุ่มต่างทำหน้างง แต่เซี่ยปู๋เอ้อพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงรำคาญ "สมงสมองหนะ คิดดูว่าทำไมโรงเรียนต้องพาพวกแกมาทัศนศึกษา ก็เพราะว่ากลัวพวกแกจะเครียดกดดันจนไปฆ่าตัวตายไง ถ้าพวกนายเอาการะโตึกมาเป็ข้อต่อรอง คิดว่าพวกครูจะไม่ตกลงหรือไง นอกเสียจากผอ.สื่ออยากลาออกแล้วเท่านั้นแหละ"
"จริงด้วย ทำไมพวกเราถึงคิดไม่ได้นะ"
กลุ่มเด็กหนุ่มตาเป็ประกรายทันที แอบไปส่องดูบ้านไม้ไผ่แล้ว พวกเขาก็ออกวิ่งตามคำสั่งของเซี่ยปู๋เอ้ออย่างรวดเร็ว เซี่ยปู๋เอ้อมองซ้ายมองขวาแล้วพูดว่า "เราจะขึ้นไปข้างบนโรงแรมไม่ได้ ถ้าผอ.โทรหาหวังเอ้อโก่วแค่กริ๊งเดียว เขาก็จะไปรอดักพวกแกอยู่หน้าประตูแน่นอน"
"ใช่ๆ เมื่อกี้หวังเอ้อโก่วเพิ่งจะขับรถผ่านไป ครูคนอื่นๆ ก็พักผ่อนอยู่ที่โรงแรม”
กลุ่มเด็กหนุ่มพยักหน้าอย่างกับไก่น้อยจิกข้าว และในป่าอีกด้านข้างโรงแรม ก็มีตึกสี่เหลี่ยมสามชั้นพอดี ดูแล้วที่นี่เหมือนจะเป็ห้องทำงาน แต่ว่าพอกลุ่มเด็กหนุ่มวิ่งขึ้นเนินเขามาได้เพียงไม่นาน ก็ได้ยินเสียงะเิเบาๆ ดังขึ้น และเหมือนจะมีเสียงคนร้องไห้อีกด้วย
"ใครทะลึ่งจุดประทัดวะ"
กลุ่มเด็กหนุ่มหยุดเท้าลงตามสัญชาตญาณ หันหน้ามองไปทางูเาด้วยความประหลาดใจ แต่เซี่ยปู๋เอ้อกลับพูดอย่างหงุดหงิดว่า "รีบไปเถอะ คงจะเป็ที่เครื่องบินตกลงมาทับคนตาย ญาติพี่น้องคงมาจุดประทัดเรียกิญญามั้ง ถ้าก่อความวุ่นวายได้ยิ่งเยอะ ก็เรียกค่าทำขวัญได้เยอะตามตัว นี่แหละเป็เหตุผลเดียวกับที่พวกแกมาโดดตึก"
"เฮียเอ้อ พี่นี่รู้เยอะจริงๆ สมแล้วที่เป็คนคลุกคลีในสังคม"
กลุ่มเด็กหนุ่มมองเซี่ยปู๋เอ้อด้วยความเคารพอย่างสูง แถมมองโก่วเม่ยที่อยู่ข้างเขาแล้วน้ำลายไหลไม่หยุด เซี่ยปู๋เอ้อยิ้มอย่างได้ใจ แล้วพูดกับพวกเขาว่า "เธอคือเน็ตไอดอลของสำนักปู๋เอ้อ คุณหวังหลิง หลังจากจบเื่แล้วเดี๋ยวฉันจะให้เธอไปกินข้าวกับพวกนาย แต่ว่าตอนนี้รีบหน่อย ต้องรีบไปโดดตึกเร็ว"