ตอน ปกป้อง
ความมืดมิดยามราตรีเริ่มโรยตัวลงปกคลุมมหานครที่เต็มไปด้วยแสงสีและเสียงความวุ่นวาย ดารินพาน้องนลินและพี่เลี้ยงกลับขึ้นมาพักผ่อนบนเพนต์เฮาส์สุดหรูชั้นบนสุดของโรงแรมระดับหกดาว บรรยากาศระหว่างนายหญิงและหัวหน้าชุดอารักขาเต็มไปด้วยความตึงเครียดและเ็า ในขณะที่ดารินกำลังก้าวเท้าผ่านกรอบประตูไม้บานใหญ่ที่สลักลวดลายวิจิตรเพื่อเข้าไปยังห้องพักส่วนตัว เธอปรายหางตามองย้อนกลับไปที่โถงทางเดินด้านนอก
เคนยังคงยืนตระหง่านทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่หน้าประตู ร่างกายสูงใหญ่กำยำของเขายังคงเปียกชุ่มไปด้วยน้ำจากสระว่ายน้ำ เสื้อสูทราคาแพงและเสื้อเชิ้ตสีขาวแนบลู่ไปกับมัดกล้ามเนื้อ หยดน้ำใสๆ ไหลหยดจากปลายผมสีเข้มลงมากระทบพื้นพรมหนานุ่มจนเป็รอยด่างดวง เขาปฏิเสธที่จะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือทำให้ร่างกายอบอุ่นจนกว่าจะมีเวรผลัดมาเปลี่ยนตามกฎระเบียบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด ั์ตาคมกริบของเขามองตรงไปเบื้องหน้าอย่างแน่วแน่ไร้ซึ่งความสั่นคลอน
ความรู้สึกผิดที่อธิบายไม่ได้แล่นแปล๊บเข้ามาในใจของหญิงสาวราวกับมีเข็มเล่มเล็กๆ ทิ่มแทง ดารินรู้ดีว่าสิ่งที่เธอทำลงไปนั้นโหดร้ายและไร้เหตุผลเพียงใด แต่ทิฐิและความเ็ปที่ถูกสามีกดขี่มานานทำให้เธอเลือกที่จะสวมหน้ากากแห่งความเย่อหยิ่งต่อไป เธอเชิดหน้าขึ้นสูง ปัดความรู้สึกสงสารทิ้งไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะผลักบานประตูไม้เนื้อแข็งให้ปิดกระแทกใส่หน้าบอดี้การ์ดหนุ่มเสียงดังสนั่น ขังตัวเองไว้ในอาณาจักรแห่งความหรูหราจอมปลอม
ภายในเพนต์เฮาส์ที่กว้างขวางและโอ่อ่า ดารินจัดการส่งน้องนลินเข้านอนในห้องนอนเล็กด้านในสุดพร้อมกับกำชับให้พี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด เมื่อความเงียบสงบเข้าครอบงำพื้นที่ หญิงสาวในชุดคลุมอาบน้ำผ้าไหมสีชมพูอ่อนก็เดินทอดน่องออกมารินไวน์แดงชั้นเลิศลงในแก้วคริสตัล เธอทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังแท้ตัวใหญ่ใจกลางห้องโถง ทอดสายตามองแสงไฟระยิบระยับของเมืองหลวงผ่านผนังกระจกใสบานั์ที่สูงจากพื้นจรดเพดาน พลางทบทวนเื่ราวบ้าบอที่เกิดขึ้นในชีวิต
ทว่าความเงียบสงบนั้นคงอยู่ได้เพียงไม่นาน จู่ๆ ระบบไฟฟ้าแสงสว่างทั่วทั้งเพนต์เฮาส์ก็ดับวูบลงอย่างกะทันหัน ความมืดมิดเข้ากลืนกินทุกสรรพสิ่ง เสียงเครื่องปรับอากาศที่เคยครางกระหึ่มดับสนิทลง ดารินสะดุ้งสุดตัว มือเล็กที่ประคองแก้วไวน์สั่นสะท้าน เธอกำลังจะร้องเรียกหาแม่บ้าน ทว่าเสียงที่ทำให้หัวใจของเธอร่วงหล่นไปกองแทบเท้าก็ดังก้องขึ้น
เสียงปลดล็อกระบบอิเล็กทรอนิกส์ของประตูใหญ่หน้าห้องทำงานอย่างผิดปกติ บานประตูไม้ที่ควรจะปิดสนิทและปลอดภัยที่สุดถูกผลักเปิดออกอย่างเงียบเชียบ เงาดำทะมึนของชายฉกรรจ์สามคนก้าวล่วงล้ำเข้ามาภายในอาณาเขตส่วนตัวของเธอ พวกมันไม่ใช่บอดี้การ์ดของท่านนายก แต่เป็กลุ่มมาเฟียชาวต่างชาติที่เป็ศัตรูคู่อาฆาตในวงการค้าอาวุธเถื่อนของเขา รอยสักรูปหัวกะโหลกที่โผล่พ้นคอเสื้อและกลิ่นอายความตายที่แผ่กระจายออกมาทำให้ดารินรู้ได้ทันทีว่าพวกมันไม่ได้มาดี
"ใหรือครับสตรีหมายเลขหนึ่ง" ชายร่างั์ที่เป็หัวหน้าแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมในความมืด สำเนียงภาษาไทยแปร่งหูของมันฟังดูน่าขนลุก มันก้าวสืบเท้าเข้ามาใกล้ดารินที่กำลังยืนตัวสั่นเป็ลูกนก "สามีตัวแสบของคุณมันแย่งเส้นทางค้าอาวุธของเราไปจนหมด มันคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่คับฟ้า แต่คืนนี้มันจะต้องกระอักเืเมื่อรู้ว่าเมียแสนสวยของมันถูกพวกเราอุ้มไปเรียกค่าไถ่"
ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวฟาดเปรี้ยงเข้ากลางใจ ดารินช็อกจนหน้าซีดเผือด ความหยิ่งยโสและเกราะป้องกันที่เธอเพียรพยายามสร้างไว้เพื่อต่อกรกับความอยุติธรรมพังทลายลงไม่มีชิ้นดี เธอตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่าธุรกิจมืดและผลประโยชน์สกปรกของสามีได้ดึงดูดเอาภัยอันตรายที่เลวร้ายที่สุดมาสู่ตัวเธอและลูกสาวที่นอนอยู่ห้องด้านใน
"อย่าเข้ามานะ" ดารินแผดเสียงร้องด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เธอคว้าแจกันเซรามิกใบใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกใกล้มือ ฟาดเข้าใส่ศีรษะของลูกน้องมาเฟียคนแรกที่พุ่งเข้ามาหาเธออย่างแรง
เพล้ง
แจกันแตกกระจาย แต่ชายร่างั์คนนั้นเพียงแค่ชะงักไปเล็กน้อย มันคำรามด้วยความโกรธจัดและตบสวนกลับมาที่ใบหน้างดงามของอดีตนักเต้นบัลเลต์อย่างเต็มแรง ร่างบางของดารินปลิวล้มลงไปกองกับพื้นพรม รสฝาดเถื่อนของเืคละคลุ้งในโพรงปาก ศีรษะของเธออื้ออึงไปหมด
"ผู้หญิงของไอ้นายกมันฤทธิ์เยอะนัก จับตัวมันมัดไว้ ถ้ามันดิ้นก็สั่งสอนมันให้รู้สำนึก" หัวหน้ามาเฟียออกคำสั่งอย่างเหี้ยมโหด
ลูกน้องทั้งสองคนพุ่งตะครุบร่างของดารินที่กำลังพยายามตะเกียกตะกายหนี มือหยาบกร้านกระชากแขนเรียวของเธออย่างรุนแรงจนผ้าไหมของชุดคลุมอาบน้ำฉีกขาด เผยให้เห็นลาดไหล่ขาวเนียน ดารินดิ้นรนสุดชีวิต เธอเตะถีบและกรีดร้องสุดเสียงด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง น้ำตาแห่งความหวาดผวาไหลทะลักอาบสองแก้ม เธอคิดถึงลูกสาวตัวน้อยที่อยู่ห้องถัดไป หากพวกมันพบตัวน้องนลิน ชีวิตของเด็กน้อยคงต้องตกนรกทั้งเป็
ในวินาทีที่ความสิ้นหวังกำลังจะกลืนกินลมหายใจสุดท้าย เสียงกัมปนาทก็ดังกึกก้องขึ้นราวกับฟ้าถล่ม
โครม
ประตูไม้เนื้อแข็งบานหนาหนักที่ถูกล็อกไว้อย่างแ่าถูกถีบจนพังทลายหลุดกระเด็นออกจากบานพับด้วยพละกำลังที่เหนืุ์ เศษไม้และฝุ่นละอองปลิวว่อนไปทั่วอากาศ ท่ามกลางความมืดมิดและเศษซากของประตู ร่างสูงใหญ่ของเคนพุ่งพรวดเข้ามาภายในห้องราวกับอสูรกายที่ถูกปลดปล่อยออกจากโซ่ตรวนแห่งนรกขุมที่ลึกที่สุด
ั์ตาคมกริบของอดีตหน่วยรบพิเศษแดงก่ำและลุกโชนไปด้วยไฟบรรลัยกัลป์ที่พร้อมจะเผาผลาญทุกชีวิตที่กล้าล่วงล้ำเข้ามาทำร้ายผู้หญิงของเขา กล้ามเนื้อทุกสัดส่วนบนร่างกายกำยำอัดแน่นและตึงเปรี๊ยะจนเส้นเืปูดโปน รังสีอำมหิตอันตรายแผ่ซ่านออกมาจนอากาศในห้องเย็นะเื เคนไม่ได้ชักปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวออกมาใช้ แต่เขาเลือกที่จะใช้มือเปล่าและสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่สุดในการจัดการกับเศษสวะพวกนี้
บอดี้การ์ดหนุ่มพุ่งทะยานเข้าหาลูกน้องมาเฟียสองคนที่กำลังจับกดร่างของดารินด้วยความเร็วที่ตามองแทบไม่ทัน เขาใช้ทักษะการต่อสู้ระยะประชิดระดับพระกาฬที่ถูกฝึกฝนมาเพื่อสังหารโดยเฉพาะ ฝ่ามือหนาที่แข็งดั่งเหล็กกล้าคว้าเข้าที่ลำคอของชายคนแรก ออกแรงบิดเพียงชั่วพริบตา เสียงกระดูกต้นคอหักลั่นดังก้อง ร่างนั้นทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นสิ้นใจคาที่โดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง
ชายคนที่สองตกตะลึงจนเบิกตากว้าง มันพยายามจะปล่อยมือจากดารินเพื่อล้วงมีดพก แต่เคนไม่เปิดโอกาสให้มันได้หายใจ เขาหมุนตัวเตะฟาดเข้าที่ข้อเข่าของมันอย่างรุนแรงจนกระดูกแหลกละเอียด ตามด้วยการใช้ศอกสับเข้าที่ก้านคออย่างจัง ร่างั์ของมาเฟียคนที่สองล้มตึงลงไปนอนชักกระตุกจมกองเืภายในเวลาไม่ถึงสิบวินาที
หัวหน้ามาเฟียศัตรูใจนสร่างจากความฮึกเหิม มันรีบชักปืนพกกระบอกสีดำทมิฬออกมาจากเสื้อโค้ต ทว่ามัจจุราชสีเืนั้นเคลื่อนไหวเร็วกว่าะุปืน เคนพุ่งทะยานเข้าประชิดตัวมันอย่างบ้าคลั่ง เขาเตะเสยเข้าที่ข้อมือของมันอย่างแรงจนปืนกระเด็นหลุดมือ ตามด้วยการจับทุ่มลงกับพื้นหินอ่อนด้วยทักษะยูโดที่รุนแรงจนพื้นแทบแตกร้าว
เสียงกระดูกแขนของหัวหน้ามาเฟียหักดังกร๊อบเมื่อเคนบิดมันอย่างโเี้ ร่างั์ของอดีตทหารกล้าคร่อมทับอยู่บนร่างของศัตรู เขาเงื้อหมัดที่อัดแน่นไปด้วยความโกรธแค้นและรัวชกเข้าที่ใบหน้าของมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างดิบเถื่อนและบ้าคลั่งที่สุด เืสีข้นสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนใบหน้าหล่อเหลาที่บัดนี้ดูดุดันราวกับซาตาน เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปียกชุ่มของเขาถูกย้อมไปด้วยเืของศัตรูหยดแล้วหยดเล่า เคนชกจนใบหน้าของชายผู้นั้นเละเทะและหมดสติไปแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ยอมหยุด
"พอแล้ว พอแล้วเคน"
เสียงสะอื้นไห้และเสียงเรียกที่สั่นเครือของดารินดึงสติของอสูรกายให้กลับคืนมา เคนหยุดชะงักหมัดที่กำลังจะพุ่งลงไปบดขยี้ศัตรู เขาสูบลมหายใจเข้าปอดลึกๆ หน้าอกกว้างกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงตามจังหวะการหอบหายใจ ั์ตาที่แดงก่ำด้วยไฟโทสะค่อยๆ อ่อนแสงลงเมื่อเขาหันกลับมามองร่างบางที่นั่งสั่นเทาอยู่มุมห้อง
ดารินกอดตัวเองแน่น เสื้อคลุมอาบน้ำหลุดลุ่ย ใบหน้างดงามมีรอยช้ำแดงจากการถูกตบ เธอมองภาพการนองเืเบื้องหน้าด้วยความตื่นตะลึง ทว่าในความหวาดกลัวนั้นกลับไม่มีความรังเกียจหรือขยะแขยงผู้ชายคนนี้เลยแม้แต่น้อย เธอเพิ่งตระหนักรู้เดี๋ยวนี้เองว่าบอดี้การ์ดที่เธอเคยดูถูกและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีสารพัด ไม่ใช่สุนัขรับใช้ที่ไร้ค่า แต่เขาคือโล่มนุษย์ที่พร้อมจะสละสิ้นทุกสิ่งเพื่อปกป้องลมหายใจของเธอ เขาคือผู้พิทักษ์ที่แท้จริงที่เธอมองข้ามมาตลอด
เคนทิ้งร่างที่ไร้สติของศัตรูไว้เื้ั เขาค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นและเดินตรงเข้าไปหาดารินด้วยฝีเท้าที่เชื่องช้า ร่างสูงใหญ่ทรุดตัวลงคุกเข่าตรงหน้าหญิงสาวที่กำลังร้องไห้จนตัวโยน มือหนาที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเืสีแดงฉานค่อยๆ เอื้อมออกไปหาเธอ ทว่าเขากลับชะงักและชักมือกลับมาด้วยความสับสน ความรู้สึกเจียมตัวแล่นเข้ามาในใจ เขาตระหนักได้ว่ามือของเขาสกปรกและเปื้อนเืเกินกว่าจะคู่ควรััผิวขาวเนียนบริสุทธิ์ของนายหญิงผู้สูงศักดิ์