ระบบเงินในอาณาจักรนี้จะมีอยู่ 4หน่วย โดยจะไล่จากเล็กสุดไปใหญ่สุด (copper → silver → Gold → Platinum) ซึ่งหน่วยที่เล็กที่สุดนั้นคือ 1 copper นั่นเอง และ
100 copper = 1 silver
100 silver = 1 Gold
100 Gold = 1 Platinum
สำหรับเงินซื้ออาหารข้างทางนั้น แค่ 40-50copper ก็เพียงพอแล้วสำหรับ 1 มื้อ (ไม่รวมเครื่องดื่ม) แล้วก็นับว่าโชคดีมากที่อาณาจักรนี้มีรัฐสวัสดิการที่ดีอย่างหนึ่งนั่นคือ โครง<30 copper รักษาทุกอาการ> ของอดีตนายกเทศมนตรีโทนี่แม็กนั่มนั่นเอง
อย่างน้อยเพราะมีโครงการนี้ก็ทำให้คนยากคนจนในอาณาจักร ไม่ต้องนอนรอความตายอยู่บ้านเมื่อเจ็บป่วยแต่ไม่มีเงินรักษาอะนะ ถึงแม้ว่าโครงการนี้จะถูกองค์จักรพรรดิรุ่นที่39 สั่งให้ลูกน้องมาดิสเครดิตอยู่เรื่อยๆก็ตาม
แต่ประชาชนส่วนใหญ่ของอาณาจักรก็ยังคงชื่นชอบโครงการนี้อยู่ดี ฉะนั้นโครงการนี้จึงนับเป็รัฐสวัสดิการที่ใช้เงินภาษีของราษฎรได้คุ้มค่ามากที่สุดั้แ่อาณาจักรนี้ก่อตั้งมาเลยล่ะ
คนที่ไม่ชอบโครงการนี้ส่วนมาก ก็เป็คนคลั่งองค์จักรพรรดิรุ่นที่39กันทั้งนั้น ก็เพราะโครงการนี้มันไปฉีกหน้าโครงการPRของคนๆนั้นยังไงล่ะ แต่ถ้าจะให้ผมอธิบายน่ะหรอ ผมก็คงอธิบายประมาณนี้แหละ
‘<30copperรักษาทุกอาการ> แดกภาษีไม่เท่าไหร่ ประชาชนได้ประโยชน์มหาศาลบอกประเทศจะเจ๊ง รพ.ขาดทุนยับ แต่ 4xxx อภิมหาProject PR ตลอดเกินครึ่งศตวรรษ แดกภาษีมหาศาล ั้แ่รุ่นพ่อยันรุ่นลูก ตรวจสอบก็ไม่ได้ วิจารณ์ก็ไม่ได้ คนได้ประโยชน์แค่หยิบมือ มีการคอรัปชั่นบ้างหรือเปล่าก็ไม่มีใครรู้ แต่กลับอวยกันไส้แตกแหกถึงรูทวาร ’
ส่วนประเด็นเื่ โรงพยาบาลเจ๊ง นั้นพูดกันมายาวนานมาก แต่ผมก็ไม่เคยเห็นโรงพยาบาลรัฐไหนปิดตัวลงกันสักโรงพยาบาลเลยอ่านะ แบบเช่น
<โรงพยาบาลรัฐ xxx ขาดทุนต่อเนื่อง3ปีซ้อน จากโครงการ XXXX เลยต้องขอปิดกิจการ ฉะนั้นหมอ พยาบาล เตรียมหางานใหม่ได้เลย>
ไอข้อความแบบนี้มันไม่มีใช่มั้ยล่ะ ก็แหงล่ะมันโรงพยาบาลรัฐ หน่วยงานรัฐ มันไม่มีเจ๊งอยู่แล้ว ส่วนถ้างบประมาณไม่พอ ก็ทำเื่ของบประมาณเพิ่มได้(เหมือนที่กองทัพชอบขอกันอยู่เรื่อยๆไงล่ะ)
แต่สุดท้ายถ้างบยังไม่พอ คนที่เจ็บที่สุดก็คือคนไข้นั่นแหละ เพราะสิทธิเื่ยาและการรักษาพยาบาลอาจจะไม่ครอบคลุม ทั้งนี้ก็ต้องไปโทษนายกพระราชทานที่องค์จักรพรรดิประทานมาให้นั่นแหละ ว่าทำไมถึงได้ลดงบโครงการนี้เรื่อยๆจนต่ำเตี้ยติดดิน แต่งบกองทัพ กับเงินค่าขนมของราชวงศ์ถึงได้เพิ่มขึ้นรัวๆ
และที่แน่ๆคือหมอ พยาบาล และบุคลากรในโรงพยาบาลยังคงได้เงินเดือนเท่าเดิมตามที่สัญญาจ้างเขียนเอาไว้ ฉะนั้นโครงการนี้มันเลยไม่มีใครเจ็บเลย (ยกเว้นคนป่วยที่ต้องรับกรรม)
ถ้าจะเจ็บคงเป็เื่เดียว คือ หมอ พยาบาล ทำงานกันหนักขึ้นนั่นแหละ และมันก็อาจทำให้ธุรกิจคลินิกเจ๊งด้วยล่ะนะ ซึ่งมันก็มีแค่หมอในยุคเก่าๆ(หมอสลิ่ม)เท่านั้นแหละที่เกลียดโทนี่แม็กนั่ม
ส่วนหมอรุ่นใหม่ในยุคหลังนี้เปลี่ยนไปกันหมดแล้ว ส่วนหนึ่งคือพวกเขาเคยโดนแย่งวัคซีน Pfiz…xxxxx จากพวกบุคลากรหน้าด้านในเหตุการณ์โรคระบาดเมื่อ 20ปีก่อนด้วยแหละ ซึ่งตอนนั้นผมยังไม่เกิดเลย แต่ที่รู้เพราะคุณตาผมเล่าให้ฟัง
“นี่เวสต้า..นายเหม่ออะไรอยู่?”
“อ๊ะ!?..โทษที..พอดีคิดเื่นึงเพลินไปหน่อยน่ะ เรามาดูเมนูกันเถอะ”
ผมกับเมลฟี่ก้มมองใบเมนูอาหารด้วยกัน
***
-หูฉลาม 1 Gold /pc
-เป๋าฮื้อ 2 Gold/pc
-โอมากาเสะคอร์ส 2 Gold 26 silver /pc
-สเต็กเนื้อแกะอาณาจักรนิวซีเลอร์ 1 Gold / pc
-เมนูเชฟลุงพลไฟนรก 4 Gold 98 silver 3 coper / pc (เมนูนี้ชนะเลิศประกวดรายการเชฟกระทะโลกันต์)
.
.
-ข้าวดงบุริ20สนม 70 silver / pc
-ราเมงสัมภเวสี 20 silver / pc
.
.
-หนังปลาแซลม่อนทอดกรอบ 1 silver / pc
-กุ้งเทมปุระ 3 silver /pc (กุ้งจากOริมสระ)
.
.
-บานาน่าสปริท 91 silver / pc
-เค้กไฮน์เอน 72 siver / pc
-มาการองติเน่ 10 silver / pc
-ไอศครีมกูร์เมต์ 20 silver / pc
***
หลังดูใบเมนูจบ สิ่งที่คิดได้ก็มีเพียงแค่อย่างเดียว
‘เชี่ยยยย….แพงสัสสส’
ค่าแรงขัั้นต่ำแมร่งแค่วันละ 300 copper เองนะเว้ย หรือพูดง่ายๆคือวันละ 3 silver นั่นแหละ
"นะ..นะ..นี่..เวสต้า..พะ..พวกเราลงไปกินชั้นล่างกันดีกว่าไหม??”
เมลฟี่จับแขนเสื้อผมเบาๆแล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย
“ถ้าลงไปกินชั้นล่างตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้วแหละ ไม่เป็ไรหรอก พอดีพ่อแม่ฉันไปทำงานที่อาณาจักรอื่นน่ะ ปีนึงส่งเงินมาให้เยอะ ยังไงถ้ากินอาหารพวกนี้สักมื้อนึงคงไม่เป็ไรหรอก”
ผมหยิบเครดิตการ์ดใบนึงขึ้นมาแล้วโชว์ให้ดู
“ตะ..แต่ว่า”
“ไม่ต้องห่วงหรอกเมลฟี่..เดี๋ยวฉันเลี้ยงเธอเอง..ถือว่าเป็คำขอบคุณที่ช่วยติวหนังสือให้ฉันมาตลอดละกัน"
“ขอบใจนะ เพราะนายเองก็ช่วยฉันมาตลอดเหมือนกัน..แต่ว่ามัน”
“อย่าพูดมากเลยน่าา..พวกเรารีบไปกินกันเถอะ..เดี๋ยวจะไม่ทันเอานะ พักเที่ยงใกล้หมดเวลาแล้วด้วย”
ผมจับมือเมลฟี่อย่างนุ่มนวลแล้วดึงไปนั่งที่โต๊ะอาหาร จากนั้นรีบสั่งอาหารมาทันทีแบบไม่รีรอให้เมลฟี่ได้มีโอกาสปฎิเสธ
แน่นอนว่ารสชาติอาหารนั้นอร่อยโคตรๆสมกับราคา
หลังกินเสร็จ พอมองไปรอบๆก็พบว่าในชั้นนี้จริงๆมีเพียงแค่ผมกับเมลฟี่ แล้วก็…..อีกคน
“เอ่อ..”
“มีอะไรหรอ?”
“ป่าว..ไม่มีอะไรหรอก..เพียงแค่มีคนที่มากินชั้นนี้ไหวเหมือนกันแหะนอกจากพวกเรา”
ผมมองไปยังผู้หญิงคนหนึ่ง เธอมีผมยาวสลวยสีดำและดวงตาสีแดง แน่นอนว่าหน้าตาก็สวยมากๆ แถมบนโต๊ะเธอสั่งอาหารมาเยอะกว่าผมอีก ราคาก็น่าจะแพงกว่าด้วยมั้ง
“คงเป็คนที่พ่อแม่ไปทำงานที่อาณาจักรอื่นแล้วส่งเงินมาให้เหมือนกับพ่อแม่ของนายละมั้ง” เมลฟี่หั่นเค้กแล้วเอาเข้าปาก
“นั่นสินะ..”
ผมพูดแล้วก็กินซูชิจากเมนูโอมากาเสะต่อไป
***
16:00 น. ถึงเวลาเลิกเรียนพอดี ผมกับเมลฟี่ไปกรอกใบสมัครเข้าชมรม แล้วกลับบ้านด้วยกัน
“ที่จริงโรงเรียนก็อยู่ใกล้บ้าน เดินกลับก็ได้มั้ง ไม่ต้องรีบนั่งรถสาธารณะเหมือนตอนเช้าหรอก”
“นั่นสินะ”
ผมตอบรับข้อเสนอเมลฟี่ แล้วเลือกที่จะเดินกลับบ้านด้วยกัน
“จะว่าไปเมื่อวานนายอ่านหนังสืออะไรหรอ?”
“มันเป็หนังสือที่เขียนขึ้นถึงประวัติศาสตร์เมื่อประมาณ25ปีก่อนน่ะ”
“…เหตุการณ์นั้นสินะ”
“อืม..ตอนนั้น คศ.2020-2025 เกิดโรคระบาด เศรษฐกิจล้มเหลว ผู้คนออกมาประท้วง แต่สุดท้ายก็ต้องจบลงด้วยความพ่ายแพ้ต่ออำนาจขององค์จักรพรรดิ”
“เห็นว่าเศรษฐกิจของอาณาจักรนี้มันแย่มานานก่อนหน้านั้นแล้วไม่ใช่หรอ? "
“ก็ใช่แหละ..แต่ฉันคิดว่าโรคระบาดกับวัคซีนมันเป็ตัวเร่งะเิเวลาให้คนตาสว่างมากกว่าเศรษฐกิจแย่เสียอีก แต่ถึงอย่างนั้นต่อให้ออกมาประท้วงมากมายแค่ไหนก็แพ้อยู่ดี เพราะองค์จักรพรรดิมีอำนาจมากถึงขนาดนั้นยังไงล่ะ”
“…” เมลฟี่เงียบไม่ได้ตอบอะไร
ผมกังวลว่าเื่ที่ผมพูดอาจทำให้เมลฟี่กระทบกระเทือนใจ จึงพยายามเปลี่ยนเื่คุย
แต่ทว่าเมลฟี่หันหน้ามาแล้ววางมือบนหน้าอกผม
เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย แล้วพูดเบาๆด้วยสีหน้ามืดมน
“ประชาชนน่ะ..ไม่ได้แพ้หรอก…สักวันนึง….สักวันนึง..อึก..”
“เมลฟี่..ใจเย็นๆก่อนนะ..เื่มันผ่านมานานแล้ว..อย่าไปคิดมากเลย..พวกเรา..”
“จะไม่ให้คิดมากได้ไงล่ะ!!..ก็พ่อแม่ของฉันตายเพราะพวกมันบริหารเื่วัคซีนกับโรคระบาดล้มเหลว ถ้าพ่อแม่ของฉันได้ฉีดวัคซีนดีๆั้แ่ตอนนั้นก็คงไม่ต้องมาตายหรอก
แถมญาติพี่น้องของฉันก็ถูกพวกมันยิงตอนออกไปประท้วงเรียกร้องวัคซีนอีก เพราะนายไม่เข้าใจคำว่าความสูญเสียไงล่ะ..ถึงได้พูดออกมาได้…ฮึกๆ..ฮือๆๆๆ” เมลฟี่ะโออกมาพร้อมกับเริ่มร้องไห้
“ขอโทษนะ..เมลฟี่..เพราะฉันพูดไม่ดีเอง”
ผมขอโทษเมลฟี่ด้วยความรู้สึกผิดเป็อย่างมาก
“นายไม่ได้ผิดหรอก..ฉันต่างหากล่ะที่พูดจาไม่ดี..ฮึกๆ..ฮือๆๆ”
ผมเอามือตัวเองวางทับบนมือของเมลฟี่ที่วางบนหน้าอกผม จากนั้นกุมมือน้อยๆข้างนั้นเบาๆ
“ฉันอาจไม่เข้าใจความสูญเสียได้ดีเท่าเธอหรอกนะ แต่ที่ฉันไม่อยากให้เธอคิดเื่ต่อต้านองค์จักรพรรดิอีก เพราะฉันไม่อยากเสียเธอไป ”
ใช่แล้วล่ะ..ไม่ว่าโรคระบาดจะเกิดขึ้นหรือไม่ ไม่ว่าโรคระบาดจะจบลงไปนานแค่ไหน ไม่ว่าเศรษฐกิจจะแย่หรืออาณาจักรจะล้มละลาย แต่มีความจริงเพียงหนึ่งอย่างที่เหมือนกันคือ บุคคลที่คิดต่อต้านองค์จักรพรรดิหากไม่ติดคุก ก็ต้องตาย
ผมดึงเมลฟี่เข้ามากอดแล้วน้ำตาซึมออกมาเล็กน้อย
“ฉันรู้แค่ว่าฉันไม่อยากเสียเธอไป..เพราะการเสียคนรอบตัวที่สำคัญที่สุดมันคือความเศร้าที่สุดสำหรับฉันไงล่ะ”
เมลฟี่จับเสื้อด้านหลังผมแน่นขึ้นเมื่อได้ยินคำพูดนั้น
เธอพยายามหยุดร้องไห้ แล้วเงยหน้าขึ้นมองตาผม พร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นเล็กน้อย
“เวสต้า..ฉัน..”
ตอนนั้นเองมีเสียงบางอย่างดังขึ้นมาจากทางสี่แยกริมถนน
“สีตู่ผิง ออกไป!!!”
“ออกไป….ออกไป!!!!”
“พวกเราจะไม่ทนอีกแล้ว….ไอเxี้ยยย..โอริเนีย….”
“ไอจักรพรรดิบ้ากาม ไอนายกเทศมนตรีบ้าอำนาจ ออกไปให้หมด!!!!”
เมลฟี่กับเวสต้ารีบผละตัวออกจากกันทันที แล้วหันไปมองยังทิศทางนั้น
“หะ..เห้ยๆ..ไม่จริงใช่มั้ย!?”
“ยะ..อย่าบอกนะว่า..!!”
#คุยกับคนเขียน(ไรท์)#
ขออภัยด้วยครับที่สัปดาห์ที่แล้วไรท์ไม่ได้อัพนิยายเื่นี้เลย(วันเสาร์10โมง) เนื่องจากมีภาระการเขียนนิยายถึง2เื่ด้วยกัน ทำให้เกิดปรากฎการณ์ปั่นนิยายไม่ทัน ฉะนั้นต้องขออภัยนักอ่านจริงๆครับ ยังไงไรท์จะพยายามปรับปรุงเื่การอัพให้ตรงเวลานะครับ