หลังมื้ออาหารจบลง ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อน โดยมีแจ็คและอีริคนักเวทขั้นต้นอยู่ยามเป็ผลัดแรก
นิโคลัส ขอตัวออกไปฝึกธนูในพื้นที่ใกล้กับที่พัก อยู่ในระยะที่ทั้งสองสามารถมองเห็นได้และสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ทันหากเกิดเหตุฉุกเฉินใดๆ
ชายหนุ่มฝึกธนูจนแขนล้า ก่อนเปลี่ยนมาฝึกมีดสั้น แล้วจบด้วยการตำราสรรพสัตว์และรวบรวมมานา ซ้ำเดิมทุกคืน ไม่เคยละเลยแม้แต่วันเดียว
ร่างนี้สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าเขาจะฝึกหนักเพียงใดก็ตาม ขอเพียงหลับพักผ่อนและรับประทานเนื้อสัตว์มากพอ เขาจะฟื้นกำลังได้ทั้งหมดและรู้สึกว่ามีพลังมากขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยเสมอ
เวลานี้ ในตำราสรรพสัตว์แผ่นที่สอง ส่วนที่กลายเป็สีดำวาวได้เกินครึ่งหน้าแล้วแม้ยังไม่ปรากฏข้อความใหม่ขึ้นมา
'คงต้องรอให้เต็มทั้งหน้าก่อนถึงอาจจะมีอะไรเกิดขึ้น'
‘กลุ่มคาราวานมีอะไรหรือเปล่า ส่งเด็ก ๆ ไปดูหน่อยดีกว่า’
จากนั้น นายน้อยหนุ่มเริ่มใช้ตำราสรรพสัตว์แล้วกระจายกลิ่นหอมออกไปเล็กน้อย ไม่นานเหล่าสัตว์ตัวเล็ก ๆ เช่น หนูป่า ตัวตุ่น และนกกลางคืน ต่างเข้ามาหาเขา
เมื่อมองดูว่าจำนวนเพียงพอแล้ว เขาจึงจำกัดการกระจายกลิ่นหอม ให้วนเวียนอยู่เพียงบริเวณที่เขาอยู่เท่านั้น
“ข้ามีเื่ขอร้องพวกเ้าเล็กน้อย พวกเ้าช่วย..”
นิโคลัสได้ขอให้ สัตว์น้อยเหล่านี้ ไปสำรวจดูบริเวณที่พักกองคาราวานให้หน่อย โดยเฉพาะกระโจมใหญ่ ถึงแม้จะไม่รู้ว่าคนเ่าั้คุยอะไรกัน ขอเพียงรู้ว่าคนเ่าั้ทำอะไรบ้าง เขาก็พอจะคาดเดาได้ ยังดีกว่าไม่รู้อะไรเลย
ระหว่างที่รอเหล่าสายลับตัวน้อย นิโคลัสได้เริ่มฝึกสะสมมานาอีกครั้ง
ความคืบหน้าการสะสมมานานั้น สีแดงจาง ๆ ได้เกือบเต็มแก่นมานาทรงกลมขนาดเมล็ดงาแล้ว แม้ดูเหมือนจะมีขนาดเล็กมาก แต่การกลั่นมานาจากพลังธรรมชาตินั้นค่อนข้างยากมากทีเดียว
‘ทำไมถึงได้ช้าขนาดนี้นะ ข้าก็ฝึกทุกวันแต่ไม่เต็มซักที’
แม้จะรู้ว่าการสะสมมานาเป็เื่ยาก แต่ยังคงทำให้เ้าตัวรู้สึกอึดอัดเสมอยามนึกถึงปริมาณที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน แม้จะฝึกฝนยามเดินทางด้วยก็ตาม
เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง เหล่าสายลับตัวจิ๋วก็กลับมารายงานเขา
เมื่อเขาได้ฟังรายงานจากสัตว์ทุกตัวแล้ว ชายหนุ่มได้ประกอบภาพต่าง ๆ จากคำบอกเล่าเข้าด้วยกัน
‘กองคาราวานนี้ ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ มีเพียงเด็กหนุ่มรุ่นเดียวกับข้าคนหนึ่ง เหมือนทุกคนให้ความสำคัญกับเขา น่าเสียดายที่ไม่รู้ว่าคุยอะไรกัน’
เมื่อไม่มีสิ่งใด นิโคลัสจึงตอบแทนเหล่าสหายน้อยด้วยพลังจากกลิ่นหอมอยู่พักใหญ่ ก่อนที่เขาจะบอกลาเหล่าสหายน้อยเหล่านี้ แล้วเดินกลับที่พัก
เช้าวันใหม่ของนายน้อยหนุ่มเริ่มขึ้นแต่เช้ามืดดังเดิม กิจวัตรยามเช้าของเขาคือฝึกฝนการเคลื่อนไหวร่างกาย และการฝึกโยคะเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
เช้าวันนี้การเคลื่อนไหวของชายหนุ่มดีขึ้นมากหากเปรียบเทียบจากวันแรกที่เริ่มฝึก ร่างกายเริ่มเคลื่อนไหวตามจังหวะความคิดของเขาได้แล้ว เกือบจะเท่าตอนที่เขาเสียชีวิต และคงอีกไม่เกินหนึ่งสัปดาห์น่าจะเท่า่สุดยอดของเขาตอนอายุสามสิบกว่า ๆ
ร่างเทพานี้ช่างดียิ่งนัก
เมื่อมื้อเช้าสิ้นสุดลง ทุกคนพร้อมออกเดินทางต่อ
“ท่านพ่อ เราจะไปก่อนหรือให้พวกเขาไปก่อน”
วิคเตอร์สอบถามความเห็นของพ่อบ้านชราผู้มากประสบการณ์
“เ้าไปถามเขาดูเลยว่าเขาสะดวกอย่างไร พวกเราอย่างไรก็ได้”
เพราะไม่ว่าจะไปก่อนหรือตามไปภายหลังล้วนมีผลไม่ต่างกัน ถ้าหากเขาจะคิดว่าเรามีแผนการ
การไปก่อนอาจคิดว่าเราไปวางกำลังดักทางข้างหน้า การเดินตามไปภายหลังเหมือนการสะกดรอยตาม
ดังนั้นการไปถามความเห็นของกองคาราวานให้เขาตัดสินใจ เหมาะสมที่สุดแล้ว
เพียงไม่นาน หัวหน้าอัศวินก็เดินกลับมา
“ท่านพ่อ พวกเขาให้เราล่วงหน้าไปก่อน”
“อืม..เราไปกันเลย”
เป็ดังที่ชายชราคิด เพราะคงไม่มีใครอยากให้คนคอยสะกดรอยตาม
ระวังภัยด้านหน้าย่อมดีกว่าคอยระแวงด้านหลัง
“เดินทางได้”
วันนี้เป็วันที่ห้าของการเดินทางและนับได้ว่าเป็ วันแรกของ เขี้ยวอัสดง
เช้านี้ นกน้อยสีขาวเริ่มบินได้นานขึ้น มันบินพร้อมส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้วอย่างเบิกบานใจไปพักใหญ่ๆ ก่อนที่จะหมดแรงแล้วบินมาเกาะที่ไม้เท้าเวทของอารินดังเดิม
แจ็คและฮอร์ค ออกนำหน้าไปไกลลิบ แทบมองไม่เห็นเลย
“นายน้อย ท่านนำเกราะอ่อนนี้ใส่ติดตัวไว้หน่อยดีกว่า”
นักเวทขาวผู้กลับใจ ได้ส่งชุดเกราะเบาที่มีแผ่นเกราะอ่อนป้องกัน่หน้าอก, หัวไหล่และแผ่นหลัง ให้กับชายหนุ่ม
“ขอบคุณ”
คำขอบคุณพร้อมรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นจากชายหนุ่ม ทำให้อังเดรยิ้มไม่หุบไปนานเลยทีเดียว
ก่อนที่พระอาทิตย์จะตรงศีรษะ วิคเตอร์ที่เดินนำอยู่ด้านหน้า ได้สังเกตเห็นทางเดินด้านหน้าไกลลิบ ๆ มีลักษณะเป็ทางแคบ ๆ พอให้รถม้าสองคันวิ่งสวนกันได้เท่านั้น
ทั้งสองข้างทาง เป็เนินดินสูงกว่าห้าเมตร ทำให้บดบังทัศนียภาพรอบข้างไปหมด ผู้ที่เดินอยู่ในทางเดินนั้นจะไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่้าเนินทั้งซ้ายและขวาได้เลย
แล้วบนเนินดินนั้นมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นเรียงรายอยู่พอประมาณ และที่โคนต้นจะมีพุ่มไม้เตี้ยขึ้นเป็หย่อม ๆ เหมาะแก่การซ่อนตัวยิ่งนัก
“หยุดซักครู่!”
“เตรียมอาวุธและระวังตัวเอาไว้”
สิ้นคำสั่ง ทุกคนเอาวุธของตนเองออกมาถือไว้ในมือ โดยแฮร์รี่และอีแวนเปลี่ยนเป็ชุดเกราะหนักและถือโล่ เตรียมพร้อมไว้
เพียงไม่กี่ลมหายใจ สัญญาณจากฮอร์คที่บินอยู่บนฟ้า บ่งบอกว่ามีกลุ่มคนแอบซุ่มอยู่ลึกเข้าไปในช่องทางเดินด้านหน้า
ทุกคนกระชับอาวุธและเตรียมพร้อมต่อสู้ทันทีตามสัญชาตญาณ
เพียงไม่นานแจ็คก็วิ่งกลับมา
“ส่วนลึกของทางเดิน มีกลุ่มคนประมาณห้าสิบคน แอบซุ่มอยู่บริเวณสองข้างทางข้างหน้า”
“ข้าพบเห็นหน่วยลาดตระเวนของพวกนั้น เลยลอบเข้าไปถึงระยะที่พอมองเห็นโดยที่พวกมันไม่สังเกตเห็น”
“จากที่ข้าดู คนพวกนี้แม้ใส่ชุดเหมือนโจร แต่ท่วงท่าไม่ใช่กองโจรแน่นอน”
“มีการวางตำแหน่งของแต่ละคนเป็อย่างดี ท่าทางแต่ละคนนิ่งสงบและเป็ระเบียบ ราวกับถูกฝึกมานาน”
แจ็ครายงานสภาพที่พบเห็นทั้งหมดให้แก่วิคเตอร์เพื่อประเมินสถานการณ์
“ท่านพ่อ เราคงไม่ใช่เป้าหมายของพวกมัน”
วิคเตอร์หันกลับไปปรึกษาพ่อบ้านชรา
การเตรียมพร้อมเช่นนี้ ไม่น่าใช่โจรทั่วไป และพวกเขาก็พึ่งมาถึงอาณาจักรนี้ ยังไม่มีศัตรูที่ไหน
ด้านศัตรูที่ไล่ล่าพวกเขาก่อนหน้านี้ คงไม่น่าปลีกตัวมาได้
ถ้าพวกนั้นไม่ได้เล็งเป้ามาที่พวกเขา ก็ต้องเป็กองคาราวานที่กำลังตามมาแน่นอน
“เ้าคิดว่าอย่างไร เราควรช่วยพวกเขาหรือไม่”
ชายชราหันไปถามความเห็นของนิโคลัส เพราะอยากฟังความคิดเห็นของชายหนุ่ม
นายน้้อยตอบทันทีโดยไม่ต้องไตร่ตรอง
“ปัญหาเราก็มากพอแล้ว ไม่ควรหาปัญหาเพิ่ม เราไม่รู้ว่ากลุ่มคนข้างหน้าและข้างหลังเรามีเื้ัอะไร อย่าเอาตัวเข้าไปเสี่ยงเลย”
เขาหยุดเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อ
“แต่หากไม่เตือนพวกเขา จะดูไร้น้ำใจไปหน่อย… เขียนข้อความผูกติดลูกธนูปักไว้กลางทางนี่แหล่ะ พวกเขาเดินมาจะได้เห็น ส่วนพวกเราก็เดินอ้อมไป เสียเวลาหน่อยยังดีกว่าเกิดปัญหา”
ชายชราได้ยินเช่นนั้น ยิ้มอยู่ในใจ นายน้อยคนนี้ ไม่ได้มีคุณธรรมจนโง่เขลาจนทำให้ตัวเองเดือดร้อน แต่ไม่ถึงไร้น้ำใจจนไม่ไยดีผู้คน ช่างเหมาะสมยิ่งนัก
“ทำตามที่เขาว่า”
พ่อบ้านหันไปกล่าวกับลูกชาย
จากนั้นทั้งกลุ่มเดินเลาะไปตามป่าด้านข้าง ห่างจากเส้นทางรถม้าออกมาไกล จนไม่มีใครสังเกตเห็นพวกเขาได้แล้ว
ราวหนึ่งชั่วโมงต่อมา ปรากฏควันดำลอยขึ้นมาจากทิศทางที่มีกลุ่มคนแอบซุ่มอยู่ คาดว่าการต่อสู้น่าจะเริ่มขึ้นแล้ว
แต่มันก็ไม่เกี่ยวกับพวกเขา ขึ้นอยู่กับโชคชะตาของคนเ่าั้ว่าจะรอดไปได้หรือไม่
การเดินทางในป่าแม้ลำบากขึ้นแต่ไม่มีผลกระทบกับพวกเขาเลย แถมยังมีผลพลอยได้มากกว่าด้วย
นิโคลัสเริ่มฝึกยิงธนูกับเป้ามีชีวิต พลังของเขาเริ่มมากขึ้นสามารถง้างคันธนูได้แรงมากขึ้นและยิงได้หลายครั้งติดต่อกัน
แม้ความแม่นยำอาจไม่มาก เพียงเฉียดไปเฉียดมาพอให้ได้ลุ้น แต่มันดีขึ้นมากกว่าตอนเริ่มต้นฝึกใหม่ ๆ
‘ธนูนี่แข็งมาก กว่าจะง้างได้แต่ละที นี่ขนาดเป็ธนูของนักล่าฝึกหัด ยังยากขนาดนี้ ถ้าเป็ระดับนักล่า ข้าคงง้างไม่ได้แน่ ข้าต้องหาทางทำธนูคอมพาว ไว้ใช้แล้ว’
นิโคลัสนึกถึงธนูคอมพาวที่เขาเคยใช้ในโลกก่อน ใช้แรงดึงน้อยกว่าโดยยังให้แรงยิงเท่าเดิมหรืออาจมากกว่าด้วยซ้ำถ้าออกแบบดีๆ
อดีตนักฆ่าผู้นี้เคยสร้างธนูคอมพาวด้วยตัวเองแล้ว ดังนั้นไม่ยากเลยหากจะสร้างใหม่ที่นี่
ต้องหาช่างเหล็กให้ทำตามชิ้นส่วนที่เขาออกแบบไว้ แล้วเขาค่อยนำชิ้นส่วนต่าง ๆ มาประกอบเข้าด้วยกัน
‘ต้องไม่ให้ใครรู้วิธีสร้างธนูคอมพาวนี้’
มันเป็ความลับของเขา เขาต้องรักษาความลับนี้ไว้จนกว่าเขาจะแข็งแกร่งขึ้น แต่เขาต้องหาวิธีปกปิด่ลูกรอกให้ได้ก่อนนำธนูคอมพาวไปใช้ให้คนนอกเห็น
‘ไว้ค่อยถามพ่อบ้านดูเผื่อเขามีวิธี’
คืนนั้นพวกเขาพักค้างแรมกันในป่า โดยไม่เกิดเหตุการณ์อะไร
เช้าวันถัดมาเมื่อเดินทางกันต่อจนถึงเวลาก่อนเที่ยง ทั้งกลุ่มถึงเดินออกพ้นชายป่าเข้าสู่เส้นทางรถม้าอีกครั้ง
“ท่านตา ข้ามีเื่อยากปรึกษาท่านเล็กน้อยเกี่ยวกับการสะสมมานา”
ระหว่างที่ทั้งกลุ่มกำลังเดินอยู่ริมทางรถม้า
หลานชายคนใหม่เริ่มซักถามเพื่อขอความรู้เวทมนตร์จากจอมเวทชรา
“เ้าสงสัยเื่อะไร”
“มีวิธีอะไรให้ข้าสะสมมานาได้เร็วขึ้นไหม ข้าเริ่มสะสมมาได้ห้าหกวันแล้วยังไม่เต็มแกนมานาแรกเริ่มซักที?”
ชายหนุ่มหงุดหงิดมาก ไม่ว่าเขาพยายามมากเพียงใด มันก็ได้เท่านี้จริงๆ ช่างช้ามาก
ชายชราหันขวับไปมองชายหนุ่มด้วยอาการตกตะลึง ราวกับพึ่งพบเห็นสัตว์ประหลาด
“เ้า..เ้าว่า ห้าหกวัน อยากให้เต็มแกนมานาเลยหรือ!”
จอมเวทชราหันไปกล่าวตะกุกตะกัก แทบไม่เชื่อหูตัวเอง
“ตอนนี้เ้าสะสมได้แค่ไหนแล้ว”
“เกือบเต็มแล้ว เหลืออีกไม่ถึงหนึ่งในสิบ”
นายน้อยตอบพร้อมกับทำสีหน้าเบื่อหน่าย แม้ภายในเขาจะรู้ว่ามันยากยิ่งในการสะสมมานา แต่ถ้าหากมีวิธีที่ทำให้เร็วขึ้นได้ เขาก็อยากลองดู
“เ้า..เ้า..”
ชายชราตาโตเป็ไข่ห่าน สุ้มเสียงเหมือนจุกอยู่ในลำคอไม่สามารถเอ่ยคำใดออกมาได้
“นายน้อย ท่าน..ท่าน..”
อีรินนักเวทสาวที่เดินอยู่ใกล้ ๆ ได้ยินคำพูดของนายน้อย ก็ตะลึงไม่แพ้กัน
“เป็อะไรกัน ข้าแค่อยากหาวิธีฝึกให้มันเร็วขึ้นเท่านั้นเอง มีอะไรกัน”
ชายหนุ่มเริ่มแปลกใจถึงอาการของนักเวททั้งสอง พอหันไปทาง อังเดรและนิโคไล ก็พบกับสีหน้าที่ราวกับโกรธเขามากมาย
“นายน้อยขอรับ ท่านอย่าได้พูดเช่นนั้นให้นักเวทคนอื่นได้ยินเป็อันขาดนะขอรับ”
บอริสผู้มากประสบการณ์เอ่ยปากเข้าไกล่เกลี่ย
“โดยปกติการจะสะสมมานาได้เต็มแกนมานาแรกเริ่มนั้น โดยเฉลี่ยแล้วใช้เวลาประมาณสิบเดือนถึงหนึ่งปี อัจฉริยะหน่อยก็ราวห้าถึงหกเดือน"
"สุดยอดอัจฉริยะยังต้องใช้เวลาสองถึงสามเดือน เร็วสุดตามประวัติศาสตร์ที่มีบันทึกไว้คือ ตำนานของ เทพอัคคี ยังต้องใช้เวลาสามสัปดาห์กว่าจะเต็มแก่นมานาแรกเริ่มนะขอรับ”
นักดาบหนุ่มใหญ่อธิบายด้วยสีหน้าลำบากใจและเห็นใจนักเวทคนอื่น ๆ ยิ่งนัก หากเป็เขาเอง ก็คงรู้สึกไม่ต่างกันมากนัก
“แล้วอยู่ดีๆ มีคนบอกว่า สะสมมานาห้าหกวันได้เก้าในสิบส่วน ช่างช้ายิ่งนัก ท่านจะให้พวกเขารู้สึกกันเช่นไรกันนายน้อย”
“อ้อ..เอ่อ..ข้าขอโทษ”
ชายหนุ่มรู้สึกเสียใจกับเื่ที่เขากล่าวไปจริง ๆ
เขาลืมนึกถึงความรู้สึกของคนอื่น เพราะมัวแต่กังวลว่าตนเองจะแข็งแกร่งขึ้นช้าเกินไป เลยอยากพัฒนาให้ได้เร็วที่สุด
“เ้าอย่าได้มุ่งความสนใจเพียงการเพิ่ม มานา เข้าสู่แกนมานาเท่านั้น เ้าควรรู้สึกถึง มานา ที่มีในพลังธรรมชาติด้วยตัวเ้าเอง”
จอมเวทชราพยายามข่มความรู้สึกและตั้งใจอบรมผู้ฝึกหัดเวทมือใหม่อย่างตั้งใจ
“เ้าลืมไปหรือเปล่า ร่างนี้เคยผ่านไปถึงระดับนักเวทฝึกหัดได้แล้ว มันจึงเหมือนกับมีคนกรุยเส้นทางสะสมมานาให้เ้าไว้แล้ว เ้าไม่ได้ทำมันด้วยตนเอง”
“หากเป็เช่นนี้ต่อไป ยามเ้าไปถึงระดับที่สูงขึ้นกว่านี้ เ้าต้องพบกับคอขวดที่ยากลำบากมากแน่นอน”
“ดังเช่นนักเล่นแร่แปรธาตุระดับสูง ที่ใช้ชีวิตอยู่กับสมุนไพรมาั้แ่เป็เด็กฝึกหัด ย่อมสามารถแยกสมุนไพรได้เพียงการชำเลืองมอง”
“นักเวทก็เช่นเดียวกัน”
“หากเ้า้าความแข็งแกร่งที่แท้จริง นอกจากการแยก มานา ออกจากพลังธรรมชาติแล้ว”
“เ้าต้องแยก มานาธาตุ ออกจากพลังธรรมชาติให้ได้ เพราะ มานาธาตุ ที่ตรงกับเวทธาตุที่เ้าใช้ ย่อมให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าการใช้ มานา ในการร่ายเวทธาตุเป็อย่างมาก”
ชายหนุ่มเพ่งสมาธิเพื่อรับฟังจอมเวทชราอย่างตั้งใจ เขาเกือบทำพลาดไปแล้ว เพราะมุ่งเพิ่มมานาเพียงอย่างเดียว จนลืมไปว่า แกนมานา ที่เขามีนั้น เป็ แกนมานาที่มีคนขัดเกลาไว้ให้แล้ว เขาเพียงเติม มานา เข้าไปเท่านั้น
ต่างจากผู้เริ่มต้นฝึกคนอื่น ๆ ที่ต้องดึง มานา ไปขัดเกลา แกนมานาแรกเริ่ม ด้วยตัวเอง
“ขอบคุณขอรับ”
ชายหนุ่มโค้งคารวะจอมเวทชราด้วยความเคารพ
เขาต้องเรียนรู้จากจอมเวทผู้นี้ให้มากขึ้นแล้ว
ไม่นาน แจ็คที่ออกไปลาดตระเวน วิ่งกลับมาด้วยความรวดเร็ว
“พบกองคาราวานเดิม ที่ทางข้างหน้าขอรับ..”