แพ้ทางคนใจร้าย

    แพ้ทางคนใจร้าย บทที่ 2

    เคร้งงง

    “แม่เป็๞อะไรหรือเปล่าครับ” แม่ของฟิวตอนนี้ที่ล้มพับอยู่กับพื้นฟิวที่พึ่งจะกลับมาจากทำงานรีบถลาเข้ามาพยุงแม่ของตน


    “แม่ไม่เป็๞อะไรหรอกลูกแม่แค่หน้ามืด” แม่บอกฟิวเพราะไม่อยากให้เป็๞ห่วงแค่ฟิวทำงานหนักทุกวันแม่ของฟิวก็รู้สึกผิดที่ไม่สามารถดูแลลูกให้ดีกว่านี้ได้หลังจากที่ป่วยแม่ของฟิวก็ไม่สามารถทำงานหนักได้อีกทำให้ภาระทุกอย่างตกไปอยู่กับฟิวคนเดียว


    “ฟิวเหนื่อยไหมลูก” แม่ถามฟิวขึ้นมาทำให้ฟิวหยุดนิ่งแล้วส่ายหัว “ผมไม่เคยเหนื่อยครับแม่แม่ไม่ต้องเป็๞ห่วงผมหรอก” แม่ลูบหัวลูกชายของตนเบาๆ แม่รู้ดีว่าฟิวเหนื่อยแต่ฟิวแกล้งบอกว่าไม่เหนื่อยเพราะไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจ


    เพราะความจนทำให้ฟิวต้องหันมาทำงานเป็๞แม่เล้าค่อยหาเด็กขายมาให้กับเสี่ยหรือพวกคนมีตังที่อยากระบายอารมณ์ทางเพศของตัวเองเพื่อผ่อนคลายแต่เขาเองก็ไม่ได้เป็๞แม่เล้าเต็มตัวหรอกเพราะยังมีนายหน้าที่สั่งเขาอีกทีเหมือนกับหัวหน้าเขาหางานติดต่อกับเสี่ยหาเด็กมาแล้วเขาแค่เป็๞คนดูแลเด็กพวกนั้นค่อยเป็๞ที่ปรึกษาและไปส่งเด็กให้ถึงมือผู้ซื้อ


    คืนนี้ก็เช่นกันหัวหน้าเขาได้ทำการขายเด็กแล้วนัดเจอที่โรงแรมxxxเขาก็ได้ทำการพาเด็กไปส่งตามเวลานัดหมาย


    “พี่หนูกลัวจังเลยค่ะ” เด็กสาวที่เขากำลังพาไปส่งพูดขึ้นมาเด็กผู้หญิงคนนี้เป็๞เด็กจากทางเหนือพ่อแม่ขายให้กับหัวหน้าของเขาในราคาเก้าแสนบาทและได้ทำการตกลงกันว่าเด็กสาวคนนี้ต้องทำงานหาเงินให้กับหัวหน้าของเขาเพื่อใช้หนี้ให้ครบที่หัวหน้าของเขาจ่ายไปแต่ถ้าใช้หนี้ครบแล้วจะอยู่ทำงานต่อก็ไม่ว่าอะไร


    “ไม่ต้องกลัวเดียวก็ชิน” ฟิวพูดขึ้นเด็กสาวทำหน้าสลดนิดๆ ฟิวเหลือบไปมองแต่ไม่สนใจอะไรเพราะเขารู้ว่าเป็๞ครั้งแรกของเด็กสาวผู้หญิงหรือผู้ชายที่มาทำงานกับหัวหน้าเขาครั้งแรกที่เริ่มทำงานก็เป็๞แบบนี้เกือบทุกคนแต่พอชินแล้วก็เฉยๆ กับมัน


    “ทำไมพี่ถึงมาทำงานแบบนี้ละค่ะ” จู่ๆ เด็กสาวก็ถามขึ้น “เพราะความจนไงถ้าพี่รวยพี่คงไม่มาทำงานแบบนี้หรอกเพราะมันผิดกฎหมาย” เด็กสาวได้แต่พยักหน้าเพราะตัวของเด็กสาวเองก็เป็๞แบบเขาเหมือนกันเพราะความจนเลยต้องทำ


    หลังจากที่ส่งเด็กสาวเสร็จแล้วฟิวก็กลับไปรับเงินจากหัวหน้าของเขาวันนี้โชคดีที่เสี่ยที่ซื้อเด็กสาวคนนั้นติดใจเลยของซื้อต่ออีกสองวันเขาเลยไม่ต้องรอรับกลับฟิวเก่งในการเอาตัวรอดจากตำรวจหัวหน้าเขาเลยไว้ใจให้เขาเป็๞คนไปส่งเด็ก


    แกร็กก


    เสียงเปิดประตูบ้านเช่าเล็กๆ ราคาถูกดังขึ้นฟิวเดินไปเปิดไฟห้องครัวทำการอุ่นแกงที่ซื้อมาแล้วนั่งกินหันไปมองนาฬิกาเวลาตอนนี้เกือบตีสามฟิวได้บอกกับปอนด์ว่าทำงานเป็๞พาทไทม์อยู่ในร้านกาแฟเลิกสองทุ่มแต่เขาไม่ได้บอกว่าว่าหลังจากสองทุ่มไปแล้วเขาทำงานอะไรต่อ


    เช้า

    …………….

    “ฟิวเราอยู่นี้” เสียงปอนด์เรียกฟิวรีบเดินไปหาปอนด์ที่อยู่หน้าคณะซึ่งปอนด์บอกฟิวว่าจะรอหน้าคณะเพื่อที่จะได้เขาเรียนพร้อมกัน


    “วันนี้พักเที่ยงเรากินข้าวนอกมหาลัยดีไหม” ปอนด์พูดชวนฟิวขึ้นเพราะเป็๞เด็กต่างจังหวัดปอนด์เลยอยากเดินเที่ยวในเมืองบ้างจะได้รู้ทางไปไหนมาไหนบ้าง


    “อืมก็ไปดิแต่ไม่กินในห้างนะเราไม่ค่อยมีตัง” “โหพูดอย่างกะเรารู้ทางไปห้าง” ปอนด์พูดขึ้นมาปอนด์แค่อยากไปเดินให้ตัวเองชินกับทางในเมืองโชคดีทีปอนด์เป็๞เด็กต่างจังหวัดและติดดินมากทางครอบครัวปอนด์ค่อนข้างมีฐานะมากในต่างจังหวัดแต่ปอนด์ชอบทำตัวติดดินไม่ใช้ของแบรนเนมเลย


    “กินร้านนี้แล้วกันนะ” ฟิวพาปอนด์มากินข้าวในร้านอาหารที่อยู่ในตลาดปอนด์พยักหน้ารับเป็๞การตกลงว่าว่ากินร้านนี้

    “กินอะไรก็สั่งเลยนะ” ฟิวบอกกับปอนด์ทั้งคุ่นั่งกินข้าวด้วยกันจุ่ๆ หัวหน้าของฟิวก็ส่งข้อความบอกให้เขาไปทำงานร็วหน่อยซึ่งฟิวไม่รู้เลยหลังจากวันนี้ไปแล้วเขาจะตกเป็๲ทาสอารมณ์ของอีกคนไปโดยปริยาย


    …………….

    ฝ่ายทางฝังฌอน

    ฌอนเข้ามาเรียนวันแรกพอเข้าห้องเรียนฌอนไม่คุยกับเพื่อนคณะเดียวกันเลย


    “นี่นายชื่ออะไรเราชื่อมิคนะ” เพื่อนผู้ชายคนหนึ่งทักฌอนขึ้นแต่ฌอนมองหน้ามิคแล้วทำเหมือนไม่อยากรู้จักและตอบไปสั้นๆ ว่า ฌอน


    เล่นเอ้ามิคถึงกับหน้าเสียแต่มิคก็ไม่ละความพยายาจึงถามต่อไปว่าฌอนมีเพื่อนกินข้าวยังแต่คำตอบที่ได้คือความเงียบมิคเลยไม่คิดถามต่อพร้อมกับส่ายหัวเบาๆ


    พอเรียนเสร็จฌอนเดินลงมากินข้าวที่โรงอาหารหาที่นั่งได้ก็นั่งลงพร้อมกับก้มลงเล่นมือถือจะว่าฌอนติดมือถือก็ได้เพราะว่าเขาไม่มีเพื่อนเลยอยู่กับมือถือสะส่วนใหญ่ฌอนใช้เวลาในการเล่นเกมดูหนังในมือถือและอีกอย่างที่เป็๲ความลับของฌอนที่ไม่มีใครรู้คือฌอนแอบใช้บริการเด็กขายบริการในออนไลน์


    ฌอนเป็๲ผู้ชายที่มีความ๻้๵๹๠า๱สูงพอสมควรเขาขาดเ๱ื่๵๹พวกนั้นไม่ได้ฌอนเริ่มรู้ตัวเอง๻ั้๹แ๻่ตอนอยู่ มอ. ปลาย เขาแอบไปใช้บริการเด็กขายบริการที่ร้านอาบอบนวดบ่อยจนคนในร้านนั้นจำหน้าเขาได้มีเด็กขายบริการคนหนึ่งเคยถามเขาว่าทำไมไม่มีแฟนเพราะถ้ามีแฟนก็ไม่ต้องใช้บริการพวกเขาแต่ฌอนกลับตอบไปว่าเขาไม่เชื่อในความรักขนาดญาติพี่น้องยังหักหลังกันได้เลยนับประสาอะไรกับคนอื่นที่พึ่งรู้จักกันไม่นาน


    “โทษนะครับตรงนี้มีคนนั่งไหมครับ” มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งถามฌอนขึ้นฌอนเงยหน้ามามองแล้วส่ายหัวให้เป็๲การบอกว่าไม่มีคนนั่งแว๊บแรกที่มองหน้าเด็กหนุ่มคนนั้นฌอนรู้สึกว่าเด็กหนุ่มน่าดึงดูดมากแต่แค่แว๊บแรกเท่านั้นฌอนก็ดึงสติกลับมาจ้องมือถือต่อ